ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘พชร’ ติง ‘สภาองค์กรผู้บริโภค’ ไม่โปร่งใส โจมตีการกำกับดูแลโทรคมนาคม

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และที่ปรึกษาประจำประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ สภาองค์กรผู้บริโภค ว่าการทำงานบางอย่างของสภาองค์กรผู้บริโภคมีลักษณะขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของผู้บริโภคกับเป้าหมายเชิงการเมืองหรืออุดมการณ์ส่วนตัว

พชรวิจารณ์สภาองค์กรผู้บริโภคไม่โปร่งใส

นายพชรกล่าวว่า ปัญหาสำคัญของ สภาองค์กรผู้บริโภค คือการล้มเหลวในการแสดงความรับผิดชอบ ต่อผลเสียที่เกิดขึ้นกับองค์กรพลเมือง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ปตท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นถ่วงดุลในเชิงอุดมการณ์มากกว่าความเป็นจริง

โจมตีการจัดการโทรคมนาคมเพื่อผลทางการเมือง

โดยเฉพาะในประเด็นการกำกับดูแล โทรคมนาคม นายพชรระบุว่าหลายกรณีการจับประเด็นของสภาองค์กรผู้บริโภคมักเป็นการหยิบเรื่องย่อยมาใช้โจมตี หวังสร้างภาพลักษณ์ตัวเอง หรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนบางกลุ่มที่ต้องการได้เปรียบจากการเรียกร้อง

นอกจากนี้ ปัจจุบัน โทรคมนาคมในประเทศไทย มีโครงสร้างที่หนุนหลังประชาชนด้วยระบบควบคุมราคา คุณภาพ และบริการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพระดับโลก แม้กระทั่งอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการไร้สายที่ครอบคลุมดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • ระบบควบคุมราคาและคุณภาพบริการโทรคมนาคม
  • ความพร้อมในการให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีในที่สาธารณะ
  • การสนับสนุนอุปกรณ์เคลื่อนที่แก่ประชาชน
  • การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อเสริมความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม นายพชรกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ในอดีตมีการแสดงออกของสภาองค์กรผู้บริโภคที่ดูเหมือนลืมประชาชนเป้าหมายหนึ่งเดียวคือการปกป้องสิทธิของผู้บริโภค และเปลี่ยนไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ขัดขวางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สุดท้าย นายพชรย้ำว่า “การดูแลผู้บริโภคควรมีพื้นฐานมาจากความซื่อสัตย์ ความเข้าใจบริบท และการแสวงหาประโยชน์โดยรวมของประชาชน ไม่ใช่การใช้ป้าย ‘ผู้บริโภค’ เป็นเครื่องพรางในการเลือกเอาผลประโยชน์ส่วนตน”

หากสังคมไทยต้องการให้การปกป้องผู้บริโภคก้าวไปข้างหน้า ต้องมีการทบทวนรูปแบบและแนวทางการทำงานของสภาองค์กรผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรับผิดชอบจริงต่อประชาชน

ที่มา – ‘พชร’ ติงการทำงาน ‘สภาองค์กรผู้บริโภค’ ไม่โปร่งใสมุ่งโจมตีการกำกับดูแลโทรคมนาคม

เทศบาลเมืองลำตาเสา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษา มอบทุนช่วยเหลือนักเรียน

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีพิธีเปิดโครงการ เทศบาลเมืองลำตาเสา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษา มอบทุนช่วยเหลือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมีนางไตรรัตน์ พันธ์เจริญวรกุล นายกเทศมนตรีเมืองลำตาเสา เป็นประธานในพิธี

เทศบาลเมืองลำตาเสา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษา มอบทุนช่วยเหลือนักเรียน

ในการนี้ นางวันทนีย์ สายแก้ว ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลเมืองลำตาเสา ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะนักเรียนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนหรือขาดโอกาสทางการศึกษา

ร่วมเป็นเกียรติในวันสำคัญนี้ ยังมีนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 3 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ ที่มาร่วมมอบทุนการศึกษาและให้กำลังใจแก่นักเรียนอย่างพร้อมเพรียง

โครงการมุ่งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา

นางไตรรัตน์ พันธ์เจริญวรกุล ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองลำตาเสา ว่าการจัดโครงการเทศบาลเมืองลำตาเสา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษา มอบทุนช่วยเหลือนักเรียนในแต่ละปี เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนในพื้นที่ ให้มีโอกาสในการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ทุนการศึกษาที่จัดสรรในปีนี้ เน้นการสนับสนุนนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีความต้องการจริง ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียน เช่น ค่าหนังสือ ค่าวัสดุการเรียน และค่าเบี้ยเลี้ยง เพื่อให้เด็กๆ สามารถเรียนได้อย่างไร้กังวล

จากข้อมูลโครงการ มีนักเรียนจำนวน 97 คน จากหลายโรงเรียนในพื้นที่ได้รับทุนการศึกษา ได้แก่:

  • โรงเรียนบ้านกระทุ่มลาย จำนวน 5 คน
  • โรงเรียนวัดศรีประชา จำนวน 16 คน
  • โรงเรียนจรูณกิมลี้กิจจาทรอนุสรณ์ จำนวน 7 คน
  • โรงเรียนวัดศิวาราม จำนวน 9 คน
  • โรงเรียนวัดบ้านช้าง จำนวน 8 คน
  • โรงเรียนวังน้อยวิทยาภูมิ จำนวน 27 คน
  • โรงเรียนพนมยงค์วิทยา จำนวน 25 คน

โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่มีรายได้น้อย แต่ยังส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกด้านการเรียนรู้ให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การสานพลังร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการส่งเสริมการศึกษา เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะนักเรียนคืออนาคตของชาติ การมีโอกาสในการศึกษาอย่างเท่าเทียม และได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น คือการปลูกฝังความหวังให้กับสังคมในระยะยาว

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลำตาเสา โครงการดีๆ เช่นนี้ถือเป็นโอกาสที่ควรให้ความสนใจและติดตามเป็นประจำ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสใหม่ๆ สำหรับลูกหลานของเรา

ที่มา – เทศบาลเมืองลำตาเสา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษา มอบทุนช่วยเหลือนักเรียน

ย้ายข้ามห้วย! ครม.แต่งตั้ง ‘พชร อนันตศิลป์’ นั่งปลัดดีอีคนใหม่

วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการแต่งตั้ง พชร อนันตศิลป์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง มาดำรงตำแหน่งใหม่ในฐานะปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แทน วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ที่จะเกษียณราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้

ย้ายข้ามห้วย! ครม.แต่งตั้ง ‘พชร อนันตศิลป์’ นั่งปลัดดีอีคนใหม่

รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป โดย พชร อนันตศิลป์ ถือว่าเป็นบุคลากรด้านบริหารที่มีความเชี่ยวชาญสูง ด้วยประวัติการทำงานที่หลากหลายในภาครัฐ โดยเฉพาะในกระทรวงการคลัง เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง อาทิ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร และล่าสุดก่อนการโยกย้าย คือ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ พชร อนันตศิลป์

  • เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2514
  • อายุปัจจุบัน 54 ปี
  • มีประสบการณ์การทำงานในระดับสูงในกระทรวงการคลังอย่างยาวนาน
  • ผ่านพ้นการดำรงตำแหน่งอธิบดีในหลายกรมสำคัญ
  • ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดดีอีแทนตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณของปลัดดีอีคนเก่า

การแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าเป็นการโยกย้ายที่น่าจับตามอง ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งใหม่ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งหมายของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูง เพื่อรองรับการพัฒนาในยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านงบประมาณ บัญชี และการบริหารหนี้สาธารณะ คาดว่า พชร อนันตศิลป์ จะสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ในการดำเนินการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเน้นความโปร่งใสของข้อมูลและการบริหารทรัพยากรของประเทศอย่างลงตัว

ในการนี้ เราจะติดตามแนวทางการทำงานใหม่ ๆ และแนวทางการพัฒนาในสายงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายครม. ภายใต้การนำของ พชร อนันตศิลป์ อย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวการเมืองและนโยบายภาครัฐในไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตของแต่ละตำแหน่งที่มีความเคลื่อนไหว เพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อภาพรวมของการบริหารประเทศโดยตรง

ที่มา – ย้ายข้ามห้วย! ครม.แต่งตั้ง ‘พชร อนันตศิลป์’ นั่งปลัดดีอีคนใหม่ โยกจากคลัง มีผล 1 ต.ค.นี้

ดิว-อริสรา รีวิวทนายดัง เตรียมแถลงเปิดใจพรุ่งนี้

ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของนักแสดงสาว “ดิว อริสรา” ที่เตรียมตัวบินกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมงานสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจของ “คุณพ่อวิชิต ทองบริสุทธิ์” ครั้งสุดท้าย ในฐานะบุตรสาวที่เคารพและรักคุณพ่ออย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ ดิว อริสรา ยังถือโอกาสมาทำงานแรกหลังจากกลับมาไทย โดยร่วมไลฟ์สดครั้งแรกกับ “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” ภรรยาสาวของนักแสดงหนุ่ม “นาวิน ต้าร์” ที่ได้รับความนิยมจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม

ดิว-อริสรา รีวิวทนายดัง ผู้พิทักษ์ที่ไม่ใช่แค่ทนาย

ล่าสุดในอินสตาแกรมของสาวดิว อริสรา อัปเดตรูปคู่กับ “พี่เอี้ยง นิติศักดิ์ มีขวด” ซึ่งเป็นหนึ่งในทนายชื่อดังของเมืองไทย โดยได้เขียนข้อความใต้โพสต์ว่า

“ในทุกวิกฤตที่ผ่านมา ดิวโชคดีที่ได้เจอทนายที่ไม่ใช่แค่ทนาย แต่เป็นเหมือนพี่ชายและครอบครัวที่อยู่เคียงข้างดิวด้วยความรัก ความจริงใจ และความซื่อตรง” สื่อถึงความคุ้นเคยและความไว้วางใจในระดับลึก

ทนายที่ทำด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์

ดิว อริสรา เผยต่อว่า “พี่เอี้ยง นิติศักดิ์ มีขวด” คือทนายที่ทำเพื่อดิวอย่างเต็มที่ ทุ่มเททุกทางเพื่อให้เธอผ่านเรื่องยากๆ ไปได้ และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาช่วยให้ดิวค่อยๆ ยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง

เธอชื่นชมว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้เจอคนที่ทำงานด้วย ‘หัวใจ’ มากกว่าผลประโยชน์ โดยเฉพาะการเป็นทนายที่ไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่ในเชิงกฎหมาย แต่เป็นทนายที่ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนและจริงใจ

คนแห่โฟกัส พร้อมสู้กับความจริงแล้วหรือไม่?

หลังจากที่มีการรีวิวทนายดังดังกล่าว แฟนคลับจำนวนมากต่างกดไลก์ แสดงความรักและให้กำลังใจอย่างล้นหลาม แต่ก็มีบางกลุ่มที่นำภาพของสาวดิวมาวิเคราะห์และตั้งข้อสงสัยว่า เธอจะพร้อมที่จะสู้กับความจริงแล้วหรือยัง?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดิวเตรียมแถลงเปิดใจทุกอย่างในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ซึ่งหลายฝ่ายต่างลุ้นและเสียงิ้งในเทปนิยายที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

ดิว อริสรา ได้บอกกับทุกคนผ่านข้อความส่วนตัวว่า “ถ้าผิดก็ขอรับผิด และพร้อมที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่” นับเป็นคำพูดที่ดูมั่นคงและเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ อย่างเต็มตัว

ในโลกของผู้มีชื่อเสียง การได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง เช่น ทนายดังที่รักษาความเป็นส่วนตัวและยืนเคียงข้างแบบ “พี่ชายจริงๆ” เป็นสิ่งที่หายากและมีคุณค่ามากเท่าใด

หากคุณก็กำลังมองหาทนายที่ “เก่งในวิชาชีพ” และ “เก่งในหัวใจ” เช่นเดียวกับที่ดิวเจอ พี่เอี้ยง นิติศักดิ์ มีขวด อาจเป็นตัวอย่างที่น่าศึกษา

ที่มา – “ดิว-อริสรา” รีวิวทนายดังผู้ที่ช่วยเหลือยามเกิดวิกฤตในชีวิต คนแห่โฟกัสพร้อมสู้หรือเปล่าหลังเตรียมแถลงเปิดใจพรุ่งนี้!

ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ ขอความเป็นธรรมให้ ‘หมอสุภัทร’

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ นพ.สุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ซึ่งถูกกล่าวถึงว่ากำลังเผชิญกับการสอบสวนวินัยอย่างรุนแรง และมีข่าวว่าอาจถูกพิจารณาให้ออกจากราชการ

กรณีเกิดขึ้นจากการจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค ในโครงการ ‘แพทย์ชนบทบุกกรุง’ ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่หนักหน่วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงทำให้เกิดความตื่นตัวจากประชาชนและเครือข่ายต่าง ๆ ที่ต้องการทราบความจริงอย่างชัดเจนว่า กระบวนการซื้อ-ขายในครั้งนั้นเป็นไปตามความเหมาะสมหรือไม่

ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ ขอความเป็นธรรมให้ ‘หมอสุภัทร’

จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ในฐานะตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย พร้อมด้วย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้รวมตัวมาร่วมกับ ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ โดยมีผู้แทนจากกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ผู้ป่วยเรื้อรัง และประชาชนในพื้นที่ กทม. จำนวน 50 เขต เพื่อยื่นหนังสือถึง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

เครือข่ายเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลและให้ความเป็นธรรม

ผู้แทนได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการให้เปิดเผยข้อมูลและหลักฐานในการสอบสวนที่จะตัดสิทธิ์นพ.สุภัทร โดยจบจากงานราชการ เพราะเครือข่ายเชื่อว่า นพ.สุภัทร ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งหวังประโยชน์แก่ประชาชน และไม่ควรถูกตัดสินโดยปราศจากโอกาสในการชี้แจง

สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องเพิ่มเติม คือ ให้มีการพิจารณาสถานการณ์ การดำเนินงาน และหลักการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรอบคอบและมีหลักฐานรองรับ เพื่อประเมินว่ามีกระบวนการตามขั้นตอนที่เหมาะสมหรือไม่ และที่สำคัญ พวกเขาขอให้ รมว.สาธารณสุข อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เข้ามารับฟัง พร้อมให้นพ.สุภัทร ได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม

ในขณะเดียวกัน นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ก็ได้เป็นผู้รับมอบหนังสือจากภาคประชาชน และได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะนำเรื่องนี้ส่งต่อไปยัง รมว.สาธารณสุข ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันเดียวกันนี้ด้วย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่เพียงแต่ต้องการความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นการเรียกร้องเพื่อ ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ อย่างภาคภูมิใจ ต่อกรณีที่อาจเกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมทางการบริหาร

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้สนใจประเด็นนี้ เราขอแนะนำให้ติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสทางการเมืองและระบบสาธารณสุขเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรเฝ้าระวังไว้

ที่มา – ภาคประชาชนบุกร้อง ‘ภูมิธรรม’ ขอความเป็นธรรมให้ ‘หมอสุภัทร’

ทัพฟ้าโชว์ ‘อัลฟาเจ็ต’ พร้อม ‘เสิร์ฟไข่เบอร์ศูนย์’ ลั่น ‘ฮันเตอร์’ พร้อมล่าผู้รุกราน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เพจ กองทัพอากาศไทย ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพการปฏิบัติการของเครื่องบินโจมตี อัลฟาเจ็ต (Alpha Jet TH) ฝูงบิน 231 กองบิน 23 พร้อมข้อความระบุว่า

ทัพฟ้าโชว์ ‘อัลฟาเจ็ต’ พร้อม ‘เสิร์ฟไข่เบอร์ศูนย์’ ลั่น ‘ฮันเตอร์’ พร้อมล่าผู้รุกราน

“พร้อมปฏิบัติการด้วยจิตใจที่ห้าวหาญของนักรบทางอากาศ และศักยภาพของเครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 (อัลฟาเจ็ต) ที่ได้รับการปรับปรุงขีดความสามารถ ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธีได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยสามารถใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายภาคพื้นได้อย่างแม่นยำ”

การแสดงศักยภาพของ อัลฟาเจ็ต ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยืนยันความสามารถในการรักษาความปลอดภัยทางอากาศ และการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า น่านฟ้าของประเทศไทย จะไม่ยอมให้ใครบุกรุกหรือย่ำยีเด็ดขาด

ความพร้อมของกองทัพอากาศ

ความพร้อมของ อัลฟาเจ็ต และ นักบินกองทัพอากาศ นั้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ โดยเครื่องบินรุ่นนี้มีความสามารถในการประมวลผลเป้าหมายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และสามารถโจมตีเป้าหมายภาคพื้นอย่างแม่นยำ ตอบโจทย์ในสถานการณ์ที่ต้องการความรวดเร็วและความแม่นยำสูงสุด

กองทัพอากาศยืนยันว่า ด้วยการลงทุนปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพของ อัลฟาเจ็ต ทำให้ไทยสามารถรักษาอธิปไตยในน่านฟ้าของตนเองได้อย่างมั่นคง และเป็นการยืนยันถึงขีดจำกัดของความพร้อมในการป้องกันประเทศและประชาชน

  • อัลฟาเจ็ต TH เป็นเครื่องบินโจมตีที่มีความแม่นยำสูง
  • สามารถบินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • พร้อมอาวุธที่ใช้งานในสถานการณ์จริงได้
  • กองทัพอากาศมีความพร้อมสูงสุดในการปกป้องน่านฟ้า

ดังคำกล่าวที่ว่า “น่านฟ้าไทย จะไม่ให้ใครย่ำยี” ซึ่งเป็นการแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนจากกองทัพอากาศไทย ที่พร้อมจะปกป้องประเทศชาติอย่างเต็มศักยภาพในทุกสถานการณ์ เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย ของประชาชนชาวไทยทุกคน

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกองทัพอากาศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับศักยภาพของกองทัพอากาศของเรา

ที่มา – ทัพฟ้าโชว์ ‘อัลฟาเจ็ต’ พร้อม ‘เสิร์ฟไข่เบอร์ศูนย์’ ลั่น ‘ฮันเตอร์’ พร้อมล่าผู้รุกราน

พ่อเมืองตักสิลา เฉลิมฉลองครบ 160 ปี รื้อฟื้นลายผ้า

จังหวัดมหาสารคามเตรียมจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 160 ปีของการสถาปนาเป็นเมือง ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19 – 24 สิงหาคม 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม โดยมีกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและสานฝันผ้าไทยมากมาย หนึ่งในหัวใจสำคัญของการจัดงานในปีนี้คือเพื่อรื้อฟื้นและยกระดับ ลายผ้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัด และเชิญชวนประชาชนทั่วไปมาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย

พ่อเมืองตักสิลา เฉลิมฉลองครบ 160 ปี รื้อฟื้นลายผ้า

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามกล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงในชุมชน และการส่งเสริมบทบาทของพลังสตรีผ่านกิจกรรม Soft Power ด้าน ลายผ้า โดย พ่อเมืองตักสิลา ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนกลุ่มเครือข่าย OTOP และกลุ่มทอผ้าจากทั้ง 13 อำเภอ มาร่วมกันฟื้นฟูลายผ้าเก่าแก่ให้กลับมาสร้างสรรค์ใหม่ ด้วยการผสมผสานกับพื้นฐานความงามและภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรม

ลายเกร็ดสิริสา สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของมหาสารคาม

หนึ่งในผลงานเด่น คือการพัฒนา ลายผ้า แบบดั้งเดิมเป็น ลายเกร็ดสิริสา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเครื่องหมายของต้นพฤกษ์ ต้นไม้ประจำจังหวัด ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในภูมิภาค อีกทั้งยังผสมผสานสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์จาก “ลายหมี่ข้าวสาร” เดิม เพื่อให้เกิดความหมายลึกซึ้ง และตรงกับบรรยากาศแห่งการฉลองครบ 160 ปีของเมืองมหาสารคามได้อย่างเหมาะสม

ตัวโทนสีได้ถอดความมาจากธรรมชาติ โดยเฉดสีหลักมาจาก “ครั่ง” สัตว์แมลงที่มีบทบาทในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งสามารถให้เกล็ดสีแดง-ชมพูที่นิยมนำมาใช้ย้อมผ้าพื้นบ้านในสมัยโบราณ โดยลวดลายเสริมด้วยเส้นสีเขียวและสีเหลือง ที่บ่งบอกถึงเกสรและดอกพฤกษ์ จนทำให้ลายผ้าชิ้นนี้ดูมีชีวิตชีวา และสะท้อนถึงสิริมงคลแห่งวาระใหม่อย่างน่าประทับใจ

  • การรวมพลังผู้หญิงในชุมชน
  • การส่งเสริมอาชีพทอผ้าพื้นถิ่น
  • การออกแบบลายผ้าใหม่ เช่น ลายเกร็ดสิริสา
  • เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนในทุกระดับ
  • ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและกลุ่มเครือข่าย

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดกิจกรรมสวมใส่ผ้าพื้นถิ่น เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ ลายผ้าไทยในท้องถิ่นมีชีวิตชีวาต่อไป โดยควรมีเยาวชนเข้าร่วมเรียนรู้เทคนิคและภูมิปัญญาที่มีคุณค่าจากการทอผ้าแบบดั้งเดิม เพราะนี่คือวัฒนธรรมที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญหาย และหากไม่มีการรักษาและแพร่หลายไว้ ก็อาจกลายเป็นเพียงความทรงจำ

ด้วยการต่อยอดและสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้ทันสมัย เช่น กางเกง เสื้อ และหมวกใน ลายเกร็ดสิริสา หลายชิ้นได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และแม้กระทั่งกลุ่มผู้ที่สนใจแฟชั่นพื้นถิ่น จังหวัดมหาสารคามจึงเปิดโอกาสให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่มในจังหวัดสามารถทอ ลายผ้า นี้ได้ภายใต้การขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ร่วมกัน

การฉลองครบ 160 ปีเมืองมหาสารคามจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นโอกาสอันสำคัญที่ประชาชนทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสานฝันวัฒนธรรม และตอกย้ำว่า พ่อเมืองตักสิลาไม่เพียงแต่เป็นผู้นำในCoroutineงานราชการเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้กล้าขับเคลื่อนสินค้าเชิงวัฒนธรรมแห่งจังหวัดอย่างแท้จริง

หากคุณสนใจอยากเข้าไปสัมผัสความงามของศิลปะผ้าไทยในแบบฉบับมหาสารคาม และร่วมกิจกรรมฉลองกับเพื่อนบ้านผู้มีน้ำใจอบอุ่น มาสัมผัสประสบการณ์และร่วมเป็นหนึ่งในผู้ที่สานต่อลมหายใจของวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ งานนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา – พ่อเมืองตักสิลา ชวนร่วมงาน เฉลิมฉลอง ครบวาระ 160 ปี รื้อฟื้นลายผ้า

คอมเซเว่นมั่นใจไอโฟนใหม่ผลักดันตลาดไอที

คอมเซเว่น รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 68 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.2% สู่ระดับ 1,003.2 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้งปีทะลุ 80,000 ล้านบาท โดยมี คอมเซเว่น เปิดเผยว่า แม้ตลาดจะประสบกับความท้าทายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก แต่ธุรกิจยังสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง.

คอมเซเว่นมั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตต่อ

ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ คอมเซเว่น ยังคงฟอร์มแรง โดยงวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.2% เทียบ同期 เท่ากับ 1,983.8 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและการบริการก็เพิ่มขึ้น 10.6% แตะที่ 41,608.5 ล้านบาท ยอดขายสินค้าไอทียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

แรงหนุนจาก iPhone ใหม่และสินค้าเทคโนโลยี

ในช่วงครึ่งปีหลัง คอมเซเว่น ตั้งเป้าเดินหน้าขับเคลื่อนรายได้ให้เติบโตต่อ โดยคาดว่า iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดจะเป็นกลไกหนึ่งที่จะผลักธุรกิจไอทีให้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดย คอมเซเว่น เชื่อว่ากระแสความต้องการสินค้าเทคโนโลยีจะยังคงสูงต่อเนื่อง สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในอีกครึ่งปีข้างหน้าเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายกิจการไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้แนวโน้มเมกะเทรนด์ เช่น ธุรกิจแท็กซี่ไฟฟ้า (EV Taxi) ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท อีวีเซเว่น จำกัด โดยมีเป้าหมายส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้ารวม 10,000 คันภายในปี 69

  • ส่งมอบแล้ว: 835 คัน (สิ้นไตรมาส 2)
  • แผนส่งมอบในเดือนส.ค.: +190 คัน
  • เป้าหมายปี 68: 3,000 คัน

ขณะเดียวกัน คอมเซเว่น ก็มีแผนขยายสาขาให้ครบ 1,400 แห่งภายในปีนี้ โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,320 แห่ง

ธุรกิจเสริมเติบโตแข็งแกร่ง

หนึ่งในกิจการที่เติบโตโดดเด่นคือธุรกิจเช่าซื้อภายใต้ บริษัท ธันเดอร์ฟินฟิน จำกัด (UFUND) ซึ่งสิ้นไตรมาส 2/68 มีพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3,327 ล้านบาท จากช่วงสิ้นปีก่อนที่ระดับ 2,477 ล้านบาท และตั้งเป้าปลายปีนี้แตะระดับ 4,500 ล้านบาท

  • NPL อยู่ที่ 1.16% (เป้าไม่เกิน 3%)
  • ขยายเครือข่ายความร่วมมือใหม่กว่า 7,000 สาขาในครึ่งปีต้น 69

UFUND เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ใช้ Android นอกเหนือจากรูปแบบ iOS แบบเดิม โดยยังคงนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุม ทำให้มั่นใจในความยั่งยืนของรายได้ในระยะยาว

จากภาพรวมของ คอมเซเว่น ทั้งในด้านผลประกอบการที่มั่นคง การเติบโตของธุรกิจเสริม และการเตรียมรับกระแสความต้องการจาก iPhone รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จถึงเป้ารายได้ที่ 80,000 ล้านบาทภายในปีนี้ได้อย่างแน่นอน

ตลาดไอทีกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง สินค้าเทคโนโลยียังคงเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และคอมเซเว่นก็พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ

ที่มา – “คอมเซเว่น”มั่นใจครี่งปีหลังไอโฟนใหม่ ดันตลาดไอที ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีรวม 8 หมื่นล.

น้องเกลแหกทุกกฎวันแรกเรียน ทำแม่ชมยอมใจ

สาวน้อยน่ารัก น้องเกล ลูกสาวของนางแบบชื่อดัง ชมพู่-อารยา ได้เข้าเรียนในระดับอนุบาลเป็นครั้งแรก ซึ่งก็กลายเป็นกระแส话题ที่ทำเอาเหล่าแฟนคลับแห่ตามเชียร์และติดตามความเคลื่อนไหวของน้องเกลอย่างหนัก

น้องเกลแหกทุกกฎวันแรกเรียน

เมื่อล่าสุดเพจ polyplus_jad_hai เปิดเผยวิดีโอที่เพื่อนซี้ต่างวัยของน้องเกลอย่าง ไอส์ ได้ขอข้อมูลกับ “แม่ชม” เรื่องชุดของน้องเกลวันนี้ใส่สีอะไรกันแน่ กลายเป็นบทสนทนาสุดที่ทำเอาใครหลายคนยิ้มอั่นตาม

แม่ชมเล่าให้ฟังว่า “ตอนออกไปโรงเรียนน้องใส่เสื้อสีเขียว แต่ตอนกลับกลับมาบ้านเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว” ทำเอาไอส์ต้องงงไปตาม ๆ กันเพราะคิดว่าทุกคนในโรงเรียนใส่เสื้อสีเขียวเหมือนกัน

ความแหวกแนวของน้องเกลมีต่อเนื่อง

ไอส์ยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อวานน้องเกลบอกว่าวันนี้จะใส่เสื้อสีเหลือง แต่กลายเป็นว่าเดินไปโรงเรียนยังเป็นวันธรรมดาไม่มีกิจกรรมพิเศษใด ๆ แต่น้องเกลก็ใส่เสื้อสีเหลืองเข้าไปอยู่ดี ทำเอา แม่ชม เผยว่า “นางแหวกทุกกฎจริง ๆ”

ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าเท่านั้น แต่น้องเกลยังมีสไตล์การแต่งตัวและความคิดที่แตกต่างเด็กทั่วไป ทำเอาทั้งเพื่อนและแม่ต้องทึ่งในความเป็นตัวของตัวเองในวัยยังเล็ก

  • น้องเกลใส่เสื้อสีเขียวตอนไปโรงเรียน
  • ตอนกลับบ้านกลับเปลี่ยนเป็นเสื้อสีแดง
  • แม้ไม่มีกิจกรรมพิเศษก็ใส่เสื้อสีเหลืองอยู่ดี

ใครได้ติดตามความน่ารักของ น้องเกล ต้องบอกเลยว่าต้องอมยิ้มไปกับความแปลกแต่น่ารักของเธอกันทุกครั้ง จริง ๆ แล้วความเป็นตัวของตัวเองในวัยเด็กไม่ใช่เรื่องเสียเลย เพราะนั่นคือจุดเด่นที่ทำให้น้องเกลโดดเด่นสุด ๆ สำหรับใครที่ยังตามไม่ทันการเดินทางของน้องเกลสามารถติดตามได้ผ่านอินสตาแกรมของแม่ชม รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

ชอบความน่ารักแหวกแนวของน้องเกลเช่นกันหรือยัง? อย่าลืมแชร์เรื่องราวของเขาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันด้วยนะ!

ที่มา – ‘น้องเกล’ ไปเรียนอาทิตย์แรกก็ ‘แหกทุกกฎ’ ทำ ‘แม่ชม’ ยอมใจในความแหวกแนวของลูกสาว!

ฮามาสยอมรับแผนสงบศึก คาดยุติสงครามกาซาเร็วๆ นี้

ความขัดแย้งในเขตฉนวนกาซา ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับเดือนรวมทั้งส่งผลให้เกิดวิกฤติทางมนุษยธรรมอย่างหนักหน่วง กำลังมีข่าวดีจากความพยายามของผู้ไกล่เกลี่ยอย่าง อียิปต์และกาตาร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา หลังจาก ฮามาสยอมรับแผนสงบศึกใหม่ ที่ถูกเสนอขึ้น และพร้อมที่จะเปิดการเจรจาเพื่อยุติสงครามในกาซา ภายใต้เงื่อนไขเบื้องต้นหลายประการ

ฮามาสยอมรับแผนสงบศึกใหม่

วันที่ 19 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มฮามาสได้ตอบรับข้อเสนอที่ส่งมาจากคณะผู้ไกล่เกลี่ย โดยไม่ขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใด ๆ กลุ่มได้ยืนยันผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กว่า พร้อมสำหรับการเจรจาสันติภาพ” นายบาสเซม นาอิม เจ้าหน้าที่อาวุโสของฮามาส กล่าวว่า “เรายื่นคำตอบแล้วและเห็นด้วยกับข้อเสนอใหม่ของคณะผู้ไกล่เกลี่ย เราขอภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้ดับไฟสงครามครั้งนี้ต่อประชาชนของเรา”

อียิปต์เผยข้อเสนอเบื้องต้น

ข้อเสนอที่ถูกส่งไปยังอิสราเอลนั้น มีรายละเอียดเชิงปฏิบัติ โดยเสนอให้มีการ ยุติการใช้กำลังอย่างเบื้องต้นเป็นเวลา 60 วัน พร้อมการปล่อยตัวผู้ถูกจับกุม นักโทษชาวปาเลสไตน์บางส่วน และการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าสู่ฉนวนกาซาได้ตามลำดับ

OURCE รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า การประกาศข้อตกลงเบื้องต้นจะเกิดขึ้นในไม่ช้า พร้อมกำหนดวันเริ่มต้นการเจรจาภายในไม่กี่วันจากนี้ และย้ำว่ามีการรับประกันผลจะเกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางการอิสราเอลยังไม่มีการยืนยันตอบรับอย่างเป็นทางการ

ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสงบศึกนี้ เกิดขึ้นหลังจาก คณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอล ให้สิทธิ์อนุมัติแผนการโจมตีเชิงลึกเข้าไปในเขต gaซา ซิตี้ ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ และสร้างแรงกดดันในประเทศตนเองเช่นกัน

  • ฮามาสยอมรับข้อเสนอฯ โดยไม่มีการแก้ไขใด ๆ
  • ระยะเวลาพักสงครามเบื้องต้น 60 วัน
  • เปิดหนทางให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซา
  • ยังรอการตอบรับจากฝั่งอิสราเอล

การร่วมมือของอียิปต์และกาตาร์ในบทบาทคนกลางถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง “วิธีแก้ปัญหาแบบถาวร” ให้กับปัญหายาวนานที่เกิดขึ้นในกาซา มีความหวังว่า การเจรจาครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง

อันที่จริงแล้ว สงครามในกาซาส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงที่เป็นผู้ประสบปัญหาอย่างหนัก หากสามารถยุติการสู้รบที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้เร็วขึ้นนี้ จะช่วยลดความเจ็บปวดและฟื้นฟูสภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เป็นที่น่าจับตา และติดตามผลว่า ข้อเสนอครั้งนี้จะสามารถเคลื่อนไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมสำหรับทุกฝ่ายได้หรือไม่

ที่มา – ฮามาสยอมรับแผนสงบศึกใหม่ พร้อมเจรจายุติสงครามในกาซา