ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ม.ธุรกิจบัณฑิตคว้าแชมป์คอร์ฟบอลรุ่นใหญ่ SWU แชมป์รุ่น 21 ปี

การแข่งขัน คอร์ฟบอล 4 คน ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ได้ปิดฉากลงอย่างน่าตื่นเต้น ณ ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเซียรังสิต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยในรอบชิงชนะเลิศ รุ่นประชาชน ทีม SWU (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) แชมป์เก่า ได้พบกับทีม ม.ธุรกิจบัณฑิต ซึ่งเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ในรอบแรก และ ม.ธุรกิจบัณฑิต เป็นฝ่ายชนะไปก่อนหน้าด้วยคะแนน 12-0

ม.ธุรกิจบัณฑิตคว้าแชมป์รุ่นใหญ่ ปิดฉากศึกคอร์ฟบอล 4 คน ประเทศไทย

ผลปรากฏว่าในนัดชิง ม.ธุรกิจบัณฑิต สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง หลังเอาชนะ SWU ไปด้วยคะแนน 12-7 คว้าแชมป์รุ่นประชาชนไปครองอย่างภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของทีม ที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพและการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ผลการแข่งขันตามรุ่นต่างๆ

นอกจากคู่ชิงชนะเลิศจะสร้างความตื่นเต้นแล้ว ผลการแข่งขันจากกลุ่มรุ่นอื่นๆ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยในหมวดหมู่ อายุไม่เกิน 21 ปี ทีม SWU ที่เป็นแชมป์เก่าสามารถเอาชนะทีม ม.ธุรกิจบัณฑิต ได้ด้วยคะแนน 11-8 ในขณะที่รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรี บุกชนะทีม พิบูลบำเพ็ญด้วยคะแนน 16-3

  • รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี: กีฬากรุงเทพชนะชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรี 10-6
  • รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี: ชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรีชนะสารวิทยา 17-8

ผลการแข่งขันแต่ละรุ่นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของนักกีฬารุ่นเยาว์ที่มีความสามารถ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความพยายามของทีมโค้ชและการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้

อนาคตของกีฬาคอร์ฟบอลในประเทศไทย

หลังจากจบการแข่งขัน รศ.ดร.สุปราณี ขวัญบุญจันทร์ นายกสมาคมกีฬาคอร์ฟบอลแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก และยังมีดาวรุ่งหลายต่อหลายคนที่ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคตของทีมชาติไทย

นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยว่าในปีหน้า จะมีการจัดการแข่งขันในรูปแบบ เกม 8 คน เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาทั่วประเทศได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่มากขึ้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้เล่นเพื่อส่งเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติในโอกาสต่อไป

กีฬาคอร์ฟบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่หันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬาและการสนับสนุนจากรัฐบาล ถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยผลักดันให้กีฬาชนิดนี้เติบโตในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นแฟนกีฬา หรือกำลังมองหาเป้าหมายในการฝึกซ้อม กีฬาคอร์ฟบอลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งสนุก สุขภาพดี และยังเสริมสมรรถภาพทางกายอีกด้วย

ที่มา – “ม.ธุรกิจบัณฑิต” แชมป์รุ่นใหญ่ “SWU.” แชมป์รุ่น 21 ปี ปิดฉาก ศึกคอร์ฟบอล 4 คน ประเทศไทย

มารี เบิร์นเนอร์ ใฝ่ฝันและรักความเร็วจนมีรางวัล

ในยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องการความโดดเด่น และ มารี เบิร์นเนอร์ ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่สามารถพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าความฝันสามารถแปลงเป็นจริงได้ นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ดาราสาวหน้าหวานที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังจากการแสดงและเดินแบบ กลับกลายเป็นกระแสข่าวฉาวบนโลกโซเชียลจากเหตุการณ์ขับรถขณะมีสุราในกระแสเลือด

มารี เบิร์นเนอร์ ใฝ่ฝันและรักความเร็วตั้งแต่เด็ก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้จัดตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะหน้าโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยมีรายงานว่า มารี เบิร์นเนอร์ ขับรถปอร์เช่สีเขียวตัดหน้าด่านตรวจอย่างแปลกประหลาด เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบยานพาหนะ พบว่า มารี เบิร์นเนอร์ ซึ่งมีนักธุรกิจไฮโซหนุ่มและผู้หญิงอีกคนนั่งร่วม ดูมีอาการคล้ายกับการเมาสุรา

ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ขอให้เธอเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่แฟนหนุ่มของเธอไม่อนุญาตให้เป่า และยังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า “แฟนผมปวดฉี่ให้ไปฉี่ก่อนได้หรือไม่ ผมรู้จักนายตำรวจใหญ่” สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องนำเธอและคู่ขับไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อหา มารี เบิร์นเนอร์ ข้อหาขับรถขณะมีสุราในกระแสเลือด หลังจากไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ และควรประกันตัวด้วยวงเงิน 20,000 บาท

ชีวิตผ่านบทกวีของมารี เบิร์นเนอร์

มารี เบิร์นเนอร์ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่ประเทศเยอรมนี โดยเป็นบุตรสาวของทูตวัฒนธรรมจากประเทศเยอรมนี ทำให้ตอนเด็กเธอมีโอกาสใช้ชีวิตภายใต้วัฒนธรรมหลากหลายประเทศ แม้ในวัย 10 ปี คุณพ่อของ มารี เบิร์นเนอร์ จะเกษียณและย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวร ซึ่งนับจากนั้นเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิง

เธอเข้าสู่วงการในวัย 17 ปี จากการถูกชักชวนโดยเอเจนต์โมเดลลิ่ง ผ่านจากงานโฆษณา กลายเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ ถ่ายแบบปกนิตยสาร และเดินแฟชั่นโชว์ ก่อนจะก้าวเต็มตัวเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว ทั้งทางด้านละครโทรทัศน์และภาพยนตร์

ความรักในความเร็วของมารี เบิร์นเนอร์

แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ เธอมีความฝันตั้งแต่วัยเด็กว่าอยากเป็นนักแข่งรถ และเธอก็ไม่ใช่แค่ฝันเปล่า ๆ เพราะเธอเคยคว้ารางวัลการแข่งรถอันดับ 5 มาครองในสนามแข่งที่ 3 ด้วยฝีมือของตัวเอง

ในยุคปัจจุบัน เธอก็มีช่องทางสื่อสารผ่านยูทูบเพื่อแบ่งปันคอนเท็นต์ในอารมณ์ที่เป็นตัวเธอเองมากยิ่งขึ้น โดยลดการทำงานด้านการแสดงลงเหลือเพียงบางครั้งเท่านั้น

ข่าวที่เธอถูกจับได้ขับรถขณะมีสุราในเลือดนั้น เป็นอีกครั้งที่ผู้คนเข้ามาจับจิตจับใจเธออย่างหนัก แต่ถ้ามองกลับไปในความสามารถและเส้นทางชีวิตของเธอ มีทั้งด้านงานในวงการบันเทิงและความชื่นชอบในการแข่งรถ แสดงให้เห็นว่า มารี เบิร์นเนอร์ ไม่เพียงสวยงามมุ่งกท่าทาง แต่ยังมีจุดเด่นและฝันในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ธรรมดา

แม้เธอจะมีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ แต่ก็ยังเป็นบทเรียนคุณค่าที่ช่วยเตือนใจเธอ และทุกคนว่า ความฝันแม้จะสวยงาม แต่สิ่งสำคัญคือการเคารพตนเองและผู้อื่น รวมถึงกฎของสังคม

ที่มา – จากนางเอกหน้าหวานสู่ข่าวฉาว “มารี เบิร์นเนอร์” ใฝ่ฝันและรักความเร็วตั้งแต่เด็ก แถมยังเคยโชว์ฝีมือแข่งรถจนมีรางวัล

‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา

บรรยากาศในการเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา ในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยมีการเดินทางมาร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งของสมาชิกสภาทนายความในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8 สมัย พร้อมทั้งเคยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าว ในฐานะสมาชิกสภาทนายความ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งภายในวิชาชีพนิติศาสตร์

บรรยากาศโดยรวมของสถานที่เลือกตั้งคึกคักอย่างเห็นได้ชัด มีสมาชิกสภาทนายความทยอยเดินทางมาร่วมใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่หน้าหน่วยเลือกตั้งค่อนข้างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ พร้อมความโปร่งใสในการให้บริการเลือกตั้ง

เหตุการณ์ที่ไม่ควรมองข้าม

การเลือกตั้งสภาทนายความในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของสภาทายความในปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจริยธรรมวิชาชีพ การพัฒนาคุณภาพผู้ประกอบวิชาชีพ และการสนับสนุนคดีสาธารณะประโยชน์

ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า การมีตัวตนของบุคคลสำคัญระดับจังหวัด เช่น นายนิพนธ์ บุญญามณี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพทนายความในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการนับคะแนนคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับสภาทนายความจังหวัดสงขลา

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทนายความและผลกระทบต่อระบบยุติธรรมไทย ติดตามเว็บไซต์ของเราได้ทุกวัน

ที่มา – ‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา บรรยากาศคึกคัก

มาริษ เยือนสวีเดน-สวิส แจงยุโรป-องค์กรปมกัมพูชายุทธวิธีใช้ทุ่นระเบิด

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 08.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสวีเดน นายมาริษ เสี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อเข้าร่วมการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2568 โดยจะร่วมลงนามในเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-สวีเดน

มาริษ เยือนสวีเดน-สวิส แจงยุโรป-องค์กรปมกัมพูชายุทธวิธีใช้ทุ่นระเบิด

นายมาริษ กล่าวว่า การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน เพื่อเป็นพยานในการลงนามซื้อเครื่องบินรบ Grippen E/F และหารือความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ

นอกจากนี้ ยังวางแผนพูดคุยกับนางมารีอา มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันแนวคิดของไทยที่มุ่งใช้ทางออกเชิงสันติวิธี และย้ำว่าภารกิจทางทหารของเราเน้นการจำกัดวงตอบโต้ตามหลักสากล

แจงต่อองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ละเมิดของกัมพูชา

หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนสวีเดน นายมาริษจะเดินทางต่อไปยังนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 26 ส.ค. โดยมีจุดมุ่งหมายหลัก 3 ด้านคือ:

  • ชี้แจงกับประเทศกลุ่มสัญญาอนุภาคีเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • หารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
  • เข้าพบประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ย้ำว่าประเทศไทยไม่เพียงแต่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังได้แสดงท่าทีสุจริตและจริงใจในการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมที่กัมพูชาก่อการร้าย เช่น การโจมตีพลเรือน การใช้ทุ่นระเบิด และสงครามข่าวสารที่ฝ่ายตรงข้ามใช้โซเชียลมีเดียเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของไทย

“ประเทศไทยเป็นผู้รักสันติ รักษาเกียรติภาพของประเทศและไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการใช้กำลังทหาร แต่เราจะไม่ยอมให้พรมแดนและน่านน้ำของประเทศไทยถูกบุกรุก” รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวอย่างชัดเจน

นับเป็นเสียงสนับสนุนที่ไทยควรค่าแก่การได้รับ เพราะในขณะที่หลายประเทศรับรู้ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดโดยกัมพูชา.ICRC เพิ่งออกแถลงการณ์ชัดเจนไม่นานมานี้ว่าไม่สนับสนุนวิธีการต่อสู้ด้วยการใช้สื่อและข่าวปลอมทำลายตัวตนของฝ่ายตรงข้าม

ทั้งนี้ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือเพื่อให้ทั้งสามประเทศ อุบัติวิทยาศาสตร์ และองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญได้เข้าใจประเด็นเชิงลึกแล้วแทนที่จะตัดสินจากข้อมูล片面เดียว การชมรมเชิงลึกเช่นนี้จึงถือเป็นโอกาสทองในการสร้างภาพ พลวิทยากรที่ยุติธรรมและถูกต้อง

เลือดของเราเป็นสีดำเหมือนกับผู้รักสงบและมีหัวใจเป็นธรรม ข้าพเจ้าถือเป็นหน้าที่ในการอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้โลกมองเห็นอย่างแท้จริง และหากใครสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของไทย จะค้นพบความจริงได้ผ่านการพูดคุยตรงต่อหน้ากับผู้บริหารระดับสูงของเรากาชาดสากล นายมาริษกล่าว

น้องวิว คืนสนามคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์

การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ ซีรีส์ 3 ที่หัวหิน คอนเวนชั่น เซนเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนักกีฬาเทควันโดอาชีพและผู้สนใจจากทั่วประเทศ เพื่อชิง 10 เหรียญทอง โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่อสู้ 6 เหรียญ และ เทควันโดวีอาร์ (VR) อีก 4 เหรียญ ในสนามนี้ มีผลงานโดดเด่นจาก “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยที่คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 กลับมาคืนสนามหลังจากห่างหายไปกว่า 18 ปี

น้องวิว คืนสนามคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์

“วิว” ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจแม้ในวัยที่ไม่ใช่เยาวชนอีกต่อไป โดยลงสนามในประเภท เทควันโดวีอาร์ รุ่นอายุ 16 ปีขึ้นไป กับทีมวิว เทควันโด คลับ เอ ซึ่งเธอต้องใช้เวลาในการปรับตัวใหม่กับรูปแบบการเล่นเสมือนจริงที่แตกต่างจากเทควันโดปกติทั่วไป แม้ในรอบชิงชนะเลิศจะแพ้ให้กับ ชนิกานต์ ชิโนทัย จาก ที.เอ.เอฟ.แพร่ เอ ไป 0-2 ยก แต่ก็ได้รับรางวัลเหรียญเงินไปครอง ซึ่งถือเป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจ

ความท้าทายใหม่จากการเล่น VR Taekwondo

“น้องวิว” กล่าวว่า เธอเลิกเล่นเทควันโดตั้งแต่ปี 2007 และไม่ได้คิดว่าจะกลับมาสัมผัสกับกีฬานี้อีก แต่โชคดีได้มีโอกาสลองเล่น เทควันโดวีอาร์ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างทักษะการต่อสู้กับการเล่นเกม เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และท้าทายมาก ทั้งในแง่เทคนิค และการเตรียมพร้อมในการแข่งขัน นี่ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาในวัยกลางคนหรือผู้ที่เคยออกจากระบบกีฬามาแล้วให้กลับมาสัมผัสกับเทควันโดในอีกรูปแบบหนึ่ง

นอกจากนี้ ในประเภทต่อสู้แบบปกติยังมีผู้ชนะมากมายที่น่าจดจำ เช่น รุ่นหญิง 53 กก. ปานบัว โมรมัต จาก เคซีเอส อะคาเดมี่ ออฟ เทควันโด เอ ชนะพลิกสถานการณ์จากเจ้าของเหรียญทองกีฬาเยาวชนฯ ก่อนหน้านี้ คว้าแชมป์ไปครอง ส่วนรุ่นชาย 74 กก. กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุจาก อุดรธานี เทควันโด ไทยแลนด์ เอ ผู้เคยเข้ารอบทีมชาติไทยและคว้าเหรียญจากเยาวชนโลกปี 2024 ก็สามารถแบกรับความกดดันจนคว้าทองมาได้เช่นกัน

  • ชิงแชมป์รุ่นหญิง 53 กก. ปานบัว โมรมัต
  • ชิงแชมป์รุ่นชาย 74 กก. กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุ
  • น้องวิว เยาวภา บุรพลชัย ได้ “เหรียญเงิน” กลับมา
  • รองแชมป์รวมทีม: เดอะ แชมเปี้ยน เทควันโด A
  • อันดับ 3 รวมทีม: ไทเกอร์ ไทย แต้จิ๋ว A

ในส่วนของการจัดการแข่งขัน เทควันโดวีอาร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งให้โอกาสทั้งนักกีฬาหน้าใหม่ และอดีตนักกีฬาให้กลับมามีส่วนร่วมกับกีฬาในรูปแบบเครื่องมือสมัยใหม่ “โค้ชแม็กซ์” ร.ต.อ.ชัชวาล ขาวละออ กับ “โค้ชชิต” วิชิต สิทธิกัณต์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ต่างแสดงความเห็นว่า การจัดรายการนี้ช่วยเปิดโอกาสให้กีฬาเทควันโดได้เข้าถึงกลุ่มผู้คนใหม่ รวมถึงพัฒนาทักษะของนักกีฬาให้กว้างขึ้น ทั้งทางด้านจิตวิทยา ความเร็ว และการตอบสนองในโลกเสมือนจริง

จากการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ นักกีฬาหลายคนแสดงความสนใจที่จะพัฒนาฝีมือเพื่อร่วมทีมชาติไทย และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการกีฬาไทยในอนาคต ให้กีฬารุ่นใหม่อย่าง “เทควันโด VR” ได้เติบโตควบคู่กับเทควันโดแบบดั้งเดิมไปพร้อมกัน

หากคุณเป็นแฟนกีฬา หรือเคยฝึกเทควันโดเมื่อใด 不妨กลับมาลองสัมผัสกับ เทควันโดวีอาร์ ดูสักครั้ง ไม่เพียงแค่มีความสนุก แต่ยังเป็นพัฒนาการใหม่ที่สนับสนุนทุกคนในทุกวัยให้มีโอกาสอยู่ในโลกกีฬาไทยได้อีกครั้ง

ที่มา – “น้องวิว” คืนสนามครั้งแรกในรอบ 18 ปี เตะคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ศึกพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ซีรีส์ 3

มารี เบิร์นเนอร์ เมาแล้วขับ ท้าต่อยตำรวจ!

เหตุการณ์ที่นักแสดงสาวชื่อดังอย่าง มารี เบิร์นเนอร์ ตกเป็นข่าวใหญ่ในโลกโซเชียลมีเดียหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับได้ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่าย เมาแล้วขับ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เมื่อเช้ามืดวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต่างติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดว่าเธอจะออกมายอมรับหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร

มารี เบิร์นเนอร์ เมาแล้วขับ ท้าต่อยตำรวจ!

จากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบ มารี เบิร์นเนอร์ กำลังขับขี่รถอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พฤติกรรมของเธอแสดงให้เห็นว่ามีสุราในระบบประสาท จนนำไปสู่การถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สังคมต่างจับตาดูการเคลื่อนไหว

ล่าสุด นักแสดงสาวยังไม่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับแฟนคลับและสาธารณชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาพและคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นและอารมณ์ที่เธอแสดงออกต่อเจ้าหน้าที่จนกลายเป็นกระแสไวรัล

  • เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 24 สิงหาคม
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง เป็นผู้จับกุม
  • สถานที่เกิดเหตุ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม
  • มารียังไม่ได้ออกมาชี้แจงใด ๆ

ในโลกของวงการบันเทิง การมีข่าวดราม่าหรือข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของศิลปินนั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความนิยมแล้ว ยังอาจกระทบต่อผลงานในอนาคต มารี เบิร์นเนอร์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้วในวันที่เกิดเหตุ มีสิ่งใดที่ทำให้เธอตัดสินใจขับรถขณะมีสุราในร่างกาย และทำไมถึงมีปฏิกิริยาท้าทายเจ้าหน้าที่จนถึงขั้นเกือบเกิดปะทะ

สนับสนุนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับกฎหมายจราจร และการไม่ขับรถภายใต้ฤทธิ์ของสุรา เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ควรหยิบยื่นอย่างเบามือ หากไม่อยากให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเพียงแค่ความประมาทในวินาที

ที่มา – สรุปเหตุการณ์ ‘มารี เบิร์นเนอร์’ เมาแล้วขับ ‘ไฮโซหนุ่ม’ ข้างกายท้าต่อยตำรวจ!

ธฤตา-แดนไทย คว้าแชมป์ไอทีเอฟมัลดีฟส์จูเนียร์โอเพน2025

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ ประเทศมัลดีฟส์ ได้เกิดความยิ่งใหญ่ของนักเทนนิสไทย เมื่อ ธฤตา หงษ์หยก มือวางอันดับ 2 ของรายการ ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025 สามารถคว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวมาครองได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ โช ซึงฮยอน จากเกาหลีใต้ ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 6-1 และ 6-4 ในการชิงชนะเลิศ

ธฤตา-แดนไทย คว้าแชมป์ไอทีเอฟมัลดีฟส์จูเนียร์โอเพน2025

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จครั้งแรกของ ธฤตา ในรายการเดี่ยวระดับ J30 เท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้เธอยังคว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ของรายการเดียวกันมาครองแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นครบทุกด้านของนักเทนนิสสาววัยรุ่นชาวไทย มือ 755 ของโลกในปัจจุบัน

ความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดพัก

การฝึกซ้อมอย่างหนักของ ธฤตา หงษ์หยก นั้นเห็นได้จากทุกแมตช์ที่เธอเจอกับคู่แข่งระดับโลก โดยมีทีมงานโค้ชและครอบครัวให้การสนับสนุนอย่างไม่ปราน จนสามารถพัฒนาฝีมือและจิตใจในสนามได้อย่างต่อเนื่อง เธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักเทนนิสรุ่นเยาว์ในประเทศไทยหลายคน

  • 2 เซตชนะโดยไม่ลุ้น 6-1, 6-4
  • คว้าแชมป์เดี่ยวและคู่ในรายการเดียวกัน
  • เป็นนักเทนนิสไทยเดียวในรายการที่ได้แชมป์

ทั้งนี้ ความสำเร็จครั้งนี้ยังส่งผลให้อันดับโลกของเธอมีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นในรอบปีหน้า ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025 กลายเป็นเวทีสำคัญที่เผยให้เห็นศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง และ ธฤตา ก็ยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยที่สามารถแข่งขันในเวทีระดับโลกได้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา และชื่นชอบเทนนิส อย่าพลาดติดตามผลงานของ ธฤตา หงษ์หยก และเหล่านักเทนนิสไทยในโอกาสต่อไป เพราะแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของเธอจะยังคงลุกโขมยต่อไป

ที่มา – “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025”

ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานตลอดชีวิต

เรื่องราวของ ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ ที่มีนิสัยเสียจนอดีตทีมงานออกมาแฉ และประกาศไม่ร่วมงานด้วยตลอดชีวิต กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลังจากที่ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งซึ่งเป็นอดีตครีเอทีฟได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ที่ต้องเจอกับนักแสดงชายคนนี้ จนทิ้งร่องรอยในใจของเขามาจนถึงทุกวันนี้

ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานตลอดชีวิต

จากคลิปที่เผยแพร่ อดีตครีเอทีฟได้เปิดเผยว่า ตอนที่เข้าไปขออนุญาตบรีฟก่อนถ่ายงานกับดาราชายดีกรีดอกเตอร์อายุประมาณ 40 กว่าปี แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่สุภาพ และถูกไล่ออกจากห้องอย่างไม่ให้เกียรติ เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก

ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

เขาเล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากถูกไล่แล้ว ยังต้องเจอเหตุการณ์อื่นๆ เช่น ปัญหาเรื่องเสื้อผ้า อาหาร และถูกด่าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำให้สุดท้ายเขา decid ว่า “ฉันจะไม่ร่วมงานกับดาราคนนี้ตลอดชีวิต” ทั้งที่เคยทำงานร่วมกับดาราหลายคน แต่ไม่มีใครให้ความรู้สึกแย่เท่านี้มาก่อน

ความไม่โปรเฟสชั่นแนลนี้ยังลามไปถึงการเปลี่ยนสคริปต์ระหว่างเซต และไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับพิธีกรระหว่างการสัมภาษณ์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้อดีตทีมงานรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ถึงขั้นบอกว่าจะไม่เคยกลับไปทำงานด้วยคนนี้อีกเด็ดขาด

  • ความเป็นมืออาชีพลดลง
  • แสดงอารมณ์ไม่เข้าที่ในที่ทำงาน
  • ปฏิเสธการบรีฟเรื่องงาน

นอกจากเรื่องด้านบุคลิกแล้ว ยังมีคนในวงการออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบัน ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ คนนี้แทบจะไม่มีงานในวงการบันเทิงอีกต่อไปแล้ว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นผลจากการใช้ชีวิตที่ไม่โปรเฟสชั่นแนลในแวดวงนี้เอง

ขณะนี้ ประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย โดยหลายคนเริ่มโยงไปถึงดาราชายคนอื่นๆ ที่เคยมีข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมในทางลบ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกรรมดิบกรรมดีที่เปิดโปงอายุสามสิบเหลือเศษแห่งวงการบันเทิง

จากการเปิดเผยครั้งนี้ ทำให้หลายคนเริ่มสนใจพฤติกรรมของผู้อยู่เบื้องหลังฉาก และในฐานะของแฟนๆ ก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครในเรื่อง หรือบุคลิกของตัวดาราเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความนิยมและความสำเร็จในระยะยาว

ในแง่ของผู้สร้างเนื้อหา “การเลือกบุคลากรให้เหมาะสมกับโครงการก็สำคัญ และหากในที่สุดต้อง.terminate ความร่วมมือ เพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นั่นก็เพื่อรักษาคุณภาพทั้งงาน และความสัมพันธ์แบบยั่งยืน”

หากคุณเคยเจอพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ช่วยกันปลูกฝังมุมมองเกี่ยวกับการทำงานที่มีศีลธรรมความโปร่งใส และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมงานที่ดี และอย่างยั่งยืน

ที่มา – ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานด้วยตลอดชีวิต

ชอตต่อชอต! มารี เบิร์นเนอร์ ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว

กรณีที่ น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนในพื้นที่วังทองหลาง ดำเนินคดีในข้อหาเมาขับ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะภายหลังมีคลิปปรากฏบนโลกโซเชียล เจ๊มอย 108 V1 ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 570,000 คน โดยในคลิปจะเห็นภาพการโต้ตอบระหว่างตำรวจกับ มารี เบิร์นเนอร์ ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ

ชอตต่อชอต! มารี เบิร์นเนอร์ ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า มารี เบิร์นเนอร์ ขับรถปอร์เช่สีเขียว เข้าสู่จุดตรวจของตำรวจโดยมีแฟนหนุ่มและหญิงสาวอีกหนึ่งคนนั่งอยู่ด้วย หลังจากที่ตำรวจเห็นอาการผิดปกติ จึงขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่แฟนหนุ่มของมารีไม่อนุญาตให้พูดคุยหรือลงจากรถ ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงและทำให้ตำรวจต้องเชิญตัว มารี เบิร์นเนอร์ ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ

การเจรจาที่ตึงเครียดระหว่างตำรวจกับมารีเบิร์นเนอร์

ในคลิปที่เผยแพร่หลังเหตุการณ์ หลังจากที่ มารี เบิร์นเนอร์ ถูกตำรวจควบคุมตัว ได้มีการโต้ตอบที่ดูตึงเครียดกับเจ้าหน้าที่ เธอถามว่า “จะเอาไปทำข่าวเหรอ” ซึ่งเจ้าหน้าที่แถลงอย่างเป็นทางการว่า “ตรงนี้ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ตำรวจเขาไม่ทำอยู่แล้ว” และเธอก็ตอบกลับว่า “ไม่อยากมีปัญหา ไม่มีใครอยากมีปัญหาอยู่แล้ว”

มีการระบุอีกว่า มารี เบิร์นเนอร์ ได้ขอเดินไปห้องน้ำก่อนจะให้การเป่าแอลกอฮอล์ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า “เป่าก่อนแล้วค่อยไป เพราะพี่อยู่ในรถมานานพอสมควรแล้วครับ” และในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ยังต้องถามถึงจำนวนครั้งที่เธอจะเป่าแอลกอฮอล์ ซึ่งในที่สุดเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะตอบว่า “ทำไม จะเป็นยังไงเหรอ”

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก
  • มีการสอบสวนที่สน.วังทองหลาง
  • ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท
  • นัดส่งฟ้องศาลแขวงรัชดาในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคมนี้

ภายหลังจากกรณีนี้ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของ มารี เบิร์นเนอร์ และแฟนหนุ่มที่พยายามขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาจส่งผลเสียต่อทั้งตัวตนและความน่าเชื่อถือในสายตาของสาธารณะ

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน และยังเป็นบทเรียนให้ทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบเมื่อใช้ยานพาหนะบนท้องถนนอีกด้วย

ที่มา – ชอตต่อชอต! เปิดคำพูด “มารี เบิร์นเนอร์” ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว ย้ำใส่หน้าไม่มีใครอยากมีปัญหาหรอก!

ศรีลังกาเริ่มโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนักเรียน

ประเทศศรีลังกากำลังเตรียมเปิดตัวโครงการออกกำลังกายประจำวันสำหรับนักเรียน เพื่อพัฒนาสุขภาพของเยาวชนที่เผชิญกับความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อ โครงการนี้ถูกนำเสนอในการประชุมสูงสุดระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงกีฬา โดยมีดร.หริณี อมรสุริยะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของกีฬาเพื่อสร้างลูกหลานรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพแข็งแรง

ศรีลังกาเริ่มโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนักเรียน

การออกกำลังกายประจำวันในโรงเรียนถือเป็นก้าวสำคัญในการลดปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในเด็ก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความอ้วน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขศรีลังกาที่ระบุว่า เด็กจำนวนมากประสบจากภาวะสุขภาพที่ไม่ดีโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงกีฬาตกลงจัดตั้งคณะกรรมการร่วม ที่จะเชื่อมโยงระหว่างสมาคมกีฬาในโรงเรียนกับองค์กรกีฬาระดับประเทศ วัตถุประสงค์สำคัญคือการแก้ปัญหาขาดแคลนผู้ฝึกสอนในโรงเรียน และสนับสนุนให้นักเรียนมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ

  • ลดปัญหาสุขภาพในเด็กวัยเรียน
  • ส่งเสริมวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหว
  • พัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

ผู้แทนจากกระทรวงกีฬาเผยว่า เสนีวิรัตนา ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการใส่ใจสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะการปลูกฝังนิสัยการออกกำลังกายนับแต่เด็ก จะกลายเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดีในอนาคต ทั้งยังช่วยเตรียมพละกำลังให้เด็กได้ก้าวสู่ตลาดแรงงานในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานสาธารณสุขของศรีลังกาย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งดำเนินมาตรการป้องกันโรคต่างๆในเด็ก โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อที่มีการแพร่ระบาดมากขึ้นในกลุ่มเยาวชน โครงการการออกกำลังกายประจำวันจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีแก้ที่มีประสิทธิภาพ

หากประเทศดำเนินการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่าศรีลังกาจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพดี สำหรับคนรุ่นใหม่จะเติบโตอย่างมีพลังและพร้อมรับโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการเดินหรือวิ่งเพียงสัก 30 นาทีต่อวัน อาจกลายเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่ส่งผลให้ประเทศเติบโตในทิศทางที่ดีต่อไป

ที่มา – ศรีลังกาจ่อเริ่มโครงการออกกำลังกายประจำวัน เพื่อพัฒนาสุขภาพนักเรียน