ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can

โครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth (U-15) Academy Season 5” ได้จัดการแข่งขันคัดเลือกเยาวชนนักฟุตบอลเพื่อชิงโอกาสในการรับทุนการศึกษาและพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งการแข่งขันรอบสุดท้ายได้มีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จำนวนนักเตะเยาวชนที่มาร่วมประลองฝีเท้ากันถึงมากกว่า 600 คน และคัดเลือกเหลือเพียง 82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ที่มีสิทธิ์ลุ้นรับทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท

82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can

สถานที่จัดการแข่งขันรอบไฟนอลของโครงการนี้ ถือเป็นเวทีที่เยาวชนได้แสดงศักยภาพเต็มพิกัด อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับน้อง ๆ ในการเข้าถึงทุนการศึกษาและโอกาสในการก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนักกีฬาในอนาคต โดยในพิธีปิดครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธีมอบทุนให้กับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก

ทั้งนี้ ผู้มีเกียรติ โค้ชเก๋ วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ ผู้ฝึกสอนระดับ A License และอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินและช่วยพัฒนาความสามารถของเยาวชนให้สามารถเติบโตในเส้นทางการกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมแนวคิด “Know You Can” อย่างเต็มรูปแบบ

โอกาสในการก้าวสู่จุดสูงสุดของเยาวชนไทย

เยาวชนที่ได้รับโอกาสผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ ต่างมีความพร้อมทั้งในด้านทักษะและจิตใจ ตัวแทนเยาวชนที่ได้รับเลือก เช่น วิภูสิทธิ์ ศรีจันทร์, ศิรวิชญ์ คงประเสริฐ และธีรวัฒน์ ศรีหาบุตร ได้แสดงความสามารถผ่านคลิปสั้น 3 นาที อย่างโดดเด่น ทั้งยังได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมการพัฒนาฝีเท้าในรูปแบบแคมป์ฝึกพิเศษ

  • ทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
  • กรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรงมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
  • โอกาสในการเข้าร่วมแคมป์ฝึกพัฒนาฟุตบอลระดับสูง

โครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth Academy” ส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้นผ่านกีฬาฟุตบอล อีกทั้งเป็นช่องทางให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและไขว้เขว่ตามความฝัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีและความเชื่อมั่นในตนเอง

ในฐานะที่เป็นโครงการที่เน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาตัวเอง โครงการนี้ช่วยฝึกให้เด็กนักกีฬารุ่นใหม่มีวินัย ความรับผิดชอบ และพร้อมก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพ รวมไปถึงเป็นเวทีสำหรับนักเตะรุ่นเยาว์ในการพัฒนาศักยภาพเพื่อไปสู่เวทีระดับนานาชาติ

หากคุณเป็นหนึ่งในเยาวชนที่มีฝันอยากเป็นนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลหรืออาชีพอื่น ๆ การมีโอกาสแบบที่ “82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can” เป็นโอกาสระดับทองที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – 82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษา โครงการ “Know You Can”

‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณเมืองทองธานี กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จัดกิจกรรม “CYBER POLICE RUN 2025” เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ และเพิ่มพูนความตระหนักด้านความปลอดภัยออนไลน์ในยุคดิจิทัล ภายใต้โครงการ THAI CYBER RANGER “ไทยรู้ ทันหลอก”

‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้เข้าร่วมเป็นประธานในการปล่อยตัวนักวิ่ง พร้อมด้วยวิทยากรและผู้บริหารจากหลายองค์กรเอกชนร่วมปล่อยตัวนักวิ่งทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ วิ่ง 10 กม., วิ่ง 5 กม. และวิ่ง 2 กม. โดยได้รับความสนใจจากประชาชนกว่า 2,000 คน

สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลผ่านการวิ่ง

พันธกิจหลักของ CYBER POLICE RUN 2025 ไม่ได้เน้นแค่การส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์เฉลี่ยถึง 1,100 รายต่อวัน ด้วยความเสียหายสูงถึง 70 ล้านบาทต่อวัน

ภายใต้ม็อตโต้ที่ว่า “วิ่งให้ไว โอนให้ช้า คิดก่อนโอน โดนแล้วไม่ได้คืน” สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของกิจกรรม คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางสติ เพื่อให้ประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตออนไลน์

ทั้งนี้รายได้จากกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกสบทบทุนให้กองทุนสวัสดิการข้าราชการตำรวจไซเบอร์ แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือในเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน

กิจกรรมหลากหลายเพื่อการเรียนรู้และการออกกำลังกาย

ภายในงาน ‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025 มีกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ เช่น Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร, Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร, และ Family Run สำหรับครอบครัวระยะทาง 2 กิโลเมตร พร้อมทั้งกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ นักวิ่งที่เสร็จเส้นทางจะได้รับเหรียญที่ระลึกและเกียรติบัตร รวมถึงรางวัลสำหรับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดในแต่ละประเภท

กิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทของตำรวจไซเบอร์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ เอกชน และสังคมในเชิงรุก ไม่เพียงแต่ช่วยลดจำนวนเหยื่อ แต่ยังส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีในยุคเทคโนโลยี

การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม CYBER POLICE RUN 2025 จึงเป็นการลงทุนในตัวเราในสองด้าน – ทั้งร่างกายและจิตใจ – พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันในโลกออนไลน์ที่จำเป็นมากในยุคปัจจุบัน

ติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ในอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลที่แข็งแรง!

ที่มา – ‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

จีนเล็งส่งนายกฯ ร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ทางการจีนกำลังพิจารณาส่ง นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ อาเซียน ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ โดยมีข่าวลือว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจไม่เดินทางมาร่วมเองในครั้งนี้

จีนเล็งส่งนายกรัฐมนตรีร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นโอกาสแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับผู้นำจีน นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าจะเกิดการเจรจาหรือข้อตกลงใดๆ ระหว่างสองมหาอำนาจ

แรงกดดันทางการทูตที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าปกติแล้วประธานาธิบดีจีนมักจะร่วมการประชุมอาเซียน แต่ปรากฏการณ์ที่ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันจะเดินทางมาเอง ทำให้รัฐบาลจีนอาจเลือกส่งผู้แทนระดับนายกรัฐมนตรีแทน เพื่อสร้างสมดุลทางการทูตและไม่เซ็นเซอร์ภาพลักษณ์ในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ มาเลเซียในฐานะผู้นำการประชุมอาเซียนปีนี้ ก็ยังคงต้องประสานงานกับประเทศสมาชิกและพันธมิตรเพื่อผลักดัน议程สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความมั่นคง การค้า และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะการร่วมมือในรูปแบบอาเซียน+3, อาเซียน+6 และการลงทุนร่วมกันในโครงการเสริมสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดระบุว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ได้รับการตอบรับเบื้องต้นจากผู้นำบราซิลและแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประธานบริกส์และจี20 ประจำปีนี้ ว่าจะเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ด้วย ทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นเวทีความร่วมมือระดับโลกมากขึ้น

ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นเวทีสำคัญที่สามารถส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมุมของการทูต การค้า และความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลก

ความคิดเห็น: การที่จีนเล็งส่งนายกฯ แทนประธานาธิบดีในการประชุมครั้งนี้ บ่งบอกถึงกลยุทธ์ทางการทูตที่ระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเดินทางมาร่วมด้วย ทั้งคู่ต่างระวังการแสดงภาพลักษณ์ที่อาจกระทบต่อสถานการณ์ในระดับโลก

ที่มา – จีนเล็งส่งนายกรัฐมนตรีร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

กรมการปกครองยืนยัน เลขบัตรประชาชนหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงกับชื่อคนตาย

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายแสน สุรวิญญูวร ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชน (ผอ.สปท.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ไปปรากฏในโครงการกองทุนอาทรประชานาถ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของวัดพระบาทน้ำพุ

กรมการปกครองยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีธนาคาร

นายแสนได้ระบุชัดเจนว่า ในส่วนของการเปิดบัญชีธนาคาร กรมการปกครอง ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมหรือดูแลกระบวนการดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องสอบถามไปยังธนาคารที่เป็นผู้ดำเนินการเปิดบัญชีจริง เนื่องจากระบบของกรมการปกครองไม่ได้เชื่อมต่อกับข้อมูลทางธนาคารโดยตรง ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลใดเสียชีวิตแล้วหรือไม่

ทำไมเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกตจึงถูกใช้งานต่อ?

การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจากทางราชการพบว่า เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต นั้นมีการบันทึกไว้แยกต่างหากจากการใช้งานในระบบของหน่วยงานอื่น รายงานระบุว่า เลขบัตรประจำตัวนี้ไม่ได้ถูกใช้ซ้ำกับบุคคลอื่น ซึ่งสื่อสารว่า เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงกับชื่อของผู้เสียชีวิตรายอื่นใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลยังออกมาไม่ครบถ้วนจึงอาจมีการสับสนทางระบบบางส่วน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เอกสารทางศาสนจักร โดยเฉพาะรายละเอียดในใบสุทธิของ หลวงพ่ออลงกต นั้น ไม่ได้ถูกบันทึกโดยกรมการปกครอง แต่เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ระดับจังหวัด ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่ภายนอกระบบราชการทั่วไป จึงมีความเป็นไปได้ว่า ข้อมูลด้านตัวตนของพระภคินวัฒนะอื่น ๆ จะต้องได้รับการกระทุ้งเพิ่มเติม

  • กรมการปกครองยืนยันว่าไม่มีการใช้เลขบัตรของผู้เสียชีวิตซ้ำ
  • ข้อมูลจากกองทุนอาทรประชานาถไม่เชื่อมโยงกับกรมการปกครองโดยตรง
  • ใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตนั้นเป็นข้อมูลที่อยู่ในการจัดการของคณะสงฆ์
  • ต้องรอข้อมูลล่าสุดจากธนาคารและหน่วยงานเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือพบเห็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจนในระบบราชการ การตรวจสอบกับทางหน่วยงานด้านทะเบียนและบัตรประชาชนอย่างเป็นทางการจะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าว เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต อย่าลืมว่าความจริงอาจซ่อนอยู่เบื้องหลังระบบราชการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำงานแยกจากกัน

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการสืบสวนและการอัปเดตจากโฆษกกระทรวงมหาดไทย ติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวชั้นนำ

ที่มา – ‘กรมการปกครอง’ ย้ำ เลขบัตรประชาชน ‘หลวงพ่ออลงกต’ ไม่ตรงกับชื่อคนตาย

ตา-ยายดีใจ! เตรียมสร้างบ้านใหม่หลังเก่าถูกระเบิดBM21

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางทหารขึ้นที่พรมแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักอย่าง BM 21 ระดมยิงเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต และมีบ้านเรือนมากมายถูกทำลาย หนึ่งในเหยื่อที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือ คุณตา-คุณยายชาวบ้านตาโสว์ หมู่ที่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ตา-ยายดีใจเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่

คุณตาอายุ 88 ปี เปิดเผยว่า บ้านของตนเองถูกระเบิดจาก BM 21 พังเสียหายจนใช้ไม่ได้ และต้องอาศัยอยู่กับลูกหลานกว่าสิบชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากเมื่อเทียบกับปี 2011 ที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่แค่การปะทะในพื้นที่ยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ระเบิดกระจายเป็นบริเวณกว้าง มุ่งเป้าโจมตีชุมชน ร้านค้า และ even โรงพยาบาล

หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายหน่วยงานได้เข้ามามอบความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ทางจังหวัด สภากาชาดไทย และ อบต.บ้านพลวง ที่ได้ร่วมมือกันในการรื้อบ้านเก่า กำจัดเศษซาก และเตรียมพื้นที่สำหรับการสร้างบ้านหลังใหม่

ผลกระทบจาก BM 21 ต่อชีวิตชาวบ้าน

  • บ้านเรือนจำนวนมากถูกทำลาย
  • โรงพยาบาลและสถานที่ราชการได้รับความเสียหาย
  • ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ชั่วคราว
  • ความตื่นกลัวในกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พรมแดน

เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบความอดทนและความเข้มแข็งของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงบทพิสูจน์การประสานงานของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปดูแลเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็ว

สำหรับครอบครัวของคุณตา-คุณยายแล้ว การได้บ้านใหม่ไม่ใช่แค่ความหวังในการกลับมามีชีวิตอย่างสงบสุขอีกครั้ง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและความห่วงใยจากสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน

เราจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนให้มีนโยบายป้องกันภัยทางทหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปกป้องประชาชนที่ต้องอยู่ใกล้เส้นทางสงครามตลอดมา

ที่มา – ‘ตา-ยาย’ ดีใจ ‘ทหาร-อบต.’ เตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ เหตุหลังเก่าโดน BM 21 พังทั้งหลัง

ทนายรณณรงค์เผยเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมเปิดบัญชีได้?

กรณีที่ถูกสื่อมวลชนตรวจสอบพบว่า ชื่อของหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซ้ำกับ นายอลงกต พลมุข ข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงสังคมออนไลน์ โดยล่าสุด “กรมปกครอง” ออกมาเปิดเผยว่า หลวงพ่ออลงกต มีการเปลี่ยนชื่อเดิม “เกรียงไกร” เมื่อปี พ.ศ. 2552 แต่ยืนยันว่าเลขบัตรประชาชนไม่มีการเปลี่ยนแปลง และกำลังเร่งสอบสวนกรณีการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์บัตรของผู้เสียชีวิตเข้าบัญชีของกองทุนวัด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แฟนเพจทนายคู่ใจ ได้ออกมานำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยระบุว่า ข้อมูลสมัครสมาชิกของหลวงพ่ออลงกต ที่ปรากฏในหน่วยงานราชการ มีความไม่ตรงกับเลขบัตรประชาชนที่ใช้เปิดบัญชีธนาคารของวัดพระบาทน้ำพุ

ทนายรณณรงค์ชี้ชัดเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้?

เจ้าของโพสต์ระบุในข้อความว่า “คุณลองนึกภาพตามนะครับ กรมการปกครองออกมาชี้แจงว่า ‘เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ’ แต่ปัญหา คือ สิ่งที่สื่อใช้อ้างอิงคือ ใบสุทธิพระภิกษุ ซึ่งก็คือเอกสารทางราชการเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น เลขบัตรประชาชน 13 หลักที่บอกว่า “ไม่ใช่ของหลวงพ่อ” กลับถูกใช้ไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง”

ความผิดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีนี้

เช่นเดียวกับการที่เลขบัตรประชาชนดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการเปิดบัญชี เพื่อใช้ในการระดมทุนจากประชาชน ซึ่งอาจถือเป็นการละเมิดกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามที่แฟนเพจ “ทนายคู่ใจ” ระบุไว้ว่า

“แล้วบัญชีธนาคารนี้ถูกเอาไปโฆษณา เชิญชวนให้ประชาชนโอนเงินบริจาคอีกต่างหาก นี่คือประเด็นใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงินบริจาค” แต่คือผิดตัวตั้งแต่ต้น การโฆษณาเชิญชวนให้บริจาคด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ เสี่ยงทั้งความผิดตาม”

  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
  • ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
  • การใช้ข้อมูลวัตถุประสงค์ผิด เพื่อลวงผู้บริจาค

นอกจากนี้ การมีอะไรบางอย่างที่ซ้ำซ้อนในระบบราชการหรือวางผิดพลาดในข้อมูล จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในอนาคตอีก

ความน่าสงสัยยังคงอยู่ว่าหากข้อมูลเลขบัตรประชาชนนี้ไม่ใช่ของหลวงพ่อจริงๆ แต่กลับสามารถนำไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง หมายความว่าอาจมีการละเมิดหรือใช้ระบบอย่างผิดวิธี เพื่อหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน

คำถามที่หลายคนหลายคงถามว่า “หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนจริงๆ จะมีคนถูกควบคุมตัวกี่คน” การไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยิ่งทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบด้วยความโปร่งใสและการปิดช่องโหว่ในระบบราชการ น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่หวังดีที่แอบอ้าง身份 เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิด

ที่มา – ‘ทนายรณณรงค์’ ชี้เลขบัตรไม่ใช่ของ ‘หลวงพ่ออลงกต’ แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้

วันๆของซุป’ตาร์! “ชมพู่ อารยา” รวมโมเมนต์น่ารักของลูกๆ

ครอบครัวของคุณ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ถือเป็นหนึ่งในครอบครัวซุปตาร์ที่ได้รับความนิยมและรักจากแฟนๆชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัว แต่ความรักจากแฟนๆกลับไม่มีลดน้อยลงเลย และล่าสุด น้องแอบิเกล ลูกสาวคนเล็กของชมพู่ ก็ได้รับความนิยมจากแฟนๆเป็นอย่างมาก

โดยล่าสุด ชมพู่ อารยา ได้แชร์มุมมองชีวิตในรอบสัปดาห์ผ่านอินสตาแกรมให้แฟนๆได้ติดตาม เผยให้เห็นถึงทั้งช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ออกกำลังกาย ตลอดจนช่วงเวลาในการส่งลูกๆไปโรงเรียน ซึ่งภาพเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความอบอุ่นและความรักของครอบครัวอย่างชัดเจน

ชมพู่ อารยา เผยโมเมนต์ลูกๆ น่ารักจนฮีลทั้งโลก

มีหลายโมเมนต์ที่แฟนๆไม่ควรพลาด โดยเฉพาะช่วงที่ น้องเกล หมดแรงจนหลับไป และยังมีช่วงที่ พี่สายฟ้า เขียนจดหมายถึงพ่อแม่ด้วยลายมือภาษาอังกฤษอย่างน่ารัก ทำเอาแฟนๆทั้งประเทศต้องแห่คอมเมนต์ยกย่องและพูดถึงความน่ารักของเด็กๆในครอบครัวนี้อย่างไม่รู้เบื่อ

แฟนๆแห่ชื่นชมความห่วงใยของพี่สายฟ้าและน้องเกล

นอกจากความน่ารักแล้ว ยังมีหลายๆคอมเมนต์จากแฟนๆที่ชื่นชมในทั้ง สายฟ้า พายุ และ น้องเกล ที่แสดงถึงความรักและความห่วงใยให้กับครอบครัวรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย ซึ่งอีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการอบรมที่ดีของ ชมพู่ อารยา และคุณน็อตที่สามารถปลูกฝังคุณธรรมให้กับลูกๆได้อย่างยอดเยี่ยม

  • ความน่ารักของน้องเกลที่หลับอย่างไร้เดียงสา
  • ลายมือจดหมายจากพี่สายฟ้าถึงพ่อแม่
  • อุบัติเหตุสุดน่ารักที่กลายเป็นภาพฮีล
  • ความอ่อนโยนของครอบครัวบ้านชมพู่

ชมพู่ อารยา ไม่เพียงแต่เป็นซุปตาร์ที่มีผลงานโดดเด่นในวงการบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่ที่รักและใส่ใจลูกมากอีกด้วย การถ่ายทอดโมเมนต์ชีวิตในแต่ละวันผ่านโซเชียลมีเดียจึงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับแม่ๆทั่วโลก

สุดท้ายแล้ว ครอบครัวของชมพู่ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเราได้ติดตามความน่ารักของเด็กๆเท่านั้น แต่ยังส่งข้อคิดเล็กๆเกี่ยวกับความรัก ความห่วงใย และความอบอุ่นของครอบครัวที่แท้จริง

ที่มา – วันๆของซุป’ตาร์! “ชมพู่ อารยา” รวมโมเมนต์น่ารักของลูกๆ

ไม่พบหัวข้อ: ทนายชนินทร์เผยมุมมองอาชีพทนายความ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความจากสำนักงานเขากระโดง ได้ออกมาโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ ไม่พบหัวข้อ ของอาชีพทนายความที่มีความหลากหลายของบทบาทและภาระหน้าที่

ทนายชนินทร์ระบุว่า ตนเองไม่ได้เป็นทนายดังระดับประเทศ แต่มีประสบการณ์ในการทำงานตามเส้นทางกฎหมายมานานหลายสิบปี เขากล่าวว่า หน้าที่ของทนายความนั้นยืนอยู่บนกฎหมาย ไม่ใช่บนการเมือง และเขามักจะทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ ปกป้องสิทธิ์ของลูกความภายใต้กรอบของกฎหมาย

ไม่พบหัวข้อในบทบาททนายครอบครัว

ทนายชนินทร์กล่าวตรงไปตรงว่า เขาเป็นทนายความครอบครัวของ “ชิดชอบ” และเป็นทนายของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มานานกว่า 20 ปี การได้รับมอบหมายให้ทำงานในหลายสถานประกอบการด้านรัฐและรัฐวิสาหกิจเป็นการรักษาผลประโยชน์องค์กรตามหน้าที่เท่านั้น แม้บทบาทของเขาจะถูกจับตามองในบางประเด็น เช่น การเป็นประธานอนุกรรมการกฎหมายของรฟท.ในปี 2563 แต่นั่นเป็นช่วงเวลาหลังจากที่คดีสำคัญเกี่ยวกับเขากระโดงได้สิ้นสุดแล้ว จึงไม่มีผลเชื่อมโยง

สื่อและจรรยาบรรณวิชาชีพ

นายนี้ย้ำว่า ในโลกการเมืองและกฎหมาย ทุกพรรคการเมืองมีทนายประจำตัว แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือการใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อผลทางการเมือง ซึ่งอาจบิดเบือนความจริงและทิ้งหลักจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ทนายชนินทร์มั่นใจว่าเสียงของความจริงจะปรากฏในที่สุด

“ผมจึงอยากฝากน้องๆ ทนายรุ่นใหม่ว่า ไม่มีผลประโยชน์อื่นใดสำคัญไปกว่าการยืนบนความถูกต้อง ทนายความไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงระดับประเทศ แต่หากทำด้วยหัวใจและความถูกต้อง ก็ถือว่ามีความภูมิใจในอาชีพสูงสุดแล้ว” ทนายชนินทร์กล่าว

ทนายชนินทร์ย้ำว่า ตัวเขายอมรับว่าเคยรับงานหลายคดีเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ก็มีบางกรณีที่เลือกให้บริการแก่ผู้ที่ถูกกระทำโดยไม่หวังผลตอบแทน เพราะเขาเชื่อว่า ความชอบธรรมและการปกป้องสิทธิ์ประชาชนคือหัวใจสำคัญของวิชาชีพ

แม้จะ ไม่พบหัวข้อ ที่ชัดเจนในการเก็บข่าวหรือโพสต์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่การเปิดเผยความคิดเห็นของทนายชนินทร์ทำให้เห็นถึงมุมมองการทำงานที่มุ่งเน้นความจริง ความถูกต้อง และความยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความหมายของอาชีพทนายความอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นผู้ที่กำลังศึกษาเส้นทางอาชีพทนายความ อย่าลืมนำไปคิดถึงหน้าที่และจรรยาบรรณที่สำคัญเหล่านี้ เพื่อให้คุณสามารถสร้างชื่อเสียงที่ดีในสายตาของสังคมได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จีนตอนใต้ประกาศเตือน “ไต้ฝุ่นคาจิกิ” เตรียมรับมือพายุฝน-ลมแรง

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่าคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติแห่งมณฑลไห่หนาน ได้ออกประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับ ไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีน โดยมีแนวโน้มจะนำพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักมาสู่พื้นที่หลายแห่ง

ไต้ฝุ่นคาจิกิ เตรียมเข้าโจมตีพื้นที่ชายฝั่งจีน

เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว ทางหน่วยงานท้องถิ่นได้ประกาศยกระดับการรับมือเหตุฉุกเฉินระบบควบคุมน้ำท่วมและพายุไต้ฝุ่นขึ้นเป็นระดับ 2 เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ (23 ส.ค.) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์เริ่มเพิ่มความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลและเกาะต่าง ๆ ในมณฑลไห่หนาน

การระงับบินทั้งหมดที่สนามบินซานย่า

หนึ่งในมาตรการที่ได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็ว คือการระงับการบินทั้งหมดที่ ท่าอากาศยานนานาชาติซานย่า เฟิ่งหวง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. (09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ของวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม โดยเที่ยวบินที่มีกำหนดหลังจากเวลานี้จะถูกยกเลิกทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของนักเดินทางและพนักงานในอุตสาหกรรมการบิน

นอกจากนี้ เมืองซานย่าได้จัดให้มีการอพยพประชาชนจากพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบสูง ไปยังสถานที่ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการพัดถล่มของ ไต้ฝุ่นคาจิกิ

มณฑลกวางตุ้งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านศูนย์บัญชาการควบคุมน้ำท่วม พายุไต้ฝุ่น และบรรเทาภัยแล้งของมณฑลกวางตุ้ง ได้ออกประกาศใช้มาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินระดับ 4 หลังจากพบว่าน่านน้ำในพื้นที่มีลมแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของไต้ฝุ่นที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุขนาดใหญ่

สถานีอุตุนิยมวิทยาของมณฑลกวางตุ้งกล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่คาบสมุทรเหลยโจว รวมถึงบริเวณเมืองเม่าหมิง หยางเจียง และเจียงเหมิน จะได้รับผลกระทบจากรายการดังกล่าวในช่วงระหว่างวันอาทิตย์และวันจันทร์ (24-25 ส.ค.)

ในสถานการณ์เช่นนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งการปิดหน้าต่างให้แน่น ไม่ใช้รถยนต์ในพื้นที่เปิดโล่ง และเตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำ อาหาร ไฟฉาย พัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ชั่วคราวหากเกิดการตัดไฟหรืออุบัติเหตุทางธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

การเฝ้าระวังและการรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยา ยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนและการรับมือในอนาคต

หากคุณวางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ใต้ของจีนในช่วงสัปดาห์หน้า แนะนำว่าควรเฝ้าระวังข่าวอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบข่าวอากาศจากหน่วยราชการ และจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากสามารถเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนสถานการณ์ปลอดภัยนิ่ง

ที่มา – จีนตอนใต้ประกาศเตือน “ไต้ฝุ่นคาจิกิ” เตรียมรับมือพายุฝน-ลมแรง

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชื่อมั่นแพทองธาร ขอทุกฝ่ายอย่ากดดันศาลฯ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยหลายฝ่ายต่างกังวลว่าหากรัฐบาลแพทองธารรอดจากการตัดสินครั้งนี้ อาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงของฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์เห็นว่า การวิเคราะห์เชิงคาดเดาในลักษณะนี้ถือเป็นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่จำเป็น ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากการดำเนินการของศาลถือเป็นหน้าที่หลักในการบริหารความยุติธรรม และเขาเชื่อว่า แพทองธาร สามารถใช้สิทธิของตนเองในการต่อสู้ และเสนอข้อเท็จจริงเพื่อปิดคดีได้อย่างเต็มที่

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชื่อมั่นแพทองธาร ขอทุกฝ่ายอย่ากดดันศาลฯ

นายอนุสรณ์กล่าวว่า สังคมควรให้โอกาสทุกฝ่ายในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นศาลที่พิจารณาอย่างเป็นธรรม หรือผู้ถูกร้องเรียนที่สามารถต่อสู้ในทางกฎหมายได้ อีกทั้งระบุว่า ผลการพิจารณาของศาลไม่ว่าจะออกมาในทางใด สังคมไทยจำเป็นต้องยอมรับและดำเนินต่อไปอย่างสงบ ไม่ใช้วิเคราะห์เชิงตีความในเชิงกดดัน

เคารพสิทธิในการชุมนุม ขออยู่ในกรอบกฎหมาย

“ปกติม็อบชุมนุมก็มีมาตลอดคนที่ออกมาชุมนุมหลายครั้งก็มองหาหัวข้อในการต่อต้านอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ประชาชนควรได้รับ ขอเพียงแค่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น” นายอนุสรณ์กล่าว และเสริมว่า สังคมควรเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น ภายใต้หลักของประชาธิปไตยและนิติธรรม

  • เคารพกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบ
  • ให้โอกาสทุกฝ่ายในการแสดงความเห็น
  • รับมือกับสถานการณ์อย่างสันติ
  • ป้องกันการกดดันทางการเมืองต่อศาล

เมื่อถามถึงว่าตนเองมีแนวทางรับมือหากเกิดการชุมนุมต่อจากคำตัดสิน นายนุสรณ์เผยว่า ตัวเขาในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่ได้มีการเตรียมรับมือใด ๆ โดยเฉพาะ เพราะเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายควรปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และทำงานในกรอบของกฎหมายให้อย่างเต็มที่

ในมุมมองของนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด การที่ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นหรือชุมนุมเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่ทำลายสถาบันของประเทศ และไม่ลอยตัวเหนือกฎหมาย เราจึงต้องทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเมืองและสังคมต่อไป

หากคุณต้องการปฏิบัติตามวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเคารพตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันส่งเสริม

ที่มา – ‘อนุสรณ์’ เชื่อมั่น ‘นายกฯอิ๊งค์’ ขอทุกฝ่ายอย่ากดดันศาลฯ