ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทหารไทยเหยียบระเบิดที่ปราสาทตาควาย ขาขาด 1 นาย

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลา 15.45 น. บริเวณเนิน 350 ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรักษ์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเหยียบ ทหารไทย กับระเบิดซึ่งอาจเป็นมรดกจากความขัดแย้งในอดีต

ทหารไทยเหยียบกับระเบิดและได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์เกิดขึ้นกับ พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เกิดการเหยียบกับระเบิด ทำให้ขาขวาท่อนล่างของทหารรายนี้ขาด ซึ่งถือว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรง ทางหน่วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าไปช่วยเหลือและนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

สถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สุรินทร์

จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.พนมดงรักษ์ ถือเป็นพื้นที่ที่เคยมีขีดจำกัดสูงของความขัดแย้ง และยังคงมีความเสี่ยงจาก ทหารไทย การเหยียบกับระเบิดซึ่งอาจยังคงซ่อนอยู่ในพื้นที่ชนบท การเฝ้าระวังและการป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าหน้าที่จากกองทัพและหน่วยบัญชาการในพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกตให้ทหารทุกนายระมัดระวังพื้นที่เวลาปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในบริเวณที่อาจมีแรงกระตุ้นขบวนการใด ๆ หรือเคยมีรายงานว่ามีการฝังระเบิดไว้

  • การเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง
  • การติดตั้งป้ายเตือนไว้ในพื้นที่เสี่ยง
  • ช่วยเหลือประชาชนและทหารที่ได้รับบาดเจ็บทันที

การเหยียบกับระเบิดดังกล่าวเป็นกรณีล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ ทหารไทย โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงจากเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้ลดลงแม้ในปัจจุบัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้เร่งดำเนินการสำรวจและประเมินพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก พร้อมทั้งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

สำหรับพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรักษาและสังเกตอาการ เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลกับครอบครัวบางส่วนแล้ว ขณะที่ยังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเตือนความเสี่ยงที่ไม่ควรละเลยเกี่ยวกับอุบัติเหตุในพื้นที่ทหาร โดยเฉพาะเมื่อปริมาณของวัตถุระเบิดซึ่งอาจอยู่ได้นานหลายสิบปียังคงแฝงอยู่ในหลายพื้นที่ของไทย

การปกป้องชีวิตของประชาชนและ ทหารไทย ยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ชีพ ที่ต้องร่วมมือกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และระบุเส้นทางที่ปลอดภัย

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลทหารรายนี้จะปลอดภัยสมหวัง และทราบข่าวดีจากเจ้าหน้าที่แพทย์ในเร็ววัน

หากคุณเป็นผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เขตชายแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่แน่ใจ และใส่ใจต่อข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นเป็นลำดับแรก

ที่มา – ‘ทหารไทย’เหยียบกับระเบิดปราสาทตาควาย ข้อเท้าขาด1 นาย

บาส-เฟม ฟอร์มเด็ด ตบย้ำแค้นสิงคโปร์ เข้ารอบ 3 แบดชิงแชมป์โลก 2025

การแข่งขัน แบดมินตันชิงแชมป์โลก 2025 หรือที่เรียกกันว่า TotalEnergies BWF World Championships 2025 ที่จัดขึ้นที่อาดิดาส อารีนา กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นั้นถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักแบดมินตันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทคู่ผสม ซึ่ง “บาส-เฟม” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ ศุภิสรา เพียวสามพราน คู่มือทองคำอันดับ 3 ของโลก ที่ได้รับสิทธิ์บายในรอบแรกนั้น ได้ลงสนามแข่งขันในรอบที่ 2 (32 คู่) และประสบความสำเร็จที่น่าทึ่ง

บาส-เฟม ฟอร์มเด็ด ตบย้ำแค้นสิงคโปร์

คู่ผสมมือ 3 ของโลกอย่าง “บาส-เฟม” เปิดฉากพบกับ ฮี ยอง ไค เทอร์รี่/จิน หยู เจีย จากสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นคู่มืออันดับ 22 ของโลก โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองคู่เคยเจอกันใน “ศึกไชน่า โอเพน 2025” และ “บาส-เฟม” พิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายชนะ 2-0 เกม แม้จะไม่ง่ายดายแต่ก็สามารถสู้กลับได้แบบยอดเยี่ยม

ในการชนกันในครั้งนี้ “บาส-เฟม” ยังคงรักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอ ทำคะแนนได้อย่างดุดัน ขายาว 21-18 และ 21-12 ตบย้ำความสำเร็จในเกมแบบสองเซตรวด ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 หรือ รอบ 16 คู่ ของ แบดมินตันชิงแชมป์โลก 2025 ไปอย่างน่าประทับใจ

นัดต่อไปของบาส-เฟม

ในรอบถัดไป “บาส-เฟม” จะได้พบกับผู้ชนะระหว่าง ยูอิชิ ชิโมกามิ-ซายากะ โฮบาระ คู่ผสมมือ 20 ของโลกจากญี่ปุ่น และ ฮิโรกิ มิโดริคาวะ-นัตสึ ไซโตะ ซึ่งถือเป็นคู่มืออันดับ 9 จากญี่ปุ่นอีกเช่นกัน แน่นอนว่าการแข่งขันในรอบต่อไปจะไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นแบบเต็มประสิทธิภาพ

ผลการแข่งขันรอบ 2 ประเภทอื่น ๆ

ในขณะเดียวกัน ประเภท หญิงเดี่ยว ยังมีนักกีฬาไทยจัดเต็มเข้าร่วมแข่งขัน โดยมีความโดดเด่นจาก “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ ซึ่งเป็นมือ 18 ของโลก ลงสนามพบกับ เยียว เจียมิน มือ 13 ของโลกจากสิงคโปร์ และสามารถชนะไปแบบ 2-0 เกม โดย比分ชุดแรก 21-17 และชุดที่สอง 22-20 ถือเป็นชัยชนะที่สมหวังมากสำหรับ “น้องครีม”

อีกหนึ่งดาวรุ่งของเมืองไทยอย่าง “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มือ 6 ของโลก ได้ลงสนามพบกับ อิสฮิกา ไจสวาล จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมือ 65 ของโลก แม้ครึ่งหลังเจ้าตัวเกิดข้อผิดพลาดบ้างเล็กน้อยและต้องขอเหมาะกับเกมที่ 2 สุดท้ายก็ชนะไปแบบตื่นเต้น 21-13 และ 21-23 พร้อมกับตบย้ำสิทธิ์ในการผ่านเข้าสู่ รอบ 16 คนสุดท้าย

สรุปผลงานนักแบดไทยในรายการนี้

  • “บาส-เฟม” คู่ผสมมือ 3 ของโลก ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คู่
  • “ครีม” บุศนันทน์ หญิงเดี่ยว มือ 18 ผ่านเข้ารอบ 16 คน
  • “หมิว” พรปวีณ์ หญิงเดี่ยว มือ 6 ผ่านเข้ารอบ 16 คน

การมาถึงจุดนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญและเชิดชูศักดิ์ศรีนักกีฬาไทยในเวทีนานาชาติอย่างแท้จริง และยิ่งขวัญกำลังใจให้คนรักแบดมินตันทั่วประเทศอีกด้วย

หากท่านเป็นแฟนกีฬาหรือคอบอลร้อนแรง ห้ามพลาดติดตามการแข่งขันในรอบต่อไปของเหล่านักกีฬาไทย เพราะแน่นอนว่าจะมีความยิ่งใหญ่และสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการแบดมินตันไทยอีกครั้ง

ที่มา – “บาส-เฟม” ฟอร์มเด็ด ตบย้ำแค้นสิงคโปร์ “ครีม-หมิว” ลิ่วรอบ 3 ศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2025

การเมืองท้องถิ่นแม่กลองเริ่มร้อนแรง รองประธานสภา อบต.แหลมใหญ่ชิงเก้าอี้นายก

การเมืองท้องถิ่นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศครบวาระของทั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมใหญ่ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งตามระเบียบต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน คาดว่าจะเป็นในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569

การเมืองท้องถิ่นแม่กลองเริ่มร้อนแรง รองประธานสภา อบต.แหลมใหญ่ชิงเก้าอี้นายก

ล่าสุดนางสมจิตต์ เทพกร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เจ้กุ้ง” รองประธานสภา อบต.แหลมใหญ่ อายุ 52 ปี ได้ประกาศชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมใหญ่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีปัญหาขัดแย้งกับผู้บริหารชุดปัจจุบันแต่อย่างใด “ขอย้ำว่าไม่มีปัญหาความขัดแย้งกับผู้บริหารชุดปัจจุบันเลย เพียงแค่มีความตั้งใจที่จะยกระดับเศรษฐกิจให้ชาวแหลมใหญ่มีกินมีใช้ ปากท้องมั่นคง ด้วยกำลังของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่อยากให้ท้องถิ่นของเราเจริญมากยิ่งขึ้น” เจ้กุ้งกล่าว

วิสัยทัศน์เพื่ออนาคตที่ดีของตำบลแหลมใหญ่

เจ้กุ้งกล่าวต่อว่า “ตำบลแหลมใหญ่มีความงามในธรรมชาติและจุดเด่นที่หลายคนมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และประเพณีที่มีเอกลักษณ์ เราต้องนำจุดแข็งเหล่านี้มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน”

ด้วยความเข้าใจนี้เอง เจ้กุ้งได้เสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาแหลมใหญ่โดยใช้ 3 นโยบายหลัก ได้แก่:

  • ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ขับเคลื่อนตลาดออนไลน์ สนับสนุนการแปรรูปสินค้า และสร้างแบรนด์ท้องถิ่นให้มีชื่อเสียง พร้อมต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นรายได้ใหม่
  • พัฒนาสาธารณูปโภค เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำสะอาด และระบบสาธารณูปโภค ทั่วถึงและเข้าถึงได้ทุกครัวเรือน
  • ฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น อนุรักษ์ประเพณีอันงดงามของท้องถิ่น จัดงานเทศกาล และใช้สื่อดิจิทัลประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักแหลมใหญ่มากยิ่งขึ้น

เจ้กุ้งกล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ดิฉันจะไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ แต่ประสบการณ์อันยาวนานในการเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวบ้านทำให้เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งเพื่อแพ้ชนะ เพียงแต่การเลือกอนาคตของ คนแหลมใหญ่ให้ดีขึ้นไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ ประชาชนท้องถิ่นต่างจับตารอผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ว่าใครจะเป็นผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนตำบลแหลมใหญ่ให้ก้าวทันยุคสมัยภายใต้วิสัยทัศน์ที่เปี่ยมด้วยหัวใจ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจพัฒนาท้องถิ่น เรื่องราวดังกล่าวอาจเป็นแรงบันดาลใจให้มองเห็นศักยภาพของชุมชนเล็ก ๆ ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ในอนาคต

ที่มา – การเมืองท้องถิ่นแม่กลองเริ่มร้อนแรง รองประธานสภา อบต.ประกาศชิงเก้าอี้นายกอบต.แหลมใหญ่ ลั่นไม่มีปัญหาขัดแย้งภายใน

ออม-สุชาร์ ยันยังไม่มีแพลนแต่งกับแอมป์

ความสัมพันธ์ของสาว ออม-สุชาร์ และ ไฮโซแอมป์ พิธาน เป็นหนึ่งในคู่รักนักแสดงที่หลายคนจับตามองอย่างยาวนาน ท่ามกลางกระแสข่าวลือและความคาดหวังว่าทั้งคู่จะเป็นข่าวดีในเร็วๆ นี้ สาวออมได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานะความรักอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีแพลนแต่งงานเลย

ออม-สุชาร์ ยันยังไม่มีแพลนแต่งกับแอมป์

ในงานเปิดตัวซีรีส์ “30 เพิ่งเริ่มต้น” สาว ออม-สุชาร์ เปิดใจว่า “เรื่องแต่งยังไม่ได้มีแพลนเลย เป็นเหมือนเดิม แต่ว่าเราก็ยังรักกันดี อยู่ด้วยกันดี ยังมีพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่ว่าต้องมีคำตอบตอนนี้” ความสัมพันธ์ยาวนานกว่าจะมีรอยหยักเกิดขึ้นจากการถูกโฟกัสในประเด็นรักร้าว ทว่า ออม-สุชาร์ มองในแง่บวกว่า ยินดีที่ยังมีคนนึกถึง ถือเป็นเรื่องธรรมดาของวงการบันเทิง

ไม่เครียด ใช้ชีวิตคู่นิยม สุขสบาย

เธอเล่าต่อว่า “ไม่เคยคุยกับพี่แอมป์เรื่องข่าวเลย ไม่เคยเอามาตั้งประเด็นหรือเครียด ไม่มีโหมดนั้นอยู่ในความสัมพันธ์ เรารักกันมาก ยิ่งคบยาวยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น เรารู้ว่าเขาคิดยังไง อารมณ์เปลี่ยนแปลงจากปีแรกๆ ช่วยกันแก้ปัญหา เคียงข้างกัน ไม่มีความหวือหวาเหมือนตอนแรก แต่ยังมีรอยยิ้ม ไม่มีความทุกข์ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดในความรักระยะยาว”

  • ไม่มีแรงกดดันให้แต่งทันที
  • ยังมีงานและธุรกิจเป็นเป้าหมายหลัก
  • พิธีการแต่งงานเป็นรายละเอียดที่รอเวลาเหมาะสม

เมื่อถามถึงความพร้อมจะเป็นเจ้าสาว ออม-สุชาร์ ตอบอย่างเป็นธรรมว่า “ยังไงก็ได้ค่ะ ตอนนี้ยังโฟกัสเรื่องธุรกิจ เราสนุกกับการพัฒนาสิ่งใหม่ ส่วนเรื่องแต่งงาน และคำพูดหวานๆ จากแอมป์ ยังไม่มีเลย เพราะมันเป็นเรื่องพิธีการที่ต้องใช้เวลาคุยกันตามความพร้อมของทั้งคู่”

ท่ามกลางกระแสความคาดหวังในการแต่งงานของคู่รัก นักแสดงสาวยังยืนยันว่าตอนนี้ไม่มีแพลนเชิงเป้าหมายใดๆ ทั้งงานอาชีพและงานส่วนตัวมีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ มีความสุขกับการอยู่เคียงข้างกันแบบไม่เร่งรีบเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากกว่า

หากคุณเป็นแฟนคลับของ ออม-สุชาร์ หรือติดตามกระแสความรักของศิลปินไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารใหม่ๆ เพราะสถานะความรักของเขายังคงเป็นหัวข้อที่คนสนใจอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “ออม สุชาร์” ดีใจคนคิดถึงหลังถูกพุ่งเป้ารักร้าว “แอมป์” บอกชินแล้วไม่เครียด แต่ยังไม่มีแพลนแต่งงาน

ไฟเซอร์ เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมยาและวัคซีนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในด้านสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพในประเทศไทย บริษัทไฟเซอร์ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาในหลากหลายสาขาเพื่อการรักษาและป้องกันโรค ทั้งยามะเร็ง การดูแลสุขภาพเบื้องต้น ซึ่งรวมถึงด้านอายุรกรรมและวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่มโรคหายากที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบเรื้อรัง ไฟเซอร์ยังให้ความสำคัญกับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) โดยส่งเสริมแนวทางบริหารจัดการการใช้ยาอย่างเหมาะสม (AMS) ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยผ่านวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ไฟเซอร์ เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมยาและวัคซีนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

มานานเกือบ 7 ทศวรรษในประเทศไทย ไฟเซอร์มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านสาธารณสุขผ่านการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ บริษัทเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการนำเสนอ “นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้ป่วย” ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการป้องกันและการรักษา ขยายโอกาสในการเข้าถึง และสนับสนุนเป้าหมายด้านสาธารณสุขระดับชาติ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ที่ยังขาดโอกาสทางการรักษา เพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของคนไทยทุกคน

ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการรักษาโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ไฟเซอร์ในระดับโลกได้ลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาด้านเนื้องอกวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาเป้าหมายใหม่ในการรักษาด้วยภูมิคุ้มกัน และการแพทย์แม่นยำ เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมและตรงกับแต่ละบุคคลยิ่งขึ้น โดยมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรระดับโลกเช่นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์จีนอย่าง 3SBio เพื่อขยายศักยภาพด้านการวิจัยและการพัฒนายารักษาแบบใหม่ เช่น โครงการ SSGJ-707 แอนติบอดีชนิด Bispecific ที่สามารถจับแอนติเจนที่แตกต่างสองชนิด ได้แก่ PD-1 และ VEGF พร้อมกัน

PD-1 คือโปรตีนที่พบบนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาว มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในกรณีของโรคมะเร็ง เซลล์มะเร็งสามารถใช้กลไก PD-1 นี้เพื่อหลบเลี่ยงการถูกทำลายจากระบบภูมิคุ้มกัน ยาที่ออกฤทธิ์ต่อต้าน PD-1 จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้รับรู้และกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ส่วน VEGF เป็นโปรตีนที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของหลอดเลือดใหม่ในร่างกาย การออกฤทธิ์ยาต้าน VEGF จะช่วยลดการสร้างหลอดเลือดเหล่านี้ ทำให้จำกัดการเจริญเติบโตของมะเร็ง

“เรามุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อเพื่อนำเสนอการรักษาโรคมะเร็งที่ช่วยยืดอายุและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ปอด และไต วิสัยทัศน์ของเราคือเปลี่ยนโรคมะเร็งจากโรคที่คุกคามชีวิตให้กลายเป็นภาวะที่สามารถควบคุมได้” คุณ มาร์ค คาว ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของไฟเซอร์ กล่าว

เสริมสร้างการป้องกันและรับมือโรคระบบทางเดินหายใจ

โรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ยังคงเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ไฟเซอร์จึงดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและจัดการการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส หรือไอพีดี รวมถึงการผลักดันวัคซีนและยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ เมื่อไม่นานมานี้ องค์การอาหารและยาได้อนุมัติวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบชนิดใหม่ที่ครอบคลุมสายพันธุ์เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสมากถึง 20 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันในประเทศไทย ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงในเด็กและกลุ่มเปราะบาง

“สุขภาพทางเดินหายใจเป็นพื้นที่ที่นวัตกรรมและการป้องกันต้องควบคู่กัน เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนกิจกรรมรณรงค์สาธารณสุข ตลอดจนแคมเปญให้ความรู้และสร้างความตระหนักผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อคุ้มครองครอบครัวคนไทยทุกเพศทุกวัย” คุณมาร์คกล่าวเสริม

ส่งเสริมและสนันสนุนสุขภาพที่แข็งแรงสำหรับคนไทยทุกคน

“ที่ไฟเซอร์ เรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการนำเสนอนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้ป่วย เราไม่ได้เน้นเพียงการสร้างสรรค์ยาและวัคซีน แต่ยังมุ่งมั่นสร้างความไว้วางใจ เสริมสร้างระบบสาธารณสุข และขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางสุขภาพ” คุณมาร์ค กล่าว

เมื่อประชากรไทยมีแนวโน้มสูงอายุและความต้องการด้านสุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น ไฟเซอร์ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรกับภาครัฐ แวดวงการแพทย์ และทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับการดูแลที่เหมาะสมและสมควรได้รับ เพราะตระหนักดีว่าความท้าทายด้านสุขภาพในประเทศไทยต้องอาศัยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน

ด้วยความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไฟเซอร์จะไม่หยุดยั้งในการคิดค้น นำเสนอยาและวัคซีนที่เป็นนวัตกรรมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาและเพิ่มโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมที่มีคุณค่าให้แก่ประชาชนไทยทุกคน

“เราเชื่อมั่นว่าการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชากรเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ไฟเซอร์จึงยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ส่งเสริมการเรียนรู้และการแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณมาร์ค กล่าว

การลงทุนในด้านสุขภาพไม่เพียงแค่ช่วยลดภาระโรค แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศ ไฟเซอร์เชื่อมั่นและยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในวงการสาธารณสุขไทย

ที่มา – ไฟเซอร์ เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมยาและวัคซีนเพื่อการป้องกันและรักษา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทย

สภาผ่านกฎหมายรถไฟฟ้า-อภิปรายค่าโดยสาร20บาทฯ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา เป็นวันสำคัญของวงการคมนาคมขนส่งเมืองไทย ด้วยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย วาระที่ 2-3 ซึ่งได้รับการแก้ไขและปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรถไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้การดูแลของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้มีความต่อเนื่อง พร้อมทั้งเชื่อมโยงทั่วทั้งระบบขนส่งของประเทศ

สภาผ่านกฎหมายรถไฟฟ้า-อภิปรายค่าโดยสาร20บาทฯ

จากข้อมูลของร่างพ.ร.บ. ที่มีทั้งหมด 10 มาตรานั้น สาระสำคัญของกฎหมายคือการหญ้าปรับโครงสร้างวัตถุประสงค์และข้อบังคับของ รฟม. เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กฎหมายจะผ่านไปได้นั้น มีการอภิปรายและตั้งคำถามเกี่ยวกับ มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

การอภิปรายจาก สส.

โดยเฉพาะมาตรา 8 ซึ่งกล่าวถึงการจัดการรายได้ของ รฟม. หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว จะต้องส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่มองว่าการนำรายได้จาก สภาผ่านกฎหมายรถไฟฟ้า-อภิปรายค่าโดยสาร20บาทฯ ไปใช้ อุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อาจถูกมองว่าเป็นการอุ้มผลประโยชน์ให้กับเฉพาะกลุ่มคนในกรุงเทพฯ เพียงแค่ประมาณ 2 ล้านคน ในขณะที่ประชาชนทั่วประเทศมีมากกว่า 70 ล้านคน

อีกหนึ่งประเด็นคือ งบประมาณและการเงินของประเทศ เนื่องจากหากงบประมาณที่รัฐได้รับจากการทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ แล้วนำกลับมาใช้.dispensing เป็นเงินอุดหนุนโครงการใดโครงการหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านวินัยการจัดการเงินของรัฐโดยรวม

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้มีการอธิบายและให้ความกระจ่างว่ามาตรการนี้ถือเป็นประโยชน์ที่แพร่หลายแก่ประชาชนโดยรวม มิใช่เจาะจงเฉพาะกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการใช้บริการรถไฟฟ้านั้น มีประชาชนจากต่างจังหวัดจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และทำมาหากินในพื้นที่ ดังนั้น การลดราคาค่าโดยสารเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นจึงเป็นไปเพื่อการช่วยเหลือกลุ่มประชากรที่หลากหลายและครอบคลุมทุกภูมิภาค

ความคืบหน้าในการลงมติ

ภายหลังจากการถกเถียงและการแสดงความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบถ้วนตามระเบียบวาระ ที่ประชุมได้มีการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระที่ 3 โดยได้คะแนนเสียงผ่านมาด้วยคะแนนเสียง 248 เสียงเห็นด้วย, 151 เสียงไม่เห็นด้วย และ 1 เสียงงดออกเสียง ซึ่งทำให้ร่างกฎหมายได้ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปและจะถูกส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

ความคืบหน้านี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบขนส่งทางหลวงและทางรางของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาในขณะที่เครือข่ายรถไฟฟ้ากำลังขยายตัวและมีประชาชนเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางกรอบกฎหมายเพื่อสนับสนุนและกำกับดูแลให้เกิดความโปร่งใสและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพถือเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ความสำเร็จของกฎหมายครั้งนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของ สภาผ่านกฎหมายรถไฟฟ้า-อภิปรายค่าโดยสาร20บาทฯ ในระดับวุฒิสภา ซึ่งยังคงเผชิญกับประเด็นและการตั้งคำถามเชิงนโยบายสาธารณะที่ซับซ้อน หากสภาผู้แทนราษฎรพร้อมทั้งวุฒิสภาต่างก็อยู่ในแนวร่วมกันสานต่อนโยบายนี้ได้ จะยิ่งช่วยให้โครงการรถไฟฟ้าร้อยละแน่นอนจากปัจจุบัน ไปยังอนาคตที่มากไปกว่านั้น

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการใช้กฎหมายใหม่นี้อาจส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวางต่อการเคลื่อนย้ายของผู้คน ลดปัญหาการจราจรมากขึ้น และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากการเดินทาง ซึ่งจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยประเทศไทยก้าวไปสู่เป้าหมายเส้นทางสีเขียวสู่ความยั่งยืน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้ความสนใจในเรื่องการคมนาคมขนส่ง หรือเป็นผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ารายใหม่ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพการเดินทางของคุณในอนาคต

ที่มา – สภาฯฉลุยผ่าน กม.รฟม. หลัง สส.ติงรถไฟฟ้า20 บาทอุ้มแค่คน กทม.

“เฟอร์รารี” กลับมาหลังพ้นแบน พร้อมบทบาทว่าที่คุณพ่อ

“เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” ยอดมวยวัย 28 ปี จากสุราษฎร์ธานี เผยให้สัมภาษณ์หลังพ้นโทษแบนจากการถูกตรวจสารต้องห้าม กับความพร้อมในการคัมแบ็กครั้งสำคัญในฐานะว่าที่คุณพ่อ เตรียมรับมือกับ “ก้องไกล ส.สมหมาย” นักสู้ชาวพิษณุโลก ในการแข่งขันมวยไทยรุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ของศึก ONE ลุมพินี 122 ที่เวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ เริ่มคู่แรกเวลา 19.30 น.

“เฟอร์รารี” กลับมาหลังพ้นแบน พร้อมบทบาทว่าที่คุณพ่อ

หลังจากที่ “เฟอร์รารี” เพิ่งพ้นโทษแบนระยะเวลา 3 เดือน จากกรณีสารต้องห้ามในร่างกายภายหลังแต้ม “เคียมรัน นาบาติ” นักสู้ชาวรัสเซีย ซึ่ง ONE Championship ได้ประกาศให้การแข่งขันครั้งนั้นเป็น “ไม่มีผลการแข่งขัน” มาแล้ว “เฟอร์รารี” ได้โอกาสกลับมาล่าชัยครั้งใหม่ หรือจะเรียกได้ว่าเป็นการคัมแบ็กถึงแม่นอน เพราะตอนนี้เขากำลังจะกลายเป็น papà จริง ๆ

ความมุ่งมั่นเพื่อครอบครัว

“เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญมาก ช่วงที่โดนแบน ผมอยู่ค่ายคอยช่วยซ้อมเพื่อนๆ อยู่ตลอด พอมีเวลาทบทวนตัวเอง พอมีกำลังใจจากครอบครัวและแฟนๆ ก็เลยผ่านมันมาได้อย่างยอดเยี่ยม”

เขาเปิดใจว่า “ตอนนี้ผมตั้งเป้าทุกอย่างเพื่อลูก เพราะการคลอดและเลี้ยงดูลูกมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย การมีเสถียรภาพสำหรับครอบครัวคือแรงผลักดัน สูงสุดผมตอนนี้ นอกจากมวย ผมคิดแต่เรื่องหาเงินเก็บไว้ใช้ตอนลูกเกิด และหลังจากนั้น ผมก็หวังจะเป็นพ่อที่ดีที่สุด”

ไฟต์นี้มีสองทาง ไม่เขาก็เรา

ร้านค้าใหม่ ๆ “เฟอร์รารี” จะต้องพบกับ “ก้องไกล” แชมป์หมัดหนักชาวพิษณุโลก เป็นคู่ชกลูกผสมในรอบแรกของ ONE Championship นับเป็นครั้งแรกของนักชกไทยกับรายการนี้ด้วยซ้ำ แม้คู่ชกจะมีครบทั้งความแข็งแกร่งและประสบการณ์ แต่ “เฟอร์รารี” ยืนยันว่าเขาเตรียมความพร้อมมาอย่างเต็มที่

“ก้องไกลมีหมัดหนัก ช้ากว่าผม แต่จังหวะป้องกันเขายังหลวม ผมฝึกให้อาวุธตีแรงขึ้น พลังเยอะกว่าเดิม พร้อมแจมจบไว้ถ้ามีโอกาส” เขากล่าวให้กำลังใจตัวเอง

โชว์พลังบนเวทีระดับโลก

“ผมหยุดไปนาน และเตรียมตัวหลายเดือน ผมอยากโชว์พลังและกลับสู่เส้นทางด้วยชัยชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุด” “ไฟต์นี้มีสิทธิ์เดียงดาย ไม่เขาก็เราที่หายไป แต่ผมมั่นใจว่า ผมมีโอกาสชนะสูงครับ”

เพื่อไม่ให้พลาดความมันส์รับชมการชกคู่ปฐมฤกษ์ของศึก ONE Lumpinee 2025 ที่เริ่มต้นเวลา 19.30 น. ท่านสามารถรับชมได้ทาง Watch.ONEFC.com, Facebook และ YouTube ONE เริ่มฉายเวลา 20.30 น. และสามารถจองบัตรได้ผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

ติดตามเหตุการณ์ “เฟอร์รารี” และเส้นทางแห่งความเป็น papà แท้จริงเฉพาะในศึกนี้เท่านั้น ทั้งความแรง ความเอาใจ และธรรมชาติของนักสู้สายพ่อที่ไม่มีคำว่าพ่ายแพ้!

ที่มา – “เฟอร์รารี” กลับมาหลังพ้นแบน พร้อมบทบาทว่าที่คุณพ่อ

NBA และ AIS ร่วมมือถ่ายทอดสดการแข่งขันบาสเกตบอลในไทย

เริ่มต้นความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการกีฬาสายน้ำในเมืองไทย NBA และ AIS ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาว เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ผ่านบริการสตรีมมิง AIS PLAY โดยแฟนๆ ชาวไทยจะได้สัมผัสกับการแข่งขันระดับโลกอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ฤดูกาล 2025-26 ซึ่งจะเปิดฉากในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2025 ตามเวลาสหรัฐฯ

NBA และ AIS ร่วมมือถ่ายทอดสดการแข่งขันบาสเกตบอลในไทย

ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวระหว่าง National Basketball Association (NBA) กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการดิจิทัลและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของไทย AIS PLAY จะเป็นแพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสดทุกเกมสำคัญของ NBA ครอบคลุมตั้งแต่การแข่งขันปกติจนถึงรอบชิงแชมป์ และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่แฟนๆ รอคอย

AIS PLAY พร้อมช่องกีฬาเฉพาะกิจ ชมได้ทุกอุปกรณ์

เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการรับชม สิ่งที่ AIS PLAY เตรียมไว้ให้แฟนบาสเกตบอลชาวไทยก็คือการเปิดตัวช่องกีฬาเฉพาะกิจ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อขับเคลื่อนความบันเทิงด้านกีฬา และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมอย่างแท้จริง ภายใต้การสนับสนุนจากรายได้สตรีมมิ่งและการแพร่กระจายเนื้อหาผ่านบริษัทในเครือของ AIS โดยเฉพาะบริษัท ไมโม่เทค จำกัด

  • ชมภายตรงทุกเกมฤดูกาลปกติ
  • ครอบคลุมรอบเพลย์ออฟและคอนเฟอเรนซ์ไฟนัล
  • ถ่ายทอดสด NBA All-Star, NBA Draft และกิจกรรมต่างๆ
  • รวมถึงการแข่งขัน NBA Finals แบบปีเว้นปี

การสตรีมแบบสวมแพ็กเกจแบบเฉพาะทางนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ส่งเสริมความต้องการในการเข้าถึงคอนเทนต์กีฬาชั้นนำ โดยให้บริการรองรับหลากหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวี ผ่านแอปพลิเคชัน AIS PLAY ที่ดาวน์โหลดได้ฟรีผ่าน App Store และ Google Play

“เราภูมิใจมากที่ได้ทำงานร่วมกับ NBA ซึ่งเปรียบเสมือนสเปกตรัมแห่งความสนุกในโลกของบาสเกตบอลระดับโลก” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “AIS เติมพลังให้ทุกช่วงเวลาผ่านระบบโครงข่ายอัจฉริยะ และโปรโตคอลการสตรีมที่เสถียรยิ่งขึ้น เพื่อให้แฟนๆ ได้มีโอกาสประชุมสถานการณ์หลากรวมใจตามเสียงเชียร์”

Wayne Chang กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียของ NBA ก็ได้กล่าวเสริมว่า “NBA มีความคาดหวังสูงต่อนวัตกรรมไทย และทาง AIS คือหุ้นส่วนที่พร้อมตามหานักเสพจำนวนมากเพื่อทำให้กีฬาที่เรารักเติมเต็มความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น”

นอกจากการมองหาประสบการณ์ที่ดีกว่าแล้ว การลงนามครั้งนี้ก็ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญเข้าสู่ระบบเซอวิสเชิงปฏิสัมพันธ์สำหรับผู้บริโภคซึ่งรับชมตลอดเวลาในประเทศไทย ระบบที่ AIS วางไว้มั่นคงและม蓉ง่ายต่อการรับชมรูปแบบใหม่ๆ

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบบาสเกตบอล อย่าพลาดทุกคะแนนตื่นเต้นพร้อมโอกาสปริ่มเชียร์ติดระเบียบงานด้วยภาพถ่ายที่คมชัดยิ่งขึ้นจากการ ร่วมมือ NBA กับ AIS หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็คเกจราคาและโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางทางการ AIS PLAY และวางแผนเวลาของคุณตั้งแต่วันนี้เพื่อไม่พลาดทุกสนุกของฤดูกาลถัดไป

ที่มา – NBA และ AIS ประกาศความร่วมมือระดับยาว เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันในประเทศไทย

มารี เบรินเนอร์ เคลียร์สัมพันธ์ฉาว ยันคบ ไฮโซบอส หลังโสดทั้งคู่

ล่าสุดประเด็นร้อนแรงที่เกี่ยวข้องกับ มารี เบรินเนอร์ และ ไฮโซบอส อัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล ได้เกิดขึ้นหลังมีข่าวว่ามารีเมาแล้วขับ และมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถูกถ่ายภาพไว้จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเรื่องคุณธรรมและเรื่องความสัมพันธ์ที่ดูซับซ้อน

มารี เบรินเนอร์ เคลียร์สัมพันธ์ฉาว ยันคบ ไฮโซบอส หลังโสดทั้งคู่

ต่อกระแสข่าวดังกล่าว ทั้ง มารี เบรินเนอร์ และ ไฮโซบอส อัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยออกมายอมรับและขอโทษผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของมารี โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย

มารี ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า “ความสัมพันธ์ของเรากับพี่บอสเริ่มต้นขึ้นภายหลังจากที่ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในโลกของตนเองมาหนึ่งปีเต็ม ไม่มีเจตนาจะปิดบังหรือแอบซ่อนอะไรทั้งสิ้น” ซึ่งเป็นการยืนยันว่านี่คือความรักที่เริ่มต้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ยันความสัมพันธ์ไม่ได้ซับซ้อน

อีกทั้ง มารี ยังได้กล่าวถึงบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวขวัญว่ามีความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ โดยชัดเจนว่า “มารีไม่ได้มีความสนิทสนมกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง แน่นอนว่าเราเคยรู้จักกันในกลุ่มเพื่อน แต่ไม่ได้มีความใกล้ชิดเลย”

นอกจากนี้ มารียังได้เปิดเผยในโพสต์ว่าขณะนี้เธอได้รู้จักกับครอบครัวของไฮโซบอส ซึ่งมีทั้งลูกชาย ลูกสาว และคุณแม่ของบอส โดยกล่าวว่าพอมีความสัมพันธ์กับบอส เธอได้รับรู้ถึงความรับผิดชอบและการดูแลครอบครัวของบอสอย่างชัดเจน

ทั้งหมดนี้เป็นการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิด และโดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่ข่าวลือสามารถลุกลามได้รวดเร็ว ทำให้เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “มารีขอความกรุณาจากทุกคนในการรับข่าวสารอย่างรอบด้าน ไม่ด่วนตัดสิน และขอขอบพระคุณที่ให้โอกาสในการชี้แจง

ข้อเท็จจริงสำคัญคือ ความจริงไม่ได้เริ่มจากการดราม่า แต่เริ่มจากการเข้าใจผิด ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในสถานะของIndividual ที่เป็นอิสระ แล้วตัดสินใจอยู่ด้วยกัน มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดใดๆ ขอให้เป็นความรักที่จริงใจและมีความหมาย

ที่มา – ‘มารี เบรินเนอร์’ เคลียร์สัมพันธ์ฉาว ยันคบ ‘ไฮโซบอส’ หลังโสดทั้งคู่ ลั่นถึงบุคคลที่สามไม่ได้สนิทกัน!

ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’ ปะทุอีกครั้ง

เรื่องราวข่าวลือเกี่ยวกับ ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’ กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากมีคลิปวิดีโอสั้นที่ถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย โดยในคลิปดังกล่าว ผู้ใช้ระบุว่าเป็นภาพของ “จีมิน” หรือ Jimin สมาชิกวง BTS และนักแสดงสาว “ซงดาอึน” หรือ Song Da Eun ถูกถ่ายทอดไว้ที่อพาร์ตเมนต์ในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’

ในวันที่ 27 สิงหาคม 2025 คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นหญิงสาวที่หลายคนเชื่อว่าคือซงดาอึน ยืนรออยู่หน้าลิฟต์ในอาคารที่คาดว่าเป็น Nine One Hannam อพาร์ตเมนต์หรูที่จีมินอาศัยอยู่ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออกแล้วมีชายหนุ่มซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นจีมินเดินออกมาด้วยสีหน้าตกใจ โดยชายหนุ่มกล่าวว่า “โอ้ย คุณทำให้ฉันกลัว! รู้ได้ยังไงว่าฉันจะเข้ามา” ทำให้เกิดกระแสต่าง ๆ ถกเถียงกันอย่างหนักในโลกออนไลน์

การตอบโต้ของซงดาอึน

ก่อนหน้านี้ในช่วงข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคู่นี้ที่เริ่มต้นในปี 2022-2023 นั้น ซงดาอึนได้เคยกล่าวถึงผ่านการไลฟ์สด ว่าเธอไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มคบกับจีมิน และร้องขอแฟนคลับบางกลุ่มหยุดกล่าวหาดูแคลนเธอโดยไม่มีหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม คลิปใหม่ที่ปรากฏในตอนนี้ทำให้ “ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’” กลับถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ทั้งจากด้านแฟนคลับของทั้งสองคนและสื่อต่างประเทศ โดยหลายคนมองว่าการเปิดเผยคลิปที่ถ่ายในพื้นที่ส่วนตัวนั้นเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว

ขณะนี้สังกัดของจีมิน อย่าง Big Hit Music ยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาคลิปที่กล่าวอ้างนี้ ควบคู่ไปกับกระแสที่มองว่าทั้งคู่อาจเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดจริง ๆ ทำให้แฟนคลับแห่ตั้งคำถามและอยากเห็นความจริงอย่างเปิดเผยมากขึ้น

มุมมองที่น่าสนใจจากทั้งสองฝ่าย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากกรณีนี้คือ ความเป็นส่วนตัวและการรั่วไหลของภาพถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์จากสาธารณะชน โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า แม้จะเป็นคนดัง แต่ก็ไม่ใช่เหตุให้ละเมิดความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้

เช่นเดียวกัน การสำรวจว่าจริง ๆ แล้ว ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’ เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงแค่กระแสที่ถูกขับเคลื่อนโดยสื่อหรือเน็ตไอดอล นั้นต้องรอรับข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น หากทั้งสองฝ่ายยังไม่ยืนยันหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน

ทราบได้ชัดว่าอิทธิพลของศิลปินระดับโลกอย่าง BTS ส่งผลต่อวิถีชีวิตของเหล่าแฟนคลับอย่างมาก และเรื่องราวของจีมินและซงดาอึนอาจไม่ใช่เพียงแค่วงในวงบันเทิง แต่เป็นกุญแจที่เปิดเผยโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความคาดเดาและความคิดเห็นที่หลากหลาย

คุณเป็นผู้ติดตามเรื่องของวงการ K-pop มาอย่างยาวนานใช่หรือไม่? อย่าลืมติดตาม ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’ ต่อในบทความหน้า แล้วซูมลึกทุกมิติในโลกของศิลปินที่เรารัก

ที่มา – ข่าวลือการเดท ‘จีมิน BTS-ซงดาอึน’ ปะทุอีกครั้ง ปมคลิปหลุดว่อน-แฟนคลับวิจารณ์สนั่น!