ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สินเชื่อรถยนต์ คืออะไร? แต่ละประเภทเหมาะกับใคร

สำหรับหลายคน การมีรถยนต์เป็นของตัวเองคือเป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเดินทาง ทำงาน หรือครอบครัว การมีรถยนต์สามารถช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น แต่หากคุณมีงบประมาณไม่มากพอที่จะซื้อรถในราคาเต็ม หรือมีรถแล้วต้องการเงินก้อนใช้ในยามจำเป็น สินเชื่อรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

สินเชื่อรถยนต์ คืออะไร?

สินเชื่อรถยนต์ คือสินเชื่อประเภทหนึ่งที่ให้บริการเพื่อช่วยให้ผู้กู้สามารถซื้อรถยนต์ได้ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ รถมือสอง หรือแม้กระทั่งนำรถที่มีอยู่แล้วมาแลกเงิน สถาบันการเงินและบริษัทสินเชื่อต่างก็เสนอทางเลือกหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน

ประเภทของสินเชื่อรถยนต์

หลัก ๆ แล้ว สินเชื่อรถยนต์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทดังนี้:

  • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์
  • สินเชื่อรถแลกเงิน
  • สินเชื่อรถยนต์มือสอง

แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อดีแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินของผู้ใช้บริการ

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

สินเชื่อเช่าซื้อ หรือ HP (Hire Purchase) เป็นประเภทที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุด โดยเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ใหม่หรือรถมือสองแต่ไม่มีเงินจ่ายเต็มจำนวน ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบกำหนด ในระหว่างนั้น กรรมสิทธิ์ของรถจะอยู่กับบริษัทให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบ

สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ (Refinance)

หากคุณกำลังผ่อนรถอยู่แล้วแต่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายหรือได้รับดอกเบี้ยที่ดีกว่า การรีไฟแนนซ์ หรือขอสินเชื่อใหม่มาปิดหนี้เก่าถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก โดยคุณสามารถยืมจากสถาบันการเงินอื่นที่เสนอเงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น ดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือระยะเวลายาวนานกว่า เพื่อลดค่างวดรายเดือน

สินเชื่อรถแลกเงิน

สำหรับผู้ที่มีรถอยู่แล้วและต้องการใช้รถเป็นหลักประกันเพื่อขอรับเงินก้อน สามารถเลือกใช้ สินเชื่อรถแลกเงิน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “จำนำทะเบียนรถ” โดยคุณจะได้รับเงินไปใช้งานทันที ขณะที่ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ เพียงแค่ต้องผ่อนคืนเงินตามเงื่อนไข

สินเชื่อรถยนต์มือสอง

สินเชื่อรถยนต์มือสองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมีรถราคาไม่สูงมากนัก โดยสถาบันการเงินจะประเมินมูลค่าของรถมือสองก่อนอนุมัติวงเงินกู้ มักใช้สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แต่ยังต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง

เมื่อเลือกประเภทของ สินเชื่อรถยนต์ ให้ตรงกับความต้องการ คุณก็จะสามารถบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่รู้สึกอึดอัดเกินไปกับภาระค่าผ่อน ทั้งยังสามารถเลือกรถที่เหมาะสมกับงบประมาณและการใช้งานจริงได้ด้วย

หากคุณกำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ หรือหาช่องทางเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน สินเชื่อรถยนต์เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมอย่างยิ่ง ขอเพียงความเข้าใจในแต่ละประเภท และการเตรียมเอกสารให้พร้อม จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ที่มา – สินเชื่อรถยนต์ คืออะไร? มีกี่ประเภท แต่ละแบบเหมาะกับใคร

ธุรกิจบัณฑิตเจาะตา ลูกพ่อขุนขาดลอย คว้าชัยเปิดสนามคอร์ฟบอล

การแข่งขันกีฬาคอร์ฟบอล 4 ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สุปราณี ขวัญบุญจันทร์ นายกสมาคมกีฬาคอร์ฟบอลแห่งประเทศไทย และ นายชาติสยาม สุจริตจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันในปีนี้ ซึ่งกำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้

ธุรกิจบัณฑิตเจาะตา ลูกพ่อขุนขาดลอย คว้าชัยเปิดสนามคอร์ฟบอล

การแข่งขันในปีนี้มีทีมเข้าร่วม 32 ทีม แบ่งออกเป็น 5 รุ่นอายุ ได้แก่ 14 ปี, 16 ปี, 18 ปี, 21 ปี และรุ่นประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตนักกีฬาดาวรุ่ง รองรับการส่งเสริมทีมชาติไทยให้ไปแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นโอกาสที่นักกีฬารุ่นใหม่จะได้ประสบการณ์จริงในสนามแข่งขัน

ประเด็นเด่นของวันนี้มาคือทีมจาก ม.ธุรกิจบัณฑิต แชมป์เก่าจากทั้งสองรุ่น ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในคู่เปิดสนามรุ่นประชาชน พวกเขาต้อนลูกทีมจาก ม.รามคำแหง อย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 17-3 มือเข้าข้างเดียว สะท้อนอุปกรณ์และทักษะการเล่นอย่างพร้อมเพรียง

มาห์แรงสุด ๆ เป็นอันดับหนึ่งในทุกรุ่น

ในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ธุรกิจบัณฑิตยังคงทำหน้าที่เป็นทีมที่น่าเกรงขาม โดยเอาชนะ ม.เกษตรศาสตร์ ด้วยสกอร์ 10-1 ถือเป็นคู่ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะ ‘ธุรกิจบัณฑิต’ เล่นลื่นเยี่ยงมืออาชีพ ส่งผลให้กิเลนของแฟนคอร์ฟบอลเพิ่มขึ้นตามระดับ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญเองคือทีม Crazy Bear x Shingesign ที่สามารถระเบิดฟอร์มเปิดตัวเอาชนะ TNSU.SPB ได้ 12-7 ในรุ่นประชาชน เป็นภาพที่ยิ่งยวดอย่างมาก โดยเฉพาะในลีลาและความเข้าใจเกมของทีม ว่าด้วยการขึ้นนำแต่ต้นจนเกือบตัน对手

  • ข่าวคอร์ฟบอลสรุปไม่พลาด: ชมทีมอื่นๆ ที่พิสูจน์ฝีมือได้อย่างดี
  • ม.นอร์ธกรุงเทพ ชนะ มกช.กรุงเทพ 8-7
  • ชมรมกีฬาโครฟบอล จ.ชลบุรี แซง สตรีวิทยา 19-4
  • ม.กีฬากรุงเทพ ย้ำ状态,ชนะ กาญจนานุเคราะห์ 13-8

สำหรับการแข่งขันรอบต่อไปจะมีขึ้นไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ซึ่งทั้งแฟนกีฬาและครอบครัวสามารถเข้าชมได้ที่ชั้น 2 ของศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

อย่าพลาดโอกาสชม ธุรกิจบัณฑิต เจาะตา ลูกพ่อขุนขาดลอย ที่กำลังเขย่าแรงในวงการกีฬาวัยรุ่นทั้งในและต่างจังหวัด ยิ่งใกล้วันสุดท้ายของการแข่งขันคงเต็มอิ่มแน่ๆ อย่างที่ไม่ควรพลาดแม้แต่วันเดียว

หากคุณคือแฟนกีฬารุ่นเยาว์หรือรักกีฬาเพื่อสุขภาพ คอร์ฟบอล 4 ชิงแชมป์นี้คือคำตอบของความสนุกที่พร้อมรอให้คุณมาเก็บเกี่ยว มาร่วมยืนเป็นกำลังใจให้นักกีฬาวันใหม่ที่ขยันฝึกฝนเพื่อวันนี้อยู่ทุกวันแล้ว

ที่มา – “ธุรกิจบัณฑิต” ต้อน “ลูกพ่อขุน” ขาดลอย คว้าชัยเปิดคอร์ฟบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

หน่อย บุษกร หวิดสิ้นชื่อ กระจกบานยักษ์ หนักเกือบ 20 กก.หล่นทับหัว

เรื่องราวที่น่าตกใจของนักแสดงรุ่นใหญ่ หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดดวงตาไปได้ไม่นาน กลับประสบกับอุบัติเหตุไม่คาดฝันภายในบ้านของตนเอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนฝูงในวงการบันเทิงต่างตกใจไม่น้อย

หน่อย บุษกร หวิดสิ้นชื่อ กระจกบานยักษ์ หนักเกือบ 20 กก.หล่นทับหัว

จากโพสต์บนอินสตาแกรมส่วนตัว หน่อย บุษกร ได้เผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ โดยเธอเล่าให้ฟังว่า “เรียกว่าอะไรดี เมื่อวานผ่าตา วันนี้กระจกตกใส่หัว น้ำหนักเกือบ 20 โลอ่ะ ดีที่ไม่แตกเจาะหัว” พร้อมทั้งแสดงความโล่งใจที่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

ความใหญ่ของกระจกและความแรงของแรงกระแทกทำให้แฟนคลับหลายคนเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างมาก มีหลากหลายความคิดเห็นเข้ามาแสดงความห่วงใย อาทิ “โอ้วววว พี่หน่อย!!!! หัวแข็ง คอแข็ง คูณ 2 ไปเลยค่ะ”, “บุญรักษาเทวดาคุ้มครองครับ”, “แคล้วคลาดนะคะ ต่อไปปังๆเลยค่ะ”

ความประทับใจของหน่อย บุษกร จากเหตุการณ์ครั้งนี้

ในคลิปที่เธอโพสต์มายังมีการพูดอีกว่า “ตกใส่หัวด้วยดีนะไม่เป็นอะไร” นอกจากนี้เธอยังชื่นชมว่ากระจกที่ใช้นั้นเป็นแบบนิรภัย ซึ่งช่วยลดความเสียหายจากการตกกระแทกได้มาก

แม้เหตุการณ์จะน่าระทึกแต่ก็โชคดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรือร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนเข้าใจถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน และการเลือกใช้อุปกรณ์หรือวัสดุที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญมาก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบ หน่อย บุษกร ต้องติดตามข่าวสารและให้กำลังใจเธอผ่านโซเชียลมีเดียกันนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอผ่านวันสำคัญๆ แบบนี้ไปได้อย่างมั่นคง

เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะสร้างความตกใจแล้ว ยัง提醒ให้เราทุกคนระมัดระวังสิ่งของรอบตัว และเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุไม่คาดฝันในชีวิตประจำวันไว้ได้ด้วยเช่นกัน

ที่มา – ‘หน่อย บุษกร’ หวิดสิ้นชื่อ กระจกบานยักษ์ หนักเกือบ 20 กก.หล่นทับหัวหลังผ่าตา!

เทพศิรินทร์ ดวลเป้าชนะ อัสสัมชัญศรีราชา เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย เดลินิวส์ คัพ 2025

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนภายใต้งานกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 หรือที่หลายคนรู้จักดีในชื่อ “เดลินิวส์ คัพ 2025” มีการแข่งขันกันอย่างตื่นเต้นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้เกิดการดวลแข้งที่สนาม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ระหว่าง “เทพศิรินทร์” และ “อัสสัมชัญศรีราชา” คู่ปรับคู่แค้นในเวทีกีฬาฟุตบอลระดับมัธยมปลาย

เทพศิรินทร์ ดวลเป้าชนะ อัสสัมชัญศรีราชา

การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการดวลเดือดอย่างแท้จริง เพราะทั้งสองทีมต่างเล่นกันอย่างสูสี ผลัดกันบุกเข้าทำในครึ่งแรก แต่ก็ยังไม่มีทีมใดสามารถสกอร์ได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยผลเสมออยู่ที่ 0-0

ในครึ่งหลัง ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น โอกาสในการทำประตูก็มีมากกว่าเดิม แต่ทั้งสองทีมต่างยังเข้มแข็งเป็นแถว และไม่มีใครพลาดกันจนหมดเวลา 90 นาที ทำให้ทั้งคู่ต้องเสเสียงกันต่อในช่วงดวลจุดโทษ เพื่อหาผู้ชนะคนเดียวที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ดวลจุดโทษเลือดเย็น เทพศิรินทร์ ชนะ 5-4

ภายใต้แรงกดดันจากการตัดสินด้วยจุดโทษ เทพศิรินทร์ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า และยิงจุดโทษเข้าเป้าได้แม่นยำกว่า “อัสสัมชัญศรีราชา” ทำให้สำเร็จในการเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของ “เดลินิวส์ คัพ 2025” ด้วยผลชนะ 5-4 ส่วนเจ้าของแชมป์เก่า “อัสสัมชัญศรีราชา” ต้องกลับบ้านโดยไม่ได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

การมาถึงรอบนี้ของ “เทพศิรินทร์” ถือเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อย เพราะเป็นการขึ้นแท่นตัวแทนทีม “ลูกแม่รำเพย” ที่ตั้งเป้าสูงสุดในรายการ หลายๆ คนจึงคาดหวังให้พวกเขาจัดเต็มจนถึงรอบชิง ซึ่งก็เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมจากการเอาชนะคู่แข่งรายใหญ่แบบ “อัสสัมชัญศรีราชา

เกมนี้ยังได้รับแรงผลักดันจากแฟนบอลทั้งสองทีมที่เข้าร่วมเชียร์แบบเต็มสูบ ยิ่งทำให้บรรยากาศในสนามชีวิตชีวา และได้เห็นภาพความมุ่งมั่นของนักเตะเยาวชนที่ฝึกฝนกันอย่างหนักเพื่อร่วมแข่งขันในเวที “เดลินิวส์ คัพ 2025

กีฬาไม่ได้วัดแค่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่ปลูกฝังความมีวินัย ความเสียสละ และความมีจิตใจที่เข้มแข็ง ทั้งนักกีฬาและผู้ชมทุกคนต่างได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการบาดเจ็บและการชนะในครั้งนี้ และเป็นโอกาสอันดีในการแสดงความสามารถของเยาวชนไทยในเวทีกีฬาอย่างมีศักดิ์ศรี

หากคุณพลาดการชมกีฬาฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีนี้ไป อย่าลืมติดตามชมฟุตบอลเยาวชนในศึก “เทพศิรินทร์ ดวลเป้าชนะ อัสสัมชัญศรีราชา” ที่จะพาคุณกลับไปสัมผัสความร้อนแรงกับพลังเยาวชนที่เต็มเปี่ยมทั้งกายและใจ!

ที่มา – “เทพศิรินทร์” ดวลเป้าชนะ “อัสสัมชัญศรีราชา” ในรอบ 8ทีมสุดท้าย ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

‘นายกมิ้นท์’ สร้างบ้านใหม่ให้ผู้ประสบอัคคีภัย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่บ้านเลขที่ 84 ซอยบางจะเกร็ง 1 ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ได้เกิดเหตุการณ์อบอุ่นใจที่สะท้อนความห่วงใยของผู้นำท้องถิ่น นายนอกรอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘นายกมิ้นท์‘ นายอานนท์ ตันติดำรงกุล นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่กองช่าง ได้ลงพื้นที่ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้กับนายอภินันท์ พิบูลย์ไพศาลศิลป์ ซึ่งบ้านเกิดไฟไหม้วอดทั้งหลังในวันที่ 7 มิถุนายน 2568

‘นายกมิ้นท์’ สร้างบ้านใหม่ให้ผู้ประสบอัคคีภัย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นเทศบาลได้ช่วยเหลือด้วยการมอบเช็กเงินสดจำนวน 63,100 บาท พร้อมทั้งประสานงานกับผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่มาร่วมบริจาคเพิ่มเติม จนสามารถรวบรวมเงินจำนวนรวมทั้งสิ้น 150,000 บาท เพื่อใช้ในการสร้างบ้านใหม่ให้กับครอบครัวผู้ประสบภัยได้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

จิตอาสาสร้างความอบอุ่นให้ชุมชน

การก่อสร้างบ้านในครั้งนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่เงินทุน แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจาก จิตอาสา ของเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลฯ ที่เสียสละเวลาและแรงกายแรงใจเข้าไปช่วยก่อสร้างบ้านอย่างเต็มที่ โดยไม่คิดค่าแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้โครงการนี้ไม่เพียงแต่สำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการอยู่เคียงข้างประชาชนในเวลาที่ยากลำบาก

บรรยากาศในวันส่งมอบบ้านนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซึ้งใจ เห็นได้จากที่ คุณอภินันท์และครอบครัว ได้กล่าวขอบคุณ นายกมิ้นท์ รวมถึงคณะกรรมการเทศบาล สมาชิกสภา และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ไม่เพียงแค่ให้การช่วยเหลือด้วยทรัพยากร แต่ยังทำด้วยหัวใจและจิตอาสาอันบริสุทธิ์

  • โครงการสร้างบ้านใหม่ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 150,000 บาท
  • งานก่อสร้างได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่จิตอาสาอย่างเต็มที่
  • ประสบการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม
  • ส่งเสริมความสามัคคีในชุมชนอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หรือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ การสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ นายอานนท์ กล่าวว่า เทศบาลฯ มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยมี信念ว่าการดูแลใคร่ครวญประชาชนคือหัวใจของบำบัดและสร้างโอกาสให้ชีวิตกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

หากคุณกำลังเผชิญกับอุปสรรคในชีวิต อย่าลืมว่าธุรกิจภาครัฐ เช่น เทศบาล เมือง กำลังเปิดรับและพร้อมช่วยเหลือคุณเสมอ

ที่มา – ‘นายกมิ้นท์’ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม – จิตอาสา สร้างบ้านใหม่ให้ผู้ประสบอัคคีภัย

ป.ป.ส. ทำลายยาเสพติดบิ๊กล็อต 26 ตัน มียาบ้า 139 ล้านเม็ด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ป.ป.ส. ได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมจัดพิธีทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 10 ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี

ป.ป.ส. ทำลายยาเสพติดบิ๊กล็อต 26 ตัน มียาบ้า 139 ล้านเม็ด

กิจกรรมครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่มีน้ำหนักรวมกว่า 26.04 ตัน จากจำนวน 1,304 คดีที่เกี่ยวข้อง โดยประกอบด้วย ยาบ้ากว่า 139 ล้านเม็ด ยาไอซ์มากกว่า 6 ตัน และ ยาเสพติดประเภทอื่น ๆ อีกจำนวนมาก การทำลายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้สารเสพติดเหล่านี้กลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง

ความสำคัญของการดำเนินการโดย ป.ป.ส.

การกระทำของ ป.ป.ส. สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่นในการกำจัดยาเสพติดที่แพร่หลายอยู่ทั่วประเทศ โดยจากการทำลายในครั้งนี้เมื่อรวมกับกิจกรรมก่อนหน้า จะสามารถกำจัดยาเสพติดรวมกว่า 203 ตันออกไปจากระบบ

  • การร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ
  • ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
  • การปลูกฝังความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติด

นายยู่สิน จินตภากร รัฐมนตรีช่วยกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ป.ป.ส. ทำลายยาเสพติดบิ๊กล็อต 26 ตัน เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและลดผลกระทบจากยาเสพติดในสังคมไทย ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างอนาคตที่ปลอดภัยสำหรับคนรุ่นใหม่

“เราไม่เพียงแค่กำจัดยาเสพติดออกจากช่องทางผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมการศึกษาและการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติดแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง” รัฐมนตรีช่วยกล่าว

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งระหว่าง ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุปสรรคใหญ่กับปัญหาการเสพยาสามารถจัดการได้ หากมีการวางแผนและดำเนินการอย่างจริงจังและสอดคล้องกัน

หากประชาชนในทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติของรัฐ จะสามารถลดปัญหาการเสพติดในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เราควรร่วมมือรัฐในการต่อต้านยาเสพติด และเตือนภัยเยาวชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้สารเสพติดเหล่านี้ด้วยตนเอง

ที่มา – ‘ป.ป.ส.’ ทำลายยาเสพติดบิ๊กล็อต 26 ตัน เผยมียาบ้า 139 ล้านเม็ด ไอซ์ 6 ตัน รวมอยู่ด้วย

“กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” ชนะ “ราชสีมาวิทยาลัย” 2-0 ลุยต่อรอบ 4 ทีม “เดลินิวส์ คัพ 2025”

ผลการแข่งขันฟุตบอล “เดลินิวส์ คัพ 2025” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการดวลจุดสำคัญระหว่าง “ชงโคสีม่วง” กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย บุกไปชนะ ราชสีมาวิทยาลัย 2-0 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้อย่างน่าประทับใจ ณ สนามกีฬา ม.กรุงเทพธนบุรี

“กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” บุกชนะ “ราชสีมาวิทยาลัย” 2-0

เกมนี้ เริ่มต้นอย่างรุนแรงจากฝั่ง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่มาในท่ารุกแน่นขนัดตั้งแต่ต้นเกม จนสามารถเปิดสกอร์ได้ในนาทีที่ 35 เมื่อ ธนภัทร เพรชวงษ์ คนโจนเข้าชารจ์บอลหลุดเข้าไปยิงจ่อๆ เข้าประตูได้漂亮 จากจังหวะเปิดของ teammate จบครึ่งแรกนำ 1-0

ทำประตูเพิ่มก่อนพักครึ่ง

ในช่วงท้ายครึ่งแรก ไม่หยุดสังหาร ราชสีมาวิทยาลัย เมื่อไปทำประตูที่สองในนาทีที่ 45 โดย จอมพล หอมบุญมา ได้โอกาสโล่ง ๆ หลังลากบอลด้วยเท้าเข้าไปแตะเสียบสามเหลี่ยมอย่างเย็นชา ทำให้จบครึ่งแรก กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นำแบบสบายใจ 2-0

ในครึ่งหลัง เกมน้อยลงไปบ้างหลังจากสกอร์ทำให้ทั้งสองทีมเริ่มเน้นการควบคุมจังหวะมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่งราชสีมาวิทยาลัยพยายามโหมกระหน่ำเพื่อหวังลุ้นพลิกสถานการณ์ แต่ต้องดิ้นรนหาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้จริง

ถึงจะมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นออกสู้เพิ่มเติม แต่เกมก็ยังจับทาง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ไม่ได้ แถมแย่กว่านั้น เจ้าหน้าที่รักษาประตูของรายสีมาอย่าง อชิรวิชญ์ นัดสันเทียะ ถูกแสดงบัตรแดงไล่ออกในช่วงเวลาท้ายเกม นาที 90+1 เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน ส่งผลให้รักษาสกอร์ 2-0 ไปได้สำเร็จ

  • ประตูแรก: ธนภัทร เพรชวงษ์, นาที 35
  • ประตูที่สอง: จอมพล หอมบุญมา, นาที 45

แม้จะใช้เวลาและพลังในการเล่นของทีมทั้งสองยาวนานกว่า 90 นาที แต่ผลการแข่งขันก็ยังคงที่ โดย กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สามารถพิชิตชัยสำคัญเหนือ ราชสีมาวิทยาลัย และเดินหน้าลุยศึกในรอบรองชนะเลิศ “เดลินิวส์ คัพ 2025” ต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่ “ราชสีมาวิทยาลัย” ต้องจบรอบนี้ไปอย่างสายตายใจ

ติดตามความเคลื่อนไหวของทัพลูกหนังไทยกันต่อได้ในเกมถัดไป และเชียร์ทีมโปรดทุกคู่ที่คุณหลงใหลกันแบบไร้ขีดจำกัด!

ที่มา – “กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” คว้าชัยเหนือ “ราชสีมาวิทยาลัย” รอบ 8 ทีมในศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

หวยเกษียณ ซื้อได้ผ่านมือถือ TrueMoney, myAIS และ ShopeePay

หวยเกษียณ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออมที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนไทย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทำให้การซื้อ “หวยเกษียณ” สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันผู้สนใจสามารถสมัครและซื้อหวยเกษียณได้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney, myAIS และ ShopeePay บนมือถือ เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถจัดการทุกขั้นตอนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หวยเกษียณ ซื้อได้ผ่านมือถือ TrueMoney, myAIS และ ShopeePay

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนโครงการ หวยเกษียณ ว่าความร่วมมือนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการออมได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี การซื้อสลาก การเช็คยอดเงิน ไปจนถึงการตรวจรางวัล ทั้งหมดทำได้ผ่านมือถือ คลิกเพียงครั้งเดียว

ออมแบบเข้าถึงง่ายกับหวยเกษียณ

นอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และส่งเสริมให้คนไทยทุกกลุ่มเตรียมความพร้อมสำหรับยามเกษียณอย่างมั่นคง การใช้เทคโนโลยีในการออมเงินช่วยให้ผู้ใช้งานมีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ทุกสัปดาห์ระหว่างออม ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคดิจิทัล

นายศุภวิทย์ หงส์อมรสิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ShopeePay รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการออมง่าย ๆ ผ่าน หวยเกษียณ โดยใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวเพื่อเชื่อมต่อการบริการทางการเงินกับทุกคนในสังคม การออมผ่านมือถือผ่าน ShopeePay นั้นไม่เพียงแต่สะดวก ยังสนับสนุนพฤติกรรมการเงินที่ดีในระยะยาว

ด้านนายรัชชานนท์ ชินพัณณ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนของทรูมันนี่ กล่าวว่า TrueMoney เคยให้บริการ กอช. กับกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มมาแล้ว และในปัจจุบันยอดเงินฝากรวมมีมูลค่าเกิน 120 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว หวยเกษียณ ผ่านช่องทางดิจิทัล ลูกค้าสามารถสมัครเปิดบัญชีเพื่อรอซื้อได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ โดยเน้นความสะดวกใน User Journey และมีแผนโปรโมทเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้งานบริการมากขึ้น

  • ซื้อหวยเกษียณได้ทุกที่ผ่านมือถือ
  • เปิดบัญชี – ตรวจสอบยอด – เพิ่มเงิน – ลุ้นรางวัลอย่างง่ายดาย
  • ใช้งานได้ผ่าน TrueMoney Wallet, myAIS Application และ ShopeePay
  • ระบบมีความปลอดภัย ตรวจสอบได้จริง

ในขณะที่นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวเสริมว่า myAIS ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางด้านการเงินดิจิทัล โดยเริ่มจากการให้บริการเช็กยอด ส่งเงิน และส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินผ่านแอปพลิเคชัน มีแผนต่อยอดเรื่องการจำหน่าย หวยเกษียณ ในช่วงปลายปีนี้ โดยหวังสร้างพฤติกรรมการออมอย่างสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี

ทั้งนี้ โครงการหวยเกษียณยังวางแผนเปิดให้รับสมัครผ่านช่องทางที่ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟนสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่มีมือถือในต้นเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยกระจายการบริการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ไม่ว่าใครก็ควรเริ่มต้นวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคต หวยเกษียณกำลังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้คุณเริ่มออมพวกพ้องแบบสบายใจและสะดวกสบาย อย่ารอช้า ลองดาวน์โหลดแอปฯ และเริ่มวางแผนวันพักผ่อนอย่างมั่นคงตั้งแต่วันนี้

ที่มา – หวยเกษียณ ซื้อได้ผ่านมือถือ TrueMoney, myAIS และ ShopeePay

ดอกไม้สู้ฝุ่น! ปลูกไม้ดอกลด PM2.5 เพิ่มรายได้เกษตรกร

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูแล้งของภาคเหนือ ได้กลายเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปริมาณฝุ่นในอากาศเพิ่มขึ้นก็คือ การเผาไร่และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา

ดอกไม้สู้ฝุ่น! ปลูกไม้ดอกลด PM2.5 เพิ่มรายได้เกษตรกร

เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน ทีมนักวิจัย วว. ได้ริเริ่มโครงการ ดอกไม้สู้ฝุ่น! ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับแทนการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ไม่เพียงแค่ลดฝุ่น แต่ยังได้รายได้เสริมจากการขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชต่าง ๆ อีกด้วย

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ได้มีการลงพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยมีอำเภอเมืองพะเยาและอำเภอปง ซึ่งมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 14 ราย โดยหน่วยงานฯ ได้สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกไม้ตัดดอกต่าง ๆ เช่น หญ้าหางกระต่าย, มากาเร็ต, ดอกกระดาษ, คัตเตอร์, เบญจมาศ และแกลดิโอลัส รวมไปถึงพืชแปรรูปอย่าง เก๊กฮวย, กระเจี๊ยบแดง, คาโมมายล์ และอัญชัน ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อบแห้ง เช่น น้ำดื่มสมุนไพร หรืออาหารเสริมต่าง ๆ

การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะ

สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงราย โครงการนี้ได้ดำเนินการครอบคลุมถึง 11 อำเภอ และมีผู้สมัครเข้าร่วมถึง 74 ราย มีความร่วมมือจาก สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ในการประสานงานกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดอบรมในหัวข้อ “การปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5” ซึ่งมีการบรรยายโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญ เช่น

  • การปลูกเลี้ยงและการขยายพันธุ์ไม้ดอกหอมระดับชุมชน
  • การปลูกเลี้ยงไม้ตัดดดอกเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร
  • การใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับในงานภูมิทัศน์เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5
  • และนวัตกรรมเครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน

ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมรายได้ หรือภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กิจกรรมจากโครงการนี้นำเสนอทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกรอย่างแท้จริง ทั้งยังช่วยลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ

ทางทีมงานโครงการมีเป้าหมายชัดเจนว่า จะขยายผลของโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคตด้วย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่ยั่งยืน ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของพื้นที่

หากคุณเป็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพื่อช่วยลดฝุ่น PM2.5 และแปรรูปเพื่อขาย การเข้าร่วมกับโครงการนี้ คือโอกาสที่คุณจะเปลี่ยนมลภาวะให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืน

ที่มา – ดอกไม้สู้ฝุ่น! โครงการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ ลด PM 2.5 เพิ่มรายได้เกษตรกรเชียงราย–พะเยา

เพชรบุรีจัดประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน ส่งต่อวัฒนธรรมอาหารไทย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน (Cooking and Storytelling Competition)” ภายใต้โครงการส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์องค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network : UCCN) เพื่อส่งเสริมบทบาทของเพชรบุรีในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารอย่างยั่งยืน

เพชรบุรีจัดประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน ส่งเสริมวัฒนธรรมอาหาร

กิจกรรมนี้มีนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นเกียรติธิดา ร่วมด้วยนางสาวพุฒศรี สามี ผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์กร Creative Economy Review รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ร่วมประกวดกันอย่างคึกคัก ณ สวนตาลลุงถนอม ตำบลถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

ภาพบรรยากาศการประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน
บรรยากาศการประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน

ส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารผ่านความคิดสร้างสรรค์

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า “อาหารของเพชรบุรีไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ใช้บริโภคเลี้ยงชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของชุมชน” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งต่อองค์ความรู้ด้านอาหารผ่านกิจกรรมที่มีส่วนร่วมจากคนต่างรุ่น

จุดเด่นของกิจกรรมนี้อยู่ที่การจับคู่แม่ครัวหัวเตากับนักเล่าเรื่องรุ่นเยาว์ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์เมนูอาหารประจำบ้าน พร้อมเล่าเรื่องราวที่สื่อถึงรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้วัยรุ่นได้เข้าใจและภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่นของตนเอง

ภาพบรรยากาศการปลูกพันธุ์ไม้ และกิจกรรมมิตรภาพ
บรรยากาศการประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน

โอกาสในการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่

ด้านนางสาวพุฒศรี กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จของกิจกรรม “รสเพ็ดรี สุกี้สายพาน” ที่จัดขึ้นในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากชุมชนและสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้แก่เมืองเพชรบุรีในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหารของประเทศ

ทั้งนี้ “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน” จัดขึ้นระหว่างเวลา 10.00 – 14.30 น. ณ สวนตาลลุงถนอม จังหวัดเพชรบุรี โดยเปิดโอกาสให้ชุมชน เยาวชน และผู้สนใจทั่วไปได้ร่วมเรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ และมีส่วนร่วมในการสืบสานวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบวัฒนธรรมและอาหารไทย อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมฝึกทำอาหารร่วมกับแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบุรี เพราะเชื่อได้ว่าคุณจะได้รับความรู้ ความสนุก และเสิร์ฟจิตวิญญาณของเมืองเพชรบุรีผ่าน “รสเพ็ดรีประจำบ้าน” อย่างแท้จริง!

ที่มา – เพชรบุรีร่วมกับสนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน”