ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

จับแก๊งบัญชีม้าชาวไทยหนีตายจากเขมร เพราะไปถึงไม่เหมือนที่คุยกันไว้

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่ตามมาคือการ จับแก๊งบัญชีม้าชาวไทย ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่ถูกชักชวนไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการกระทำการผิดกฎหมายในกัมพูชา และเมื่อถึงจุดหมายแล้วพบว่า “ไม่เหมือนที่คุยกันไว้” จึงจำใจต้องหนีตายกลับมาไทยผ่านทางธรรมชาติ

จับแก๊งบัญชีม้าชาวไทยหนีตายจากเขมร เพราะไปถึงไม่เหมือนที่คุยกันไว้

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.4) ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้จับกุมชาวไทย 5 คน ที่ลักลอบข้ามแดนจากกัมพูชาเข้ามาในไทย บริเวณตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกชักชวนไปเปิดบัญชีธนาคารในชื่อตัวเองผ่านสื่อออนไลน์

โดนชักชวนออนไลน์ แลกเปิดบัญชีธนาคาร

จากการสอบสวนพบว่า คนกลุ่มนี้ได้รับการติดต่อจากแอดมินชาวไทยผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเสนอค่าตอบแทนสูง หากยอมเปิดบัญชีธนาคารจร 5-6 บัญชี และพามาส่งที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา แต่เมื่อไปถึงจริง ๆ กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลง และแข่งขันถูกบังคับให้ทำงานในธุรกิจเสี่ยง อันได้แก่ คาสิโนออนไลน์ จึงตัดสินใจหลบหนีกลับบ้านเกิด

  • พบ 5 คนเป็นคนไทย
  • ถูกชักชวนผ่านออนไลน์
  • เปิดบัญชีจร 5-6 บัญชีต่อคน
  • ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลง

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คนนี้ และส่งมอบให้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านบ้านผักกาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยมีความผิดฐาน “เป็นคนไทยเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งมิใช่ช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง” พร้อมทั้งปรับตามกฎหมาย และบันทึกพฤติกรรมไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ย้ำเตือนว่า ธุรกิจด้านคาสิโนออนไลน์มักใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ในการชักชวนเหยื่อ โดยปกปิดความเสี่ยงเพื่อหลอกลวงคนให้ไปเปิดบัญชี โดยแท้จริงแล้วเป็นกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ที่ใช้ชีวิตของผู้อื่นเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์

เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ไม่ควรเชื่อคำชวนที่ดูดีเกินจริง หากพบเบาะแสเหล่านี้ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีประชาชนตกเป็นเหยื่อมากขึ้น รวมถึงเดินทางข้ามชาติผ่านช่องทางถูกกฎหมายเท่านั้น

ที่มา – จับแก๊งบัญชีม้าชาวไทยหนีตายจากเขมร เพราะไปถึงไม่เหมือนที่คุยกันไว้

ภูมิธรรม นำทีมทลายบ่อน นวย ดอนเมือง รวบ 176 คน

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ส.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมการปกครอง ได้เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบพยศ” เข้าจับกุมบ่อนการพนันที่มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนาน “นวย ดอนเมือง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านเลขที่ 3 ซอยสรงประภา 1 เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงลักลอบเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง

ภูมิธรรม นำทีมทลายบ่อน นวย ดอนเมือง

เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดเหล็กตัดประตูเข้าบุก พบว่าแหล่งพนันแห่งนี้ถูกดัดแปลงจากสนามฟุตซอลเก่า มีห้องพนันครบวงจรทั้งหมด 5 ห้อง บวกกับห้อง VIP 1 ห้อง ภายในมีนักพนันรวมกัน 176 คน เป็นชาย 62 คน และหญิง 114 คน พร้อมด้วยเงินสดกว่า 1 ล้านบาท มีสลิปเงินฝากรวมกว่า 4 ล้านบาทในวันเดียว และสมุดบัญชีธนาคาร 17 เล่ม ชื่อเดียวกันทั้งหมด ยังมีอุปกรณ์เครื่องพนัน ชิป และบริการอาหาร-เครื่องดื่มให้เล่นภายใน

การสืบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการคดี

จากข้อมูลของนายภูมิธรรม เวชยชัย เผยว่าเงินหมุนเวียนภายในบ่อนอยู่ระหว่าง 5-10 ล้านบาทต่อวันหรือราว 300-400 ล้านบาทต่อเดือน โดยเฉพาะห้อง VIP ที่มีการหมุนเวียนสูงสุด ราว 3-4 ล้านบาทต่อชั่วโมง ขณะนี้ทราบตัวผู้ถือครองพื้นที่ และเจ้าของบัญชีธนาคาร แต่ต้องสืบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระแสเงินและพฤติกรรมฟอกเงินที่อาจเกี่ยวข้อง

สำหรับผู้เปิดให้เล่นการพนัน คือ “ป๋านวย” อายุ 69 ปี ซึ่งมีคดีเก่าค้างไว้ถึง 9 คดีและมีหมายศาลควบคุมตัวไว้ อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ผู้จัดการการพนันคืออีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและรวบรวมหลักฐานได้แล้ว

  • จับกุมนักพนันรวม 176 คน
  • ยึดเงินสดกว่า 1 ล้านบาท
  • สืบสวนเจ้าของบัญชีเงินสะพัด 17 เล่ม
  • ตรวจสอบความเชื่อมโยงการฟอกเงิน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวว่า ความพยายามของตำรวจในการขอหมายค้นมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ศาลเคยยกคำร้องไว้หลายครั้ง จึงทำให้ต้องพึ่งกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษจากกรมการปกครองที่สามารถเข้าดำเนินการจับกุมได้ในครั้งนี้

การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในด้านการปราบปรามพนันในพื้นที่ที่เปิดซ้ำหลายครั้ง ทั้งยังเป็นสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของรัฐที่จะไม่ตอบโต้และปล่อยให้กลุ่มผู้กระทำผิดดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายต่อไป อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบกำกับดูแลสถานที่พนันในอนาคต

หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหรือความบันเทิง ควรพิจารณากฎหมายและกฎหมายระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยรวม

ที่มา – “ภูมิธรรม” นำทีมทลายบ่อน “นวย ดอนเมือง” รวบนักพนัน 176 ราย พบเงินสะพัดหลักร้อยล้าน

รร.บ้านโจรกสร้างหลุมหลบภัยเพิ่ม รับมือเหตุระเบิดใกล้ชายแดน

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ใกล้ชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องใช้ชีวิตและเรียนหนังสืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ล่าสุด โรงเรียนบ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเคยตกเป็นเป้าหมายของเหตุระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เร่งดำเนินการสร้าง หลุมหลบภัย เพิ่มเติมเพื่อป้องกันนักเรียนจากการโจมตีจากภัยอันตรายในอนาคต

รร.บ้านโจรกสร้างหลุมหลบภัยเพิ่ม รับมือเหตุระเบิดใกล้ชายแดน

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงเรียนบ้านโจรก ที่มีเหตุระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่เข้าใส่บริเวณโรงเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ทั้งนักเรียนวัย 8 ขวบ และชาวบ้านอีก 1 คน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน นับเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน นายปรีญา เกษดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจรก ได้ประสานความร่วมมือกับ ส.ส. หน่วยงานท้องถิ่น และผู้ใจบุญต่างๆ เพื่อเร่งสร้าง หลุมหลบภัย เพิ่มเติมอีก 1 จุด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง ทำให้โรงเรียนมี หลุมหลบภัย ทั้งหมด 4 จุด จากเดิมที่มีเพียง 3 จุด ซึ่งหลายจุดอยู่ในสภาพทรุดโทรมและไม่สามารถรองรับนักเรียนได้มากเพียงพอ

ความร่วมมือจากชุมชนช่วยเสริมความปลอดภัย

นอกจากนี้ ทีมงานผู้ใหญ่บ้านขนงพระใต้ จากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้นำโดยนางลำดวน ขำปู่ ได้นำยางรถยนต์จำนวน 1 รถพ่วงบริจาคให้โรงเรียนบ้านโจรก เพื่อนำไปใช้เสริมความแข็งแรงของหลุมหลบภัย และยังสามารถป้องกันเศษกระสุนในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้ อย่างไรก็ตาม ยางที่ได้รับบริจาคในขณะนี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงเรียน

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงเปิดรับบริจาคยางรถยนต์ ตาข่าย และแสลนเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงและเสริมความแข็งแรงของ หลุมหลบภัย ให้สามารถรองรับนักเรียนได้มากขึ้น รวมถึงการป้องกันอันตรายจากโดรนที่อาจเข้ามาในพื้นที่ได้ หากผู้มีจิตศรัทธาต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สิบเอก วรุธ ภิชาเศวตว์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน โทรศัพท์ 065-7516233

นายปรีญา กล่าวว่า “ขอบคุณทุกท่านมากที่ให้ความช่วยเหลือ เราจะปรับปรุงหลุมหลบภัยให้กว้างและใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับนักเรียนให้ได้มากขึ้น พร้อมกับเสริมความแข็งแรงด้วยยางรถยนต์และแสลนเพื่อป้องกันภัยจากโดรน เรายังคงต้องการความช่วยเหลือจากสังคมเพิ่มเติม เพราะสถานการณ์ยังคงไม่น่าไว้วางใจ”

ความร่วมมือจากสังคมในครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการปกป้องสิ่งที่มีค่าที่สุดในสังคม นั่นคือความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยของเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ หากทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุน โรงเรียนบ้านโจรกจะสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยความแข็งแกร่งและหวังแน่วแน่ในวันข้างหน้า

ที่มา – รร.บ้านโจรกสร้างหลุมหลบภัยเพิ่ม รับมือเหตุระเบิดใกล้ชายแดนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ด่วน! บุกทลายบ่อนดังกลางดึกย่านดอนเมือง

เหตุการณ์ด่วนที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลายเป็นที่กล่าวขวัญของประชาชนเมืองไทย โดยหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการ บุกทลายบ่อนดังกลางดึกย่านดอนเมือง อย่างเด็ดขาด ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “สิงห์ปราบพยศ” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการพนันที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ชุมชน

บุกทลายบ่อนดังกลางดึกย่านดอนเมือง

ในวันที่ 27 สิงหาคม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครอง บุกค้นบ่อนพนันในย่านดอนเมือง บริเวณซอยสรงประภา 1 เขตดอนเมือง กทม.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สถานที่ที่เคยเป็นสนามฟุตซอล “เกียรติ ดอนเมือง” ได้ถูกแปรสภาพเป็นบ่อนเล่นการพนันแบบแยกห้องๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ซึ่งหน่วยงานที่ดำเนินการสามารถริบกุมนักพนันได้ทั้งสิ้น 176 คน โดยแบ่งการเล่นพนันออกเป็นหลายชนิด ได้แก่ กำถั่ว ไฮโล และเสือมังกร

เงินสดจำนวนมากถูกยึด

นอกจากนักพนันที่ถูกจับกุม ยังพบอุปกรณ์การเล่นพนันต่างๆ และเงินสดจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินการครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายงานว่าเขาเป็นบ่อนที่ถูกดำเนินการมายาวนาน เคยถูกเข้าจับกุมแล้วไม่น้อยกว่า 10 ครั้งจากตำรวจสน.ดอนเมือง แต่ครั้งนี้กรมการปกครองต้องการเดินหน้าสลายอย่างจริงจัง

  • ดำเนินการภายใต้ชื่อ: สิงห์ปราบพยศ
  • สถานที่เกิดเหตุ: ซอยสรงประภา 1 แขวงดอนเมือง
  • จำนวนผู้ถูกจับกุม: 176 คน
  • ทรัพย์สินถูกยึด: เงินสดและอุปกรณ์การพนัน

การปฏิบัติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของหน่วยงานรัฐที่ต้องการขจัดบ่อนพนันที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม การจับกุมในจำนวนมากในครั้งเดียว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและพฤติกรรมที่เข้มแข็งในการปฏิบัติตามกฎหมาย

ประชาชนจำนวนมากได้รับความปลอดภัยจากการปราบปรามบ่อนพนัน ซึ่งมักจะเป็นที่มาของอาชญากรรม เช่น ความรุนแรง การฉ้อโกง และการฟอกเงิน การ บุกทลายบ่อนดังกลางดึกย่านดอนเมือง จึงเป็นการเปิดฉากให้ประชาชนได้มีพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ชีวิตประจำวันในย่านดอนเมือง คงจะรู้สึกโล่งใจสูดลมหายใจลึกๆ ได้เลยเมื่อเห็นว่าที่อยู่อาศัยของตัวเองเริ่มปลอดจากกิจกรรมอันเป็นอันตราย การกระทำผิดที่เคยมีการลักลอบทำซ้ำมาตลอด ได้ถูกจัดการอย่างเห็นผลในครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การสลายบ่อนดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแปลงโฉมพื้นที่ แต่เป็นการปลดเปลื้องความเสี่ยงที่มากับสายเงินสายทองมาสู่ความสงบสุขในพื้นที่ ดังนั้น ควรให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยงานที่เข้มแข็งในระบบ เพื่อให้ความยุติธรรมมีชัยเหนือความชั่วร้าย

ที่มา – ด่วน! บุกทลายบ่อนดังกลางดึกย่านดอนเมือง รวบนักพนันเกือบ 200 คน-ยึดเงินสดอื้อ

ลิลลี่ยันเพื่อนไม่คบซ้อน เผยเรื่องมารี-เชอรีน

ลิลลี่ ภัณฑิลา ได้ออกมาชี้แจงกรณีโลกโซเชียลขุดคลิปเก่าของรายการ “ว่ามาดิ with Lily and Marie” ที่เธอร่วมดำเนินรายการกับ “มารี เบรินเนอร์” และมี “เชอรีน ณัฐจารี” เป็นแขกรับเชิญในช่วงที่ตั้งครรภ์ เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งประเด็นที่ถูกหยิบมาวิจารณ์อย่างหนักคือคำตอบของมารีที่ว่า “จะไม่คบกับแฟนเก่าของเพื่อน” ทำให้หลายคนเชื่อว่าเธอคบซ้อนกับบอส แฟนเก่าของเชอรีน

ลิลลี่ยันเพื่อนไม่ได้คบซ้อน

ล่าสุด ลิลลี่ได้เปิดใจถึงประเด็นนี้ในการแถลงการณ์ที่งาน “ROYAL IVY REGATTA x MONET” เธอชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วเธอและมารีเป็นเพื่อนกันโดยตลอด ส่วนกับเชอรีนไม่ได้สนิทกันในแบบเพื่อนใกล้ชิด แม้จะมีโอกาสเจอหน้าบ้างในการทำงาน แต่ก็ทักทายกันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

“เรารู้จักมารีมานานมาก และก็อยู่ด้วยกันในหลาย ๆ โครงการ เธอเป็นเพื่อนที่สนิทและเชื่อใจได้ ส่วนเรื่องที่คนพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมารีกับเชอรีน ลี่บอกตรง ๆ ว่าไม่สนิทกันเลย แค่เจอกันตามงานเท่านั้น” ลิลลี่กล่าวอย่างชัดเจน

ลิลลี่เผยกังวลเรื่องการโดนวิพากษ์วิจารณ์

เธอเผยว่าตนเองตกใจกับกระแสที่เกิดขึ้นอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เป็นคลิปเก่าที่นำมาตีความใหม่ ลิลลี่ยังกล่าวอีกว่า หลังจากมีเหตุการณ์การขับรถภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ของมารี เธอได้ติดต่อเพื่อให้กำลังใจไปแล้ว และทราบว่ามารีต้องการอยู่กับตัวเองช่วงนี้

“เขาบอกกับฉันว่าจะโทรกลับมาทีหลัง เพราะตอนนี้ต้องการเวลาและพักใจ ซึ่งหากสิ่งที่เกิดขึ้นผิด เราก็ต้องยอมรับมัน และหันหน้าเข้าหาผลลัพธ์ที่ตามมา”

  • ความสัมพันธ์กับมารีเป็นเพื่อนกันจริง ๆ
  • ไม่เคยมีเหตุการณ์ดื่มแล้วขับรถก่อนหน้า
  • ไม่ได้รู้จักเชอรีนในระดับสนิท
  • ไม่มีการไปปรึกษาเรื่องความรักกับมารี

ลิลลี่ยันเพื่อนไม่คบซ้อน

เธอสร้างใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกับมารีเป็นเรื่องระหว่างมารีกับบุคคลอื่น ที่ลี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ และโวหารว่าเพื่อนเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ตัวเองโดนทำร้ายเหมือนที่เคยมีข่าวนานมาแล้ว

“การจะให้ลี่ไปเชื่อหรือไม่ว่ามารีไม่ได้คบซ้อน เราเชื่อว่าเขาเลือกคนที่เข้าใจเขาดี และไม่ใช่แบบที่เคยมีข่าวในอดีต”

ลิลลี่ยืนยันอีกว่าสิ่งที่คนขุดค้นมานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แค่คลิปเก่าที่ถูกดึงมาวิเคราะห์ตีความผิด ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของมารีมากกว่า ไม่ควรตีแผ่อีกต่อไป

เธอสรุปด้วยว่า “สิ่งที่มารีพูดตอนนั้น ลี่คิดว่าเป็นเพียงมุมมองของเขา ไม่ใช่การบอกว่าเขาจะไปจีบใคร ไม่มีอะไรเกินจริงใด ๆ ทั้งสิ้น”

ทั้งนี้ ลิลลี่ยังมีคำขอต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปว่า ควรเผื่อความผิดของเพื่อนและเปิดโอกาสให้เขาได้พูดออกมาด้วยตัวเองมากกว่าการวิจารณ์อย่างไม่เห็นใจ

ในที่สุด “ลิลลี่ยันเพื่อนไม่คบซ้อน” อย่างเด็ดขาด และยังคงเป็นกำลังใจให้ “มารี” ตลอดจนแม้จะอยู่ไกลกัน แต่ใจก็ยังสนิทเสมอ

ที่มา – ‘ลิลลี่’ ยันเพื่อนไม่ได้คบซ้อน เผยความสัมพันธ์ ‘มารี-เชอรีน’ รับห่วงกลัวเครียดหนัก!

หมอสมองผ่าเกม หมอบี ใช้เทคนิคถามนำปั่นความจำ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ หรือนพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้ออกมาวิเคราะห์พฤติกรรมของ “หมอบี” ที่ใช้เทคนิค “ถามนำ” หรือ leading questions เพื่อควบคุมบทสนทนาและหลีกเลี่ยงการตอบคำถามโดยตรง ทั้งในรายการโทรทัศน์และขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เรียกว่าการ “ปั่นความจำ” ของผู้ฟังให้เข้ากรอบที่ตั้งไว้

หมอสมองผ่าเกม หมอบี ใช้เทคนิคถามนำปั่นความจำ

เทคนิค “ถามนำ” คือการใช้คำถามที่มีลักษณะชี้นำผู้ตอบให้ตอบตามกรอบที่ผู้ตั้งคำถามต้องการ แทนที่จะให้ข้อมูลโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมบทสนทนา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง เช่น ขณะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีความ

ตัวอย่างในโพสต์ระบุว่า ถ้าต้องการให้คนพูดถึง “แม่บ้าน” อาจถามว่า “ที่บ้านมีใครทำกับข้าวให้ใช่ไหมครับ?” แทนที่จะถามตรง ๆ ว่า “ใครทำกับข้าวให้คุณ?” คำถามลักษณะนี้จะทำให้อีกฝ่ายตอบไปในกรอบของคำถาม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกควบคุมบทสนทนาอยู่

ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของความจำ

ในทางจิตวิทยา เทคนิคนี้สัมพันธ์กับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Misinformation Effect” ซึ่งคือเมื่อข้อมูลหลังเกิดเหตุการณ์ (post-event information) ถูกนำมาผสานกับความทรงจำเดิม จนเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนความทรงจำจริง คนจะสามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นผิดพลาด หรือแม้กระทั่ง “เชื่อว่ามันเกิดขึ้น” ทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

  • ช่วยควบคุมทิศทางการสนทนา
  • ลดแรงกดดันเมื่อถูกซักถาม
  • ซื้อเวลาเพื่อเลี่ยงการตอบตรงประเด็น

เมื่อหมอบีโดนคำถามในคดี เช่น “คุณรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ไหม?” เขาไม่ตอบว่า “รู้” หรือ “ไม่รู้” ตรง ๆ แต่จะเปลี่ยนบทบาทโดยใช้คำถามกลับ เช่น “คุณหมายถึงวันที่มีคนนั้นอยู่ด้วยใช่ไหมครับ?” หรือ “ที่ว่ารู้เห็น หมายถึงเห็นด้วยตาเอง หรือหมายถึงได้ยินจากคนอื่น?” คำถามเหล่านี้จะทำให้ผู้ตั้งคำถามต้องปรับการตั้งคำถามใหม่ และกลายเป็นว่าเป็นหมอบีที่เป็นผู้ควบคุมบทสนทนาในขณะนั้น ไม่ใช่แค่ผู้ตอบคำถาม

Greg: หนึ่งในกลไกที่น่าสนใจคือ “Source Monitoring Error” ซึ่งคือความผิดพลาดในการจำแนกที่มาของข้อมูล ว่าสิ่งที่เรารู้มานั้น เราเห็นด้วยตาตนเอง หรือได้ยินมาจากผู้อื่นหรือคำถามชี้นำ การที่สมองจะ “รวมข้อมูลใหม่” เข้ากับความทรงจำเดิม ทำให้หลายครั้งเรา “เชื่อว่ามันคือความทรงจำของเรา” ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นภายหลัง

เทคนิคนี้มิใช่ของใหม่ แต่เป็นกลวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายวงการ เช่น วงการนักจิตวิทยา นักสื่อสารมวลชน นักสืบ หรือแม้กระทั่งในคดีความ ทนายความหลายคนก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ในการหลีกเลี่ยงข้อมูลหรือควบคุมบทพูดของคู่ความ

การที่ หมอสมองผ่าเกม หมอบี อย่างละเอียด แสดงให้เห็นว่าความรู้เกี่ยวกับสมองและจิตวิทยา ไม่ใช่แค่เพื่อเข้าใจผู้ป่วย แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อควบคุมบทสนทนา ป้องกันตัว หรือแม้กระทั่งหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในคดีความ

เมื่อเราเข้าใจว่ากระบวนการความจำของมนุษย์นั้นมี “ช่องโหว่” เราอาจมองผู้อื่นในสายตาที่รอบด้านขึ้น และคิดวิเคราะห์มากขึ้นก่อนจะเชื่อถือบางสิ่งอย่างงมงาย

ที่มา – หมอสมองผ่าเกม “หมอบี” แฉใช้เทคนิค “ถามนำ” ปั่นความจำคนดู–เนียนเลี่ยงตอบคดี

สาลิกาดงจืดสนิทหมาป่าปัดข้อเสนอสตรานด์ ลาร์เซนรอบ2

ข่าวที่แฟนบอล “สาลิกาดง” หรือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คงต้องลุ้นกันต่อไป เพราะล่าสุดสโมสรได้รับคำตอบที่น่าผิดหวังอีกครั้งจาก “หมาป่า” หรือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่ปัดข้อเสนอขอซื้อตัว สตรานด์ ลาร์เซน หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ เป็นครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

สาลิกาดงเสนอราคาสูงแต่หมาป่าไม่ขาย

จากการรายงานของสื่อดังอย่าง “ดิ แอธเลติก” เปิดเผยว่า นิวคาสเซิลพยายามเจรจาเซ็นสัญญา สตรานด์ ลาร์เซน อีกครั้งด้วยข้อเสนอที่มีตัวเลขสูงถึง 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,420 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าข้อเสนอที่น่าสนใจมาก แต่ก็ยังไม่สามารถไปต่อได้กับความตั้งใจของ วูล์ฟส์ ที่ชัดเจนว่า “ไม่มีขาย”

วูล์ฟแฮมป์ตันต้องการเก็บ สตรานด์ ลาร์เซน ไว้ใช้งานต่อ เพราะกังวลว่าหากปล่อยตัวไปแล้วจะหาตัวแทนได้ไม่ทันก่อนปิดตลาดนักเตะในวันที่ 1 กันยายนนี้ จึงทำให้แนวรุกทีมชาตินอร์เวย์ยังคงตกเป็นข่าวกับ นิวคาสเซิล ต่อไป

สาลิกาดงต้องการตัวแทนวิลสัน

ขณะที่ความต้องการของ “สาลิกาดง” ก็ชัดเจนเช่นกัน เพราะพวกเขาวางแผนที่จะเซ็นสัญญาหัวหอกใหม่มาเป็นตัวแทนของ คัลลัม วิลสัน ที่เพิ่งหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้แนวรุกของทีมเหลือแค่ไม่กี่ตัวเลือก

ที่สำคัญคือ นิวคาสเซิล ไม่ได้ต้องการ สตรานด์ ลาร์เซน เพื่อแทนที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่เพิ่งย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล เพราะอิซัคไม่ใช่ตัวเลือกภายในทีมแล้ว แต่เป็นการเสริมทัพเพื่อเติมเต็มตำแหน่งกองหน้าเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สตรานด์ ลาร์เซน เองก็เปิดเผยว่ามีความสนใจที่จะย้ายไปเล่นให้กับ นิวคาสเซิล เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ต้องการย้ายไปแบบเร่งรีบจนต้องลุกขึ้นมาขอบอกสโมสรเดิมโดยตรงเหมือนกรณีของ อิซัค ทำให้ความเป็นไปได้ในตลาดซื้อขายนี้ยังคงเป็นไปได้อยู่หลายทาง

อนาคตของ “หมาป่า” และกองหน้าไร้ที่สิ้นสุด?

ปัจจุบัน วูล์ฟแฮมป์ตัน ไม่มีความคืบหน้าในการหาตัวกองหน้าคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบบยืมตัวหรือซื้อขาด ทำให้การโฮลดิ้ง สตรานด์ ลาร์เซน ไว้กับทีมเป็นการเคลื่อนไหวที่มีเหตุผลมากกว่าการปล่อยตัวทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีใครเข้ามาแทน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง แฟนบอลนิวคาสเซิลก็คงต้องลุ้นต่อไปว่า “สาลิกาดง” จะสามารถพา สตรานด์ ลาร์เซน มาร่วมทีมได้จริงหรือไม่ ก่อนที่ตลาดจะปิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพราะหากไม่มีการเสริมทัพอีก ผลงานในฤดูกาลใหม่นี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

การทำงานของผู้บริหารนิวคาสเซิลยังมีจุดอ่อนตรงที่การเคลื่อนไหวไม่ทันตลาด การไม่สามารถปิดดีลสำคัญในตลาดซื้อขายนี้อาจทำให้ทีมเสียเปรียบในระยะยาว แฟน ๆ คงต้องฉีกหน้าตั้งใจรอผลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

จากสถานการณ์ตอนนี้ ยังมีโอกาสที่ “หมาป่า” จะยอมประนีประนอมหากมีข้อเสนอที่ตอบโจทย์มากพอ แต่teamsoccer news สื่อที่ติดตามทีมใกล้ชิด เผยว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่น้อยมาก และแนวโน้มจะจบตลาดโดย วูล์ฟส์ ยังคงไม่เผลอปล่อยตัว สตรานด์ ลาร์เซน ไปเช่นเคย

ในฐานะแฟนบอลพรีเมียร์ลีกที่ติดตามข่าวทุกวันเวลานี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะ สตรานด์ ลาร์เซน อาจกลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญในการตัดสินผลงานของหลายทีมในฤดูกาลนี้

หากคุณเป็นแฟน นิวคาสเซิล หรือ วูล์ฟส์ อย่าลืมติดตามการอัปเดตสถานการณ์ตลาดซื้อขายนักเตะอย่างใกล้ชิด เพราะใครจะคาดคิดว่าวงการสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดไหนในเวลาไม่กี่วันหลังเปิดฤดูกาล?

ที่มา – “สาลิกาดง” จืดสนิท “หมาป่า” ปัดข้อเสนอขอซื้อ “สตรานด์ ลาร์เซน” รอบ 2

ริต้า ปัดดราม่าไม่ใช่เมนเทอร์ที่มีปัญหากับลูกเกด

กระแส
#กัลยาณมิตร จากแคมเปญ The Face Thailand กลับมาสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคลิปตอนที่
“ศรีริต้า เจนเซ่น” รับบทเมนเทอร์ในซีซันก่อนถูกนำกลับมาแชร์อย่างล้นหลาม พร้อมทั้งข่าวลือว่าริต้าเป็นเมนเทอร์คนหนึ่งที่มีความขัดแย้งกับ “ลูกเกด เมทินี” ต่อให้จบการทำงานร่วมกันไปแล้ว

ริต้า ปัดดราม่าไม่ใช่เมนเทอร์ที่มีปัญหากับลูกเกด

“ริต้า” ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการในประเด็นที่ถูกโยงว่าเป็นเมนเทอร์คนที่ไม่สามารถคุยด้วยหลังจบรายการ The Face ได้ พร้อมยืนยันว่าเขายังคงเป็นกัลยาณมิตรกับ “ลูกเกด เมทินี” ตลอดมา ระบุชัดว่าจำเป็นต้องทำหน้าที่อย่างเข้มงวดในช่วงถ่ายทำเพื่อให้รายการมีความสนุกและน่าติดตาม แต่ทุกอย่างเป็นเพียงบทบาทในแคมเปญเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

“เราไม่รู้เลยว่าพี่เกดหมายถึงใคร แต่ตัวริต้าเองรักและเคารพพี่เกดตั้งแต่วันแรกที่ได้ร่วมงาน จนถึงวันสุดท้าย และหลังจบรายการก็ยังติดต่อกัน เป็นกัลยาณมิตรเหมือนเดิม” ศรีริต้ากล่าวกับผู้สื่อข่าวพร้อมย้ำว่า

ความสัมพันธ์ในแคมเปญไม่ใช่เรื่องจริง

เธออธิบายต่อว่า การแสดงออกในรายการเป็นไปตามอารมณ์ของฉากและการดำเนินเกม ซึ่งต่างฝ่ายต่างมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของการแข่งขัน “ตอนนั้นเราก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมเป็นตัวของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าเกมให้ได้ ทำให้ดูมีชีวิตชีวาและสนุก ซึ่งทุกอย่างไม่ใช่เรื่องตั้งใจ ไม่มีแอบแฝงความรู้สึกส่วนตัวแต่อย่างใด”

  • ริต้าและลูกเกดยังคงเป็นกัลยาณมิตรเหมือนเดิม
  • การแสดงในรายการเป็นเรื่องของบทบาท ไม่ใช่เรื่องจริง
  • ทั้งสองยังได้พบกันและคุยกันอยู่เสมอหลังจากจบงาน

ศรีริต้าเสริมว่า การกลับมามีชื่อในกระแส #กัลยาณมิตร ทำให้เธอรู้สึกขอบคุณลึก ๆ เพราะภาพเดิมยังถูกนำมาแชร์ต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยอมรับว่าสีชมพูเป็นสีที่เธอชอบและมีความหมายเป็นพิเศษ

“มันเป็นสีที่ทุ่งลาเวนเดอร์สำหรับริต้าเลยก็ว่าได้ ขอบคุณที่ยังมีคนจำเป็นช่วงเวลาดี ๆ นั้นของเราได้” เธอกล่าวปิดท้าย พร้อมตอกย้ำว่าเรื่องราวในโลกออนไลน์ที่เชื่อมโยงความขัดแย้งนั้นไม่เป็นความจริง

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ศรีริต้า เจนเซ่น และ ลูกเกด เมทินียังคงมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน พร้อมส่งต่อความประทับใจให้แฟน ๆ ได้เห็นผ่านความสัมพันธ์ที่ไม่มีรอยร้าว

หากคุณชื่นชอบความสัมพันธ์ที่จริงใจ ต้องห้ามพลาดติดตามเรื่องราวของศิลปินวงการบันเทิงที่ยังคงใช้คำว่า “มิตรภาพ” อย่างแท้จริง

ที่มา – ‘ริต้า’ ปัดดราม่า ไม่ใช่เมนเทอร์ที่มีปัญหากับ ‘ลูกเกด’ หลังจบรายการ ยันยังรักกันเหมือนเดิม!

กองทัพหนูบุกคอนโดย่านรังสิต ลูกบ้านผวาขังตัวเอง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประชาชนในย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี ต้องตกใจและเจอกับวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อคอนโดในย่านดังแห่งหนึ่งถูก “กองทัพหนูบุกคอนโด” บุกจนเต็มไปหมด จนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากห้องโดยเด็ดขาด

กองทัพหนูบุกคอนโดย่านรังสิต เรื่องที่ไม่อยากเชื่อ

จากโพสต์บนเฟซบุ๊กเพจ “Survive – สายไหมต้องรอด” ที่เผยแพร่คลิปของลูกบ้านคอนโดรายหนึ่งในย่านรังสิต โดยระบุว่า:

#ปทุมธานี #กองทัพหนูบุกคอนโดชื่อดังในย่านรังสิต แอดคะ อยากให้มีหน่วยงานมาช่วยหน่อยค่ะ มีกองทัพหนูบุกคอนโดค่ะ เยอะมากๆ ยิ่งดึกๆ ประมาณ 4 – 5 ทุ่ม มันจะออกมาวิ่งกันเต็มไปหมดเหมือนเป็นสนามเด็กเล่นเลยคะ คนแทบจะไม่กล้าออกมาจากห้องกันเลยค่ะ บางทีมันก็วิ่งไล่คน

สถานการณ์เลวร้ายไม่น้อยไปกว่าภาพยนตร์สยองขวัญ

ภาพที่เห็นคือ ห้องพักที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นคุกขังตัวเองสำหรับลูกบ้าน โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกที่หนูจะออกมาวิ่งไล่ตามบุคคล ส่งผลให้ความหวาดกลัวค้ำอยู่ในทุกห้องพัก โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

นิติบุคคลของคอนโดได้พยายามจัดการด้วยการวางยาฆ่าหนู แต่สิ่งที่ตามมาคือปัญหาเรื้อรังยิ่งกว่าเดิม เพราะซากหนูตายหายไปไม่รู้踪ทาง กลิ่นเหม็นคุ้นคอนโดเป็นเดือน ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องทนทุกข์ทรมาน นอกจากนี้ ปัญหายังกลับมาอีกครั้งในไม่ช้า

เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์

ลูกบ้านหลายคนที่ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า:

  • เคยแจ้งไปหลายหน่วยงานแต่ก็เงียบกันหมด
  • คนทั้งตึกเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ต้องขังตัวในห้องอยู่ตลอด
  • ขอให้ #เพจสายไหมต้องรอด ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้พวกเราด้วยนะคะ
  • ฝากท่าน ส.ส. – สจ. – พี่โบลิ่ง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ส่งทีมงานมาช่วยชาวบ้านที

เหตุการณ์นี้กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ในโซเชียลมีเดีย และควรได้รับการจัดการจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย

ไม่ใช่แค่การกำจัดหนู แต่ยังต้องมีการเตรียมความพร้อมและป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต การกำจัดอย่างมีระบบ การสอบสวนหาที่มาของปัญหา และการแจ้งให้ชุมชนเตรียมตัว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานี้ มากไปกว่านั้น หากเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่าปล่อยให้ปัญหาอยู่เฉย ๆ เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชน

ที่มา – “กองทัพหนูบุกคอนโดย่านรังสิต! ลูกบ้านผวา ห้องพักกลายเป็นคุกขังตัวเอง”

มารี เบรินเนอร์ คบไฮโซบอส ชาวเน็ตถามว่าผิดไหม

กรณีที่ มารี เบรินเนอร์ ยอมรับว่ากำลังคบหาดูใจกับ ไฮโซบอส แฟนเก่าของ เชอรีน ทำเอาชาวเน็ตแห่ตั้งคำถามว่า “คบแฟนเก่าของเพื่อนผิดไหม?” ดราม่าเรื่องดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียล

มารี เบรินเนอร์ คบแฟนเก่าเพื่อนผิดไหม?

ล่าสุด มารี เบรินเนอร์ เปิดใจชัดเจนว่าทั้งคู่เริ่มคบหากันหลังจากโสดมานานกว่า 1 ปี แต่เรื่องราวกลับถูกกลั่นแกล้งตีกลับหลังจากมีการขุดคลิปเก่าของมารีในรายการ ว่ามาดิ EP.8 โดย เจ้าตัวเคยพูดไว้ว่า ถ้าเห็นเพื่อนคบกับแฟนเก่าของตนเอง ก็จะรู้สึกไม่สบายใจ

ชาวเน็ตแห่ตั้งคำถาม

ความเห็นของเน็ตไอดอลและประชาชนโพลโลกแตกเป็นสองฝ่าย โดยบางกลุ่มมองว่า เรื่องราวเช่นนี้มัน ไม่เหมาะสมกับวงเพื่อน เพราะอาจทำให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด หากแฟนเก่าของใครคนหนึ่งกลายเป็นแฟนใหม่ของอีกคนในกลุ่มเพื่อน

  • ถ้าให้เอาแฟนเก่าของเพื่อนมาเป็นแฟน ทำไม่ได้จริงๆ แปลกและรู้สึกละอาย
  • ความรักใคร่มีสิทธิ์มีความสุขกับใครก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่ไม่เป็นใครของใครมาแล้ว
  • การมีความสัมพันธ์กับคนจากวงเพื่อน อาจทำให้การใช้ชีวิตลำบากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงเป็นข่าวที่มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องทั้งในเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย

ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ต่อไป

สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นความรักธรรมดาๆ แต่มาพร้อมกับกฎหมายศีลธรรม และความเข้าใจของสังคม โวหารต่างๆ ที่ยกขึ้นมา ทำให้หลายคนมองว่า ไม่ใช่แค่คำตอบว่าถูกหรือผิด แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของแต่ละบุคคล

การเปิดใจครั้งล่าสุดของมารีทำให้ภาพลักษณ์เดิมๆ ที่เคยมีมาก่อนกำลังถูกพิจารณาใหม่ ขณะที่แฟนๆ ต่างรอจับตาความเคลื่อนไหวในอนาคตของทั้งคู่ว่าจะไปในทิศทางใด

ไม่ว่าจะวางตัวอย่างไร เรื่องราวของ มารี เบรินเนอร์ และ ไฮโซบอส ยังคงผลักดันประเด็นสังคมเกี่ยวกับ ความรัก ความสัมพันธ์ และความเหมาะสมในวงเพื่อน อย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดแล้ว ใครจะเป็นผู้ตัดสินว่า คบแฟนเก่าของเพื่อนผิดไหม? คำตอบอาจขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมของแต่ละคน

ที่มา – เดือดไม่หยุดหลัง ‘มารี เบรินเนอร์’ รับคบ ‘ไฮโซบอส’ ชาวเน็ตผุดดราม่า ‘คบแฟนเก่าเพื่อนผิดไหม’?