ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

วันนอร์ยันรัฐบาลมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งทำงานได้ ย้ำพร้อมสอบข่าวซื้อเสียง 10 กิโล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินเยี่ยมชมโรงอาหารแห่งใหม่ของสภานิยม และพบปะพ่อค้าแม่ค้า พร้อมสอบถามราคาอาหารในโรงอาหาร เพื่อสะท้อนภาพรวมของบริการภายในสภา

วันนอร์ยันรัฐบาลมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งทำงานได้

ภายหลังจากกรณีที่องค์ประชุมฝ่ายรัฐบาลมีจำนวน ‘เสียงปริ่มน้ำ’ ทำให้การดำเนินงานของสภาเผชิญกับอุปสรรค นายวันนอร์ยืนยันว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของพรรคร่วม รวมถึงวิปของรัฐบาลเอง ที่จะต้องประสานเพื่อให้มีจำนวนสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งเข้าร่วมประชุม เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายวันนอร์กล่าวว่า แม้การประชุมครั้งล่าสุดจะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนก็ตาม แต่ทุกมาตราก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากการทำงานร่วมกันของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีความเข้าใจหน้าที่ชัดเจน

ถ้ารัฐบาลควบคุม ‘เสียงเกินกึ่งหนึ่ง’ ได้ ก็สามารถเดินหน้าทำงานได้ตามปกติ

การจะดำเนินการอย่างไรหากมีสมาชิกสภาฯ จำนวนน้อยไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการออกกฎหมาย? ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า หากองค์ประชุมมีผู้เข้าร่วมเกินครึ่ง แม้จะเป็น ‘เสียงปริ่มน้ำ’ แต่หากสามารถยืนยันได้ว่าเกินกึ่งหนึ่ง ก็ถือว่ามีความชอบธรรมในการดำเนินการประชุมเพื่ออนุมัติสาระสำคัญต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม หากองค์ประชุมไม่ครบตามต้องการ จะเป็นผลให้การประชุมต้องยกเลิกไปชั่วคราว ตามกติกาของสภา ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญคือทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมีหน้าที่รับผิดชอบในการให้เกียรติองค์ประชุม การที่รัฐบาลมีจำนวนสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งนี้จะช่วยให้การเผชิญหน้าทางการเมืองยังเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย

พร้อมเปิดรับข้อมูลสอบสวนข่าวซื้อเสียงในสภา

ในประเด็นที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการ ซื้อเสียงโหวตในสภาด้วยเงินจำนวน 10 กิโลกรัม นายวันนอร์กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาอย่างมาก หากมีข้อมูลจริงควรออกมาเปิดเผย ไม่ให้อำพรางเพราะจะส่งผลเสียต่อจิตใจของประชาชนและสมาชิกสภาเอง

หากมีใครตระหนักถึงการถูกติดต่อโดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการเรื่องดังกล่าว ควรเปิดเผยต่อวิปของพรรคหรือประธานสภาโดยตรง หรือหากไม่กล้าเปิดเผย ควรมีการแจ้งเบาะแสอย่างชัดเจน พร้อมด้วยหลักฐาน เช่น โทรเล่ม บันทึกเสียง หรือเอกสารอ้างอิงเพื่อตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

ย้ำ!หากมีหลักฐานยืนยัน ยินดีตรวจสอบตามกฎหมาย

นายวันนอร์ย้ำว่า ถ้ามีการยื่นเรื่องเข้ามาด้วยความชัดเจน มีชื่อผู้กล่าว และสามารถยืนยันได้ว่ามีเจตนาที่จริงจัง ก็พร้อมตรวจสอบทันที และหากพบว่าเป็นความจริง อีกฝ่ายก็จะต้องเผชิญหน้ากับกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความโปร่งใสและยืนยันการต่อต้านการทุจริตในจิตใจของสมาชิก parliament ทุกคน

เขาย้ำว่า การซื้อเสียงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และไม่ควรให้มีข่าวลือที่ไร้สาระเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะในวาระสำคัญของประเทศ

ท้ายที่สุดนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ พร้อมหนุนหลังพรรคทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้แสดงหน้าที่ต่อสภาอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าสภาฯ พร้อมดำเนินการต่อไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ

หากคุณเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนที่ต้องการติดตามผลการดำเนินคดี หรืออัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองไทยอย่างตรงไปตรงมา ติดตามพวกเราได้ที่นี่ และร่วมกันเฝ้าดูสถานการณ์ล่าสุดด้วยกันครับ

ที่มา – ‘วันนอร์’ ยัน รัฐบาลคุมเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็เดินหน้าได้แม้ปริ่มน้ำ ย้ำพร้อมตรวจสอบข่าวซื้อเสียงโหวต 10 กิโล

เพลิงไหม้วิหารวัดเวฬุวันป่าไผ่ เชียงใหม่ เสียหายหนัก

เมื่อคืนวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในวัดเวฬุวันป่าไผ่ ตั้งอยู่ในตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางดึก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดเชียงใหม่ ขุนพลรวงข้าวสายเหนือ กู้ภัยแม่โจ้ และสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ ได้รีบนำรถดับเพลิงและอุปกรณ์เข้าดับไฟเพื่อระงับเหตุภายในวิหารซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา

เพลิงไหม้วิหารวัดเวฬุวันป่าไผ่ เชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงลุกไหม้บริเวณวิหารอย่างรุนแรง โครงสร้างภายในซึ่งสร้างจากไม้จำนวนมากทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการควบคุมและดับไฟจนราบสงบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ตัววิหารเสียหายหนัก เกือบทั้งหลังได้รับความเสียหายอย่างมาก ทำให้การสืบสวนหาสาเหตุเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต

เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กักพื้นที่และปิดเขตเพื่อไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปใกล้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในกระบวนการสืบสวนและตรวจสอบหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่ไม่ควรมีของวัดเวฬุวันป่าไผ่ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวพุทธในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

สถานที่แห่งนี้มีพุทธคุณมากมาย มีผู้เข้าชมและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเป็นประจำ ความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบทางวัตถุแล้ว ยังส่งผลทางจิตใจต่อผู้ที่เคารพสักการะบริเวณดังกล่าว

การสืบสวนเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจว่าเพลิงไหม้เกิดจากความบกพร่องของระบบไฟฟ้า ความประมาท หรือเป็นความผิดของบุคคล การตรวจสอบนี้จะเป็นแนวทางในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จากกรณีนี้ ผู้เขียนเห็นว่า การให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยจากไฟไหม้นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – เพลิงไหม้วิหาร ‘วัดเวฬุวันป่าไผ่-เชียงใหม่’ พบโครงสร้างเสียหายหนัก เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

ผบ.ทสส. เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า หน่วยงานทหารและตำรวจได้ระดมกำลังร่วมกันดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงสูงอย่าง จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.บุรีรัมย์ โดยมีทีมปฏิบัติการทั้งหมด 15 ชุด ประกอบด้วย TMAC, ตำรวจตระเวนชายแดน และชุมชนท้องถิ่นรวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน

ผบ.ทสส. เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้

การปฏิบัติภารกิจนี้ไม่ได้มอบให้เฉพาะหน่วยเฉพาะกิจเท่านั้น แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยทหาร พลเรือน และชุมชน โดยเน้นที่การค้นหาและกำจัดวัตถุระเบิดในพื้นที่ที่มีรายงานความเสี่ยงสูงกว่า 800 จุด ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และให้ภาคีร่วมงานสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

ความร่วมมือจากภาคเอกชน

นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือที่รู้จักในชื่อ “มาดามรถถัง” เจ้าของ “บริษัทชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด” ให้ความคิดเห็นว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็นเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันอย่างสามัคคี ทั้งในฐานะพลเมืองและเพื่อความมั่นคงของชาติ

นางนพรัตน์เล่าว่า บริษัทของเธอซึ่งเป็นบริษัทไทยแท้ ได้มีส่วนสนับสนุนกองทัพหลายด้าน โดยเฉพาะการผลิตยุทโธปกรณ์ที่ช่วยรักษาความมั่นคง เช่น การออกแบบและซ่อมแซมรถทางทหาร เช่น รถฮัมวี่และรถถัง M113 และยังมีรถเกราะกันกระสุน รวมถึงการออกแบบรถสะเทินน้ำสะเทินบกที่สามารถใช้งานได้จริง

นอกจากนี้ บริษัทยังจัดส่งช่างและอะไหล่ไปประจำที่หน้าแนวรบเพื่อสนับสนุนการซ่อมบำรุงยานพาหนะทางทหาร และยังมีโครงการจิตอาสาในการพัฒนาโดรนเพื่อใช้ในภารกิจต่างๆ บนแนวชายแดน โดยทุกอย่างทำขึ้นด้วยความร่วมมือของภาคเอกชน ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ และมีเป้าหมายเพียงเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ

  • ความร่วมมือระหว่างทหารและประชาชน
  • การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการป้องกัน
  • การสนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากภาคเอกชน

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ความมั่นคงของประเทศคือความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของรัฐ กองทัพ หรือพลเมืองธรรมดา ทั้งหมดต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกัน อันตรายจากวัตถุระเบิด ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างรุนแรง

แน่นอนว่าการดำเนินการของ “ผบ.ทสส.” นี้เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และการร่วมมือจากภาคเอกชนในรูปแบบต่าง ๆ ก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภารกิจนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อปลอดภัยร่วมกัน และยังคงต้องติดตามผลการดำเนินการในระยะยาวว่าจะสามารถลดจุดเสี่ยงต่าง ๆ และกอบกู้พื้นที่เหล่านี้ให้กลับมาปลอดภัยสำหรับการใช้ประโยชน์ของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนหรือต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงนี้ อย่าพลาดการติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เพื่อไม่ให้พลาดข่าวที่สำคัญ

ที่มา – ‘ผบ.ทสส.’ระดมกำลังเร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้จนกว่าพื้นที่จะปลอดภัย

แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการขับขี่ปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ร่วมกับนายอรรคเดช ตาปราบ นายกเทศมนตรีตำบลปาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้แก่ผู้ประกอบการร้านรถเช่าในเขตเทศบาลตำบลปาย

แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ

โครงการนี้จัดขึ้นตามการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี 2568 โดยเทศบาลตำบลปาย ณ ห้องประชุมสุภเมธี โรงเรียนปายวิทยาคาร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งในพื้นที่อำเภอปายทั้งหมด 50 คน ร่วมถกประเด็นด้านกฎหมาย การปฐมพยาบาล และพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย

สร้างวินัยและลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้รถ พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับยานพาหนะ การรับมือเหตุฉุกเฉิน และเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่ารถจักรยานยนต์ที่มักเกิดอุบัติเหตุสูง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแนะนำกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีการขับขี่ตามกติกาและรู้จักวิธีป้องกันอุบัติเหตุ

นายณพล พาหุมันโต กล่าวว่า ปัจจุบันเขตอำเภอปายมีผู้เข้าชมจำนวนมากทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ซึ่งทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การจัดอบรมในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และปลูกฝังวินัยจราจรให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้ใช้รถท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพื่อรวมพลังสร้างพื้นที่ปายที่ปลอดภัยแก่ทุกคน

  • ลดอัตราอุบัติเหตุจากการเช่ารถจักรยานยนต์
  • สร้างความรู้ด้านกฎหมายและการใช้รถใช้ถนนแก่ประชาชน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านการขับขี่ที่มีความรับผิดชอบ

การอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สำนักงานขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คปภ.), สถานีตำรวจภูธรปาย, โรงพยาบาลปาย และบริษัท สหพานิช จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน ที่พร้อมร่วมมือกันเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้เข้าร่วมอย่างละเอียด และครบถ้วน

หลังจากผ่านการอบรม ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายควรมีทักษะและความเข้าใจเพียงพอที่จะแนะนำนักท่องเที่ยวใหม่ให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมจะนำประสบการณ์ที่ได้รับไปส่งต่อในสังคม ช่วยสร้างชุมชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของวินัยและการขับขี่อย่างรับผิดชอบ

หากพูดถึงอนาคต ยังคงมีความจำเป็นในการสนับสนุนโครงการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพราะการขับขี่อย่างปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญที่มีผลต่อทั้งชีวิตและภาพลักษณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อสายตาชาวโลก แม่ฮ่องสอนจึงควรเดินหน้าจัดกิจกรรมทำนองนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ ‘ปาย’ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูด และปลอดภัยสำหรับทุกคน

ที่มา – แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการขับขี่ปลอดภัย ลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน

ทหารจิตอาสาเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์

จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับการทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ได้สั่งการให้กองพันทหารราบที่ 1 ดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ

ทหารจิตอาสาเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์

กองพันทหารราบที่ 1 ได้จัดเตรียมกำลังพลและรถบรรทุกทางการทหาร พร้อมอยู่ในสถานะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้วยความเข้าใจว่าความเคลื่อนไหวอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้การช่วยเหลือประชาชนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทหารในการเข้าช่วยเหลือ

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ทหารจะสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ในหลายด้าน เช่น การรีบเข้าช่วยเหลือขนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง และจัดเตรียมเสบียงอาหารและอุปกรณ์จำเป็น ส่งต่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดเกิดน้ำท่วมจริง แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ

“ทหารจิตอาสาเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์” นี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า “การป้องกันคือการรักษา” แทนที่จะรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยรีบเข้าไปแก้ไข จึงได้มีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรและการจัดการบุคคลากรสามารถตอบสนองภารกิจได้ทันเวลา

  • จัดเตรียมรถบรรทุกพร้อมใช้งาน
  • กำลังพลที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี
  • เครือข่ายการสื่อสารอย่างรวดเร็ว
  • โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน

ทั้งนี้ยังมีการสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกกองทัพ เพื่อความร่วมมือในการประเมินสภาพอากาศและประสบการณ์จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้สามารถปรับแผนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้

เมื่อผู้คนรู้สึกปลอดภัยในหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ความรับผิดชอบและจิตอาสาของเจ้าหน้าที่ทหารจึงกลายเป็นเสาหลักของชุมชนอย่างแท้จริง เพราะสิ่งสำคัญคือ “เห็นปัญหา ก่อนที่มันจะกลายเป็นภัย”

หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันน้ำท่วมหรือกลยุทธ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากองค์กรภาครัฐ ก็อย่าลืมติดตามเราเพื่อเนื้อหาที่มีประโยชน์และอัปเดตข่าวสารล่าสุดตลอดเวลา

ที่มา – ทหารจิตอาสาเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์

กัมพูชาขอเลื่อนประชุมRBC เป็นวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่ช่องสะงำ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้ประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค RBC ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการประชุมที่มีบทบาทสำคัญต่อการประสานงานความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กัมพูชาขอเลื่อนประชุมRBC เป็นวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่ช่องสะงำ

จากการติดตามข้อมูลพบว่า กองเลขาฯ ฝ่ายกัมพูชาร้องขอเลื่อนการประชุม RBC สมัยวิสามัญ ที่เคยกำหนดไว้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เนื่องจากต้องการเวลาเพิ่มเพื่อเตรียมการประชุมให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเลื่อนประชุม RBC เป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยเห็นชอบ

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำเรียนรายงานต่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แล้ว และได้รับความเห็นชอบว่าไม่มีข้อกังวลหรือขัดข้องต่อการเลื่อนการประชุมดังกล่าว

ดังนั้น กองทัพภาคที่ 2 จึงกำหนดการประชุมใหม่ ดังนี้:

  • วันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 : ประชุมคณะกรรมการกองเลขาฯ
  • วันที่ 27 สิงหาคม 2568 : ประชุม RBC สมัยวิสามัญ
  • สถานที่ : บริเวณกึ่งกลางจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพูดคุยเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการเข้าถึงพื้นที่ การค้า และการเคลื่อนย้ายของพลเมืองทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อสันติภาพและความสงบสุขในพื้นที่

จากสถานการณ์ปัจจุบัน การเลื่อนการประชุม RBC ไทย-กัมพูชา จึงถือเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมและแสดงถึงความพร้อมในการเตรียมการของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

หากติดตามข่าวสารด้านความร่วมมือและพัฒนาการชายแดนไทย-กัมพูชา นี่คือโอกาสสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกันในประเด็นสำคัญเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ทั้งสองประเทศ

ที่มา – ‘กัมพูชา’ขอเลื่อนประชุมRBC เป็นวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่ช่องสะงำ

ถอดสาระสำคัญ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ลงตัวรอประกาศใช้

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย เมื่อคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิชีววิถี จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “ถอดบทเรียน แก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากแตกต่างสุดขั้วสู่จุดร่วม สร้างสมดุล”

ถอดสาระสำคัญ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ลงตัวรอประกาศใช้

ภายใต้การนำของ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้อธิบายถึงความจำเป็นในการยกยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ เนื่องจากร่างเดิมใช้งานมายาวนานกว่า 17 ปี แม้มีความเหมาะสมในหลายประเด็น แต่ก็มีข้อจำกัด จึงต้องมีการทบทวนและปรับปรุงใหม่

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่นี้มีการเรียนรู้จากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ก่อนการปรับปรุงกฎหมายนี้ มีการศึกษาดูงานในประเทศต่างๆ ที่มีประสบการณ์ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงประเทศจีน ซึ่งแม้จะมีการผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์ แต่ก็มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและจริงจัง

การเปลี่ยนแปลงสำคัญในกฎหมายฉบับใหม่

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่าง พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่ คือเรื่องของการโฆษณา โดยเปลี่ยนแนวทางการโฆษณาจากเดิมที่ห้ามเกือบทุกรูปแบบ กลายเป็นอนุญาตให้โฆษณาสินค้าได้ในลักษณะที่เน้นข้อมูลเชิงวิชาการ เช่น วัตถุดิบหรือประวัติศาสตร์ของสินค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย เช่น การระบุว่าสินค้าผลิตจากหมากเม่าหรือวัตถุดิบเฉพาะพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงห้ามโฆษณาในสื่อหลักที่เด็กหรือเยาวชนจะเห็นได้ง่าย เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีโอกาสสร้างแรงจูงใจในการบริโภค

กฎหมายใหม่ยังควบคุมสิ่งที่เรียกว่า “ตราเสมือน” คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่มีลักษณะการแสดงภาพหรือโลโก้ที่คล้ายคลึงกับสินค้าแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้ามองผ่านอาจจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าแอลกอฮอล์ การโฆษณาสินค้าเหล่านี้จำเป็นต้องมีการระบุชัดเจนว่าเป็นน้ำดื่มทั่วไป ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์

การเพิ่มโทษและสิทธิของเจ้าหน้าที่

อีกหนึ่งเนื้อหาสำคัญ คือการเพิ่มโทษให้กับผู้ที่ขายสินค้าแอลกอฮอล์แก่เด็กหรือเยาวชนโดยเจตนา จนเกิดเหตุขึ้น เช่น เด็กดื่มแล้วเมาขับ มีการปรับสูงสุด 100,000 บาท (จากเดิม 20,000 บาท) และหากมีการขายไปยังบุคคลที่มึนเมา ร้านค้ายังอาจถูกฟ้องร้องในทางแพ่งได้

นอกจากนี้ กฎหมายยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในการสั่งระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการได้ทันที หากตรวจพบการกระทำผิด เช่น การโฆษณาแอลกอฮอล์ที่มีลักษณะชักจูงให้บริโภค

สร้างความเข้าใจร่วมกันผ่านประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ

จากกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ ปรากฏว่ามีการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีความเห็นหลากหลายทั้งจากภาควิชาการ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปได้แสดงความคิดเห็นอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะในชั้นกรรมาธิการ ที่ได้เตรียมเสวนาเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อมก่อนมีผลบังคับใช้งาน

ทั้งนี้ถอดสาระสำคัญ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่นี้พัฒนาให้แต่ละฝ่ายสามารถแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ และแสดงออกได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เช่น การจัดทำเมนูที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือการโปรโมตสินค้าที่มีข้อมูลเชิงวิชาการ

สิ่งที่น่าสังเกตคือ กระบวนการนี้สะท้อน ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ (deliberative democracy) ที่ให้ทุกฝ่ายมีเวลาในการฟังและเจรจาร่วมกันอย่างเท่าเทียม เพื่อไปสู่การประกาศใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและปรับเข้ากับบริบทของสังคมยุคใหม่

ในเบื้องต้น คาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะประกาศใช้ภายในปีนี้ และมีผลบังคับใช้ 60 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมจะมีกฎหมายลูกเพื่อให้แนวทางปฏิบัติชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการจัดการปัญหาสุราในประเทศไทย

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือกำลังติดตามประเด็นสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ อย่าลืมเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับ เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อชีวิตประจำวันของทุกคน

ที่มา – ถอดสาระสำคัญ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ลงตัวรอประกาศใช้

อาร์เตตาชมลูกทีม “ปืนใหญ่” ไม่มีความสุขแม้ชนะ

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ชื่นชมทัศนคติของลูกทีมที่ยังคงไม่มีความสุข แม้จะบุกชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0 ในการแข่งขันครั้งสำคัญ พร้อมรับว่าการได้ชัยชนะทั้งที่เล่นได้ไม่ถึงมาตรฐานถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับทีมได้เช่นกัน

อาร์เตตาชมลูกทีม “ปืนใหญ่” ไม่มีความสุขแม้ชนะ

เมื่อถูกถามถึงแง่บวกหลังคว้า 3 แต้มแบบหวุดหวิด อาร์เตตา ตอบว่า “มันสร้างโมเมนตัมและความมั่นใจอย่างแน่นอน สองสิ่งนี้สำคัญมาก เราสามารถชนะได้ และทีมต้องหาความยืดหยุ่นนั่นตลอดทั้งฤดูกาลเป็นเวลา 10 เดือน แน่นอนว่าเราต้องปรับปรุงหลายสิ่งหลายอย่าง และมันจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้”

ความสำเร็จที่ยาวนานของ “ปืนใหญ่”

ขณะเดียวกันหากย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ซึ่งอาร์เตตาเพิ่งเข้ามาคุมทีมได้ไม่ถึงปี อาร์เซนอล ชนะเพียง 2 จาก 40 เกมเยือนหลังสุดในการเจอกับทีมบิ๊ก6 แต่ใน 2 ฤดูกาลหลังสุด อาร์เซนอลไม่แพ้ในลีก 20 นัด ในการพบกับ ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี, ท็อตแนม และยืดออกไปเป็น 21 นัด

  • ชัยชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ
  • ลูกทีมไม่มีความสุขแม้ชนะ
  • สร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้กับทีม

“ผมคิดว่ามันนาน 18 หรือ 22 ปีที่เราไม่ชนะเลยที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนผมมาที่นี่ และตอนนี้ผมกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว เราชนะที่นี่ในเกมนัดแรก แต่เราก็ยังคงไม่พอใจอยู่ดี ผมคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี” อาร์เตตา กล่าว

ความไม่พอใจแม้ได้ชัยชนะ เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้อาร์เซนอลก้าวขึ้นสู่ระดับทีมท็อปในฤดูกาลนี้ ความตั้งใจสูงสุดที่ทีมแสดงให้เห็นแม้เกมส์จะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ผลการแข่งขันยังเอื้ออำนวยให้พวกเขาเดินหน้าล่าเป้าหมายได้อย่างมั่นคง

ที่มา – อาร์เตตาชมลูกทีม “ปืนใหญ่” ไม่มีความสุขแม้ชนะ

สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 สอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ได้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย จำนวน 7 อัตรา ภายใต้ สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่มีความต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในพื้นที่นี้

สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 สอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วย

การสอบครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 16-17 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มีผู้สมัครจำนวน 1,482 คน แบ่งตามวิชาเอก ได้แก่ คณิตศาสตร์ (59 คน), ภาษาไทย (53 คน), ภาษาอังกฤษ (88 คน), สังคมศึกษา (363 คน), ดนตรี (100 คน), คอมพิวเตอร์ (806 คน), และประถมศึกษา (13 คน)

การจัดสอบในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ภายใต้การบริหารงานของ สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งมีความอดทนและเข้มงวดในการปฏิบัติตามระเบียบการสอบ

รายละเอียดการสอบและการประกาศผล

ผู้สมัครที่ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข ซึ่งต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จะได้รับการประกาศชื่อภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ sp2.go.th เพื่อเข้ารับการประเมินภาค ค ในวันที่ 23 สิงหาคม 2568 และมีกำหนดประกาศผลการสอบภายในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เพื่อดำเนินการบรรจุเข้ารับราชการต่อไป

ดร.สกุลรัตน์ โกพัฒน์ตา รองผู้อำนวยการ สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 เปิดเผยว่า การสอบครั้งนี้มีผู้สมัครมากกว่าปกติ จึงต้องจัดสถานที่สอบ 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร และโรงเรียนתפרณรัตน์พิทยา เพื่อความสะดวกและโปร่งใสในการดำเนินการ

นอกจากนี้ คณะกรรมการสอบยังได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางในการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในส่วนของการคุมสอบ ห้ามผู้เข้าสอบนำเครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เข้าห้องสอบ

ที่น่าสนใจคือ สนามสอบได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก กสทช. เขต 13 จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อตรวจจับสัญญาณผิดปกติในระหว่างการสอบ หากพบการทุจริตจะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเข้มงวด

บรรยากาศโดยรวมของการสอบตลอดทั้งสองวันคึกคักแต่น่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งผู้จัดและผู้เข้าสอบให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

การสอบแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เปิดประตูโอกาสให้บุคลากรทางการศึกษาเข้าสู่ระบบราชการอย่างถูกต้องตามกติกา และก่อให้เกิดคุณภาพของการเรียนการสอนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจอยากมีโอกาสเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย อย่าลืมติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 เพื่อรับข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับการสอบและกำหนดการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

ที่มา – สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 สอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วย ประชุมชี้แจงคณะกรรมการฯปฏิบัติตามระเบียบ

ทรัมป์บีบเซเลนสกี หมดสิทธิทวงไครเมีย ไม่มีทางได้เข้านาโต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทรัมป์ หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาชุดก่อน ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างโจ่งแจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนในข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าหากเซเลนสกีต้องการ ก็สามารถยุติสงครามได้ทันที แต่ถ้าเลือกที่จะสู้ต่อ ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องบางอย่าง “ไม่มีทาง” อย่างที่เขาบอก

ทรัมป์บีบเซเลนสกี หมดสิทธิทวงไครเมีย

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ทรัมป์บีบเซเลนสกี อย่างชัดเจน คือ คำถามเกี่ยวกับดินแดนคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งอยู่ในมือของรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 ทรัมป์ชี้ว่า ยูเครนไม่มีวันสามารถคว้าไครเมียกลับมาได้อีก แม้แต่ในอนาคต เขายังกล่าวว่าอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เป็นผู้ที่สูญเสียไครเมียไปให้รัสเซียโดยไม่มีการยิงแม้แต่นัดเดียว เป็นการ “ยอมแพ้อย่างถล่มถลุย”

ไม่มีทางได้เข้านาโต

สิ่งที่เพิ่มความตึงเครียดของข้อความของทรัมป์ คือ การที่เขาปิดโอกาสของยูเครนในการเข้าเป็นสมาชิก นาโต อย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่า “ไม่มีทาง” ที่จะเกิดขึ้น เพราะมีปัจจัยบางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้โอกาสในการได้รับความคุ้มครองทางทหารจากพันธมิตรตะวันตกผ่านนาโตเป็นไปไม่ได้เลย

กระทบกระเทือนภาพลักษณ์ของยูเครนในเวทีนานาชาติ ขณะที่หลายผู้นำจากยุโรป รวมถึงเลขาธิการนาโตและประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะมาร่วมสนับสนุนเซเลนสกี ณ ทำเนียบขาวในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ ซึ่งตามที่รายงานระบุว่าทรัมป์มองว่าการมารวมตัวกันเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับทุกคนพร้อมกัน

  • ทรัมป์กล่าวว่ายูเครนจบสงครามได้เองหากอยาก
  • ไครเมียไม่มีวันกลับคืนมือยูเครน
  • เขาย้ำว่ายูเครนไม่มีทางเข้านาโต
  • อารมณ์ร้อนแรงต่อการเมืองต่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไปอย่างมากในการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์กับผู้นำต่างประเทศ และการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจ-ทหาร ต้องติดตามกันต่อว่า จะเกิด “บทพิสูจน์” ของผู้นำยูเครนว่าสามารถหยุดสงครามและคว้าความยุติธรรมกลับคืนมาได้จริง หรือจะเป็นไปตามที่ “ทรัมป์บีบเซเลนสกี” ไว้ว่าความหวังนั้นไร้สาระ

จริงหรือไม่ ต้องให้เวลาเป็นผู้ตัดสิน แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ สังคมโลกต้องตื่นตัว และเข้าใจว่า ความเป็นจริงบนเวทีระหว่างประเทศนั้น “มันไม่ง่ายเลยที่จะจบสงคราม”

ที่มา – ทรัมป์บีบเซเลนสกี หมดสิทธิทวงไครเมีย ไม่มีทางได้เข้านาโต