ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘คอหวย’ ตามส่องเลขเด็ด ‘ตะเคียนทอง’ 100 ปี วัดบ้านท่ามะปรางค์-โคราช

หากคุณเป็น ‘คอหวย’ ที่กำลังตามหาเลขเด็ดประจำงวด ห้ามพลาด! สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดบ้านท่ามะปรางค์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ ‘ตะเคียนทอง’ ต้นเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี อยู่บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อใหญ่ วัดที่มีชื่อเสียงในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาอย่างต่อเนื่อง ยังถูกเชื่อว่าสามารถเสกเลขเด็ดที่แม่นยำส่งเสริมโชคชะตาให้กับผู้ที่มากราบไหว้

‘คอหวย’ ตามส่องเลขเด็ด ‘ตะเคียนทอง’ 100 ปี วัดบ้านท่ามะปรางค์-โคราช

ในช่วงเทศกาลหรือใกล้วันหวยออก นักเสี่ยงโชคจากทั่วประเทศต่างแห่กันมานับเลขจาก ‘ตะเคียนทอง’ ที่มีรูปร่างแปลกตาและดูมีพลัง เนื่องจากสร้อยพุ่มใบหรือรากของต้นไม้จุดต่าง ๆ ดูแลคล้ายอักษรหรือตัวเลข โดยเฉพาะในงวดนี้ ผู้คนมองเห็นเลข 814, 427 และ 837 ที่ซ่อนอยู่ในโคน ราก หรือท่อนลำต้นของ ‘ตะเคียนทอง’ อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกตีความโดยผู้เชี่ยวชาญด้านหวยและคอหวยรายย่อยทั่วไป

ความเชื่อที่มีมานานเกี่ยวกับ ‘ตะเคียนทอง’ คืออะไร?

นับเป็นปีที่ผ่านมานานนับสิบ ๆ ปี ต้น ‘ตะเคียนทอง’ นี้ถูกงูหรือแมลงต่าง ๆ สัตว์แปลก ๆ ห่อหุ้มรากไว้ จึงมีข้าหลวงและอาวาสในพื้นที่เตือนว่ามีสิ่งไม่ธรรมชาติสิงสถิตอยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้กลับเป็นจุดเด่นที่ดึงดูด ‘คอหวย’ ให้เดินทางมากราบไหว้และขอพรให้ดวงดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังเอาก้อนดินจากบริเวณโคนต้นไปใช้ในพิธีบวงสรวงเพื่อเสริมโชคลาภและเสี่ยงทายหวยแยกส่วน

นายประทีป มุ่งยอดกลาง อดีตผู้ใหญ่บ้านท่ามะปรางค์ กล่าวว่า “ต้นนี้มีชาวบ้านขุดพบในลำคลอง ถือว่ายากที่จะหาต้นเดิมได้อีก ส่วนอายุแน่นอนว่านาน เพราะเดิมทีมีการตั้งแท่นบูชาและหลอมทองคำรอบ ๆ ต้นนี้ที่เคยถูกขุดพบรูปโบราณและเหรียญโบราณหลายตัว ซึ่งมีความเก่าแก่หลายร้อยปี ตอนนี้มีคนมาร้องขอโชคลาภ และคาดว่าใกล้วันหวยออก ต้องมีผู้ถูกรางวัลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเลขที่ปรากฏชัดบนโคนกิ่งด้านขวาของต้นนี้”

  • ต้นตะเคียนทองวัดบ้านท่ามะปรางค์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี
  • ในแต่ละงวด มี ‘คอหวย’ ต่างนำเลขที่เห็นจากโคนหรือกิ่งไปเสี่ยงโชค
  • มีพิธีบวงสรวงก่อนเสี่ยงโชคด้วยดินจากบริเวณโคนต้น
  • ใช้เลขเด็ด 814, 427, 837 ในการเสี่ยงทายสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้

อาการงูฟักตุ่น หรือพุ่มใบต่าง ๆ คล้ายตัวเลขที่ ‘ตะเคียนทอง’ เติบโตอยู่รายวัน ยิ่งสร้างความศรัทธาให้กับคอหวยที่เชื่อว่าทุกใบไม่ได้บังเอิญ แต่อาจเป็นลางบอกเหตุจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่护身คุ้มครอง ในขณะนี้ได้มีการขยายพื้นที่ให้ผู้ที่มาเสี่ยงโชคมีที่ยืนไหว้สะดวกมากขึ้น และมีการจัดทำแผ่นคาดรองเท้าให้บริเวณโคนต้น เพื่อรักษากำลังรูปทรงของรากต้นไม้ตลอดระยะเวลา

ใครที่มีทุนสำรองงวดนี้ ลองนำเลข 814, 427 และ 837 ไปเสี่ยงโชคดูได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าหวยเป็นเพียงการเสี่ยงโชค ควรทำด้วยความระมัดระวังและไม่ใช่การพึ่งพาอย่างเดียว หากมีใจศรัทธา หรืออยากรู้ลางบอกทางโชคลาภ ‘ตะเคียนทอง’ วัดบ้านท่ามะปรางค์คือจุดหมายที่ควรไปสักการะ!

ที่มา – ‘คอหวย’ ไม่พลาดตามส่องเลขเด็ด! ‘ตะเคียนทอง’ 100 ปี วัดบ้านท่ามะปรางค์-โคราช

ณัฐพงษ์ลั่น’พรรคประชาชน’ยังไม่จับมือใคร รอประชุมบ่าย 1 ก.ย.

สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงเวลานี้ยังคงตื่นตระหนก โดยเฉพาะหลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากชัดเจน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงแนวทางการร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า พรรคประชาชนยังไม่ประกาศจับมือกับใคร โดยยืนยันว่าไม่มีดีลลับใด ๆ เกิดขึ้น และการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคในวันที่ 1 กันยายนนี้

ณัฐพงษ์ลั่น’พรรคประชาชน’ยังไม่จับมือใคร

ในวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณัฐพงษ์ได้เผยข้อมูลว่า เป้าหมายของพรรคประชาชนตอนนี้คือใช้เสียงกว่า 140 เสียงเพื่อช่วย “ผ่าทางตันการเมือง” โดยไม่เข้าไปร่วมรัฐบาลโดยตรง แต่จะใช้เสียงในการ “โหวตเลือกนายกฯให้” ในกรณีที่พรรคใดพรรคหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลข้างมากได้ โดยระบุชัดว่าเป้าหมายคือการจัดตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”

ไม่มีดีลลับ ไม่มีเจรจาลับ

“เราไม่มีการเจรจาใต้โต๊ะ หรือการพูดปากเปล่า โดยไม่มีเจตจำนงที่ชัดเจน ไม่มีการแสดงข้อเสนออย่างเป็นทางการ เราจะไม่ถือว่าเป็นข้อเสนอใด ๆ ทั้งสิ้น” ณัฐพงษ์กล่าวชัดเจน โดยระบุอีกว่าหากพรรคใดต้องการเสนอข้อตกลงร่วมกับพรรคประชาชนต้องมีการส่งตัวแทนมาเจรจาอย่างเป็นทางการที่สำนักงานพรรค

  • ไม่มีดีลลับ
  • ไม่มีเจรจาหลังบ้าน
  • รับข้อเสนอเฉพาะที่มีการเจรจาเป็นทางการ

พรรคประชาชนจะเลือกใคร? ยังไม่มีคำตอบแน่นอน

ในที่ประชุมพรรคประชาชนที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กันยายนนี้จะเป็นเวทีที่เปิดรับความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคทุกฝ่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจ ณัฐพงษ์กล่าวว่า “พรรคประชาชนยังไม่จับมือใคร เพราะทุกพรรคยังมีสิทธิเท่ากัน การตัดสินใจจะออกจากการแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนจากพรรคต่าง ๆ และการยอมรับข้อเสนอ TOR ที่ปชน.วางไว้”

ข้อเสนอ TOR ของพรรคประชาชนมีเนื้อหาสำคัญที่ระบุให้พรรคที่ต้องการให้ ปชน.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ต้องยอมรับหลัก “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” พร้อมทั้งยอมรับข้อตกลงในการยุบสภาภายใน 4 เดือน หลังจากการแต่งตั้งรัฐบาล

ไม่สนผู้ที่เจรจาลับ

แม้จะมีข่าวออกมาว่าพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยมีการเจรจาลับกับพรรคประชาชน แต่ณัฐพงษ์ยืนยันชัดเจนว่า “การให้ข่าวโดยไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการ ไม่ถือเป็นข้อเสนอใด ๆ” ส่วนพรรคภูมิใจไทยซึ่งมีการส่งตัวแทนมาร่วมพูดคุยนั้นเป็นเพียงพรรคเดียวที่แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน

ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า “เรายังไม่ได้ประเมินว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจ แต่สิ่งที่จำเป็นคือการแสดงเจตนาอย่างเป็นทางการ” พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

วันนี้ยังไม่ตัดสินใจ รอที่ประชุมบ่ายวันที่ 1 ก.ย.

หัวหน้าพรรคอนุบาลนี้กล่าวว่า พรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโหวตใครเป็นนายกฯ โดยขอให้ทุกพรรคสามารถแสดงเจตนารมณ์ที่จริงใจ และหากยังไม่มีใครเข้าถึงข้อเสนอของเราอย่างเป็นทางการ ก็ยังไม่ถือว่ามีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น

“ทุกพรรคยังมีโอกาสเท่ากัน จนกว่าที่ประชุมพรรคจะมีการตัดสินใจ ณ ตอนนี้ พรรคประชาชนยังไม่จับมือใคร เพื่อเป็นการตัดสินใจให้เป็นธรรมและสะท้อนเสียงของประชาชนให้มากที่สุด” ณัฐพงษ์กล่าวสรุป

หากคุณเป็นผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ไม่ควรพลาดติดตามการประชุมพรรคประชาชนในวันที่ 1 กันยายนนี้ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาพการเมืองไทยในทันที

ที่มา – ‘ณัฐพงษ์’ ลั่น’พรรคประชาชน‘ยังไม่ประกาศจับมือกับใครรอที่ประชุมพรรคเคาะบ่าย 1 ก.ย.

อีฟ คว้าแชมป์หญิงคู่ กับ ออมสิน ลุ้นชิงหญิงเดี่ยว

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ศึกเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 รายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” สัปดาห์ที่สอง ได้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเวทีสำหรับนักเทนนิสทั่วโลก โดยเฉพาะในรายการหญิง ดับเบิลยู 35 ที่ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,016,700 บาท

อีฟ คว้าแชมป์หญิงคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ในการแข่งขันประเภท หญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยได้ส่งนักเทนนิสสาวคู่คี่ ประกอบด้วย “อีฟพัชรินทร์ ชีพชาญเดช และ “เอิร์ธเพียงธาร ผลิพืช ซึ่งเป็นนักเทนนิสทีมชาติไทยที่มีผลงานดีในซีเกมส์ 2025 ออกมาชิงความเป็นหนึ่ง โดยพวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทีมญี่ปุ่น ได้แก่ ซากุระ โฮโซกิ และ มิซากิ มัตสึดะ ด้วยคะแนน 2-0 เซต 6-3 และ 6-1 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างโดดเด่น

อีฟ และเอิร์ธ คว้าแชมป์หญิงคู่ อย่างน่าอัศจรรย์

อีฟ ลุยต่อในประเภทหญิงเดี่ยว

นอกจากความสำเร็จในประเภทคู่แล้ว “อีฟ” พัชรินทร์ ยังเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศประเภทหญิงเดี่ยว โดยสามารถเอาชนะ เอริ ชิมิสึ จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยผลการแข่งขัน 2-1 เซต 比分 6-1, 2-6 และ 7-5 ซึ่งถือเป็นการผ่านเข้าสู่ นัดชิงหญิงเดี่ยว ได้อย่างน่าประทับใจ และเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะคว้า แชมป์รายการที่ 4 ในปีนี้ ได้

สำหรับนัดชิงชนะเลิศในประเภทหญิงเดี่ยว “อีฟ” จะได้พบกับ “ออมสินอัญชิสา ฉันทะ นักเทนนิสสาวดาวรุ่งจากไทย ที่เพิ่งชนะคู่ต่อสู้จากเกาหลีใต้ คือ จาง กาอึล ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 6-2, 6-3 ก่อนหน้านี้ โดยการเปรียบศึกครั้งนี้ถือเป็น “บิ๊กแมตช์” ที่แฟนเทนนิสไม่ควรพลาด

ควบคู่ไปกับดาวรุ่งชาย

ในส่วนของเทนนิสชาย รายการ เอ็ม 15 ที่ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 508,350 บาท ได้มีความตื่นเต้นไม่แพ้กันโดยเฉพาะในประเภทชายคู่ โดย “แซคฐานทัพ สุขสำราญ ร่วมกับ ไซ คาร์ทีก เรดดี้ กันตา จากอินเดีย สามารถคว้าแชมป์ได้หลังเอาชนะคู่ต่อสู้จากอินเดียและญี่ปุ่น ด้วยผลการแข่งขัน 2-0 เซต 7-6 (7-0) และ 6-3

คู่มือแชมป์จากเทนนิสชายคู่ในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับ ประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ เห็นดาวรุ่งจากหลายประเทศชิงชัย เช่น โดมินิค ปาแลน จากเช็กเกิล ที่เอาชนะ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ จากอินเดีย ด้วยสกอร์ 7-6 (4), 4-6, 6-3 ส่วนในอีกหนึ่งคู่รอบรองชนะเลิศ แม็กซ์ เบซิ่ง จากสหราชอาณาจักร เอาชนะ มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ จากอินโดนีเซีย ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 6-2, 6-0

อีฟ” พัชรินทร์ และ “ออมสิน” อัญชิสา ถือเป็นสองนักเทนนิสไทยที่สร้างสรรค์ความประทับใจให้แฟนกีฬาทั้งประเทศได้อีกครั้ง ทั้งในด้านผลงานในสนาม และความเป็นนักกีฬาที่น่าชื่นชม ยิ่งขุนพลไทยทั้งสองมีโอกาสพบกันในนัดชิงของประเภทหญิงเดี่ยว ก็น่าจะเป็นการปิด>Showcase ของศึก ITF World Tennis Tour อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน

การมีนักกีฬาจากไทยเข้าถึงรอบสุดท้ายในหลายประเภท ไม่เพียงแค่เป็นเกียรติส่วนบุคคล แต่ยังเป็นที่มาของความหวังให้กับวงการเทนนิสไทยในอนาคต

อย่าลืมติดตามมุมเดือดของนัดชิง อีฟ กับ “ออมสิน” ใน “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” ได้ในเร็วๆ นี้!

ที่มา – “อีฟ” ฟอร์มเจ๋งควง “ออมสิน” คว้าแชมป์หญิงคู่ แถมเข้าชิงหญิงเดี่ยว ศึกเทนนิสไอทีเอฟ “จี เอช แบงก์”

สส.งูเห่าเพื่อไทย ทยอยออกกลุ่มไลน์พรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทางการเมือง โดยให้การสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ส่งผลให้เขาถูกดีดออกจากกลุ่มไลน์ สส.เพื่อไทยอย่างเป็นทางการ

สส.งูเห่าเพื่อไทย ทยอยแสดงจุดยืน

ขณะนี้มีรายงานว่า สส.หลายรายจากพรรคเพื่อไทย เริ่มทยอยออกจากกลุ่มไลน์หรือช่องทางการสื่อสารของพรรค โดยมีชื่อที่เป็นข่าวออกมาแล้ว เช่น นายประเสริฐ บุญเรือง สส.จังหวัดกาฬสินธุ์, พล.ต.ต.สุรพล บุญมา สส.นครนายก, นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ และนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ “สส.งูเห่าเพื่อไทย” ที่เตรียมเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

แนวโน้มจากกลุ่มสันทัดไฟ

สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ ความไม่แน่นอนภายในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มส.ส.ที่ยังไม่เปิดเผยท่าทีอย่างชัดเจน คาดว่ารายชื่อ “สส.งูเห่าเพื่อไทย” จะเพิ่มมากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตามจังหวะทางการเมืองที่ผันแปร ด้วยการที่แต่ละคนเริ่มจับตาดูโอกาสในการปรับท่าทีเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในระยะยาว

  • นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ – ผู้เปิดฉากการเปลี่ยนข้าง
  • นายประเสริฐ บุญเรือง – สส.จังหวัดกาฬสินธุ์
  • นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ – สส.จังหวัดศรีสะเกษ
  • นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร – บุคคลากรด้านวิชาการ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพรรคเพื่อไทยเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ท้าทาย ที่ซึ่งผู้นำพรรคยังไม่สามารถปักหลักในการตั้งรัฐบาลได้อย่างเด็ดขาด ทำให้บางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตของพรรค ท่ามกลางกระแสเสียงว่าพรรคภูมิใจไทยอาจเป็นทางเลือกใหม่มากกว่าเดิม

ทั้งนี้การ “สส.งูเห่าเพื่อไทย” ทยอยโผล่เรื่อย ๆ ในการแสดงท่าทีสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย อาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจอย่างมาก ถ้าจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ภาพรวมของพรรคเพื่อไทยถูกบ่อนทำลาย และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการเมืองไทย

แม้ตอนนี้พรรคเพื่อไทยจะยังไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการถึงการล่มสลายภายใน แต่ความเคลื่อนไหวของ “สส.งูเห่าเพื่อไทย” นี้แสดงถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่อหน้าที่ของพรรครุ่นเก่า มายังรัฐบาลในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด กรุณาติดตามข่าวสารให้ทันสถานการณ์ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศอย่างมาก

ที่มา – ‘สส.งูเห่าเพื่อไทย’ ทยอยออกกลุ่มไลน์พรรคเพื่อไทย

ไม่ตกขบวน! ‘อนุทิน’ สายตรงจีบ ‘พรรคชาติไทยพัฒนา’ ร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนาเปิดเผยว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยนำโดย นายอนุทิน ได้เดินสายจีบพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ล่าสุดมี สส.จากพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเข้าร่วมเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เอง นายอนุทิน ได้โทรศัพท์สายตรงถึงแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบร่วมกัน

ไม่ตกขบวน! ‘อนุทิน’ สายตรงจีบ ‘พรรคชาติไทยพัฒนา’ ร่วมรัฐบาล

จากกรณีการติดต่อทางโทรศัพท์ดังกล่าว แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาได้ยืนยันว่าการที่นายอนุทินเดินสายจีบพรรคต่าง ๆ นั้น แสดงถึงความตั้งใจจริงในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมที่มั่นคง ซึ่งทางพรรคชาติไทยพัฒนายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอย่างรอบคอบ และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การหารือภายในที่ประชุมพรรคเพื่อให้สมาชิกได้แสดงความเห็นก่อนที่จะให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

พรรคชาติไทยพัฒนาเตรียมพิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญในเชิงการเมือง หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบกว้าง ไม่ใช่รัฐบาลจากพรรครัฐบาลเดี่ยว ซึ่งวิธีนี้สามารถสร้างเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาวได้

พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นหนึ่งในพรรคราชการที่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่มองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการบริหารประเทศ การที่ ‘อนุทิน’ เลือกที่จะโทรศัพท์สายตรงมายังพรรคชาติไทยพัฒนาชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของพรรคนี้ในการเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ

  • การจัดตั้งรัฐบาลร่วมมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง
  • พรรคชาติไทยพัฒนามีฐานเสียงใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ
  • แนวทางประชาชนเป็นรัฐบาลสามารถรองรับนโยบายหลากหลายมิติ

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้สูงว่าพรรคชาติไทยพัฒนาอาจช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะในการผลักดันนโยบายที่ไม่ใช่เพียงแค่กฎหมาย แต่ควรพิจารณาถึงผลกระทบตลอดระยะยาวที่มีต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

ทิศทางของสถานการณ์ราวกับการ์ตูนเมืองไทย! เพราะในขณะที่พรรคภูมิใจไทยชูธงเชิญชวน เหล่าพรรคเล็ก – พรรคกลางต่างก็ถือโอกาสเสนอตัวเข้าสู่เวทีแห่งการพัฒนาบ้านเมือง การเลือกใช้การโทรสายตรงอย่าง ‘อนุทิน’ เองก็เพิ่มความลึกซึ้งให้กับภาพลักษณ์ของผู้นำคนนี้ว่าเข้าใจในพลวัตของการเมืองไทย

ดังนั้น การเข้าร่วมรัฐบาลควรเน้นการร่วมมืออย่างเปิดกว้างและตั้งใจที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้ประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่ชื่อพรรคที่จะขึ้นบนป้าย แต่เป็นการยกระดับแนวคิดที่จะยิ่งใหญ่ขึ้นในระดับชาติ

หากพรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจเข้าร่วม มันอาจเปลี่ยนแปลงภาพของการเมืองไทยในอีกทางหนึ่ง นักวิเคราะห์มองว่าการพัฒนาแนวทางที่แสวงหาเสียงให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและการแลกเปลี่ยนประโยชน์ระหว่างพรรคต่าง ๆ จะนำไปสู่ความมุ่งมั่นในระยะยาว

เมื่อการเมืองมีความโปร่งใสและเปิดกว้าง ประชาชนคือผู้ที่จะได้รับผลตอบแทนที่แท้จริงจากการบริหารราชการแผ่นดิน

ทุกอย่างยังคงอยู่ในช่วงเก็บตก รอคำตัดสินใจอย่างเป็นทางการของพรรคชาติไทยพัฒนา นำเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย เพื่อเปิดบทใหม่ของการเมืองประเทศไทยในวันข้างหน้า

อย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ตกข่าวในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบ้านเมืองไทย

ที่มา – ไม่ตกขบวน ! ‘อนุทิน’ สายตรงจีบ ‘พรรคชาติไทยพัฒนา’ ร่วมรัฐบาล

ชาวบ้านสุรินทร์แห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากสงครามชายแดนไทย-เขมร

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่วัดพัฒนาธรรมาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดบ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีประชาชนในพื้นที่เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อลงทะเบียนรับเงินเยียวยา สำหรับผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากสถานการณ์การเผชิญหน้าทางทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

ชาวบ้านสุรินทร์แห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากสงครามชายแดนไทย-เขมร

รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด โดยครอบคลุมถึง 45 อำเภอ 336 ตำบล และรวมถึงหมู่บ้านกว่า 4,081 แห่ง ซึ่งประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ทันที

สำหรับวงเงินช่วยเหลือมีการแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ การจ่ายเงินช่วยเหลืออพยพในอัตราครัวเรือนละ 2,000 บาท หากอพยพไม่เกิน 7 วัน และการจ่ายเงินเยียวยาในอัตราครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับกรณีที่มีการอพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป โดยการโอนเงินจะใช้ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นช่องทางด้วย วงเงินทั้งหมดที่ใช้ในการช่วยเหลือนี้อยู่ที่ 1,516 ล้านบาท

เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน

ประชากรในพื้นที่ต้องเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการยื่นลงทะเบียน ได้แก่

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบมอบอำนาจ (กรณีที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้)

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าในตำบลด่าน มีครัวเรือนที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเงื่อนไขนี้มากกว่า 3,000 ครัวเรือน และมีประชาชนต่างแห่ไปลงทะเบียนในพื้นที่ต่างๆ ตามหมู่บ้านอย่างคึกคัก

ในวันเดียวกันที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านบ้านออด หมู่ที่ 11 ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ก็มีประชาชนจำนวนมากมาลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา รวมทั้งสิ้น 157 คน โดยมีเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนพร้อมให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการรับเงินช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

ในโอกาสนี้ นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายปภพ ขอไชย ที่ปรึกษาฯ และทีมงานผู้ช่วย ก็ได้เดินทางไปยังพื้นที่เพื่อดูความคืบหน้าของการลงทะเบียน พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการหารือในที่ประชุมวุฒิสภา และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

การเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐอยู่เคียงข้างเสมอ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรงนี้ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของคุณ และเดินทางไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาโดยเร็ว

ที่มา – ‘ชาวบ้านสุรินทร์’ แห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา เหตุภัยสงครามสู้รบชายแดน ‘ไทย-เขมร’

ภูมิธรรม หนุน ปชน. แก้รัฐธรรมนูญ ส่ง ‘สสร.’ ใช้ฉบับ 40 ไปก่อน

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการสนับสนุนพรรคประชาชน (ปชน.) ในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า พรรคประชาชนต้องการจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2017 อย่างรอบด้าน โดยเสนอให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง และเสนอให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน หลังจากรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ภูมิธรรม หนุน ปชน. แก้รัฐธรรมนูญ ส่ง ‘สสร.’ ใช้ฉบับ 40 ไปก่อน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นในระบอบการเมืองไทยคือรัฐธรรมนูญปี 2017 ซึ่งส่งผลให้ระบบการเมืองผิดเพี้ยน จึงจำเป็นต้องมีการ “รีเซ็ตรวม” โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย และถอดแบบระบบที่เข้ากับทุกฝ่าย แม้ว่ากระบวนการจัดตั้งสสร. จะต้องใช้เวลา แต่ในการนี้เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเคยรับรองระบบประชาธิปไตยไว้ก่อนหน้านี้ มาใช้งานแฝงไว้ระหว่างที่รอสสร. จะทยอยจัดตั้ง

เสนอประชามติเรื่องความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังเสนอให้นำประเด็นหลายประเด็นที่ขัดแย้งกันในสังคมเข้าสู่การตัดสินใจโดยประชาชน อาทิ กรณีของ “เอ็มโอยู 43 44” รวมถึงความขัดแย้งเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเกิดจากการประยุกต์ใช้กฎหมายที่ผิดหลักความเป็นธรรม การจัดการผ่านประชามติจะช่วยให้ประชาชนได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนและเป็นทางเลือกเพื่อยุติข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

  • พรรคประชาชน (ปชน.) ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ
  • เสนอใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ระหว่างรอ สสร.
  • ยุบสภาภายใน 4 เดือน เชื่อว่าไม่ขัดขวาง
  • เสนอจัดประชามติถามประชาชนเกี่ยวกับ 43/44 ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการพูดคุยร่วมกับพรรคประชาชน (ปชน.) นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการดำเนินการพูดคุยเบื้องต้น ซึ่งเชื่อว่าความคิดของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยไม่ต่างกันมากนัก และหากมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศต่อไป

การแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนถ้อยคำ แต่เป็นการวางรากฐานของระบบการเมืองใหม่ให้อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและประชาธิปไตยที่แท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือสัญญาณที่ดีของกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการให้เกิดสันติภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือจากทุกกลุ่มในสังคม

คุณมีความเห็นอย่างไรกับแนวทางของ “ภูมิธรรม” ที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญและพึ่งพาระบบเก่าก่อน? ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่!

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’หนุน ‘ปชน.’แก้รัฐธรรมนูญ แนะระหว่างรอ‘สสร.’ใช้ฉบับ 40 ไปก่อน

เพื่อไทยเงียบเหงา แกนนำยกเลิกนัดเข้าพรรคอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศภายในพรรคเพื่อไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 30 ส.ค. กลับเงียบเหงาอย่างน่าสังเกต โดยมีข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า จะมีการประชุมภายในพรรคเพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลว่า ส.ส. บางส่วนอาจมีแนวโน้มหันไปให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณะอย่างมาก

นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และหนึ่งในแกนนำพรรค เพื่อไทย เคยกล่าวไว้ก่อนเข้าประชุม ครม. ว่าจะมีการหารือกับแกนนำภายในพรรคในช่วงบ่ายนี้ อย่างไรก็ตาม ข่าวล่าสุดระบุว่า การประชุมดังกล่าวถูกยกเลิก และไม่มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการ ทำให้บรรยากาศที่ทำการพรรคเงียบงันอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อไทยเงียบเหงา ไม่มีแกนนำเข้าพรรคอย่างเป็นทางการ

ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สื่อต่างก็ตั้งตารอความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิด โดยตั้งแต่เวลา 13.00 น. มีการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่พบว่ามีแกนนำพรรคเดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด แม้จะมีเพียงนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส. จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงที่ทำการในช่วง 14.20 น. แต่นายวรวัจน์ก็ระบุชัดเจนว่า ไม่ใช่การนัดหมายเป็นทางการ แต่เป็นการพูดคุยกันแบบไม่เป็นทางการของ ส.ส. ระหว่างกัน

สถานการณ์พรรคเพื่อไทยในตอนนี้

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ของพรรคเพื่อไทย ได้ทำการนัดหมายเพื่อหารือทิศทางการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานพรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่า การนัดหมายดังกล่าวได้ถูกยกเลิกแล้ว ไม่มีการประชุมหรือรวมตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในเส้นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งรัฐบาลและการจัดสรรบทบาทในระยะยาว ประชาชนและผู้ติดตามการเมืองจึงยังคงจับตามองว่าจะมีข้อมูลหรือการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ จากรอยด์แมปกว่าพรรคจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการหรือไม่

เมื่อพรรคการเมืองรายใหญ่อย่างเพื่อไทยไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน อาจทำให้เกิดการคาดเดาทางการเมืองที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่พรรคกลุ่มอื่นเริ่มขยับตัวและเร่งรัดกระบวนการสร้างรัฐบาล

ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์อาจจะต้องอดทนรอคอยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทยจะออกมาประกาศแนวทางหรือแผนงานใหม่ในอีกไม่ช้าหรือไม่

หากคุณติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด อย่าลืมกลับมาติดตามข่าวสารใหม่ ๆ กับเรา เพื่อไม่พลาดรายละเอียดสำคัญในฉากหลัง

ที่มา – ‘เพื่อไทย’ เงียบเหงาแกนนำยกเลิกนัดเข้าพรรค ด้าน สส.บางส่วน โผล่รวมตัวติดตามสถานการณ์

กรมอุตุฯ เตือนระวังพายุหนองฟ้ากระทบภาคเหนือ-อีสาน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5 (228/2568) เตือนประชาชนเตรียมรับมือกับ พายุหนองฟ้า ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมอุตุฯ เตือนระวังพายุหนองฟ้ากระทบภาคเหนือ-อีสาน

ตามประกาศเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พายุดีเปรสชันที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้น และกลายเป็นพายุโซนร้อน พายุหนองฟ้า แล้ว โดยมีศูนย์กลางพายุเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 25 กม./ชม. และคาดว่าจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

หลังจากขึ้นฝั่ง พายุหนองฟ้าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าปกคลุมพื้นที่ประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะเข้าประเทศไทยบริเวณภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลันและการไหลหลากของน้ำป่าในบางพื้นที่

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

กรมอุตุฯ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2568 หลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสานจะได้รับผลกระทบจาก พายุหนองฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนี้:

  • ภาคเหนือ: น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, ตาก, กำแพงเพชร, เชียงใหม่, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน และนครสวรรค์
  • ภาคอีสาน: นครพนม, สกลนคร, มุกดาหาร, บึงกาฬ, หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น และชัยภูมิ
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี, ตราด และสระแก้ว
  • ภาคใต้: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่ และตรัง

สำหรับภาคกลางตอนบนก็จะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 31 ส.ค. ไปจนถึงต้น ก.ย. โดยมีพื้นที่เสี่ยงได้แก่ ลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์ และอุทัยธานี

แนวทางการป้องกันจากกรมอุตุฯ

กรมอุตุฯ ได้เตือนให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน ตาม dõiข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง

สำหรับผู้อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ควรระวังลมแรงและคลื่นสูง บริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน โดยมีคลื่นสูงราว 2-3 เมตร ซึ่งอาจสูงกว่า 3 เมตรในพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง

ในสถานการณ์เช่นนี้ การติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานอย่างกรมอุตุฯ และสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุในพื้นที่ จะช่วยให้สามารถป้องกันตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา – ‘กรมอุตุฯ’ เตือนรับมือ ‘พายุหนองฟ้า’ กระทบภาคเหนือ-อีสานหลายจังหวัด

วท.ฉะเชิงเทรา fix-it จิตอาสา บริการตรวจซ่อมรถจยย.และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และ ผู้อำนวยการ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและครูผู้สอน ได้ร่วมดำเนินโครงการ fix-it จิตอาสา ร่วมกับชุมชนตำบลวังตะเคียน เพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และรถจักรยานยนต์แก่ประชาชนอย่างฟรีและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

วท.ฉะเชิงเทรา fix-it จิตอาสา บริการตรวจซ่อมรถจยย.และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี

ในวันดังกล่าว ได้มีนายรุ่งเรือง สูยะนันทน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา นายทองสุก ยอดมณี ครูที่ปรึกษาโครงการ ตลอดจนคณะครูและนักเรียนนักศึกษาจากแผนกวิชาต่าง ๆ เช่น แผนกวิชาช่างยนต์ แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง และสาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วมให้บริการอย่างจริงใจ

บริการซ่อมแซมครอบคลุมทุกด้าน

วท.ฉะเชิงเทรา ได้จัดให้มีบริการตรวจเช็คและซ่อมแซมรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น ตรวจเช็คความดันลมยาง ตั้งโซ่ ตรวจสอบไฟสัญญาณ ไฟส่องสว่าง และหัวเทียน เพื่อให้รถของประชาชนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ โครงการยังมีการให้บริการช่วยเหลือเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น พัดลม เตารีด หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า และตู้เย็น รวมไปถึงเครื่องยนต์ทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย

  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์
  • ตรวจความดันลมยางและตั้งโซ่
  • ตรวจสอบและซ่อมไฟสัญญาณและไฟส่องสว่าง
  • ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
  • ดูแลเครื่องยนต์การเกษตร

การดำเนินงานในครั้งนี้มีนายวิรัช พวงมณี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียน และนายสุชีพ ลายประดิษฐ์ กำนันตำบลวังตะเคียน ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดสถานที่ อำนวยความสะดวก และประสานให้ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการอย่างกว้างขวาง

โครงการ fix-it จิตอาสา ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้ความรู้ทางด้านเทคนิคกับการให้บริการสังคมโดยตรง พร้อมกับส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความเอื้ออาทรต่อชุมชนอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นคนในพื้นที่และพลาดโอกาสนี้ ต้องติดตามกิจกรรมที่ใกล้บ้านคุณในครั้งต่อไป เพราะการเข้าถึงบริการดี ๆ แบบนี้ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริง ๆ

ที่มา – วท.ฉะเชิงเทรา fix-it จิตอาสา ให้บริการตรวจซ่อรถจยย. เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี