ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

คุณยายอายุยืนที่สุดในโลกฉลอง 116 ปีอย่างเงียบๆ

บ้านพักคนชราในเซอร์เรย์ แถลงว่าคุณยาย เคเทอร์แฮม ซึ่งเป็นผู้ถือสถิติ “คุณยายอายุยืนที่สุดในโลก” จะฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 116 ปีอย่างเรียบง่ายกับครอบครัว เธอเกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค. พ.ศ. 2452 ในอังกฤษ ห่างเพียง 5 ปีจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

คุณยายอายุยืนที่สุดในโลก

ตามการรับรองอย่างเป็นทางการจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ร่วมกับฐานข้อมูลผู้สูงอายุชั้นนำ เคเทอร์แฮมกลายเป็น “คุณยายอายุยืนที่สุดในโลก” หลังจากคุณคานาบาร์โร เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในรัชกาลของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7

เคล็ดลับอายุยืนของเธอ

เคเทอร์แฮมเคยบอกว่า ความลับของการมีชีวิตยาวนานคือ “ไม่เคยโต้เถียงกับใคร” พร้อมทั้งการฟังและทำในสิ่งที่ชอบ เธอเป็นแม่ของลูกสาวสองคน ซึ่งเธออาศัยยืนยาวไปกว่าทั้งสอง และสามีของเธอ นอร์แมน เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2519

งานนี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็ทรงสาส์นแสดงความยินดีในโอกาสวันเกิดครบรอบ 115 ปีของเธอ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนความเคารพต่อ “คุณยายอายุยืนที่สุดในโลก” คนนี้

  • เกิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค. พ.ศ. 2452
  • เป็นบุคคลผู้มีอายุยืนที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ
  • มีลูก 2 คน และเหลน 5 คน
  • สามีเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2519
  • ไม่ให้สัมภาษณ์แต่ขอฉลองเงียบ ๆ

จากชีวิตของคุณยายเคเทอร์แฮม ชี้ให้เห็นว่า ความเรียบง่าย ความสงบ และการมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว ล้วนเป็นกุญแจของอายุยืนที่แท้จริง และเธอคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่แก่ใครหลาย ๆ คนทั่วโลก

ที่มา – คุณยายเจ้าของสถิติอายุยืนที่สุดในโลก ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 116 ปี

รมว.คมนาคม มอบประกาศนียบัตรนักเรียนเดินเรือพาณิชย์ พร้อมชูยุทธศาสตร์หนุนบุคลากรไทยสู่ตลาดสากล

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนเดินเรือพาณิชย์ ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตบุคลากรทางด้านพาณิชยนาวีคุณภาพสูงที่พร้อมแข่งขันในเวทีโลก

รมว.คมนาคม เน้นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนบุคลากรไทยสู่ตลาดแรงงานสากล

ในโอกาสดังกล่าว ดร.มนพร ได้กล่าวถึงแนวทางสำคัญในการพัฒนาพลังคนด้านเดินเรือ โดยมุ่งสนับสนุนการศึกษา การฝึกอบรม และการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนหันมาสนใจอาชีพนักเดินเรือ พร้อมชี้ให้เห็นว่าอาชีพนี้มีเสถียรภาพ รายได้ดี และเปิดโอกาสให้ทำงานในต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง

โอกาสทางอาชีพสำหรับนักเรียนเดินเรือพาณิชย์

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 50 ปี ในการผลิตบุคลากรด้านการเดินเรือ ปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 116 คน โดยแบ่งเป็นนักเดินเรือ 65 นาย และช่างกล 51 นาย ซึ่งนักเรียนทั้งหมดได้รับประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการและพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศและนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบทุนการศึกษาและของที่ระลึกจากหลายภาคส่วน เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักเรียนเดินเรือ เช่น ทุนจากคุณธนภัทร คงครอญและคุณภูมินทร์ แก้วแสน รวมถึงบริษัทต่างๆ เช่น โฟร์เซน, อาม่า มารีน อาร์ ซี แอล และไฮแลนด์ มาริไทม์

  • ฝ่ายเดินเรือ: 65 คน
  • ฝ่ายช่างกล: 51 คน
  • ทุนการศึกษาจากภาคเอกชน: รวมหลายแสนบาท

อีกทั้งยังมีกิจกรรมมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากหลากหลายองค์กร เช่น สมาคมวิชาชีพชาวเรือไทย โรงเรียนการเดินเรือสปัตต์ และเครือข่ายอดีตนักเรียนเดินเรือ นอกจากนี้ ดร.มนพร ยังได้กล่าวเสริมว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายยกระดับคุณภาพการฝึกอบรมให้สอดคล้องมาตรฐานสากล อีกทั้งให้การสนับสนุนด้านทุนการศึกษาและข้อมูลเพื่อกระตุ้นเยาวชนให้สนใจเข้าสู่อาชีพนี้มากขึ้น

เห็นได้ชัดว่าการผลิตบุคลากรด้านการเดินเรือไม่ใช่เพียงเรื่องของประเทศ แต่ยังส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในเวทีระดับโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การสานต่อความภูมิใจในอาชีพ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และความพร้อมในการแข่งขันถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเส้นทางอาชีพของคนรุ่นใหม่ให้ก้าวไกลไปไกลกว่าที่เคย

หากคุณสนใจอาชีพที่มีอนาคตและสามารถทำงานได้ทั่วโลก การเป็นนักเดินเรือพาณิชย์อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับคุณ

ที่มา – รมว.คมนาคม มอบประกาศนียบัตรนักเรียนเดินเรือพาณิชย์ พร้อมชูยุทธศาสตร์หนุนบุคลากรไทยสู่ตลาดสากล

ศาลยกฟ้องคดี 112 ให้ทักษิณ คนเพื่อไทยยินดี

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายพัฒนา สัพโส ส.ส. จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากศาลอาญาในประเด็นความผิดตามมาตรา 112 ที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้ยกฟ้อง ทำให้ทั้งพรรคเพื่อไทยและสังคมได้รับทราบถึงความยุติธรรมที่เกิดขึ้น การพิจารณาของศาลถือเป็นผลตอบรับตรงกับความเชื่อของคนในพรรคเพื่อไทยที่มีต่อ “ทักษิณ” ว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาที่ถูกอ้างมาตลอด

ศาลยกฟ้องคดี 112 ให้ทักษิณ

อย่างไรก็ตาม นายพัฒนาได้ชี้ให้เห็นว่า การที่ศาลยกฟ้องคดี 112 ให้ทักษิณ ไม่ได้มีผลกระทบเชิงลบต่อพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด เนื่องจากในปัจจุบันนายทักษิณไม่ได้เข้ามามีบทบาทใดๆ ในการบริหารพรรค การตัดสินใจของศาลจึงไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และเสถียรภาพของพรรคเพื่อไทย แต่ในทางกลับกัน ก็เป็นข่าวที่ดีและได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากสมาชิกพรรคในทุกระดับ โดยถือว่าเป็นการยุติความไม่แน่นอนที่คงค้างมายาวนาน

ความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของทักษิณ

“พวกเราในพรรคเพื่อไทยต่างรับรู้ดีว่า ความเชื่อมั่นที่มีต่อ ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ แต่มาอย่างยาวนาน โดยเขาถือเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของพรรคในปัจจุบัน และแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งใดๆ อีกต่อไป แต่สัญลักษณ์ของเขายังคงมีอยู่ในหัวใจของพวกรวมถึงผู้สนับสนุน” นายพัฒนาเผยว่า

ขณะเดียวกัน ในประเด็นเรื่องการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 ของ นายทักษิณ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ นายพัฒนาได้กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนายทักษิณไม่สามารถกำหนดหรือมีอิทธิพลใดๆ ได้ เข้าใจดีว่า ผู้ต้องขังทุกคนต่างมีสิทธิที่จะพักรักษาตัวตามความเหมาะสม และเชื่อว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกอย่างก็จะดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • ศาลยกฟ้องคดี 112 ให้ทักษิณ
  • การตัดสินใจไม่กระทบกับพรรคเพื่อไทย
  • ทักษิณ ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของพรรค
  • การพักรักษาตัวขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่

ความเคลื่อนไหวของศาลในครั้งนี้ถือเป็นบทใหม่ที่สำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นธรรม ทั้งยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรครวมถึงประชาชน ที่ใคร่หวังให้เกิดความยุติธรรมในสังคม การดูแลให้ความเป็นจริงปรากฏชัด คือหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนที่ควรทำร่วมกันอย่างไม่ลำเอียง

หากคุณเป็นผู้ติดตามประเด็นการเมืองไทย การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคล แต่แฝงไปด้วยบริบททางสังคมที่ลึกซึ้ง ที่อาจส่งผลต่ออนาคตของการเมืองไทยในระยะยาว

ที่มา – ‘พัฒนา’ เผย คนเพื่อไทย ยินดีหลังศาลยกฟ้องคดี 112 ให้ ‘ทักษิณ’

โจรใต้บุกเผาเหมืองแร่นราธิวาส ตำรวจ-ทหารเร่งไล่ล่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นราธิวาสสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ทั้งชุมชน หลังจากที่โจรใต้ ได้บุกเข้าทำลายสถานที่สำคัญโดยตรง ซึ่งเป็นพื้นที่ของบริษัท เอเชียเหมืองแร่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า คนร้ายมีอาวุธครบมือ และแต่งกายด้วยชุดดำรูปแบบคล้ายทหารพราน มีจำนวนรวมทั้งหมดประมาณ 20 คน

โจรใต้บุกเผาเหมืองแร่นราธิวาส

ข้อมูลจากพ.ต.ท.รัชกฤต พรหทศิลา สวส.สภ.จะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับแจ้งเรื่องความเสียหายอันเนื่องมาจากการโจมตี โดยกลุ่มโจรใต้เหล่านี้ได้ใช้รถแบ็คโฮหรือรถตักขุดดินเข้าทำลายบ้านพักของคนงานทั้งหมด 4 หลัง และจุดไฟเผาบริเวณรอบๆ ซึ่งรวมไปถึงรถบรรทุก 10 ล้อจำนวน 5 คัน และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ 2 คัน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย

นอกจากนี้ พวกโจรใต้ยังแอบขับรถบรรทุกที่ใช้ก่อเหตุ 1 คัน ไปจอดทิ้งไว้บริเวณถนนสายจะแนะ-ศรีสาคร และได้ทำการจุดไฟเผาพร้อมกันเป็นจำนวนมากในช่วงกลางถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

หลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ต.อ.วีรศักดิ์ เพอแสละ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอจะแนะ และหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งจากฝ่ายโบราณคดีและชุดเก็บกู้ระเบิด พร้อมทั้งชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้นำกำลังไปตรวจพื้นที่ที่เกิดเหตุทันที ทั้งยังพบว่ามีผ้าป้ายสีดำบนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งระบุข้อความว่า “ห้ามขุดดิน ขุดหิน ซึ่งเป็นทรัพยากรของปาตานี” ซึ่งน่าเชื่อว่า เป็นคำเตือนหรือเป็นคำขู่จากกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่ม

ไม่เพียงเท่านี้ รายงานก่อนหน้านี้จากสำนักข่าวระบุว่า กลุ่มโจรใต้ที่มีความสามารถในการปิดล้อมพื้นที่และจัดตั้งรากฐานได้ดี ได้ก่อเหตุสำคัญหลายครั้งทั่วภาคใต้ โดยครั้งก่อนหน้าเพิ่งวางเพลิงทำลายโรงไฟฟ้าชีวมวลในอำเภอแว้ง และเคยผลิตระเบิดวางไว้บริเวณบ้านศาลาใหม่ อันเนื่องมาจากการลอบวางระเบิดที่ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บไปแล้ว 6 นาย

  • บุกทำลายพื้นที่เหมืองแร่กลางวัน
  • จุดไฟเผารถ 10 ล้อ และอุปกรณ์เครื่องจักร
  • แขวนป้ายขู่ว่า “ห้ามขุดทรัพยากรของปาตานี”
  • เคยก่อเหตุที่โรงไฟฟ้าชีวมวล อำเภอแว้ง
  • ระเบิดบ้านศาลาใหม่ อำเภอตากใบ ทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

เหตุการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางยุทธวิธีของกลุ่มนี้ และการโจมตีในรูปแบบร้าวเร้า ซึ่งนับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ทั้งในการรักษาความปลอดภัยและหน่วยรบพิเศษ ได้ทำการเข้าสกัดและติดตามเบาะแสของโจรใต้อย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะสามารถจับกุมสมาชิกทั้งหมดได้ในเร็ววัน

ความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินสาธารณะควรเป็นสิ่งที่หน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญสูงสุด หากประชาชนพบเบาะแสของการเคลื่อนไหวผิดปกติ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อความร่วมมือในการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากกลุ่มโจรใต้ที่มีแนวโน้มหากินเข้าแทบทุกวัน

ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสมตลอดเวลา

ที่มา – ‘โจรใต้’ เหิมเกริมหนัก! บุกเผาเหมืองแร่นราธิวาส ‘ตำรวจ-ทหาร’ เร่งแกะรอยตามไล่ล่า

ติ๊กต็อกเร่งหนุนร้านท้องถิ่น 50 แบรนด์ยอดขายโต1,000%

ในยุคดิจิทัลที่การตลาดออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการเติบโตของธุรกิจ แพลตฟอร์มอย่าง ติ๊กต็อก ชอป (TikTok Shop) ได้แสดงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นของไทย โดยเฉพาะร้านค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง แต่ขาดช่องทางในการเข้าถึงตลาดอย่างกว้างขวาง

น.ส.กรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์ หัวหน้าฝ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและอีคอมเมิร์ซ ของติ๊กต็อก ชอป เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มติ๊กต็อก ชอป เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการเสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตและขยายธุรกิจของตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีอีโคซิสเต็มที่ครบครันในการสนับสนุนทั้งทางด้านแคมเปญการตลาด เครื่องมือ องค์ความรู้ และคอมมูนิตี้ที่มีความแข็งแกร่ง

ติ๊กต็อกเร่งหนุนร้านท้องถิ่น 50 แบรนด์ยอดขายโต1,000%

ล่าสุด ติ๊กต็อก ชอปเปิดตัวแคมเปญ #TikTokShopThaiRisers และ “ThaiRisers Hub” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเป็นพื้นที่พิเศษบนแอปพลิเคชันที่เป็นเวทีสำหรับแบรนด์ไทยให้ได้แสดงศักยภาพ เพิ่มการมองเห็น สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อโดยตรง และสร้างช่องทางสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของแบรนด์ท้องถิ่น

พัฒนาผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืน

“ติ๊กต็อกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นสินค้าท้องถิ่นจากต่างจังหวัด เช่น น้ำพริก อาหารทะเลแห้ง หรือผลไม้แปรรูป เริ่มแจ้งเกิดและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศผ่านแพลตฟอร์มของติ๊กต็อก ซึ่งยังช่วยสร้างงานกลับคืนสู่ชุมชนได้อีกด้วย” น.ส.กรณิการ์กล่าว “เราเชื่อมั่นว่า แคมเปญ #TikTokShopThaiRisers จะเป็นแรงผลักดันครั้งสำคัญให้ว่าที่ผู้ประกอบการตั้งใจสร้างแบรนด์ของตนเอง และเราพร้อมมอบเครื่องมือสำคัญเพื่อให้พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จของ 50 แบรนด์ ในแคมเปญนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของแบรนด์ไทยในยุคดิจิทัล โดยมีแบรนด์หนึ่งในสองสร้างยอดขาย GMV (Gross Merchandise Value) เพิ่มขึ้น 5-10 เท่าในเวลาเพียง 6 เดือนแรกที่เริ่มขายผ่านติ๊กต็อก ชอป และมีกว่า 1 ใน 5 แบรนด์ที่สามารถทำยอดขายพุ่งสูงถึง 1,000% พบว่าเครื่องมือที่สนับสนุนความสำเร็จของแบรนด์เหล่านี้ เช่น TikTok Shop Creators (Affiliate), แคมเปญเมกะเซลล์ และการใช้งาน TikTok Shop Live นั้น มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มยอดขายและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อ

  • TikTok Shop Creators (Affiliate) ช่วยโปรโมตสินค้าจากผู้ประกอบการ
  • แคมเปญเมกะเซลล์ เสริมภาพลักษณ์และยอดขายแบบก้าวกระโดด
  • TikTok Shop Live ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์เชิงโต้ตอบกับลูกค้าทันที

ดังนั้น แพลตฟอร์มอย่าง ติ๊กต็อก ชอป จึงไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ขายสินค้า แต่ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ท้องถิ่นได้เติบโตแบบไม่จำกัดขอบเขต นับเป็นแรงผลักสำคัญที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยสามารถขยับขยายธุรกิจสู่ตลาดระดับประเทศได้อย่างรวดเร็วและตรงกลุ่มเป้าหมาย

หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือมีไอเดียสินค้าใหม่ ๆ การเริ่มต้นขายผ่าน ติ๊กต็อก ชอป อาจคือก้าวแรกของความสำเร็จที่คุณรอคอยมานาน

ที่มา – “ติ๊กต็อก” เร่งหนุนร้านท้องถิ่น 50 แบรนด์ยอดขายโต1,000%

สุภาวดี ควงดาวรุ่งรุ่นน้อง ฟาดฉลุย ประเดิมชัยหญิงคู่ ศึกเทคบอลไทย

การแข่งขันเทคบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างจุใจเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่โรงยิมอเนกประสงค์ โรงเรียนกีฬา จังหวัดชลบุรี โดยในปีนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า 105 ทีม จากทั่วประเทศ ที่จะมาชิงชัยใน 5 ประเภทการแข่งขันได้แก่ เดี่ยวชาย, เดี่ยวหญิง, คู่ชาย, คู่หญิง และคู่ผสม

สุภาวดี ควงดาวรุ่งรุ่นน้อง ฟาดฉลุย ประเดิมชัยหญิงคู่ ศึกเทคบอลประเทศไทย

ในวันแรกของการแข่งขันได้เปิดฉากด้วยรายการประเภท “คู่หญิง กลุ่ม A” นัดแรก ที่ทีมวูเม็น แอร์ ฟอร์ซ 2 มีตัวเต็งอย่าง “นิด” สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ แชมป์โลกหญิงคู่และคู่ผสมปี 2024 ควงพันธมิตรดาวรุ่ง “แป้ง” พนิดา ยืนชีวิต นักกีฬาทีมชาติไทย ลงสนามพบกับทีมเชียงใหม่ เทคบอล ที่มี “แมม” อนุสสรา ศุภการกำจร และ “หยก” นภสร ใจคำ เป็นฝ่ายตรงข้าม

แมตช์นี้ทีมวูเม็น แอร์ ฟอร์ซ 2 ที่มี “สุภาวดี” และ “แป้ง” พนิดา โชว์ฟอร์มอัดแน่น อัดคู่ต่อสู้จนล้ม ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 12-8 และ 12-7 โดย สุภาวดี ควงดาวรุ่งรุ่นน้อง ฟาดฉลุยในเกมนี้ ทำให้มีชัยชนะได้อย่างงดงาม กระทุ้งโอ่ไปทั่วสนามแข่งขัน

ผลการแข่งขันที่น่าสนใจอื่น ๆ

นอกจากคู่เด็ดของแต่ละกลุ่มแล้ว ยังมีหลายคู่ที่น่าจับตามอง เช่น จากประเภทคู่หญิง กลุ่ม A รร.กีฬาจังหวัดชลบุรี เอาชนะ สมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2-0 เซต 12-7 ทั้งสองเซต ส่งสัญญาณว่าจะเป็นอีกหนึ่งทีมแกร่งที่ควรตามจับตาในรอบต่อไป

  • กลุ่ม B รร.สันกำแพง เอาชนะ อบจ.แม่ฮ่องสอน 2-0 เซต 12-7 และ 12-3
  • ประเภทคู่ชาย กลุ่ม A รร.สันกำแพง เอาชนะ ที 20 น่าน บี 2-0 เซต 12-8 และ 12-4
  • จากกลุ่ม B เอสอาร์ที 03 เอาชนะ พะเยาวิทยาคม 2-0 เซต 12-11 ทั้งสองเซต อย่างสุดตื้น
  • กลุ่ม F ที 20 น่าน เอ เอาชนะ จอมทองเทคบอล 2-0 เซต 12-9 และ 12-8

การแข่งขันในวันแรกนี้เปิดฉากได้อย่างเป็นทางการและน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่า สุภาวดี ควงดาวรุ่งรุ่นน้อง สร้างความแตกต่างและทำหน้าที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งของทีมวูเม็น แอร์ ฟอร์ซ 2 ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทำคะแนนขึ้นไปสู่รอบสุดท้ายของศึกเทคบอลแห่งปีนี้ได้อย่างสบาย ๆ

การแข่งขันศึกเทคบอลในรอบต่อไปนี้ ต้องคอยจับตาทีมที่มาแรง ๆ เช่น ทีมที่เพิ่งแพ้ในวันแรก จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือเปล่า และทีมใดจะเขี่ยชัยชนะจ่อ ๆ ไปเหมือนทีมวูเม็น แอร์ ฟอร์ซ 2 ที่มี “สุภาวดี” เป็นมวยเย็บเข็มหลักของทีม

เวทีการแข่งขันเทคบอลในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่รวบรวมนักกีฬาฝีเท้าเยี่ยมทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของกีฬาไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นพลัง มวย เทคนิค และทัศนคติที่ดีในการแข่งขันที่สูงส่ง

ถ้าคุณเป็นแฟนกีฬา หรือสนใจกีฬาไทย ไม่ควรพลาดติดตามผลการแข่งขันในแต่ละวัน เพราะครั้งนี้ทุกปรากฏการณ์จะทำให้เรารู้อีกครั้งว่า “เทคนิค” และ “ความคล่องแคล่ว” สามารถบีบเส้นใยชัยชนะได้อย่างไร!

ที่มา – “สุภาวดี” ควงดาวรุ่งรุ่นน้อง ฟาดฉลุย ประเดิมชัยหญิงคู่ ศึกเทคบอลประเทศไทย

หมอที่ดีคือหมอลำ นิทรรศการสุดพิเศษจาก MMAD

นิทรรศการ “หมอที่ดีคือหมอลำ” ที่จัดโดย MMAD – MunMun Art Destination นำเสนอความงามของศิลปะพื้นบ้านไทยผ่านการตีความในแบบร่วมสมัย โดยศิลปินหลากหลายสาขาได้ใช้สื่อแสง สี เสียง ภาพถ่าย มาทอให้เป็นเรื่องราวที่จับต้องได้ถึงจิตวิญญาณของเพลงหมอลำ ซึ่งเปรียบเสมือนการสานพลังแห่งการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม ส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่

หมอที่ดีคือหมอลำ ศิลปะที่ตั้งอยู่บนภูมิปัญญาท้องถิ่น

เพลงหมอลำ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สืบทอดมาจากชาวอีสาน ไม่ใช่เพียงแค่ศิลปะการแสดง แต่ยังเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราว คติธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน หมอลำสะท้อนความงดงามของจิตวิญญาณ สื่อสารความเชื่อและปลุกเร้าความรู้สึกของผู้ฟังในรูปแบบที่ลึกซึ้ง

ในโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีและวัฒนธรรมผสมผสานกันอย่างรวดเร็ว หมอลำก็ยังคงเติบโตและปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะในรูปแบบดนตรีสมัยใหม่ พอดแคสต์ออนไลน์ หรือการแสดงบนเวทีร่วมสมัย ปรากฏการณ์เหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า หมอที่ดีคือหมอลำ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอดีต แต่เป็นศิลปะที่สามารถก้าวข้ามกาลเวลามาอยู่เคียงข้างผู้คนอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หมอที่ดีคือหมอลำ ในรูปลักษณ์ของศิลปะร่วมสมัย

นิทรรศการ “หมอที่ดีคือหมอลำ” จัดแสดงงานศิลปะในรูปแบบใหม่ที่สร้างประสบการณ์เชิงอารมณ์ ด้วยงานติดตั้งแสง เสียง และจังหวะของวง Paradise Bangkok Molam International Band ที่ผสมผสานดนตรีหมอลำเข้ากับนีมาต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์เสียงใหม่ที่ทันสมัยและเขย่าประสาทสัมผัสของผู้ชม

หนึ่งในผลงานหลักของนิทรรศการคือ Fon (kinetic sculpture) โดย วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ ซึ่งใช้เครื่องจักรเคลื่อนไหวร่วมกับดนตรี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างจังหวะและพลังงานของบทเพลง สร้างบรรยากาศ immersive ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงวิญญาณของหมอลำผ่านทุกแง่มุมของร่างกายและจิตใจ

นอกจากนี้ ยังมีมุมแสดงภาพถ่ายจากหน้าฮ้านที่สะท้อนความเคลื่อนไหว ความสนุกสนาน และอารมณ์ของผู้ชมที่เข้ามาร่วมประชุมท่ามกลางโลกของเสียงและท่วงทำนอง รวมถึงวีดีโอจากวง ระเบียบวาทะศิลป์ ที่เพิ่มความต่อเนื่องของเรื่องราวด้วยเสียงและภาพที่พูดถึงความเป็นจริงของชีวิต ผ่านลูกคอ โคลง และท่อนหมอลำคลาสสิก

หากคุณสนใจจะสัมผัส[file.separator]พลังแห่งศิลปะต้นตำรับ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมที่น่าตื่นเต้น ก็อย่าลืมไปเยี่ยมชมนิทรรศการ “หมอที่ดีคือหมอลำ” ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Step 1 MMAD at MunMun Srinakarin

อย่ารอช้า เพราะในแต่ละครั้งที่คุณแวะมานั่งฟังเสียงลำซิ่งๆ คุณกำลังบำบัดจิตใจ และร่วมสร้างชุมชนแห่งศิลปะไปในตัว

ที่มา – “หมอที่ดีคือหมอลำ” นิทรรศการโดย MMAD

คู่รักม้ากดเงินอ้างชื่อร้านอาหารดัง หลอกเหยื่อเทรดหุ้นสูญเงินกว่าล้าน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม รอง ผบก.สอท.4 ได้แถลงผลการจับกุม “คู่รักม้ากดเงิน” ที่แอบอ้างใช้ชื่อบริษัทร้านอาหารชื่อดัง ในการหลอกลวงเหยื่อให้ลงทุนเทรดหุ้น จนทำให้ผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 1 ล้านบาท โดยพบความเชื่อมโยงกับนายทุนชาวจีนและเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

จับคู่รักม้ากดเงินในคอนโดบางละมุง

พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 เปิดเผยว่า ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายชาร์ลี อายุ 24 ปี และน.ส.โชติกา อายุ 29 ปี ภายในคอนโดในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมของกลาง เช่น สมุดบัญชี โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์

ทั้งสองถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมดำเนินการในกลุ่มที่แอบอ้างเป็นตัวแทนของร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลหลอกลวง ให้เหยื่อเชื่อว่าการลงทุนนั้นปลอดภัยและสามารถทำกำไรได้จริง ผู้เสียหายบางรายได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยในช่วงแรก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่เมื่อเพิ่มจำนวนการลงทุน พวกเขากลับถูกบล็อกไม่สามารถถอนเงินได้ จนมีการแจ้งความสูญเงินกว่า 1.2 ล้านบาท

หลักฐานชี้ว่าเกี่ยวข้องกับม้ารับเงินและนายทุนจีน

พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม รอง ผบก.สอท.4 เปิดเผยต่อว่า การสืบสวนเริ่มต้นจากการร้องเรียนของผู้เสียหายผ่านระบบออนไลน์ หลังติดตามข้อมูลทางการเงินพบว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีของผู้เสียหายถูกควบคุมโดย “ม้าเงิน” จำนวน 5 ราย จากนั้นจะถูกเบิกออกผ่านตู้เอทีเอ็มในหลายพื้นที่ของชลบุรี

เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้กระทำและชุดที่พักอาศัยจนสามารถปิดล้อมคอนโดและยึดทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงเงินสด 5 แสนบาท ซึ่งทราบแน่ชัดว่ามาจากเงินของผู้เสียหาย

ข้อมูลที่ได้รับในการสอบสวนชี้ว่าผู้ต้องหานั้นเป็นมืออาชีพที่เดินทางไปมาระหว่างประเทศบ่อยครั้ง และให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าแรงจากนายทุนจีน โดยรับงานกดเงินจากบัญชีแต่ละราย แล้วส่งต่อให้ม้ารับเงินรายอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังกำลังสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ว่าจ้าง

ดำเนินคดีตามกฏหมายและเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหาย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” “นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” และ “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” และจะขยายผลการสืบสวนไปยังเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ต่างประเทศ

สำหรับเงินจำนวนที่อายัดมาได้เบื้องต้น ประมาณ 5 แสนบาท หน่วยงานอยู่ระหว่างการดำเนินการคืนให้กับผู้เสียหาย เป็นผลชัดเจนจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อสู้กับภัยอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่แฝงตัวเป็นการลงทุนออนไลน์

อย่าลืมตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน หากมีผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพียงแผนหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพเท่านั้น

ที่มา – บุกจับ ‘คู่รักม้ากดเงิน’ อ้างชื่อร้านอาหารดัง หลอกเหยื่อเทรดหุ้นสูญเงินกว่าล้าน!

ปอศ.จับหนุ่มจีนสาวเวียดนามขายแก๊สหัวเราะออนไลน์

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.ปฏิภาณ เป็นสุข สว.กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินการจับกุม นายยู้ อายุ 30 ปี สัญชาติจีน และ น.ส.ถิ อายุ 31 ปี สัญชาติเวียดนาม ซึ่งมีความผิดฐาน ลักลอบขายแก๊สหัวเราะออนไลน์ ผิดกฎหมาย

ปอศ.ตามซิวขายแก๊สหัวเราะออนไลน์

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า นายยู้ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในการนำ แก๊สหัวเราะ หรือ ไนตรัสออกไซด์ มาจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันเทเลแกรม ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น นักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ และสามารถจับกุม นายยู้ ได้ที่บริเวณลานจอดรถสนามฟุตบอลหญ้าเทียม แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ขณะที่กำลังขน แก๊สหัวเราะจำนวน 50 กระป๋อง มาส่งให้ลูกค้า จากนั้นได้ขยายผลการสืบสวน และจับกุม น.ส.ถิ ซึ่งเป็นชาวเวียดนามในพื้นที่คอนโดมิเนียมย่านถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. พร้อมของกลางแก๊สหัวเราะอีก 12 กระบอก

พฤติกรรมเสี่ยงจากการใช้แก๊สหัวเราะ

จากการสอบสวน นายยู้ ให้การรับสารภาพว่า เป็นเพียงลูกจ้างที่ทำหน้าที่ส่งของให้ลูกค้า ส่วน น.ส.ถิ ให้การว่า เป็นเจ้าของของกลางที่พบในห้องพัก ซึ่งระบุว่าจัดเก็บไว้เพื่อใช้ส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่หรือขายต่อ

อย่างไรก็ตาม การใช้ แก๊สหัวเราะ หรือไนตรัสออกไซด์ ในทางที่ไม่ถูกต้อง ย่อมก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อสุขภาพจิตและร่างกาย เนื่องจากสารดังกล่าวสามารถทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน คลื่นไส้ อาเจียน และแม้กระทั่งความเสียหายถาวรกับสมองหรือระบบประสาทได้หากใช้ซ้ำเป็นประจำ

  • การสูดดมแก๊สหัวเราะ แม้จะให้ความรู้สึกเพลิดเพลินชั่วขณะ แต่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ
  • การนำ แก๊สหัวเราะ ออกจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ยา
  • เจ้าหน้าที่ ปอศ. เตือนว่า ขอรับขายหรือมีไว้เพื่อขาย แม้เพียงคนเดียว ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทั้งสองผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ภายใต้ พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และอยู่ระหว่างการส่งพงส.สำนวนเพื่อดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ

ความรู้คือภูมิคุ้มกัน การให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของสารเสพติดอย่าง “แก๊สหัวเราะ” ผ่านการรณรงค์ การศึกษา และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนและสังคมตกเป็นเหยื่อของภัยเหล่านี้

ที่มา – ‘ปอศ.’ ตามซิว ‘หนุ่มจีน-สาวเวียดนาม’ ลักลอบขาย ‘แก๊สหัวเราะ’ ออนไลน์ผิดกฎหมาย

สภาอินเดียผ่านกฎหมายแบนการพนันออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

ล่าสุด สภาอินเดียผ่านกฎหมายแบนการพนันออนไลน์ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยทั้งโลกสภาและราชยสภาได้ให้การสนับสนุนกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อควบคุมปัญหาภัยพิบัติทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดจากการพนันออนไลน์อย่างแพร่หลาย สำหรับผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายนี้ อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

สภาอินเดียผ่านกฎหมายแบนการพนันออนไลน์

กฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็นการจัดการอย่างเข้มงวด โดยเปรียบเสมือนการปิดช่องโหว่ที่เหล่าแพลตฟอร์มออนไลน์ใช้ในการแสวงหาผลกำไรจากประชาชน กฎหมายนี้ระบุว่า การเสนอ บริการ โปรโมต หรือระดมทุนสำหรับเกมพนันออนไลน์ ถือเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแอปพลิเคชันแฟนตาซีคริกเก็ต เกมไพ่ โป๊กเกอร์ และเกมออนไลน์อื่น ๆ ที่มีลักษณะการเดิมพัน

ผลกระทบในวงการเกมออนไลน์

หลายแวดวงในอินเดียได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเกมซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้งานออนไลน์จำนวนมาก และมีมูลค่าสูงในเอเชีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การวางกฎหมายนี้มีเป้าหมายป้องกันภัยจากการเสพติด พฤติกรรมเสี่ยง และความล่มสลายทางการเงินที่เกิดจากเกมส์ออนไลน์เหล่านี้

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนอินเดียกว่า 450 ล้านคน ใช้บริการแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ และสูญเสียเงินรวมกันเกินกว่า 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 75,000 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจออกมาตรการรุนแรงขั้นสุด

  • รัฐบาลเน้นย้ำว่า การพนันออนไลน์สร้างความเสื่อมถอยในสังคม
  • กฎหมายนี้ไม่ครอบคลุมเกมที่มีคุณค่าเชิงกีฬา หรือเกมเพื่อการศึกษา
  • อีสปอร์ตและเกมเพื่อการเรียนรู้ได้รับการยกเว้นอย่างชัดเจน

กฎหมายดังกล่าวยังมีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน และได้มีการเว้นว่างไว้สำหรับเกมประเภทกีฬา หรือเกมที่มีเป้าหมายสนับสนุนการศึกษา เนื่องจากรัฐบาลต้องการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ให้คุณค่าต่อสังคม

มุมมองจากภาคอุตสาหกรรม

กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ได้เสนอความคิดเห็นว่าหากพิจารณาโดยรอบ ควรมีการเก็บภาษีหรือควบคุมอย่างเป็นระบบมากกว่าการห้ามอย่างเดียว เพราะการห้ามทั้งหมดอาจผลักดันให้ผู้เล่นหันไปใช้แพลตฟอร์มที่ไม่เป็นทางการหรือผิดกฎหมาย อีกทั้งอาจส่งผลให้การใช้คริปโทเคอร์เรนซี่เพื่อดำเนินการทางการเงินแฝงเงินทุนผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น

ภาคอุตสาหกรรมยังมองว่า มาตรการห้ามแบบเต็มรูปแบบอาจถดถอยถ้อยโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับรัฐ และจ้างงานให้กับเยาวชนผู้มีความสามารถและทักษะทางเทคโนโลยีจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การผ่านกฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในแวดวงกิจกรรมออนไลน์ของอินเดีย โดยเฉพาะในเรื่องของการควบคุมและกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกัน

ในการพิจารณาว่ากฎหมายนี้เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ความร่วมมือจากผู้ให้บริการ ผู้ใช้งาน และหน่วยงานกำกับดูแล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – สภาอินเดียผ่านกฎหมายแบนการพนันออนไลน์ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี