ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ซอสไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและรสชาติที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะ “ซอสไทย” ที่เป็นหนึ่งในตัวแทนของภูมิปัญญาชาวบ้านและวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นที่ลึกซึ้งมาก ซอสไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ด้วยความหลากหลายของรสชาติและสูตรลับที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น

ซอสไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ที่แท้ทรู!!

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดนิทรรศการพิเศษในชื่อ “Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ” นำเสนอความน่าสนใจของซอสไทยในมิติที่หลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถส่งออกไปสู่ตลาดโลก

ไทยส่งออกซอสกว่า 37,000 ล้านบาทต่อปี

ปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยสามารถส่งออกซอสปรุงรสต่างๆ เช่น ซอสถั่วเหลือง ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และน้ำปลา ได้มูลค่ารวมกว่า 37,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของซอสไทยในอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบาย ครัวไทยสู่ครัวโลก ที่เป็นแรงผลักสำคัญในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น

นิทรรศการ Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมที่กินได้” โดยนำเสนอเรื่องราวของซอสไทยผ่าน 3 โซนหลัก คือ

  • SAUCETALGIA รสชาติที่คิดถึง
  • SAUCE, SOURCE รสเยอะ วัตถุดิบแยะ
  • SAUCE พาวเวอร์

และยังมีโซนพิเศษ “อาหารตามสั่ง” ที่ชวนผู้ชมลุยรสนิยมคนไทยผ่านไอศกรีมซอสไทยสุดสร้างสรรค์ และกิจกรรมสนุกๆ มากมาย

ซอสไทย: เครื่องปรุงรสที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน

ซอสไทยไม่เพียงแค่เป็นเครื่องปรุงรสบนโต๊ะอาหาร แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย ในโซน “SAUCE พาวเวอร์” ทำให้เห็นชัดถึงศักยภาพของซอสท้องถิ่นในการส่งเสริมทั้งด้านอาหาร การออกแบบ และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาสัมผัสรสชาติเด็ดๆ แบบถึงถิ่น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในรสชาติไทยที่แท้ทรู หรืออยากรู้ลึกถึงเรื่องราวเบื้องหลังขวดซอสแต่ละขวด นิทรรศการนี้คือโอกาสที่คุณจะได้ ลิ้มชิมและเรียนรู้ถึงศักยภาพของซอสไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

นิทรรศการ “Thai Local Sauce อร่อยเหยาะ” เปิดให้ชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณ Front Lobby ชั้น 1 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปรษณีย์กลาง กรุงเทพฯ เวลา 10.30 – 19.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

อย่าพลาดโอกาสสัมผัสรสชาติไทยแท้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย และการันตีความอร่อยบนโลกใบนี้ ด้วย “ซอสไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ที่มา – ซอสไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกที่แท้ทรู!!

น้องเจ โพสต์ถึงพี่มุ้ย แลกเสื้อกับตำนาน

ในโลกของฟุตบอล ความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะไม่ได้มีแค่ในสนาม แต่ยังล้ำลึกไปถึงสายใยนอกสนามอีกด้วย ‘น้องเจชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะดาวรุ่งของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้โพสต์ความรู้สึกที่มีต่อ ‘พี่มุ้ยธีรศิลป์ แดงดา ตำนานฟุตบอลไทย หลังจากได้มีโอกาสแลกเสื้อหลังการแข่งขันไทยลีก เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

น้องเจ โพสต์ถึงพี่มุ้ย แลกเสื้อกับตำนาน

หลังจากจบเกมที่ศึกไทยลีก ระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจอกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่ง ‘น้องเจ’ เก็บชัยชนะแบบสุดดราม่า 2-1 ด้วยการยิง 2 ลูกในช่วงท้ายเกม โดยช่วงบ่ายของวันที่ 31 ส.ค. ‘น้องเจ’ ได้โพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความที่น่าประทับใจว่า

“ฟุตบอลจะทำให้เรามาเจอกันเสมอพี่ชาย ดีใจที่ได้เจอกับพี่มุ้ยในสนามอีกครั้ง ถึงแม้จะคนละทีมก็ตาม…แลกเสื้อกับตำนาน”

ภาพที่ ‘น้องเจ’ โพสต์มีทั้งภาพในสนามการแข่งขัน และภาพหลังเกมที่แลกเสื้อกับ ‘พี่มุ้ย’ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของนักเตะทั้งสองคนมาอย่างยาวนาน

ความสัมพันธ์ของน้องเจ และ พี่มุ้ย

‘น้องเจ’ และ ‘พี่มุ้ย’ คือสองนักเตะที่รู้จักและสนิทสนมกันมายาวนาน โดยเริ่มจากการอยู่ในสโมสรเดียวกันอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด และเคยไปค้าแข้งในต่างแดนอย่างในประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนาม แต่ยังเป็นเพื่อนที่ไว้ใจและส่งเสริมกันในชีวิตจริง

ในฤดูกาลปัจจุบัน ‘พี่มุ้ย’ เดินทางมาร่วมทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หลังจากเคยเป็นกำลังหลักของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ดมมานาน แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ทีมต่างกัน แต่ความเป็นมิตรก็ยังคงอยู่อย่างแข็งแกร่ง

  • เคยร่วมทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด
  • เคยไปเล่นในญี่ปุ่นด้วยกัน
  • เป็นเพื่อนกันในทีมชาติไทย
  • ให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่มีมากกว่าการเป็นคู่แข่ง

ฟุตบอลไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นภาษาที่เชื่อมคนเข้าด้วยกันได้ ‘น้องเจ’ ที่เข้ามารุ่นใหม่ และ ‘พี่มุ้ย’ ที่ก้าวเข้าสู่วัยตำนาน แต่ยังคงมีช่วงเวลาที่แลกเปลี่ยนกันแบบไม่มีขีดจำกัด

การได้แลกเสื้อหลังเกม คือการยอมรับในฝีเท้าของกันและกัน ซึ่งสำหรับแฟนบอลไทยแล้ว ถือเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจในเส้นทางของเหล่านักเตะ ที่ยังคงให้เกียรติกันแม้จะเปลี่ยนทีมไปแล้ว

น้องเจ โพสต์ถึงพี่มุ้ย แลกเสื้อกับตำนาน เป็นอีกหนึ่งมุมของฟุตบอลไทยที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์และอารมณ์ดี เหนือการแข่งขัน นี่คือสิ่งที่ทำให้แฟนบอลรักและเชียร์ได้อย่างต่อเนื่อง มาคอยติดตามความเคลื่อนไหวของทั้งสองในฤดูกาลหน้าว่าจะมีช่วงเวลาสุดพิเศษอะไรอีกบ้าง

หากคุณเป็นแฟนบอลไทยตัวจริง อย่าพลาดติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ และร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักเตะทั้งสองในเส้นทางของการค้าแข้งกันต่อไป

ที่มา – ‘น้องเจ’ โพสต์ซึ้งถึง ‘พี่มุ้ย’ …’แลกเสื้อกับตำนาน’

‘โพล’สะท้อนเสียงคนไทยไม่อยากเห็น ‘ปชน.’จับมือ ‘ภท.’มองเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคได้เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,500 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสอบถามทัศนคติของผู้คนต่อประเด็น “ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาชน” และโดยเฉพาะการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย

‘โพล’สะท้อนเสียงคนไทยไม่อยากเห็น ‘ปชน.’จับมือ ‘ภท.’มองเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ผลสำรวจระบุว่า เมื่อถามถึงว่าประชาชนอยากเห็นพรรคประชาชน (ปชน.) จับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พบว่าคิดเป็นสัดส่วน ไม่อยากเห็น 30.5% และ ไม่อยากเห็นอย่างยิ่งถึง 12.9% ซึ่งรวมกันแล้วมีจำนวนสูงถึง 43.4% คิดเป็นสัดส่วนที่พลิกแพลงความเห็นส่วนใหญ่ของประชาชนไปทางตรงข้าม

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนก็ระบุว่า อยากเห็นอย่างยิ่ง 13.5% และ อยากเห็น 12.8% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยกว่า ส่วนอีก 20.2% ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ แสดงถึงการตัดสินใจที่ชัดเจนของประชาชนส่วนใหญ่ว่าไม่สนับสนุนการร่วมมือดังกล่าว

สาเหตุที่ ‘ปชน.’ จะสนับสนุน ‘ภท.’ คืออะไร?

ผลสำรวจยังสอบถามเพิ่มเติมถึง สาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดที่พรรคประชาชนจะตัดสินใจสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพบว่าสาเหตุที่มีจำนวนสูงสุดคือ เพื่อทำข้อตกลงทางการเมืองในการช่วยเหลือกลุ่ม ส.ส. 44 คนให้พ้นผิด คิดเป็น 42.5%

  • มีอุดมการณ์และนโยบายที่สอดคล้องกัน 17.4%
  • เพื่อสนับสนุนให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 15.5%
  • เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ต่อได้ 10.4%

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของความร่วมมือระหว่างพรรคใหญ่สองพรรคนี้เมื่อวัดจากมุมมองของคนทั่วไปแล้ว ส่งผลลบมากกว่าผลดี โดย 62.9% เห็นว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนเพียง 7.7% เท่านั้นที่เห็นว่าเป็นผลดี ส่วนที่เหลืออีก 29.4% ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่าผลกระทบจะเป็นเช่นไร

สรุปความเห็นของประชาชน

จากการสำรวจครั้งนี้สร้างภาพชัดเจนว่า ‘โพล’สะท้อนเสียงคนไทยไม่อยากเห็น ‘ปชน.’จับมือ ‘ภท.’มองเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่มองว่าการร่วมมือดังกล่าวไม่ใช่ทางออกที่ดีของระบอบการเมืองไทย แต่กลับอาจทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือข้อตกลงที่ส่งผลเสียต่อความยุติธรรมในระยะยาว

ทั้งนี้ คนไทยส่วนใหญ่มองว่าแต่ละพรรคควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนและทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น ความโปร่งใสและความรับผิดชอบจึงยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นมากที่สุดในยุคการเมืองไทยต่อไป

ที่มา – ‘โพล’สะท้อนเสียงคนไทยไม่อยากเห็น ‘ปชน.’จับมือ ‘ภท.’มองเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

โค้ชโย่งแปลกใจ ธนวัฒน์หลุดช้างศึก แต่ให้เกียรติ อิชิอิ

ล่าสุด เมื่อ มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ประกาศรายชื่อ 23 นักเตะสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 ที่จังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏว่าชื่อของ “กันต์ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กองกลางตัวเก่งของ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี กลับไม่ติดในรายชื่อ เรื่องนี้ทำให้ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ นายใหญ่ของทีม ราชบุรี เผยว่าตนเองแปลกใจเป็นอย่างมาก

โค้ชโย่งแปลกใจ ธนวัฒน์หลุดช้างศึก แต่ให้เกียรติ อิชิอิ

ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ตกเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดียหลังจากที่ไม่ได้รับเลือกติดทีม ช้างศึก แม้จะมีผลงานโดดเด่นกับสโมสร โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่ช่วย ราชบุรี เอฟซี บุกชนะ “ม้าลาย” นครราชสีมา มาสด้า 2-0 โดยมีข่าวว่าเขาทำประตูจากจังหวะยิงไกลเสียบเสา แสดงให้เห็นถึงฟอร์มร้อนแรงของนักเตะรายนี้

อย่างไรก็ตาม “โค้ชโย่ง” ยอมรับว่าตนเองแปลกใจกับการตัดสินใจของโค้ชทีมชาติไทย ทว่าก็ต้องให้เกียรติการเลือกนักเตะของ “อิชิอิ” พร้อมกล่าวว่า

“ผมก็แปลกใจเหมือนกัน ส่วนตัวผมคิดว่าเขา (ธนวัฒน์) น่าจะเป็นหนึ่งกองกลางที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตอนนี้ ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเราให้เกียรติโค้ช แต่ไม่เป็นไร อาจจะด้วยสไตล์ของเขา ทำให้ยังไม่ถึงโอกาสของ กันต์ มากกว่า”

โอกาสของโจนาธาร และบทสรุปจากโค้ชโย่ง

นอกจากนี้ “โค้ชโย่ง” ยังเปิดเผยว่า “โจนาธาร เข็มดี” เซ็นเตอร์แบ็กของทีม ที่ไม่ติดทีมชาติในครั้งนี้ เป็นเพราะยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ทางด้านร่างกาย “ตอนนี้ โจนาธาร ยังไม่สมบูรณ์นัก ถ้าสมบูรณ์ จะมีโอกาสแน่นอน” โค้ชโย่งกล่าวเสริม

ทีมชาติไทย มีกำหนดการรวมตัวในช่วงสายของวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก่อนจะออกเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรีทันที โดยมีกำหนดการแวะ สักการะศาลหลักเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เวลา 12.30 น. และจะทำการซ้อมที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาน้อยในช่วงเย็น

ไม่ว่ายังไง การที่ “ธนวัฒน์” ตกเป็นข่าวฮอตในครั้งนี้ ก็ยืนยันถึงผลงานที่โดดเด่นของเขานับเป็นอย่างดี แฟนบอลทั้งหลายจึงคงต้องรอดูว่าโอกาสครั้งหน้า เขาจะได้โอกาสส่องดาวทีมชาติหรือไม่

หากคุณเป็นแฟนบอล “ราชันมังกร” อย่าลืมติดตามผลงานของนักเตะในสังกัดอย่างใกล้ชิด เพราะใครจะรู้ บางครั้งความล้มเหลวครั้งหนึ่ง อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งใหม่ก็ได้

ที่มา – ‘โค้ชโย่ง’ แปลกใจ ‘ธนวัฒน์’ หลุดช้างศึก แต่ต้องให้เกียรติ ‘อิชิอิ’

หม่ำ จ๊กมก ปัดเด๋อ ดอกสะเดาเสียชีวิต ส่งกำลังใจให้หายไว้

ตลกรุ่นใหญ่ชื่อดัง “หม่ำ จ๊กมก” โมโหแรงหลังมีข่าวลือปลอมว่า “เด๋อ ดอกสะเดา” เสียชีวิต ขณะที่อาการป่วยกลับดีขึ้นล่าสุด และได้ส่งกำลังใจให้พี่ชายหายป่วยโดยเร็ว

หม่ำ จ๊กมก โมโหข่าวปลอมเด๋อ ดอกสะเดาเสียชีวิต

ล่าสุดในงานพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นักแสดงตลกชื่อดังอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” ได้ออกมาพูดถึงข่าวลือที่แพร่กระจายในโซเชียลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ “เด๋อ ดอกสะเดา” อย่างหงุดหงิด เนื่องจากเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

หม่ำเผยว่า หลังทราบข่าวดังกล่าวก็รู้สึกโมหอมาก เพราะรู้ดีว่า “เด๋อ ดอกสะเดา” ยังมีชีวิตอยู่ดี และล่าสุดอาการป่วยก็มีแนวโน้มดีขึ้น เขากล่าวว่า:

ไม่รู้ว่าใครไปลงข่าวว่าแกเสีย โมโหมาก คือถ้าเสียเพจตลกมันต้องลงหมดแล้ว แต่มันก็เคยลงผมเหมือนกันนะ ว่าผมตาย ผมป่วย

อาการของเด๋อ ดอกสะเดา ดีขึ้นมาก

หม่ำ จ๊กมก ยืนยันว่าอาการของ เด๋อ ดอกสะเดา ที่ป่วยเป็นเส้นเลือดก้านสมองแตก มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น และล่าสุดลูกสาวของเด๋อได้แจ้งว่า พ่อของเขาจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็ววัน ทำให้ หม่ำ และศิลปินในวงการหลายคนต่างสบายใจและร่วมส่งกำลังใจ

เขายังเล่าให้ฟังว่า “ลูกสาวบอกว่าอาการดีขึ้น จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว คือก่อนหน้านี้อาการพี่เด๋อก็ดีขึ้น ก็เป็นห่วง”

หม่ำ จ๊กมก สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์

นอกจากเรื่องข่าวลือของ พี่เด๋อ ดอกสะเดา แล้ว หม่ำ จ๊กมก ยังต้องการแบ่งปันความภาคภูมิใจในโอกาสที่ตนเองได้รับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ สาขา รัฐประศาสนศาสตร์ หลังจากเริ่มเรียนตั้งแต่ปี 2012 ก่อนจะหยุดชั่วคราว กลับมาเรียนต่อจนสำเร็จในปี 2025

เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “วันนี้ก็ดีใจภูมิใจครับเรียนมาหลายปี” และเล่าให้ฟังถึงความยากลำบากในการจัดเวลาเรียนไปพร้อมกับการทำงาน

แนวคิดเกี่ยวกับการเมืองในปัจจุบัน

สำหรับมุมมองต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน หม่ำ จ๊กมก เผยว่า “ผมว่าใครก็ได้ ที่จะมาทำให้บ้านเมืองสว่างไสวขึ้น ให้คนไทยมีอยู่มีกินขึ้น มีงานมีการ โปร่งใส คลีนทุกเรื่อง” พร้อมทั้งมองโดยรวมว่าควรปราบปรามปัญหายาเสพติด โจรกรรม รวมถึงคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงผู้สูงอายุ

  • อยากให้มีการกำกับดูแลภาคประชาสังคม
  • อยากให้ระบบราชการมีความโปร่งใส
  • ต่อต้านข่าวปลอมหรือข่าวลือที่แพร่กระจาย

ส่วนเรื่องข่าวปลอมดังกล่าว หม่ำ ยังเตือนว่าควรตรวจสอบข่าวก่อนเชื่อฟัง และขอร้องให้ผู้ชมติดตามข่าวผ่านเพจทางการหรือสื่อที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ณ ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ข้อมูลเท็จจัดวางได้ง่าย แต่สิ่งที่เราควรพัฒนาคือการไตร่ตรองและเลือกแหล่งข้อมูลให้ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของบุคคลดัง ซึ่งอาจถูกเอารูปเก่าหรือคำพูดเก่าแล้วนำมาบิดเบือนได้ หากไม่มีการตรวจสอบดี ๆ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและการกระทำที่ไม่เหมาะสมตามมา

ที่มา – ‘หม่ำ จ๊กมก’ โมโหคนกุข่าว ปัด ‘เด๋อ ดอกสะเดา’ เสียชีวิต ยันอาการดีขึ้น ส่งกำลังใจให้หายไวๆ!

เด็กไทยสุดเจ๋ง! ดับเบิ้ลแชมป์กอล์ฟ ‘มาเลเซีย โอเพ่น’

กีฬากอล์ฟเยาวชนระดับนานาชาติ “มาเลเซีย อินเตอร์เนชันแนล จูเนียร์ โอเพน 2025” ถือเป็นเวทีแข่งขันที่นักกีฬาหลายคนต่างตั้งเป้าสูง เพราะนอกจากจะเป็นสนามที่ท้าทายความสามารถแล้ว ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสเยาวชนให้แสดงฝีมือต่อหน้าเหล่าโค้ชและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ซึ่งในครั้งนี้ สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ส่งทีมชุดเยี่ยมไปลุยสนาม โดยมีนักกีฬาร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นประมาณ 240 คน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสหรัฐอเมริกา

เด็กไทยสุดเจ๋ง! ดับเบิ้ลแชมป์กอล์ฟ ‘มาเลเซีย โอเพ่น’

และผลปรากฏว่ายอดเยาวชนไทยไม่ธรรมดา เมื่อสามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งในรุ่นชายและหญิงอย่างขาดลอย โดยในรุ่นบุคคลชาย เป็นของ “จูเนียร์” อจลวิชญ์ อนันตะเศรษฐกูล นักกอล์ฟดาวรุ่งไทยที่เพิ่งโชว์ฟอร์มเทพเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยคว้าแชมป์ สิงคโปร์ จูเนียร์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ มาก่อน ล่าสุดในสนาม “มาเลเซีย โอเพ่น” ก็โชว์ความเต้นแรงต่อ และยืนหนึ่งจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน

หลังจากจบการแข่งขัน 3 วันด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 213 ตัวเลขเดียวกับ มูฮัมหมัด อาฟฮัม บิน ออธมัน นักกอล์ฟจากเจ้าบ้าน ทำให้ต้องเข้าสู่รอบเพลย์ออฟในหลุม 18 พาร์ 4 และในช่วงเปิดตัวนั้น จูเนียร์ เก็บพาร์ได้อย่างลงตัว ขณะที่ออธมันดันทำดับเบิลโบกี้ ทำให้อจลวิชญ์ยืนอยู่บนแท่นผู้ชนะอย่างถาวร

คว้าแชมป์ซ้อน! ปริมยังแรงไม่หยุด

ไม่ใช่แค่เฉพาะฝั่งชายเท่านั้น แต่ฝั่งหญิงก็โชว์ความเป็นเลิศเช่นกัน เมื่อ “ปริม” ปราชญ์นคร กัปตันสาวทีมชาติไทย ที่เพิ่งคว้าแชมป์ สิงคโปร์ โอเพ่น เมื่อเดือนกรกฎาคม กลับมาแสดงฟอร์มใส่พละกำลังอีกครั้งในการแข่งขัน มาเลเซีย โอเพ่น 2025 โดยเธอแสดงความแน่นาถ และความมั่นคงทางเทคนิคอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วันของการแข่งขัน จนจบด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 204 (68-69-67)

สกอร์นี้ทำให้ปริมไม่เพียงชนะคู่แข่งทั้งสนามเท่านั้น แต่ยังทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างโง ยี เบลล์ นักกอล์ฟจากเจ้าบ้านถึง 9 สโตรก สิทธิ์ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความเติบโตและความพร้อมในระดับนานาชาติอีกด้วย

การคว้าแชมป์ในทั้งสองรุ่นนี้ของนักกีฬาไทย แสดงให้เห็นถึงความพัฒนาและศักยภาพที่ถูกพัฒนาผ่านระบบฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการสนับสนุนจากรอบรัฐบาลและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เยาวชนไทยไม่เพียงแค่คว้าแชมป์ แต่ยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ

อีกครั้งขอแสดงความยินดีกับ “จูเนียร์” และ “ปริม” ที่สามารถคว้าแชมป์กลับมาได้ด้วยดุลย์พินิจ ความมุ่งมั่น และความมั่นคงทางเทคนิค เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศให้ใส่ความฝันไว้สูง และเดินหน้าตามมันอย่างเต็มกำลัง

หากคุณเป็นคอกีฬากอล์ฟ หรือสนใจเยาวชนไทย คุณต้องตามใจเชียร์ให้กำลังใจเหล่านี้ไว้เสมอ เพราะพวกเขาคืออนาคตของกีฬาไทยบนเวทีโลก

ที่มา – เด็กไทยสุดเจ๋ง! ดับเบิ้ลแชมป์กอล์ฟ ‘มาเลเซีย โอเพ่น’

คอหวยแห่โฟกัสสามตัวบนคอนเสิร์ตจาก “ฮาย อาภาพร”

เมื่อพูดถึงวงการหวย เรื่องความเชื่อมั่นในเลขเด็ดจากผู้มีโชคเป็นเรื่องที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ถ้าเลขใบ้มาจากศิลปินดังอย่าง ฮาย อาภาพร เจ้าแม่หวยตัวจริงของวงการบันเทิงไทย เรื่องนี้แม้ไม่ได้เล่นหวยก็อดใจเต้นตามไม่ได้เลย ล่าสุดฮายมีโอกาสได้ร่วมงานกับค่ายดังในคอนเสิร์ต “สามตัวบนคอนเสิร์ต” ร่วมกับนักร้องคุณภาพอย่าง ตั๊ก ศิริพร และ สุนารี ราชสีมา ทำเอาแฟนคลับระทึกไปทั่ว

คอหวยแห่โฟกัสสามตัวบนคอนเสิร์ตจาก “ฮาย อาภาพร”

ในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ นอกจากเพลงเพราะที่สร้างความประทับใจแล้ว ยังมีเรื่อง “ใบ้หวย” ที่สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับ เพราะภายในไลฟ์ของฮายมีข้อความชัดเจนว่า “สามตัวบนคอนเสิร์ต” พร้อมกับชื่อเพลงที่เธอร้อง “บัญญัติรัก-ฉันกลัวหลักสี่” ทำให้หลายคนพากันตีความว่า นี่คือ “ใบ้หวย” อย่างชัดเจน

ไม่ใช่แค่แฟนคลับธรรมดา แต่เหล่าคอหวยที่พากันเข้ามาวิเคราะห์ตามแพลตฟอร์มโซเชียลก็เริ่มลุ้นกันอย่างต่อเนื่อง พวกเขากำลังมองหาเลขเด็ดในคำพูด ท่าทาง บวกกับคำใบ้จากหน้าเวทีของศิลปิน โดยเฉพาะจากผู้ที่เคยถูกหวยถึงห้าหลักจากคำบอกเล่าของฮายในงวดที่ผ่านมา

ตัวเลขที่คอหวยพากันชุมนุมตีความ

หลายคนเริ่มพากันวิเคราะห์ว่าเลขในชื่อเพลง เช่น “404” “440” หรือ “004” เป็นไปได้ไหม? หรือจะเป็นเลขจากวันที่ของคอนเสิร์ต? การพูดของเธอว่า “สามตัวบน” ก็ทำให้เลขสามหลักกลายเป็นจุดโฟกัสอย่างต่อเนื่อง บางกลุ่มยังเล่นพันธุ์เลขตามชื่อสถานที่ เช่น “430” ซึ่งอาจสื่อถึง 4 (จากคำว่าสี่), 3 (สามตัวบน), 0 (ความเป็น null)

ความตื่นเต้นไม่ได้จบเพียงแค่การแสดง แต่ยังเปลี่ยนไปเป็นการพูดคุย วิเคราะห์ และลุ้นไปพร้อมกับวงการหวย ซึ่งวันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่กลายเป็น “ปรากฏการณ์หวยตัวเลขจากศิลปิน” ที่จับใจแฟนคลับทั่วประเทศได้อย่างชัดเจน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังลังเล ลองดูดีๆ ท่าทางของศิลปินชื่อดังเหล่านี้ บางทีความรวยอาจเริ่มต้นจากคำใบ้เพียงคำเดียวก็ได้ ลองตามล่าหาเลขเด็ดที่อาจหล่นมาจากเวที “สามตัวบนคอนเสิร์ต” พร้อมฮาย อาภาพร ตั๊ก ศิริพร และสุนารี ราชสีมา ที่กำลังสร้างกระแสและความคาดหวังให้คอหวยหนักหนา

ที่มา – คอหวยแห่โฟกัสสามตัวบนคอนเสิร์ตจาก “ฮาย อาภาพร” งานนี้คนตีเลขสวยรัวๆเพราะเหมือนเจ้าแม่มาใบ้เอง!

รัฐบาลทรัมป์เล็งเป้าบริษัทผลิตชิปเกาหลีใต้ ขัดขวางการดำเนินงานในจีน

จากข่าวที่รายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาตรการใหม่ที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยระบุว่าจะ ยกเลิกการอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ จัดส่งเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญไปยังจีน ซึ่งหมายความว่าบริษัทเหล่านั้นจะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลวอชิงตันก่อน หากต้องการใช้อุปกรณ์ผลิตของสหรัฐในโรงงานที่ตั้งอยู่ในจีน

รัฐบาลทรัมป์เล็งเป้าบริษัทผลิตชิปเกาหลีใต้

การกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน โดยเฉพาะในเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐต้องการขัดขวางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนอย่างชัดเจน ภายใต้การป้องกันความมั่นคงระดับชาติ

สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ บริษัทผลิตชิปใหญ่จากเกาหลีใต้ 2 ราย ได้แก่ บริษัทซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปชั้นแนวหน้าของโลก ทั้งสองบริษัทนี้มีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ในจีน และกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐ

รัฐบาลสหรัฐต้องการขัดขวางการดำเนินงานในจีน

เวทีการค้าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง และการขัดแย้งทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีนก็เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลทรัมป์เล็งเป้าบริษัทผลิตชิปเกาหลีใต้ อย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะควบคุมอิทธิพลของเทคโนโลยีที่ใช้ในประเทศเหล่านั้น

ทั้งซัมซุงและเอสเค ไฮนิกซ์ ต่างต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการใหม่ของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างมาก โดยเฉพาะการผลิตในประเทศจีน ด้านบริษัทซัมซุงยังไม่แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ ส่วนหนึ่งจากผู้บริหารเอสเค ไฮนิกซ์ได้ระบุว่า จะรักษาการสื่อสารที่แน่นแฟ้นกับทั้งรัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐ พร้อมทั้งหากมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจ

ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การขัดขวางการดำเนินงานในจีนของบริษัทผลิตชิป เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นระหว่างอาณาจักรเทคโนโลยี 2 มหาอำนาจของโลก คือ สหรัฐอเมริกาและจีน

ไม่ใช่แค่ปัญหาของบริษัทผลิตชิปเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก นักวิเคราะห์เริ่มมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้อาจมีผลกระทบต่อราคาเทคโนโลยีในอนาคต และทำให้ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกล่มสลายบางส่วนได้

ทั้งนี้ การลงทุนในเทคโนโลยีของสหรัฐมีแนวโน้มจะ continue ประสบกับการตรวจทานอย่างเข้มงวดขึ้น และผู้เล่นในตลาดต้องปรับตัวให้เร็ว ไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียโอกาสในการเติบโตในตลาดจำนวนมากโดยเฉพาะตลาดเอเชีย

อย่าลืมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีและการค้าระดับโลกให้ใกล้ชิด เพราะคุณอาจจะพลาดโอกาสในธุรกิจระดับโลกได้!

ที่มา – รัฐบาลทรัมป์เล็งเป้าบริษัทผลิตชิปเกาหลีใต้ ขัดขวางการดำเนินงานในจีน

‘ป๋านวย ดอนเมือง’ ปัดบ่อนไม่ใช่ของผม สุดอึ้งให้เมียปลอมเอกสารไปหลอกแจ้งตาย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล และ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 ได้ร่วมสอบปากคำกับ นายอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ป๋านวย ดอนเมือง’ ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อนพนันชื่อดังที่เพิ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยใช้เวลาสอบสวนประมาณ 15 นาที ก่อนจะนำตัวกลับไปอยู่ในการควบคุมดังเดิม

‘ป๋านวย ดอนเมือง’ ปัดบ่อนไม่ใช่ของผม สุดอึ้งให้เมียปลอมเอกสารไปหลอกแจ้งตาย

ในการสอบสวนในครั้งนี้ นายนอำนวยได้ให้การปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องกับบ่อนสรงประภา 1 ที่เพิ่งถูกจับกุม โดยอ้างว่าได้ย้ายออกจากสถานที่นั้นมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีเก่าที่ค้างไว้อีก 1 คดี พร้อมกับขยายผลจากคดีการจับกุมครั้งล่าสุดอีก 1 คดีในความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน ซึ่งในเบื้องต้นนายนอำนวยยังยืนยันปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

เบาะแสเชื่อมโยงไปถึงคนในครอบครัว

จากการสังเกตของผู้สื่อข่าว พบชายรูปร่างผอม เสื้อคลุมสีดำ กางเกงสีดำ เดินวนเวียนอยู่ในบริเวณสน.ทุ่งสองห้อง และมีการพูดคุยกับญาติของนายนอำนวย ก่อนจะเดินออกไปทางประตูหลัง สน.ไป ซึ่งภายหลังทราบว่าชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจยศ “ด.ต.” ที่มีเครื่องแบบตนเองแขวนไว้ในบ่อนสรงประภา 1 อีกด้วย

ที่น่าจับตามองคือ ยังมีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง ได้จับกุมน.ส.มณี อายุ 39 ปี ภรรยาของนายนอำนวย และนายสุทัศน์ พี่ชายของ น.ส.มณี ในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมทั้งการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น

เอกสารดังกล่าวคือ หนังสือรับรองการตาย ที่ระบุว่านายอำนวย เกียรติดอนเมือง อายุ 69 ปี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เวลา 02.50 น. ด้วยสาเหตุโรคเลือดหัวใจตีบ และมีลายมือชื่อนายแพทย์ที่ไม่มีตัวตนจริง พร้อมทั้งตราประทับของโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีการออกเอกสารจริง ทำให้เจ้าหน้าที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงรับรู้ว่าเกิดความผิดปกติ และดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.แม่ฟ้าหลวง ทันที

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘ป๋านวย ดอนเมือง’ อาจมีปมรายล้อมรอบตัวเองทั้งในเชิงกฎหมายและครอบครัวที่ไม่ใช่แค่ปมบ่อนพนันเท่านั้น

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งเคสที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสายธุรกิจใต้เสื้อคลุม และความผิดที่อาจลุกลามไปถึงคนในครอบครัว อย่างกรณี ภรรยาและญาติที่เกี่ยวข้องกับการปลอมเอกสารราชการ

ที่มา – ‘ป๋านวย ดอนเมือง’ ปัดบ่อนไม่ใช่ของผม สุดอึ้งให้เมียปลอมเอกสารไปหลอกแจ้งตาย

ภูมิธรรม เผย พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับทุกข้อเสนอ ปชน. รอพรรคส้มตัดสินใจ

เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่พรรคประชาชน แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาหารือกับแกนนำพรรคประชาชนเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากการประชุม นายภูมิธรรมได้นำทีมจากพรรคร่วมรัฐบาลแถลงข่าว ซึ่งมีตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา และพลังชาติไทย ถึงข้อเสนอของพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาล ตอบรับทุกข้อเสนอของพรรคประชาชน และรอการตัดสินใจจากพรรคส้มอย่างเป็นทางการในเร็ววัน

พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับทุกข้อเสนอ ปชน.

ในการพูดคุยครั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลได้แสดงท่าทีเปิดใจและพร้อมร่วมมือกับพรรคประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางการเมือง กระบวนการยุติธรรม และการรีเซ็ตโครงสร้างการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอหลักของพรรคร่วมรัฐบาล

ข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลที่นำเสนอแก่พรรคประชาชนรวมถึง:

  • ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ ที่อยู่ในระบบ
  • ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในกระบวนการทำหน้าที่ของรัฐบาล
  • ส่งเสริมการปฏิรูปตามแนวทางปฏิรูปประเทศที่เสนอโดยพรรคร่วม

จากข้อเสนอเหล่านี้ พรรคประชาชนยอมรับว่าเป็นแนวทางที่ขับเคลื่อนประเทศไปสู่เสถียรภาพได้ และจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรคและผู้แทนองคาพยพในวันที่ 1 กันยายนนี้

รอขั้นตอนภายในพรรคประชาชน

แม้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะแสดงความยินดีและตกลงกับข้อเสนอทั้งหมดของพรรคประชาชน แต่ก็ยังต้องรอผลการประชุมภายในพรรคประชาชนเพื่อตัดสินใจอย่างเป็นทางการว่าจะเลือกใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม กล่าวว่า “เราพร้อมที่จะยุบสภาให้เร็วที่สุด ไม่เกิน 4 เดือน ซึ่งหากมีความพร้อมมากขึ้น เราก็สามารถทำได้เร็วกว่านั้น”

บรรยากาศในการพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นถือว่ามีแนวทางร่วมกันที่ดี และถือเป็นการเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้กรอบร่วมของพรรคร่วมรัฐบาล

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้พื้นที่หน้าพรรคประชาชนจะยังคงมีเสียงของฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการเจรจา แต่ก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาร่วมให้กำลังใจด้วยการมอบดอกไม้ให้กับนายภูมิธรรมและนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ภายใต้คำพูดว่า “เพื่อไทยสู้ๆ”

การตัดสินใจของพรรคร่วมรัฐบาลที่ยอมรับข้อเสนอจากพรรคประชาชน แสดงให้เห็นว่าเขายังคงยึดมั่นต่อหน้าที่ในการนำประเทศพ้นวิกฤติ ซึ่งเป็นสื่นสำคัญที่จะทำให้การเมืองไทยกลับมาอยู่บน rails อย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งนี้อาจเปิดประตูให้ประชาชนได้เห็นภาพชัดเจนของการเมืองที่เน้นความร่วมมือมากกว่าความขัดแย้ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าติดตาม และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับความหวังใหม่ของบ้านเมือง

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เผย พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับทุกข้อเสนอ ‘ปชน.’ รอพรรคส้มตัดสินใจ