ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

แอร์แคนาดาระงับบินชั่วคราว เหตุพนักงานต้อนรับสไตรก์

เมื่อไม่นานมานี้ สายการบินแห่งชาติของแคนาดาอย่าง แอร์แคนาดาระงับบริการชั่วคราว อย่างกระทันหัน เนื่องจากการสไตรก์ของพนักงานต้อนรับที่มี规模ใหญ่ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้การเดินทางของผู้โดยสารมากกว่า 130,000 คนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ข่าวที่มาจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมระบุว่า สหภาพลูกจ้างสาธารณะแคนาดา ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานต้อนรับประจำสายการบิน แอร์แคนาดา โดยประมาณ 10,000 คน ได้ออกแถลงการณ์ประกาศการประท้วงเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งดำเนินการตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีการแจ้งล่วงหน้าให้ฝ่ายบริหารทราบแล้วเป็นเวลา 72 ชั่วโมง

แอร์แคนาดาระงับบริการชั่วคราวเนื่องจากสไตรก์

ตามรายงาน แอร์แคนาดา เองได้ระบุอย่างเป็นทางการว่าจะต้องระงับการบินทั้งหมดของวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนกว่า 700 เที่ยวบิน และมีปลายทางมากกว่า 180 เมืองทั่วโลก พยายามลดผลกระทบสูงสุดต่อผู้โดยสารในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้

การเจรจาที่ติดขัดหลังด้านค่าตอบแทน

สาเหตุของความขัดแย้ง นี้เกิดจากการที่พนักงานต้อนรับไม่พอใจกับข้อเสนอของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการปรับค่าตอบแทนและการยกระดับสวัสดิการ เป็นปัญหาที่มีมานานแต่ยังหาทางออกไม่ได้จนกระทั่งการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้น ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสายการบินมีผลกระทบตามมา

ในขณะที่ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการจากฝ่ายรัฐบาลแคนาดา แต่ หอการค้าแคนาดา ได้ออกมากล่าวว่าสถานการณ์ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งในช่วงนี้ยังคงต้องเผชิญกับความตึงเครียดจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านภาพลักษณ์หรือเชิงเศรษฐกิจ การหยุดชะงักของสายการบินแห่งชาติอย่างแอร์แคนาดาถือเป็นการเตือนให้ภาคธุรกิจตระหนักว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและพนักงานมีบทบาทสำคัญหากต้องการความมั่นคงระยะยาว

หากคุณเป็นผู้เดินทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในครั้งนี้ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อม และตรวจสอบสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงหรือคืนเงินกับสายการบินอย่างละเอียด

ที่มา – “แอร์แคนาดา” ระงับบริการชั่วคราว เหตุพนักงานต้อนรับสไตรก์ครั้งใหญ่

สวนสุนันทา ตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปี 68 ตอบโจทย์ SDG 3 และ Happy 8

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดกิจกรรม ตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยความร่วมมือจาก กองพัฒนานักศึกษา ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาและกิจการศิษย์เก่า เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับนักศึกษาตั้งแต่ก้าวแรกของการเรียนในมหาวิทยาลัย

ตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปี 68 กับบริการครบวงจร

กิจกรรม ตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปี 68 ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญเพื่อให้นักศึกษาได้รับการประเมินสุขภาพภาพรวมอย่างละเอียด รวมถึงการคัดกรองโรคต่าง ๆ ตั้งแต่เนื่อนๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องตรวจประกอบด้วยการให้บริการหลากหลาย เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมสำหรับนักศึกษาหญิง และเอ็กซเรย์ปอด

ส่งเสริมสุขภาพดีตามแนวทาง SDG 3

กิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDG 3 ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือ “การส่งเสริมสุขภาวะที่ดีและการมีชีวิตที่ยั่งยืน” (Ensure healthy lives and promote well-being for all at all ages) นักศึกษาไม่เพียงแค่ได้รับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายระดับโลกที่มุ่งเน้นให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปริมาณนักศึกษาที่เข้ารับการตรวจในปีนี้มีจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความตระหนักของนักศึกษาต่อสุขภาพตัวเองและความเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลร่างกายตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อชีวิตการเรียนและการทำงานในอนาคต

สุขภาพดียั่งยืน ตามหลัก Happy 8 ของ สสส.

โครงการ ตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปี 68 ยังสอดคล้องกับแนวทางสร้าง “Happy Body” ภายใต้แนวคิด Happy 8 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเน้นย้ำว่าการมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจเป็นหัวใจของการมีชีวิตที่มีความสุขอย่างมีคุณภาพ และสามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมต่อไปได้

  • การตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น วัดความดัน อุณหภูมิ และน้ำหนัก
  • เก็บตัวอย่างเลือด-ปัสสาวะ เพื่อตรวจคัดกรองปัญหาสุขภาพภายใน
  • ที่ปรึกษาด้านโภชนาการและแพทย์เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
  • ตรวจคัดกรองเฉพาะโรค เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาใหม่หรือผู้ที่กำลังมองหาแนวทางการดูแลสุขภาพ เริ่มต้นด้วยการเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นก้าวแรกสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นักศึกษาที่ได้รับการตรวจสุขภาพในปีนี้ถือเป็นนักศึกษาที่มีวินัยในตนเอง และเตรียมพร้อมเป็นชุมชนคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์และพร้อมส่งต่อผลงานเพื่อพัฒนาประเทศในอนาคต

สนใจติดตามกิจกรรมและบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามากขึ้น สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัย

ที่มา – สวนสุนันทา จัดตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ ประจำปี’68 ตอบรับ SDG 3 – Happy 8 สุขภาพดียั่งยืน

ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 12.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม รวมถึงกองทัพบก และคณะทูตต่างประเทศ นักข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังบรรยายสถานการณ์ปัญหาทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา

นายมาริษได้กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะทูต องค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนได้เข้าใจสถานการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดที่หลงเหลืออยู่จากสงครามในอดีต ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนมาหลายสิบปี

พิษภัยของทุ่นระเบิดส่งผลยาวนาน

ที่พื้นที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา นายมาริษได้พูดคุยกับชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ 6 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการจากทุ่นระเบิดและต้องใช้ขาเทียมมาตลอดชีวิต มีรายที่ได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นตั้งแต่ 30 ปีก่อน ทั้งนี้ การลงพื้นที่ทำให้คณะทูตได้เห็นภาพความเสียหายอย่างชัดเจนว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นการละเมิดต่อบูรณภาพของดินแดนไทย และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

  • ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 780,000 คน
  • พบจรวด BM-21 และกระสุนปืนใหญ่ 58 นัด
  • ครอบคลุมใน 45 พื้นที่
  • ยังมีจุดที่ยังไม่ปลอดภัยอีก 10 แห่ง

รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า ไทยมีความตั้งใจที่จะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง ทั้งที่เป็นระเบิดเก่าหรือใหม่ เพราะถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดข้อตกลงตามอนุสัญญาออตตาวา ทั้งในด้านมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ

ความตั้งใจของไทยต่อปัญหาทุ่นระเบิด

แม้กัมพูชาจะยังไม่แสดงท่าทีร่วมมืออย่างแท้จริง แต่นายมาริษยืนยันว่าทางรัฐบาลไทยจะไม่รอช้า และจะจัดตั้งหน่วยเฉพาะทางอย่างทีเอ็มเอซี (TMAC) เพื่อรับมือปัญหานี้ พร้อมทั้งเน้นซ้ำว่า ประเทศไทยจะเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการขอความร่วมมือจากสมาชิกในอนุสัญญาออตตาวาในการกดดันให้กัมพูชามาร่วมมือ เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แสดงความจริงใจ ปัญหาก็จะยังคงค้างคาและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ตลอดไป

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการโจมตีจากกัมพูชา และการตอบโต้อย่างจำเป็น มีผู้เสียชีวิตจากฝ่ายพลเรือน 8 ราย และบาดเจ็บ 19 ราย รวมถึงสัตว์เลี้ยงของประชาชนตายจำนวนมาก การยุติข่าวลือ และการเผยแพร่ข้อมูลที่ตรงต่อความเป็นจริงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในขั้นตอนนี้

แนวทางในอนาคต

ในอนาคต รัฐบาลจะยังคงเดินหน้ายุติการใช้ทุ่นระเบิด และสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนความปลอดภัยให้กับประชาชน และเป็นการเปิดทางให้ทุกภาคส่วนได้ดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงอีกครั้ง

ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ประเทศไทยจะไม่ยอมถอย ไม่ยอมให้ความอุตสาห์ยังคงก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชนต่อไป

ที่มา – ไปต่อไม่รอแล้ว! ‘มาริษ’ ลั่นไทยลุยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเอง หลัง’ กัมพูชา’ ปัดร่วมมือแก้ปัญหา

ชมรมส่งเสริมฯ สบเมย อบรมทักษะรับมือภัยพิบัติ

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการ “เสริมพลังเพื่อป้องกันการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติให้กับคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ และครอบครัวคนพิการอำเภอสบเมย ประจำปี 2568

ชมรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการอำเภอสบเมย จัดอบรมเสริมทักษะให้ความรู้

โครงการนี้จัดขึ้นโดย ชมรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการอำเภอสบเมย เมื่อ นายยุทธนา ชลายะนนท์ ประธานชมรม ทำหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และการเตรียมพร้อมแก่ คนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนครอบครัวในพื้นที่อำเภอสบเมย ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เข้าร่วมกว่า 60 คน จาก 2 ตำบล

มีผู้ร่วมเข้ารับการอบรมจำนวน 60 คน โดยแบ่งเป็น กลุ่มคนพิการ ผู้ดูแล และครอบครัวจากตำบลแม่สวด และตำบลแม่คะตวน รวม 50 คน ส่วนอีก 10 คน เป็นวิทยากรจากหน่วยงานต่างๆ ที่มามอบความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติในพื้นที่ เช่น น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม แผ่นดินไหว และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

วิทยากรจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่จาก อบต.แม่สวด ได้เผยแพร่ความรู้เรื่องการวางแผนชุมชน การใช้เชือกช่วยเหลือผู้ประสบภัย และวิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้พิการในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังได้มีการอธิบายหลักการเตรียมพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างละเอียด

ทั้งนี้ สถานการณ์ภัยพิบัติในอำเภอสบเมย และพื้นที่หลายแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกปี ทั้งอัคคีภัย วาตภัย และอุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก

ดังนั้น ชมรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการอำเภอสบเมย จึงมองเห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม และการให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ทุกคนมีความสามารถในการป้องกันตัวเอง และช่วยเหลือกันในยามเกิดภัย

โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มาร่วมสังเกตุการณ์ และให้คำแนะนำในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานในอนาคตด้วย

การจัดอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และยิ่งไปกว่านั้นคือการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเกิดอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ใส่ใจด้านความมั่นคงของชุมชน หรือมีความต้องการในการพัฒนาทักษะช่วยเหลือฉุกเฉิน โครงการลักษณะนี้คือโอกาสที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากการเตรียมพร้อมวันนี้ จะเป็นเกราะป้องกันในวันพรุ่งนั้นได้อย่างแท้จริง

ที่มา – ชมรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการอำเภอสบเมย จัดอบรมเสริมทักษะให้ความรู้

เส้นทางแห่งความหวัง! สพม.บุรีรัมย์ เข้มสอบครูผู้ช่วย 6 อัตรา

เส้นทางแห่งความหวังได้เปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการมุ่งสู่วิชาชีพครู เมื่อ สพม.บุรีรัมย์ เข้าสู่กระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้าเป็นข้าราชการครู ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 6 อัตรา ครอบคลุม 5 สาขาวิชาเอก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์

เส้นทางแห่งความหวัง! สพม.บุรีรัมย์ เข้มสอบครูผู้ช่วย 6 อัตรา

การสอบประเมินคัดเลือกครั้งนี้ดำเนินการโดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ภายใต้การดูแลของ สิบตำรวจตรี ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการฯ ซึ่งเน้นการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเข้มงวด และการป้องกันทุจริตในทุกขั้นตอน

สถานที่จัดสอบได้แก่ อาคาร 5, 3 และ 1 ของโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ในวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 พร้อมแผนรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด และปฏิบัติการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ที่จัดกำลังไป 4 นายเดินตรวจรอบอาคารสอบทั้ง 3 แห่ง

มาตรการป้องกันทุจริตอย่างเข้มงวด

เพื่อรักษาความโปร่งใสของการสอบ สพม.บุรีรัมย์ มีการใช้เครื่องแสกนตรวจสอบสัญญาณจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ทางเข้า โดยผู้เข้าสอบสามารถนำของได้เพียงปากกา ดินสอ ยางลบ บัตรประชาชน และบัตรผู้สอบเท่านั้น

คณะกรรมการยังได้ประกาศชัดเจนว่า หากพบว่าใครมีพฤติกรรมทุจริตจะถูกตัดสิทธิ์ทันที และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้สอบภาคเช้า (วันที่ 16 ส.ค.) จำนวน 851 คน จากจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 899 คน ซึ่งสอบภาค ก. วัดความรู้ความสามารถทั่วไป ส่วนภาค ข. (วันที่ 17 ส.ค.) จะเป็นการสอบมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

  • สาขาวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น สมัคร 18 คน รับ 1 อัตรา
  • ฟิสิกส์ สมัคร 295 คน รับ 1 อัตรา
  • เคมี สมัคร 85 คน รับ 1 อัตรา
  • อุตสาหกรรม/อุตสาหกรรมศิลป์ สมัคร 418 คน รับ 2 อัตรา
  • คหกรรม/คหกรรมศาสตร์ สมัคร 83 คน รับ 1 อัตรา

การเปิดรับสมัครขณะนี้สิ้นสุดลงแล้ว สพม.บุรีรัมย์ ยืนยันว่าระบบสมัครออนไลน์เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเปิดรับตั้งแต่วันที่ 9-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 16.30 น. เป็นวันสุดท้าย

ด้วยการพัฒนาระบบการสอบอย่างรอบด้านและการเฝ้าระวังจากหลายหน่วยงาน การสอบครั้งนี้มีความเข้มงวดมากกว่าทุกครั้งก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางแห่งความหวัง สำหรับครูรุ่นใหม่จะปราศจากอุปสรรคด้านทุจริต และยึดหลัก meritocracy อย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้สอบหรือต้องการติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบครูผู้ช่วยรอบนี้ อย่าลืมติดตามข่าวจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง แม้โอกาสอาจเล็กน้อย แต่ความพยายามมีค่าเสมอ

ที่มา – เส้นทางแห่งความหวัง! สพม.บุรีรัมย์ เข้มสอบครูผู้ช่วย รับ 6 อัตรา 5 สาขาวิชาเอก

ลุยล่าฝัน! สพป.กระบี่ สอบครูผู้ช่วยปี68 วันแรกฉลุย ไร้ปัญหา

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ได้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย วิชาเอกประถมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ลุยล่าฝัน! สพป.กระบี่ สอบครูผู้ช่วยปี68 วันแรกฉลุย ไร้ปัญหา

การสอบในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนามสอบโรงเรียนอุตรกิจ อ.เมืองกระบี่ โดยมีการแบ่งการสอบออกเป็น 2 ภาค ได้แก่ ภาค ก. และภาค ข. เพื่อประเมินความรู้ ความสามารถของผู้เข้าสอบอย่างครอบคลุม

ดร.จอมขวัญ นครไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ได้เปิดเผยว่า การสอบในปีนี้มีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบทั้งสิ้น 117 คน มีผู้ขาดสอบเพียง 1 คน ถือว่ามีอัตราการเข้าสอบสูงมาก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเข้ามาเป็น ครูผู้ช่วย ในระบบราชการอย่างแท้จริง

การสอบดำเนินไปอย่างเรียบร้อย

การดำเนินการสอบเป็นไปอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และมีมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมี ดร.วรรณดี เกตแก้ว รองผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการประจำสนามสอบ พร้อมทั้งมีคณะกรรมการจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าสอบทุกคน

ไม่พบปัญหาหรือข้อผิดพลาดใดๆ ในการดำเนินการสอบทั้งในภาค ก. และภาค ข. การจัดการสอบในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงานและระบบงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โดยคณะกรรมการได้ตั้งเป้าจะประกาศผลสอบภาค ก. และภาค ข. ภายในวันที่ 22 ส.ค. 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.krabiarea.go.th และแฟนเพจ Facebook กลุ่มบริหารงานบุคคล สำหรับผู้ที่สอบผ่านจะได้เข้ารับการสอบภาค ค. ในวันที่ 24 สิงหาคม 2568

  • ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 12 อัตรา
  • วันสอบภาค ก. และ ภาค ข.: 16 ส.ค. 2568
  • วันประกาศผล: ภายใน 22 ส.ค. 2568
  • วันสอบภาค ค.: 24 ส.ค. 2568

หากคุณฝันอยากเป็น ครูผู้ช่วย แล้วลุยสอบจนสำเร็จแบบไร้ปัญหาแบบนี้ ถือว่าเป็นเครื่องยืนยันว่ายิ่งพยายาม ม้าก็ยิ่งใกล้ฝัน

ที่มา – ลุยล่าฝัน! สพป.กระบี่ สอบครูผู้ช่วยปี68 วันแรกฉลุย ไร้ปัญหา

นาโตริ ศิลปินปริศนาผู้ไม่เปิดเผยหน้า

ในโลกของวงการเพลงที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลง เส้นทางของนาโตริ (Natori) กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ที่หลายคนกล่าวถึงอย่างไม่รู้เบื่อ เขาเป็นศิลปินผู้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าและตัวตนแบบเต็ม ๆ แต่กลับสร้างความฮือฮาทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกด้วยเครื่องดนตรี เสียงร้อง และสิ่งที่น่าจดจำอย่าง “Overdose” ซึ่งปัจจุบันมียอดสตรีมเกินกว่า 400 ล้านครั้งจากทั่วทุกมุมโลกด้วยกัน

ด้วยจุดเริ่มต้นที่แสนธรรมดาในปี 2021 ตอนอายุเพียง 18 ปี ด้วยการปล่อยเพลงเดโมสั้น ๆ บน TikTok จนกลายเป็นกระแส ทำให้นาโตริโด่งดังอย่างรวดเร็วจริงจังมาตั้งแต่เนื่อนๆ ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แฟนเพลงหลายคนว่า “ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าก็ยังสามารถรู้สึกผูกพันได้” เสียงร้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขานั้นเป็นเช่นเดียวกับการขับขานที่สนั่นขวัญใจแฟนเพลง และทำให้แนวเพลงสไตล์เซอร์ไพรส์ดั่งชื่อเล่นของเขายิ่งโดดเด่น

นาโตริ ศิลปินปริศนาผู้ไม่เปิดเผยหน้า

นาโตริ เลือกที่จะไม่เปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณชน สิ่งนี้ไม่ใช่การอำพรางความตั้งใจ แต่คือการเน้นให้ผู้ฟังให้ความสำคัญกับเนื้อหาเพลงมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ฟังดูเหมือนยุคใหม่ในยุคดิจิทัล ที่สาวกสามารถติดตามและพูดถึงความเป็นศิลปินแม้ไม่เห็นหน้า ช่วงเวลาที่เขาปล่อยเพลง “Overdose” พลิกโฉมสังเวียนเพลง และก้าวขึ้นมาเป็นนักแต่งเพลงดาวรุ่งระดับโลก ส่วนเพลงอื่น ๆ อย่าง “Friday Night”, “Zettaireido” (Absolute Zero), และ “Chained” เชื่อมโยงเข้ากับโลกของอนิเมะและซีรีส์ฟอร์มอย่าง Rurouni Kenshin ได้อย่างลงตัว

ผลงานดังและแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง

การที่นาโตริสามารถผลิตผลงานได้อย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์มากมายในเวลาไม่นานนับว่าเป็นความภูมิใจของเขาเอง และเป็นแรงกระตุ้นที่อัดแน่นด้วยความฝัน การได้สร้างเพลงไม่เพียงแต่เฉพาะตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักดนตรีชื่อดังในญี่ปุ่น เช่น Kobo Kanaeru, Ado, Fuwa Minato หรือแม้แต่ Hoshimachi Suisei หลายคนบอกว่าเสียงของเขาอาจออกมาโดยไม่มีใครคาดหวัง แต่ไม่มีใครลืมทันที

ก่อนที่เขาจะมีทัวร์ใหญ่ในญี่ปุ่นในชื่อ “摩擦 (Friction) Zepp Tour” ครอบคลุม 5 เมืองใหญ่ และทัวร์เอเชียปีนี้ภายใต้ชื่อ “natori ASIA TOUR 2025” ซึ่งรวมไปถึงกรุงเทพฯ ด้วย เมื่อ 8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการแสดงแบบใกล้ชิดที่ UNION HALL โดย Avalon Live นอกจากนี้เขายังเตรียมจัดคอนเสิร์ตใหม่ที่โด่งดังอย่าง Nippon Budokan ในชื่อ “Shinkai” และ “Deep Sea” อีกด้วย ซึ่งต่างก็มีส่วนร่วมมากในโลกดนตรีจำนวนมาก

นอกจากความสำเร็จในวงการเพลง การได้รับเลือกเป็นศิลปินในรายการ Apple Shazam ที่ “10 Artists To Watch” และถูกเรียกตัวให้อยู่ใน Spotify Radar: Early Noise 2023 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงระดับของศิลปินหนุ่มในสายตาวงการ และยิ่งทำให้เด็กวัยรุ่นหลายคนในไทยบูชาในคำว่า นาโตริ มากยิ่งขึ้น

จากการสัมภาษณ์ นูน่าเมี้ยนได้เล่าเรื่องราวความลึกลับของนาโตริ จากตัวตนที่ถูกปกปิดไว้อย่างละเอียด พร้อมทั้งเจาะลึกเรื่องราวเบื้องหลังเขารวมถึงเพียงมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับการเติบโตของเขา ในการ journey ของอุตสาหกรรม ตลอดจนมุมมองเกี่ยวกับแฟนเพลงไทยที่ไม่เคยน้อยใจในเครือข่ายsocial media ของเขา

Artistry และความตั้งใจในการทำงานของนายโตริยืนยันให้เห็นว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นศิลปินเวทีวงเล็ก ๆ แต่จะใส่ศักดิ์ศรีเข้าไปในวงการเพลงระดับโลก และการที่เขาเริ่ม asia tour และอนาคตของการรวมค่ายการันตีว่าโลกไม่มีวันรู้จบ เส้นทางของนายโตริ อาจยังคงเป็นปริศนาต่อควบคู่ไป และนี่อาจเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ว่า “ความสามารถที่แท้จริง” ยังคงหาอะไรตอบแทนไม่ได้

หากคุณสนใจการเดินทางของเขา อย่าพลาดเข้าร่วมในกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. ที่ UNION HALL กับ “Avalon Live” ได้เลย

ที่มา – SeoulStation : ล้วงลึกตัวตนความลึกลับ ‘นาโตริ’ ศิลปินปริศนาผู้ไม่เปิดเผยหน้า

‘โทมัส’ ขอบคุณไวรัลความหล่อ กลัว ‘น้องก้อง’ ใน Sports Day

“โทมัส ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์” หนึ่งในนักแสดงวัยรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถือเป็นพระเอกหนุ่มที่ทั้งหล่อ เท่ และมีผลงานชิ้นดีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนแฟนคลับต้องตามกรี๊ดกันไม่ทัน บวกกับกระแสความหล่อที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียจนคนในโลกออนไลน์ต่างพูดถึงอย่างล้นหลาม

‘โทมัส’ ขอบคุณไวรัลความหล่อถึงแม้จะมอมแมม

เร็วๆ นี้ โทมัส ธีร์ทัศน์ ได้เข้าร่วมงานเปิดตัว “SO GOLF” Golf Simulator Space แห่งใหม่ในโครงการ Charn At The Avenue แจ้งวัฒนะ โดยในงานเขายังเผยความตื่นเต้นและบรรยากาศในการซ้อมกีฬางาน Sports Day ของสำนักงานอย่างตื่นเต้น พร้อมเล่าถึงการฝึกซ้อมหลากหลายประเภทกีฬาไม่ว่าจะเป็นแบดมินตัน, บาสเกตบอล, ฟุตซอล และยิมนาสติก

ในระหว่างการฝึกซ้อมเขาได้เล่าถึงความเหนื่อยล้าจากการเล่นตีแบดมินตันกับ “เฟิร์ส” สีเดียวกัน และเมื่อถึงกีฬาบาสเกตบอล โทมัสก็ยอมรับว่าต้องมีความพร้อมเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้ โดยเฉพาะกับช่วงที่ต้องเจอกับ “น้องก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี” ที่ถูกเขาพูดเล่นว่าเป็นคู่แข่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

เตรียมความพร้อมเข้าสู่กีฬาสี

โทมัส ธีร์ทัศน์ เปิดเผยว่า เตรียมตัวเข้าสู่งานกีฬาสีด้วยการฝึกซ้อมกับเพื่อนๆ ในหลายประเภทกีฬา โดยบอกเล่าอย่างสนุกสนานถึงการฝึกยิมนาสติก ระบำใต้น้ำ รวมไปถึงการเล่นกีฬาหลายประเภทที่ต้องเต็มที่และทุ่มสุดตัว เขากล่าวว่า “ความพร้อมสำหรับผมงาน Sport Day ไม่ใช่แค่มีกีฬาอย่างเดียวนะครับ ยังมีอะไรพิเศษๆ ให้พวกพี่รอดูกันอีกเยอะ เพราะตอนนี้พวกเราอยู่ในไทม์ไลน์ที่กำลังเตรียมตัวอยู่”

  • กีฬาแบดมินตัน: ท้าทายกับการจับคู่เล่นกับ “เฟิร์ส”
  • บาสเกตบอล: เต็มอัตราในสนามแข่งขันจำลอง
  • ฟุตซอล: รับมือกับการเคลื่อนไหวเร็ว
  • ยิมนาสติก: โชว์ท่าทางกายกรรมแบบสุดลิมิต

รับไม่กลัวใครเลยยกเว้น ‘น้องก้อง’

ภายใต้บรรยากาศการฝึกซ้อมและการเตรียมตัวเข้าสู่งานแข่งขันกีฬาสี “ก้อง-ก้องภพ” ก็กลายเป็นเป้าหมายพิเศษของ โทมัส ที่กลัวจะเจอกับเขาในสนาม เขากล่าวเล่นๆ ว่า “จริงๆ มีคนนึงที่กลัวอยู่ครับแต่เขาอยู่ทีมเดียวกับเรา… กลัวว่าจะชนะเยอะเกินไป กลัวตัวเองครับ ผมล้อเล่นนะ” พร้อมกับแฉว่ามีแผน “ซ่อนเร้น” ในการแกล้งเขาอยู่เสมอ

ทั้งยังเผยต่อว่าน้องก้องเคยแกล้งให้เขาทำหน้ากบเพื่อให้ทีมงานได้ดู และเรียกร้องให้ทำซ้ำเพื่อความสนุก ถึงแม้จะดู ‘มอมแมม’ หน่อยแต่ก็รู้สึกดีใจกับการรับความนิยมและการให้ความสนใจจากแฟนๆ ที่ชอบซีนใน MV ล่าสุด

นอกจากนี้ โทมัส ยังยอมรับอย่างภาคภูมิว่าตอนนี้ซีรีส์เรื่องใหม่ที่กำลังจะมาเร็วๆ นี้ “Magic Lover” มียอดวิวที่ทะลุกว่า 3 ล้านวิว โดยรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งว่าแฟนๆ ให้ความให้ความรักและติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะนำทีมแสดงพลิกโฉมตัวละครให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

ในท้ายที่สุด เขายืนยันว่าReady อย่างเต็มที่ต่อการแข่งขันครั้งนี้ ว่าจะ “ให้ 100 หรือ 120 เปอร์เซ็นต์” เพื่อชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และตอบคำถามของทุกคนด้วยผลงานจริงบนสนาม

หากคุณเป็นแฟนคลับของโทมัส หรือชื่นชอบกีฬาสี มาร่วมเป็นกำลังใจให้เขาในกีฬาสีกับค่ายดังๆ กันเถอะ พร้อมลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์ในครั้งนี้?

ที่มา – ‘โทมัส’ ขอบคุณไวรัลความหล่อถึงแม้จะมอมแมม เล่าซ้อมกีฬา Sports Day กลัว ‘น้องก้อง’ เป็นพิเศษ

วุฒิสภาเปิดเวที “พลังแห่งศิลป์” หนุนเยาวชนต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ของวุฒิสภา ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม และ มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “พลังแห่งศิลป์ (The Power of Art)” ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการปลุกกระแสสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนในทุกพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการหรือไม่พิการ ให้ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกและพัฒนาศักยภาพผ่านศิลปะ

วุฒิสภาเปิดเวที “พลังแห่งศิลป์” หนุนเยาวชนต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

ในการเปิดงาน นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงคุณค่าของศิลปะที่เป็นมากกว่าเพียงความสวยงาม กล่าวว่า “ศิลปะคือการจรรโลงจิตใจ ช่วยให้มนุษย์มีความอ่อนโยนและสงบสติ พร้อมทั้งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญในด้านการสร้างสรรค์ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกันได้”

ศิลปะ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

งานดังกล่าวไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนทางความคิด แต่ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสกับกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะผ่านเวิร์กช็อปต่างๆ ทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม ช่วยเสริมสร้างทักษะทั้งด้านจินตนาการ การทำงานร่วมกัน และการยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับสังคมอนาคต

ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะสร้างสรรค์ ได้กล่าวต้อนรับและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาหลักทรัพย์ของประเทศผ่านศิลปะ โดยเฉพาะเยาวชน ผู้มีพลังในการกำหนดทิศทางของชาติ

ภายในงานยังมีการเสวนาในรูปแบบ เวทีสัมมนาระดับนานาชาติ ที่เชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยน ทั้งครู อาจารย์ และผู้ปกครอง เรื่องหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ศิลปะและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม: การดำเนินงานเพื่อคนพิการและการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดี
  • พลวัตแห่งศิลป์: ความหลากหลาย ศักยภาพ และแรงบันดาลใจสู่เส้นทางอาชีพที่ยั่งยืน

ปรากฏการณ์ที่สำคัญของวันนั้นคือการได้รับเกียรติจากนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เข้าเยี่ยมชมผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน ซึ่งนอกจากจะเป็นกำลังใจแล้ว ยังแสดงถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการส่งเสริม พลังแห่งศิลป์ ในการสร้างสรรค์สังคมในทุกๆ ระดับ

การจัดเวที “พลังแห่งศิลป์” นี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแท้จริงของวุฒิสภา ในการผลักดันเยาวชนให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศผ่านความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงความเข้าใจ ปลุกแรงบันดาลใจ และเทิดทูนความหลากหลายของทุกคน

หากคุณเป็นผู้ที่รักศิลปะและให้คุณค่ากับการพัฒนาเยาวชน งานนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนและสร้างสรรค์อนาคตของชาติอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ที่มา – วุฒิสภาเปิดเวที “พลังแห่งศิลป์” หนุนเยาวชนต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

เศร้า! พลายขุนศึก ช้างป่าเขาใหญ่ ถูกไฟฟ้าดูดตายคาไร่

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2568 เกิดเหตุเศร้าสะเทือนใจขึ้นในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อชาวบ้านพบซากช้างป่าเพศผู้ล้มเสียชีวิตอยู่ริมทางเข้าไร่ หลังจากออกหากินในเวลากลางคืน จนมาตกเป็นเหยื่อของสายไฟฟ้าที่ชาวบ้านโยงไว้บริเวณใกล้เคียง ช้างตัวนี้มีชื่อว่า พลายขุนศึก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “งาปลี”

เศร้า! พลายขุนศึก ช้างป่าเขาใหญ่ ถูกไฟฟ้าดูดตายคาไร่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวประสบเหตุในช่วงค่ำ โดยใช้งวงจับสายไฟฟ้าที่ถูกลากผ่านบริเวณใกล้แนวเขตอุทยานฯ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงดูดจนเสียชีวิตทันที บริเวณที่เกิดเหตุห่างจากเขตอุทยานเพียง 30 เมตรเท่านั้น

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบและพบช้างป่าเผือก พลายขุนศึก นอนเสียชีวิตพร้อมสายไฟมีแผลถูกดูดและยัง缠绕อยู่บริเวณงวงและปาก

วิเคราะห์สาเหตุและข้อควรระวัง

สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการที่ช้างป่ามีพฤติกรรมออกหากินในเวลากลางคืน และอาจพลาดพลั้งเอาจางไปแตะสายไฟที่ชาวบ้านใช้ลากไว้ในพื้นที่ใกล้เคียง สถานที่ห่างจากเขตอุทยานน้อยนิดนี้กลายเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการเกิดเหตุลักษณะนี้ เจ้าหน้าที่ไม่กล่าวโทษใคร แต่ต้องเร่งประเมินจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

เพื่อความเหมาะสม ทางอุทยานฯ ได้ประสานงานกับสัตวแพทย์เพื่อทำการชันสูตรซากอย่างละเอียด พร้อมทั้งดำเนินพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของท้องถิ่น ก่อนจะทำการฝังกลบซากของ พลายขุนศึก ไว้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นดินแดนที่เขาเคยเร่ร่อนมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานานนับสิบปี

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นคำเตือนที่สำคัญต่อชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการเพื่อรักษาความปลอดภัยสำหรับทั้งมนุษย์และสัตว์ป่า ทุกฝ่ายควรมีมาตรการป้องกันร่วมกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการชนกับแนวเขตของอุทยาน

การสูญเสียครั้งนี้คือหนึ่งในแรงกระตุ้นที่จำเป็น เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระหว่างชุมชนและองค์กร ให้เกิดการพร้อมเพรียงในการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในธรรมชาติ อย่าง ช้างป่าเขาใหญ่ พลายขุนศึก ที่ยังคงเป็นภาพสะท้อนของความซาบซึ้งแก่ผู้เห็น

ที่มา – เศร้าสลด! ‘พลายขุนศึก’ ช้างป่าเขาใหญ่ ออกหากินถูกไฟฟ้าดูดตายคาไร่