ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตลท.เชื่อมั่นการเมืองไม่กระทบฟันด์โฟวด์

แม้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีของนายกรัฐมนตรี จะก่อให้เกิดความกังวลในวงกว้าง แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กลับมั่นใจว่า การเมืองไม่กระทบฟันด์โฟวด์ และจะไม่ส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าเรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ภายหลังการเมืองไทยได้ผ่านจุดเปลี่ยนมาหลายครั้ง แต่ภาคธุรกิจยังคงเดินหน้าเติบโตได้ดี โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ยังคงลงทุนและขยายกิจการต่อไป

การเมืองไม่กระทบฟันด์โฟวด์

นักลงทุนต่างประเทศจึงมองว่าประเทศไทยยังถือเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพในระยะยาว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมือง แต่ไม่ได้ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือความต่อเนื่องของนโยบายด้านเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ยังทรงตัว

ไทยแลนด์โฟกัส 2025 ดึงดูดนักลงทุนระดับโลก

สะท้อนให้เห็นถึงการจัดงาน ไทยแลนด์โฟกัส 2025 ที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ โดยมีการตอบรับเข้าร่วมงานจากนักลงทุนกว่า 180 ราย และกองทุนมากถึง 75 กองทุน โดยเฉพาะจากสิงคโปร์และฮ่องกง ฐานของกองทุนรายใหญ่ของโลก

ปัจจัยดึงดูดสำคัญของตลาดไทยคือ หุ้นไทยที่ยังมีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับตลาดอื่น พร้อมทั้งให้ผลตอบแทนจากการจ่ายปันผลที่ดี ทำให้ยังมีนักลงทุนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ตลาดอื่น ๆ วิ่งขึ้นมากกว่า

‘เมืองไทยน่าสนใจ กองทุนต่างประเทศจึงทิ้งประเทศไทยไม่ได้’ นายอัสสเดชกล่าว พร้อมเสริมว่า นักลงทุンทั้งในและต่างประเทศต่างจับตามองสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่องและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามมีความคาดหวังว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์จะขานรับบรรยากาศการลงทุนที่สดใสขึ้น นักลงทุนจะเริ่มกลับมามีโอกาส ฟันด์โฟวด์ (Fund Flows) เข้ามาสนับสนุนตลาดมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เพียงในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติได้กลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยแล้วมูลค่ากว่า 15,000 – 16,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่ ตลท. เข้าไปเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศโดยตรง ย้ำถึงศักยภาพของไทยที่ยังน่าสนใจแม้ตลาดจะวิ่งตามหลัง

ในมุมมองของนักลงทุน แม้ตลาดไทยจะยังไม่ได้วิ่งแรงเหมือนตลาดอื่นในภูมิภาค แต่ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของเงินทุนที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีนโยบายรองรับ ความพร้อมทางโครงสร้าง และความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นไทย การเริ่มต้นลงทุนในจังหวะนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี เพราะตลาดกำลังเปิดโอกาสให้ทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในโอกาสใหม่ ๆ

ที่มา – ตลท.เชื่อมั่นการเมืองไม่กระทบฟันด์โฟวด์

อีฟ-แมงปอหวดฉลุยเข้ารอบ 16 ทีม ศึกจี เอช แบงก์

การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ จี เอช แบงก์ ITF World Tennis Tour 2025 สัปดาห์ที่ 2 กำลังดำเนินไปอย่างคึกคักที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยรายการนี้จัดแข่งขันทั้งประเภทหญิง W35 และชาย M15 พร้อมเงินรางวัลรวมถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับฝ่ายหญิง และ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับฝ่ายชาย

อีฟ-แมงปอหวดฉลุยเข้ารอบ 16 ทีม

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มีการแข่งขันรอบแรก (32 คน) ของทั้งสองประเภท โดยในประเภทหญิงเดี่ยว “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช เจ้าของแชมป์สัปดาห์ก่อนหน้า สามารถพลิกสถานการณ์ชนะ โมโมโกะ โกโบริ จากประเทศญี่ปุ่น ไปได้ 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 4-6, 6-1, 6-2 ทำให้ อีฟ-แมงปอหวดฉลุยเข้ารอบ 16 ทีม ได้อย่างสำเร็จ

ผลแข่งขันเด่นๆ ในประเภทหญิง

นอกเหนือจาก อีฟ แล้ว ยังมีนักเทนนิสสาวชาวไทยหลายคนที่ลงสนามแข่งขัน เช่น อัญชิสา ฉันทะ ที่พิชิตชัยเหนือ หวัง หยูหาน จากจีน ไปได้ 6-2, 6-1 ส่วนทางด้าน เพียงธาร ผลิพืช และ ทรรศพร นาคหล่อ เสียกับฝั่งญี่ปุ่นและจีนตามลำดับ

สำหรับประเภทชายเดี่ยว “แมงปอ” ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ นักเทนนิสทีมชาติไทย เอาชนะ ไอแซค เบครอฟต์ จากนิวซีแลนด์ไปได้ 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-4, 6-4 เข้าสู่รอบ 2 ไปพบกับ ชู ซอกฮยอน จากเกาหลีใต้

ผลการแข่งขันประเภทชายที่น่าพิจารณา

  • จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ เอาชนะ แม็กซิม ชิน (อุซเบกิสถาน) 6-3, 6-3
  • มาร์คุส มาลาซแชค วูยือ ชนะ เครดิต ไชยรินทร์ 6-0, 5-0 (เจ็บข้อมือขวา Ret.)
  • ฐานทัพ สุขสำราญ พ่าย แจน คลีมัส (เช็ก) 4-6, 6-7 (4-7)

ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีที่นักเทนนิสรุ่นใหม่ทั้งในและต่างประเทศได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ เป็นโอกาสอันดีในการเก็บคะแนนเพื่อก้าวสู่เวทีระดับโลกในอนาคต

“อีฟ-แมงปอหวดฉลุยเข้ารอบ 16 ทีม” มิใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของนักเทนนิสไทยที่กำลังกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

หากคุณยังไม่ได้ติดตามการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ รับรองว่าจะพลาดความมันส์ในการโค้งสุดท้ายของนักเตะไม้คู่นี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา – “อีฟ-แมงปอ” หวดฉลุย 16 คน ศึกเทนนิส “จี เอช แบงก์”

เปิดรายชื่อ 4 ผู้สมัคร ชิงเก้าอี้ ซีอีโอ “ทอท.” แสดงวิสัยทัศน์ 15 ก.ย.นี้

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ประกาศเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ หรือ CEO ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่สุดขององค์กร โดยระหว่างวันที่ 4 – 26 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจสมัครเข้ามา 4 ราย แบ่งเป็นบุคลากรภายใน 2 คน และบุคลากรภายนอกอีก 2 คน

เปิดรายชื่อ 4 ผู้สมัคร ชิงเก้าอี้ ซีอีโอ “ทอท.” แสดงวิสัยทัศน์ 15 ก.ย.นี้

ผู้สมัครทั้ง 4 ราย ได้แก่ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง และผู้รักษาการแทนตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ในปัจจุบัน นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์ ทอท. นายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขนส่งทางอากาศของสายการบินไทยแอร์เอเชีย และอีกคนคือ นายธรธนัฐ ภักดีภิญโญ ผู้สมัครจากภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารสนามบินจากสิงคโปร์

คุณสมบัติที่กำหนดอย่างเข้มงวด

ทาง ทอท. ได้มีการกำหนดคุณสมบัติที่เข้มงวดสำหรับผู้สมัคร เพื่อให้ได้ผู้ที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนองค์กร อาทิ ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 58 ปี มีวุฒิภาวะ ไม่เคยอยู่ในข้อหาทุจริต ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง และไม่เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรที่มีผลประโยชน์พัวพันกับ ทอท. เป็นต้น

  • สัญชาติไทย
  • อายุไม่เกิน 58 ปี
  • ไม่เป็นกรรมการ ทอท.
  • ไม่เคยถูกลงโทษความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน
  • ไม่เป็นข้าราชการการเมือง
  • ไม่เคยถูกปลดเพราะเหตุเกี่ยวกับทุจริต

ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจะต้องเข้ารับการสัมภาษณ์พร้อมกับแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 15 ก.ย. 2568 โดยต้องได้คะแนนเฉลี่ยจากคณะกรรมการสรรหาไม่ต่ำกว่า 80% ซึ่งเป็นเกณฑ์อย่างเข้มงวด

ภารกิจหนักของซีอีโอทอท. คนใหม่

เปิดรายชื่อ 4 ผู้สมัคร ชิงเก้าอี้ ซีอีโอ “ทอท.” แสดงวิสัยทัศน์ 15 ก.ย.นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องรับภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสัญญาดิวตี้ฟรีกับกลุ่มคิงเพาเวอร์ ที่ได้ยื่นหนังสือไปขอยกเลิกสัญญาแล้ว

ไม่ใช่แค่การลงทุนในโครงการ East Expansion และ South Terminal ซึ่งมีวงเงินรวมหลายแสนล้านบาทเท่านั้น แต่ยังต้องขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของ ทอท. ให้กลับมาเป็นหนึ่งในส่วนหนึ่งของประเทศไทยในสายตาผู้โดยสารนานาชาติอีกด้วย

การเลือกซีอีโอทอท. คนใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และมูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ และยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินโดยรวมของประเทศไทย หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ติดตามเรื่องนี้ ควรติดตามกันต่อในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อเห็นว่าใครจะเป็นคนที่จะนำ ทอท. เดินหน้าสู่อนาคต

อยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ? ติดตามกันได้ในวันที่ 15 กันยายนนี้!

ที่มา – เปิดรายชื่อ 4 ผู้สมัคร ชิงเก้าอี้ ซีอีโอ “ทอท.” แสดงวิสัยทัศน์ 15 ก.ย.นี้

ลูกหนี้แอปเงินกู้เถื่อนร้อง DSI ช่วย เจอดอกเบี้ยโหดซ้ำระบบเพิ่มยอดหนี้เอง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดเหตุการณ์ที่ลูกหนี้จาก แอปเงินกู้เถื่อน ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดจากการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่มี正规ระบบ เพราะนอกจากดอกเบี้ยที่สูงผิดกฎหมายแล้ว ยังมีระบบที่เพิ่มยอดหนี้แบบอัตโนมัติ โดยลูกหนี้เหล่านี้ได้เข้าร้องเรียนต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอความช่วยเหลือและให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ลูกหนี้แอปเงินกู้เถื่อนร้อง DSI ช่วย เจอดอกเบี้ยโหดซ้ำระบบเพิ่มยอดหนี้เอง

ตามรายงานจากหน่วยงานข่าวกรอง ลูกหนี้หลายคนตกเป็นเหยื่อของแอปเงินกู้เถื่อนที่มีพฤติกรรมทั้งการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด บังคับเพิ่มหนี้แบบฉุกเฉิน รวมถึงทวงหนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกลายเป็นปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อฐานะทางการเงินของผู้กู้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน

พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่า เขาได้สมัครแอปเงินกู้เพื่อกู้จำนวน 5,000 บาท โดยคาดว่าจะต้องจ่ายคืนไม่เกิน 6,000 บาทภายใน 30 วัน แต่เมื่อได้รับเงินจริง กลับกลายเป็นหนี้กว่า 8,000 บาท และต้องคืนภายในเพียง 15 วัน และที่สำคัญยิ่ง ระบบนี้จะเพิ่มยอดหนี้ใหม่เข้าบัญชีโดยไม่ขออนุญาต ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ร้าย

  • การคิดดอกเบี้ยสูงเกินอัตรากฎหมายกำหนด
  • การเพิ่มยอดหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้กู้
  • การโอนเงินใหม่โดยอัตโนมัติ
  • การทวงหนี้อย่างผิดกฎหมายโดยใช้ข้อมูลส่วนตัว

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ามีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ DSI เข้าไปมีส่วนร่วมกับขบวนการดังกล่าว ซึ่งหากมีการยืนยันจริง จะเข้าข่ายพฤติการณ์ซ้ำซ้อนและร้ายแรงมากกว่าการกระทำผิดธรรมดา

จากกรณีดังกล่าว ประชาชนควรระมัดระวังในการใช้งานแอปพลิเคชันที่โฆษณาให้กู้เงินแบบง่าย ๆ แต่ไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขอย่างชัดเจน ตรวจสอบความน่าเชื่อถือผ่านเว็บไซต์ทางการ หรือหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงเรียนรู้วิธีการใช้สิทธิ์ในการหนุนเสริมการเงินอย่างถูกต้อง

หากคุณกำลังประสบกับปัญหาหนี้จากแอปเถื่อน เช่นเดียวกับผู้เสียหายในกรณีนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร้องเรียนและขอความช่วยเหลือเพื่อหยุดวงจรอันตรายได้ทันท่วงที

ที่มา – ลูกหนี้แอปเงินกู้เถื่อนร้อง DSI ช่วย เจอดอกเบี้ยโหดซ้ำระบบเพิ่มยอดหนี้เอง

บอร์ด สพฉ. ไฟเขียวเก็บค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) ได้เปิดเผยถึงมติของที่ประชุมที่เห็นชอบให้ บอร์ด สพฉ. กำหนดและเรียกเก็บ ค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเห็นว่าการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทยต้องได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

บอร์ด สพฉ. เห็นชอบแนวทางพัฒนาระบบฉุกเฉิน

จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันประเทศมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศราว 35.5 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยที่ขึ้นถึง 80.73% โดยเฉพาะในรูปแบบของอุบัติเหตุจักรยานยนต์ จังหวัดที่มีสถิติสูง เช่น ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ จึงถูกจัดเป็นรั้วแรกของการ เก็บค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ตั้งชุดคณะทำงานเพื่อยกระดับการดูแลด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยยึดหลักสำคัญว่า ‘แพทย์ฉุกเฉินเข้มแข็ง นักท่องเที่ยวมั่นใจ คนไทยปลอดภัย ประเทศไทยเติบโต’

เป้าหมายภายใน 3 ปี – สงครามทุกตำบล

ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมุ่งมั่นจัดเตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการเดินทางหรือการดำเนินชีวิต

อย่างไรก็ตาม ระบบแพทย์ฉุกเฉินของไทยแม้จะมีความพร้อมระดับหนึ่ง แต่ยังมีข้อจำกัดโดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ท่องเที่ยวห่างไกลยังไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐานได้

เพื่อพลิกโฉมสถานการณ์ดังกล่าวให้เป็นโอกาส กพฉ.ได้มีมติเห็นชอบให้ บอร์ด สพฉ. จัดทำนโยบายขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีความยั่งยืน เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยไม่พึ่งงบทดิ่มอย่างเดียว

แนวทางหนึ่งคือ การนำรายได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การประกันภัยท่องเที่ยว การประกันอุบัติเหตุ และกองทุนต่างๆ ของรัฐ มาลงทุนพัฒนา 4 แกนหลัก ได้แก่:

  • กำหนดอัตราค่าบริการฉุกเฉินทางบก/น้ำ/อากาศ
  • ขยายหน่วยปฏิบัติการเข้าถึงทุกตำบลทั่วประเทศ
  • พัฒนาเทคโนโลยีและระบบเชื่อมโยง
  • ยกระดับการฝึกอบรมและทรัพยากรบุคลากร

ลุ้นขึ้นค่าบริการ!? สูตรคิดของรัฐคืออะไร?

ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. ชี้แจงว่า การแพทย์ฉุกเฉินนับเป็นบริการสังคมที่ให้แก่ประชาชนทุกคน และเนื่องจากรัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ การมีpolicyให้ เก็บค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเป็นการกระจายภาระค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมมากขึ้น

เช่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก่อนหน้านี้ “ประกันชีวิต” จะชดเชยที่โรงพยาบาล ส่วน “การแพทย์ฉุกเฉิน” เป็นงานของ สพฉ. ซึ่งมีหน้าที่สามารถกำหนดและเรียกเก็บได้โดยตรง

ปัจจุบันงบประมาณภาครัฐจัดสรรสูงถึงพันล้านบาท แต่ไม่เพียงพอสำหรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกปี (ราว 1-2 แสนราย) ขณะที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินรวมกว่า 1.2 ล้านราย และเข้าถึงบริการได้แค่ 35–40%

เพื่อจัดการปัญหาดังกล่าว บอร์ดกำลังศึกษาต้นทุนและออกแบบอัตราเก็บเงิน โดยแบ่งประเภท เช่น ผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง หรือการบริการทางน้ำและทางอากาศ ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กพฉ.

ทางโรงพยาบาลจะไม่เป็นผู้เรียกเก็บโดยตรง แต่ บอร์ด สพฉ. จะเจรจาช่องทางชำระเงินผ่านกองทุนหรือระบบประกันที่มีอยู่เดิม หรือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะประสานกับหน่วยงานที่ร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนเพื่อขึ้นโครงการจริง

จากการพัฒนานี้ ประเทศไทยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะมีหน่วยปฎิบัติฉุกเฉินในทุกตำบล และประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนจะเข้าถึงการรักษาฉุกเฉินได้มากกว่า 70%

หากเริ่มมีผลจริง นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมเมื่อได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉิน แต่ความปลอดภัยและการบริการระดับโลกจะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวมั่นใจและทดลองก่อนหน้าสู่จุดหมายไกลของการช่วยเสริมเศรษฐกิจไทย

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวเมืองไทย คู่มือการชดเชยฉุกเฉินที่เหมาะสมอาจช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจมากขึ้นครับ

ที่มา – บอร์ด สพฉ. ไฟเขียวเก็บค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินนักท่องเที่ยวต่างชาติ

บิ๊กเต่า เผย 3 สาวใกล้ชิดอยู่บ้าน หมอบี อีก 1 คนเพิ่งเข้ามาทนไม่ไหวออกมาแฉ

ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้ออกมาเปิดเผยถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับ พระอลงกต หรือ ทิดจอร์จ และ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบี” ว่าจากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีหลักฐานจำนวนมากที่ต้องจัดระเบียบและตรวจสอบต่อ ทั้งในด้านเอกสาร เงินสดหลายล้านบาท ปืน และที่ดินจำนวนมาก

บิ๊กเต่า เผย 3 สาวใกล้ชิดอยู่บ้าน หมอบี อีก 1 คนเพิ่งเข้ามาทนไม่ไหวออกมาแฉ

ที่น่าจับตามองคือ ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีบุคคลใกล้ชิดของหมอบีอยู่ทั้งหมด 3 คน และบุคคลที่อยู่ห่างๆ 1 คน รวมเป็น 4 คน โดยคน 1 ในนั้นเพิ่งเข้ามาใหม่ และเหตุการณ์ขัดแย้งภายในบ้านทำให้เธอไม่ไหวแล้วจึงออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มาแจ้งความทันที แต่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อช่วยรูปคดี

หมอบีสามารถโน้มน้าวจิตใจได้ดี

แหล่งข่าวระบุว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หมอบีมีความสามารถเฉพาะตัวในการสะกดวิญญาณ ผ่านการเขียนหนังสือเรียกคนใกล้ชิดว่า “พี่น้องชาติปางก่อน” โดยทุกคนยึดมั่นในความเชื่อนี้ ซึ่งส่วนตัวตนไม่อยากเปิดเผยมากเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่าหมอบีเคยโอนบ้านสร้างใหม่ไปให้บุคคลอื่นแล้วก่อนจะมีเรื่องเกิดขึ้น และจากการตรวจสอบพบกลุ่มคนใกล้ชิดของเขาทั้งหมดเป็นผู้หญิง ส่วนบุคคลที่ 4 ที่เพิ่งเข้ามานั้น ยังไม่ได้เข้าใจกับบรรยากาศอย่างแท้จริง จึงกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง

  • ขัดแย้งในบ้านสีดำ อาจเกิดจากความรักไม่เท่ากัน หรือการบริหารที่ไม่ลงรอยกัน
  • มีการโอนที่ดินไปยังบุคคลภายนอกก่อนที่จะมีการสอบสวน
  • มีนักแสดงขึ้นคอนเสิร์ตซึ่งใช้เงินบริจาคแต่ไม่ตรงตามเป้าหมาย
  • มีเสียงแฉภายในบ้าน
  • ทุกคนในบ้านเป็นผู้หญิงทั้งสิ้น

เมื่อสอบถามถึงระบบบริหารภายในบ้านของหมอบี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดแนบแฝงว่า ระบบที่เขาสร้างขึ้นค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้ความเข้าใจคนมากและเขามองว่าหมอบีเปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ที่กระจายไปสู่ทุกคนในคณะ

สถานการณ์หลังจับกุม

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมเรียกตัวผู้หญิงทั้ง 4 คนที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง รอง ผบช.ก. กล่าวอีกว่า พวกเขาได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเข้าไปดูแลผู้ป่วย HIV ที่推测ยังอยู่ในวัด และที่สำคัญคือทรัพย์สินที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นของวัดต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อคืนสถานะหรือให้เจ้าของแท้เข้ามารับผิดชอบ

ยังมีประเด็นเกี่ยวกับโรงเรียนใจฟ้าอาคาเดมี่ที่ยังเป็นคำถามในระบบบริหาร และหากไม่มีความเห็นชัดเจนจากอดีตพระอลงกต ก็ต้องหาผู้รักษาการแทนอย่างเหมาะสม

น่าสนใจว่า จะมีการเปิดเผยอะไรเพิ่มเติมจากการสอบปากคำและจัดระเบียบหลักฐานในเวลาต่อไป เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนภายในครอบครัวหมอบี และความจริงที่ถูกปิดไว้ภายใต้เงาบ้านสีดำ

อย่าลืมกดติดตามเพจข่าวของเราเพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา – “บิ๊กเต่า” เผย 3 สาวใกล้ชิดอยู่บ้าน “หมอบี” อีก 1 คนเพิ่งเข้ามาทนไม่ไหวออกมาแฉ

BNK48 & CGM48 โชว์พลังเจนใหม่ 49 ชีวิต

วันนี้วงการเพลงไทยเติบโตไปอีกขั้นกับพลังของเหล่าไอดอลหน้าใหม่จากสองวงดัง BNK48 และ CGM48 ภายใต้ค่าย iAM ที่จัดงาน “BNK48 & CGM48 CONCERT CHAPTER: NEXT” แสดงศักยภาพของสมาชิกรุ่นใหม่มากถึง 49 ชีวิตในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมเป็นเวทีปิดฉากการศึกษาของ CGM48 รุ่นที่ 1 ในงาน “CGM48 1st Generation Concert: สถานีสุดท้าย… Minato 39” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม 2568 ที่ MCC HALL เดอะมอลล์บางกะปิ

BNK48 & CGM48 โชว์พลังเจนใหม่ 49 ชีวิต

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่เอ่ยชื่อ BNK48 & CGM48 โชว์พลังเจนใหม่ 49 ชีวิต ได้ไม่โจ๊กเพราะขนเพลงเดบิวต์ของแต่ละรุ่นมาแสดงให้แฟนๆ ได้จุใจ ได้แก่ วันใหม่ (BNK48 รุ่นที่ 4), จะไม่หนีจากความฝัน (CGM48 รุ่นที่ 2), Mirai to wa? (BNK48 รุ่นที่ 5), และ Generation Change (CGM48 รุ่นที่ 3) เพื่อแสดงศักยภาพของเหล่าเมมเบอร์ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก พร้อมเสิร์ฟเพลงสนุก ๆ อีกมากมาย ปิดท้ายด้วยเพลงฉลองครบรอบ 20 ปีของ AKB48 ประเทศญี่ปุ่น Oh my pumpkin! สองเวอร์ชัน ไทยกลาง-ล้านนา ดนตรีสดใส พร้อมชุดน่ารักจัดเต็มด้วยเมมเบอร์ 24 คน ทำเอาแฟนคลับใจละลาย

รุ่นพี่รุ่นน้องร่วมและอบอุ่นอย่างเท่าเทียม

นอกจากความมันส์ของเหล่าเมมเบอร์หน้าใหม่แล้ว โหมดอารมณ์ก็มาแรงในงาน CGM48 1st Generation Concert: สถานีสุดท้าย… Minato 39 ที่เป็นแจ้งจบการศึกษาของสมาชิก CGM48 รุ่นที่ 1 ทั้ง 17 คน ได้แก่ ปิ๊ง พิณพณา, แองเจิ้ล นภัสนันท์, แชมพู กชพร, ฟ้าใส ภัทรธิดา, เจเจ ศุภาพิชญ์, ไข่หวาน มานิตา, คนิ้ง วิทิตา, เคียล่า เคียล่า ซื่อหยุน คู, ลาติน พิมพ์นารา, มามิ้งค์ มาณิฌา, มีน พิชญธิดา, เหมย รพีพรรณ, นีน่า ณัฐริกา, นีนี่ พิชญาภา, พิม พรวารินทร์, พั้นซ์ วัชรี, และ สิตา สิตา ธีรเดชสกุล โดยมีการรับ-ส่งที่อบอุ่นจากอดีตชิไฮนินและกัปตันวงอย่าง อิซึรินะ รินะ อิซึตะ, ออม ปุณยวีร์, ฟอร์จูน ปัณฑิตา ทำให้ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เติบโตไปด้วยกัน

รายการเพลงแนะนำจาก BNK48 & CGM48 รุ่นใหม่วาววุ่นพลัง:

  • วันใหม่ – BNK48 รุ่นที่ 4
  • จะไม่หนีจากความฝัน – CGM48 รุ่นที่ 2
  • Mirai to wa? – BNK48 รุ่นที่ 5
  • Generation Change – CGM48 รุ่นที่ 3
  • Oh my pumpkin! – เพลงฉลองครบรอบ 20 ปี AKB48 (รุ่นไทย-ล้านนา)

ความสนุก ความสุข และความทรงจำของทั้งสองวงจึงถือเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ที่ยิ่งใหญ่ เมื่อ BNK48 & CGM48 โชว์พลังเจนใหม่ 49 ชีวิต เพื่อปลุกกระแสไอดอลไทย เอาใจแฟน ๆ อย่างเต็มตัว เท่านี้ยังไม่พอ ถ้าคุณพลาดงานคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้ ต้องหมั่นตามอัปเดตกิจกรรมในอนาคต เพื่อไม่ให้พลาดความตื่นเต้นจากศิลปินคนต่อไป

สนใจอยากติดตามความเคลื่อนไหวของวงการไอดอลไทย BNK48 และ CGM48 อย่าลืมกดติดตามแฟนเพจอย่างเป็นทางการนะจ๊ะ

ที่มา – “BNK48 & CGM48” โชว์พลังเจนใหม่ 49 ชีวิต

จำคุก ‘ชูวิทย์’ 8 เดือน หมิ่น ‘สันธนะ’ ผ่านไลฟ์สด

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีการนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1936/2566 ซึ่งมีการฟ้องร้องระหว่างพนักงานอัยการและนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โดยมีนายสันธนะ ประยูรรัตน์ เป็นโจทก์ร่วม ฐานความผิดเกี่ยวกับ จำคุก ‘ชูวิทย์’ 8 เดือน หมิ่น ‘สันธนะ’ ผ่านไลฟ์สด ที่กลายเป็นประเด็นสาธารณะ

จำคุก ‘ชูวิทย์’ 8 เดือน หมิ่น ‘สันธนะ’ ผ่านไลฟ์สด

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ขณะที่มีการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม YouTube โดยบริษัทวอยซ์ทีวี จำกัด จำเลยได้แสดงพฤติกรรมด้วยถ้อยคำหยาบคาย กล่าวด่าและสบประมาทต่อหน้าผู้สื่อข่าวและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และ 393

เนื้อหาสิ่งที่กล่าวหา

เนื้อหาของการกล่าวถึงมีการอ้างว่าผู้เสียหายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการพนัน พฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงข้อกล่าวหาว่าเคยใช้อาวุธข่มขู่เจ้าหน้าที่ และถูกไล่ออกจากงานราชการ เคยถูกถอดเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียง

ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของผู้เสียหายอย่างชัดเจน โดยการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในลักษณะการโฆษณาก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์ จึงมีคำตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริงในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ในการตัดสินครั้งนี้ ศาลพิจารณาถึงประวัติการกระทำความผิดของจำเลยว่าภายในระยะเวลาห้าปีนับจากวันที่พ้นโทษจากคดีก่อนหน้า ซึ่งจำเลยเคยถูกตัดสินให้จำคุก 1 เดือน จากความผิดด้านการยื่นบัญชีเท็จ แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากความประมาทหรือความผิดเล็กน้อย

การตัดสินของศาล

ศาลพิจารณาเหตุบรรเทาโทษจากจำเลยที่ให้การรับสารภาพว่าได้กล่าวถ้อยคำเช่นนั้นจริง จึงใช้สิทธิ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้เหลือหนึ่งในสามของโทษจำคุก 9 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 92 มีการเพิ่มโทษจนเป็น 12 เดือน จากนั้นหักลดโทษเป็น 8 เดือนตามกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบในถ้อยคำ พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะถ้อยคำที่ถูกถ่ายทอดสดและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ความดังอาจส่งผลเสียในทางกฎหมายได้อย่างชัดเจน

สิ่งสำคัญคือการเคารพสิทธิและความเป็นเกียรติของผู้อื่นบนโลกดิจิทัล และเข้าใจว่ามีขอบเขตทางกฎหมายแม้จะอยู่ในบริบทของการสื่อสารแบบเรียลไทม์

หากคุณคิดว่าเรื่องเช่นนี้ควรมีความเข้าใจมากขึ้นในวงกว้าง อย่าลืมแชร์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และการเคารพต่อกฎหมายของสังคมด้วยกัน

ที่มา – จำคุก ‘ชูวิทย์’ 8 เดือน หมิ่น ‘สันธนะ’ ผ่านไลฟ์สดสำนักข่าวแห่งหนึ่ง

ยกทัพศิลปินโชว์ ‘ศิลปวัฒนธรรม’ สุดอลังการ งาน ‘มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ 2568’

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัว “มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ 2568” ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีไทย” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ยกทัพศิลปินแห่งชาติโชว์ศิลปวัฒนธรรมสุดอลังการ

งาน มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายนนี้ ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี โดยมีศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน และศิลปินชื่อดังจากทั่วประเทศเข้าร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงวัฒนธรรม

เวทีวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์

งานแสดงในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมแนวคิด “ไทยดี” ภายใต้หลัก 4 ดี ได้แก่ ดีประเพณีอันดีงาม ดีศิลปวัฒนธรรม ดีอาหารไทยและอาหารถิ่น และดีผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาวัฒนธรรม ผ่านเวทีเผยแพร่ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ Soft Power เพื่อนำวัฒนธรรมไทยสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
  • แสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 ชุด
  • แสดงมรดกศิลปะพื้นบ้านจากศิลปินแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากศิลปินระดับประเทศ เช่น นางประนอม ทาแปง, ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร, พิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา (โย่ง เชิญยิ้ม), ผศ.ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ และฉวีวรรณ พันธุ ที่จะมาร่วมแสดงให้ชมอย่างสุดมันส์ในแต่ละวันของการจัดงาน

ซีดีไลน์งานศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ภายใน 5 วัน

วันที่ 3 กันยายน เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกรับเชิญพิเศษอย่าง “อิงฟ้า วราหะ” พร้อมกับพิธีมอบรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า และการแสดงจากศิลปินชื่อดังอย่าง สงกรานต์ The Voice, เวียง นฤมล และหมอลำระเบียบวาทศิลป์

  • วันที่ 4 – ลิเกคณะ กุ้ง สิธิราช และเต๋า ทัศนัย (The Voice)
  • วันที่ 5 – แสดงโนรา จากผศ.ดร.ธรรมนิตย์ และวงเมนทอล
  • วันที่ 6 – เสียงเพลงลูกทุ่งจาก ฮาย อาภาพร และวง ZOLAR
  • วันที่ 7 – ปิดท้ายมันส์ๆ กับการแสดงของ เบิ้ล ปทุมราช

ภายในงานยังมี Workshop งานคราฟท์, โซนวิถีถิ่นกว่า 160 บูธ, โซนอาหารไทย – อาหารถิ่นกว่า 60 ร้าน, พร้อมจุด Landmark ถ่ายภาพสุดชิคที่ออกแบบมาเฉพาะจากเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย

งาน มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ 2568 เป็นโอกาสที่ดีที่เยาวชนและประชาชนทั่วไปจะเข้ามาสัมผัศน์เอกลักษณ์ของชาติ ร่วมกันอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอันล้ำค่าของไทย เพื่อให้สืบทอดต่อไปสู่รุ่นต่อไปด้วยความภาคภูมิใจ

ที่มา – ยกทัพศิลปินโชว์ ‘ศิลปวัฒนธรรม’ สุดอลังการ งาน ‘มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ 2568’

เตือน! อย่าหลงเชื่อ อ้างชื่อ สนง.สลาก ล็อกเลข-เลขหลุด ผ่าน TikTok

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผู้คนหลงเชื่อข่าวลือที่หลอกลวงได้ง่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งมีการเผยแพร่เนื้อหาปลอมเกี่ยวกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ระบุว่าสามารถให้ เลขล็อก เลขหลุด ได้ถึงมือ ซึ่งเป็นการอ้างอิงข้อมูลเท็จที่พอให้คนสนใจและอยากเชื่อ

เตือนอีกครั้ง อย่าหลงเชื่อ อ้างชื่อ สนง.สลาก ล็อกเลข-เลขหลุด ผ่าน TikTok

ล่าสุด พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ออกมาให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า what is being circulated online is false and part of scams โดยภาพ เสียง และข้อมูลที่ใช้อ้างว่ามาจากผู้บริหารของสำนักงานนั้น ล้วนแต่ถูกดัดแปลงและสร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพ เพื่อหว่านให้เกิดความเชื่อมั่นผิด ๆ และหลอกลวงประชาชนให้ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อหวังลุ้นโชค

อาจผิดกฎหมาย และสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานฯ เตือนว่า การเผยแพร่כנตังเท็จ这类ข่าวลืออาจเข้าข่ายผิดกฎหมายทางด้านไอที และผู้กระทำอาจต้องFacingกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอาจส่งผลให้ผู้ที่เชื่อและแชร์ข้อมูลเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล

นอกจากนี้ การโพสต์ข่าวลือ เช่น การขอเลขเด็ด ล็อกเลข หรือ เลขหลุด ยังมีความเสี่ยงสูง เพราะอาจทำให้บัญชี TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ถูกระงับการใช้งาน หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

  • ห้ามเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับการให้เลขเด็ดจากหน่วยงานราชการ
  • ห้ามแชร์ข้อมูลที่ไม่แน่ชัด
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลแปลกหน้า

สิ่งที่ผู้บริโภคควรทำ คือ ปลูกฝังตัวเองให้มีความรู้เท่าทันข่าวสาร โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ หรือหากมีข้อสงสัย ควรติดต่อหน่วยงานราชการโดยตรงเพื่อขอข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น โทรสอบถามสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือติดตามข้อมูลผ่านช่องทางทางการอย่างเป็นทางการเท่านั้น

อย่าหวังในโชคโดยใช้ เลขล็อก-เลขหลุด เพราะการออกรางวัลนั้นเป็นระบบที่มีความโปร่งใสและได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่ไม่สามารถ操控หรือล็อกเลขได้จากบุคคลภายนอกแต่อย่างใด

สุดท้าย อยากให้ทุกคนมีสติในการเสพข่าวสารบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok ซึ่งเนื้อหาบางอย่างอาจดูเข้าใจง่าย แต่จริง ๆ แล้วอันตรายต่อความเชื่อมั่น ทรัพย์สิน และอาจกระทบทางกฎหมายได้ ดังนั้น “อย่าเชื่อ — อย่าแชร์ — อย่าตกเป็นเหยื่อ” เป็นคำเตือนที่ทุกคนควรจดจำเอาไว้

ที่มา – เตือนอีกครั้ง อย่าหลงเชื่อ อ้างชื่อ สนง.สลาก หลอกเลขหลุด-เลขล็อก ผ่าน TikTok