ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘แพทองธาร’ ยัน วธ. เตรียมเสนอ ‘หนังใหญ่’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม โดยในครั้งนี้ได้มีการประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรที่มีส่วนรักษามรดกวัฒนธรรมไทย

‘หนังใหญ่’ เจริญทางวัฒนธรรม เพื่อเสนอยูเนสโก

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบ “โครงการฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” หรือ The Community-based Revitalization of Nang Yai Traditional in Thailand: CRNT เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนให้ยูเนสโกในบัญชี Register of Good Safeguarding Practices ซึ่งเป็นการยอมรับถึงคุณค่าของ หนังใหญ่ ในฐานะศิลปะการแสดงดั้งเดิมที่ใช้หนังสัตว์ ประดับประดาหน้าจอ และเล่าเรื่องรามเกียรติ์ภายใต้แสงไฟสลัวกลางแจ้ง มานานนับศตวรรษ

ชุมชนหนังใหญ่ยังคงยืนหนึ่ง

ปัจจุบันทั่วประเทศเหลือเพียง 3 ชุมชนที่ยังคงทำหนังใหญ่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ วัดขนอน จ.ราชบุรี, วัดบ้านดอน จ.ระยอง และวัดสว่างอารมณ์ จ.สิงห์บุรี ซึ่งรัฐบาลมองเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง จึงเตรียมจัดทำเอกสารอย่างสมบูรณ์ โดย หนังใหญ่ จะถูกนำเสนอขึ้นที่ คณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อยูเนสโกภายในเดือนมีนาคม 2569

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า หนังใหญ่คือหนึ่งในตัวอย่างของวัฒนธรรมที่มีชีวิต สามารถเติบโตและแพร่หลายทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ เพราะฉะนั้น การฟื้นฟูโดยชุมชนผู้สืบทอดจึงเป็นรากฐานของมรดกวัฒนธรรมที่แท้จริง

มรดกอื่นที่น่าจับตามอง

นอกจากนี้ การประชุมยังมีการพิจารณาโครงการอื่น ๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการเสนอขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ได้แก่ ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย และ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ซึ่งคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในปี 2569

  • ที่น่าสนใจคือ โครงการข้าวเม่า (Duman) ที่ประเทศไทยร่วมกับประเทศในอาเซียนยื่นเสนอขึ้นทะเบียน
  • ขณะเดียวกัน ได้มีการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งรวมถึง ตำนานสุบินกุมาร, เพลงทรงเครื่อง, ผ้าเกาะโส้ และอื่น ๆ อีกหลายรายการ

รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง เพื่อให้คนรุ่นใหม่และนานาชาติได้เห็นความงดงามของมรดกไทย หากคุณสนใจในวัฒนธรรมไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านนี้อย่างใกล้ชิด เราเชื่อว่าวัฒนธรรมคือจิตวิญญาณของชาติที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘แพทองธาร’ ยัน วธ. เตรียมเสนอ ‘หนังใหญ่’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก

จอร์ชชี ดวงมณี แพ้คู่ปรับเก่า ตกรอบ 16 คน ศึกกอล์ฟ “ยูเอส อเมเจอร์ 2025”

ในการแข่งขันกอล์ฟรายการ “ยูเอส อเมเจอร์ 2025” ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม ดิ โอลิมปิก คลับ (เลค คอร์ส และ โอเชียน คอร์ส) รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นักกอล์ฟดาวรุ่งชาวไทยอย่าง จอร์ชชี ดวงมณี ได้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องตกรอบให้กับคู่ปรับเก่า เอริค ลี จากสหรัฐอเมริกา

จอร์ชชี ดวงมณี เดินหน้าทะลุรอบ สู้เต็มที่จนถึงหลุมสุดท้าย

จอร์ชชี ดวงมณี ซึ่งเป็นนักกอล์ฟมือ 54 ของโลกในระดับสมัครเล่น สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายได้อย่างชนิดฉิว โดยในแมตช์กับนักกอล์ฟเยอรมันอย่าง ทิม ไวเดอเมเยอร์ เขาต้องต่อสู้กันถึงหลุม 19 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะไปอย่างสุดมัน

หลังจากได้พักเล็กน้อย จอร์ชชีต้องกลับมาเล่นรอบ 16 คนสุดท้ายในวันเดียวกัน โดยเจอกับ เอริค ลี ซึ่งเป็นคู่ปรับเก่าของเขาใน NCAA Final ที่ผ่านมา ซึ่งจอร์ชชีแพ้ไปอย่างหวุดหวิดในแมตช์ครั้งก่อน ทำให้แฟน ๆ ทั้งในและต่างประเทศต่างจับตามองการปะทะครั้งนี้อย่างดี

แมตช์รีแมตช์น่าติดตาม

ในแมตช์นี้ จอร์ชชี ดวงมณี เริ่มต้นได้ดี และสามารถนำ 1 แต้มหลังจากจบหลุมที่ 10 ได้สำเร็จ แต่สุดท้าย ลี กลับมาแรงและสามารถย้อนแซงชนะไปได้ 2 อัพ ส่งผลให้จอร์ชชีพลาดโอกาสในการเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายอย่างน่าหวังดาย

แม้การเดินทางของ จอร์ชชี ดวงมณี จะจบลงในรอบ 16 คน แต่ผลงานของเขาถือว่าน่าประทับใจมาก สำหรับนักกอล์ฟวัยเยาว์ที่สามารถเติบโตและแข่งขันในเวทีโลกได้ในระดับนี้

ความหวังของวงการกอล์ฟไทย

จอร์ชชี ดวงมณี เป็นบุตรชายของ ธนกร ดวงมณี อดีตนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย และเป็นน้องชายของจอร์จ ดวงมณี จูเนียร์ ที่เพิ่งคว้าตั๋วไปร่วมการแข่งขัน “ยูเอส โอเพ่น 2025” เพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน ทำให้ครอบครัวดวงมณีกลายเป็นต้นแบบของเยาวชนไทยที่ตั้งเป้าไปสู่วงการกีฬาอาชีพได้อย่างแท้จริง

ผู้ปกครองและเยาวชนไทยที่ต้องการพัฒนาฝีมือเพื่อไปสู่สนามกอล์ฟอาชีพในอนาคต สามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่ Facebook: THE AGENCY COLLEGE RECRUIT หรือทางอีเมล [email protected] และโทรศัพท์/WhatsApp: +1 703 855 9499

ไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไร จอร์ชชีได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย ที่สามารถก้าวไกลและแข่งกับนักกอล์ฟระดับโลกได้เช่นกัน

ที่มา – “จอร์ชชี ดวงมณี แพ้คู่ปรับเก่า ตกรอบ 16 คน ศึกกอล์ฟ “ยูเอส อเมเจอร์ 2025”

สมชาย แสวงการ ไม่เชื่อ ‘นายกฯ อิ๊งค์’ รอดปมคลิปคุย ‘ฮุนเซ็น’

กรณีคลิปเสียงระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘อิ๊งค์’ กับสมเด็จฮุนเซ็น ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับประเทศ และถูกหยิบมาพูดถึงโดยนายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า เขาไม่เชื่อว่า ‘นายกฯ อิ๊งค์’ จะรอดจากปมดังกล่าว

สมชาย แสวงการ ไม่เชื่อ ‘นายกฯ อิ๊งค์’ รอดปมคลิปคุย ‘ฮุนเซ็น’

จากข้อมูลที่เผยแพร่ นายสมชาย แสวงการ ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพบทสนทนาจากคลิปเสียงดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุชัดว่ากรณีนี้เป็นเรื่องที่ต้องเข้าศาลรัฐธรรมนูญ และยังพูดว่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ ควรลาออกก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย

เขาชี้ให้เห็นว่าเนื้อหาในคลิปมีความลึกซึ้ง และอาจเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าจะรับคำแนะนำจากฮุนเซ็น ในการจัดการกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งหากตรวจสอบตามกฎหมาย อาจถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร

หลักฐานบนคลิปเสียงเปิดมิติใหม่ในคดี

คลิปเสียงที่เผยแพร่ออกไป ถือเป็นหลักฐานชัดเจนอีกชิ้นหนึ่งที่ประชาชนและสื่อมวลชนได้วิเคราะห์ เนื่องจากทั้งประธานวุฒิสภากัมพูชา และนางแพทองธารมีบทสนทนาในเชิงลึกเกี่ยวกับการเมืองไทย และแม้กระทั่งประเด็นชายแดนที่ยังคงเป็นจุดร้อน

หากย้อนดูกรณีคดีในอดีตของท่านทักษิณ ที่เคยผ่านการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการซุกหุ้นกับคนใช้ ซึ่งถูกตัดสินว่า “บกพร่องโดยสุจริต” ด้วยผลโหวต 8:7 หลายคนมองว่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ ก็อาจจะเผชิญชะตากรรมคล้ายกัน

นายสมชายกล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่า ‘อิ๊งค์’ จะรอดจากการวินิจฉัยของศาล เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏมีน้ำหนักมาก ทั้งจากการคุยโทรศัพท์ การพบปะ และเนื้อหาที่เด่นชัดในแง่การใช้คำว่า “จะทำตามคำแนะนำ” ของฮุนเซ็น

‘สมชาย แสวงการ’ เสนอถ่ายทอดสดการไต่สวน

เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส นายสมชาย แสวงการ ได้เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญถ่ายทอดสดการไต่สวนพยานในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผ่านสื่อมวลชน เพื่อประชาชนทั่วประเทศจะได้เห็นด้วยตนเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริงหรือการขจัดข้อสงสัย

เขาย้ำอีกว่า เขารู้สึกเคารพศาลรัฐธรรมนูญอย่างสูง แต่ด้วยหลักฐานและการเคลื่อนไหวในเชิงภาพของ ‘ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น’ ทำให้เขามั่นใจว่าสำนักงานกฎหมายของศรีธนัญชัย อาจใช้แนวทางคล้ายกับอดีตในกรณีให้ “รอด” ได้อีกเช่นกัน

  • สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีการส่งถุงขนมมาให้แกนนำพรรคฝ่ายค้านจำนวนมาก
  • โต๊ะพนันรับแทงผลคำวินิจฉัยอย่างเปิดเผย โดยให้ราคาที่ ‘อิ๊งค์’ รอด 5:4 ด้วยคำว่า “บกพร่องโดยสุจริต”
  • ด้านแบรนด์นิติธรรม กำลังได้รับการพิสูจน์ครั้งใหญ่ในคราวนี้

การเปิดเผยข้อมูลโดยสมชาย แสวงการ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดฉากเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงที่อาจเปลี่ยนแปลงภาพอนาคตของการเมืองไทยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือประชาชนทุกคนควรติดตามความเคลื่อนไหวแบบตรงต่อตรง และเตรียมตัวรับฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการในวันที่ใกล้เข้ามา

ด้วยการถอดเสียงอย่างแม่นยำ ที่แปลภาษาโดยหน่วยราชการความมั่นคง จะช่วยให้ทุกคนได้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การพูดคุยระหว่าง ‘อิ๊งค์’ กับฮุนเซ็น จากคำถอดที่แท้จริง มันคือ “ข้อพูดทางการเมือง” หรือ “การขาดความซื่อสัตย์สุจริต” ที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในหน้าที่รัฐบาล

ในที่สุด เราในฐานะผู้มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ต้องตั้งตารอคำตัดสินที่ยุติธรรมและโปร่งใสจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่

ร่วมติดตามประเด็นร้อนนี้ต่อได้ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ และเป็นพลังแห่งความจริงที่จะส่งผลต่ออนาคตของประเทศชาติ

สุดท้ายนี้ หากคุณเห็นว่าเรื่องนี้เป็นหัวใจของความโปร่งใสและการเมืองไทยในวันนี้ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ต่อ เพื่อให้คนมากขึ้นเข้าใจและมีส่วนร่วมด้วยนะครับ

ที่มา – ‘สมชาย แสวงการ’ไม่เชื่อ‘นายกฯอิ๊งค์’รอดปมคลิปเสียงคุย‘ฮุนเซ็น’

เทพศิรินทร์ ดวลเป้าชนะ วิชูทิศ เดลินิวส์ คัพ 2025

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน ในรายการ “เดลินิวส์ คัพ 2025” ประจำปีการศึกษา 2568 รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. นัดสำคัญเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่สนามมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นการดวลแข้งนัดสุดท้ายของกลุ่ม B ระหว่าง “เทพศิรินทร์” กับ “วิชูทิศ” โดยทั้งสองทีมต่างเข้ามาในเกมนี้ด้วยความตั้งใจที่จะลุ้นผ่านเข้าสู่รอบก่อน 8 ทีมสุดท้าย

เทพศิรินทร์ ดวลเป้าชนะ วิชูทิศ เดลินิวส์ คัพ 2025

แม้บอลในครึ่งแรกจะดูไร้สีสัน แต่ก็มีโอกาสลุ้นทำคะแนนทั้งสองทีมอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครสามารถเจาะแนวรับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้สำเร็จ ส่งผลให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 กันไป

ครึ่งหลังถึงกับพลิกเกม

เข้าสู่ครึ่งหลัง วิชูทิศ น่าจะเป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 50 จากจังหวะผู้เล่นทะลุเดี่ยวฝ่าแนวรับของเทพศิรินทร์ ก่อนจะซ้ำเข้าไปได้หลังจากผู้รักษาประตูของเทพศิรินทร์เซฟลูกยิงแรกไว้ได้ ช่วยให้ “วิชูทิศ” ขึ้นนำ 1-0

อย่างไรก็ตาม เทพศิรินทร์ ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยในนาทีที่ 88 เหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนเต็มเวลา กฤตเมธ เต็มราม พาบอลทะลุเข้าไปเองอย่างสวยงาม หลังลากเลี้ยวผ่านแนวรับฝ่ายตรงข้ามจนหมด และซัดเสาสองอย่างน่าทึ่ง ทำให้สกอร์เสมอ 1-1 และทำให้เกมต้องจบด้วยการยิงจุดโทษ

จุดโทษเป็นชัยให้เทพศิรินทร์

ในช่วงลูกจุดโทษ “เทพศิรินทร์” เป็นฝ่ายยิงแม่นกว่า เอาชนะไปได้ 4-2 (รวม 5-3) ส่งผลให้เทพศิรินทร์ มีแต้มเพิ่มขึ้นเป็น 18 แต้ม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่ “วิชูทิศ” แพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 7 และเตรียมจะตกชั้นไปเล่นฝั่งถ้วย ข. ในปีหน้า

  • จบเกมด้วยสกอร์ 1-1 หลังเวลา 90 นาที
  • เทพศิรินทร์ ชนะ 4-2 จากการยิงจุดโทษ
  • เทพศิรินทร์ มี 18 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
  • วิชูทิศ แพ้ 7 นัดรวด ตกชั้นสู่ถ้วย ข.

สำหรับคู่นี้ ถือเป็นการแข่งขันที่สนุกและดุเดือด โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่กระทบต่อการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของทั้งสองทีม เป็นเกมที่แฟนฟุตบอลเยาวชนได้เห็นความตั้งใจและความไม่ยอมแพ้ของนักเตะรุ่นใหม่ทั้งสองทีมอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นแฟนบอลสายเยาวชน อย่าพลาดติดตาม “เดลินิวส์ คัพ 2025” ต่อเนื่อง เพราะเกมที่เหลือจะยิ่งดุเดือดเข้มข้นกว่าที่เคย!

ที่มา – “เทพศิรินทร์” ดวลเป้าชนะ “วิชูทิศ” ในศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025”

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล แถลงย้ำ ไม่มีอาวุธเคมี ชี้กัมพูชานำภาพปลอม

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองทัพบก พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล แถลงข่าวชี้แจงกรณีกัมพูชาอ้างว่าไทยใช้อาวุธเคมี โดยระบุว่าตนได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมี และเคยปฏิบัติหน้าที่ตรวจอาวุธเคมีในประเทศอิรักตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับนานาชาติที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างสูง

กัมพูชาใช้ภาพปลอม ไม่มีหลักฐานยืนยัน

“พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล” เผยว่า ได้รับคำถามจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนว่าจะต้องทำอย่างไร และข่าวลือที่เผยแพร่มานั้นจริงหรือไม่ ท่านยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไม่จริง” เพราะมีการจับได้ว่ากัมพูชานำภาพปลอมมาเผยแพร่ โดยไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเชิงลึกใด ๆ มายืนยัน

นอกจากนี้ ท่านยังระบุว่ากัมพูชาเพียงแต่ใช้ข่าวลือไร้สาระในเวทีนานาชาติและสถานทูตต่างประเทศ โดยไม่ปฏิบัติตามข้อเท็จจริงและกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี พ.ศ. 2519 และพิธีสารเจนีวา ค.ศ. 1925 ที่ปิดห้ามการใช้อาวุธเคมีในสงคราม

ไทยปฏิบัติตามกฎหมายและข้อตกลงนานาชาติ

ทั้งนี้ ไทยในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาต่าง ๆ ดังกล่าว มีประวัติความสะอาดในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายของอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผลิต ไม่มีการสะสมอาวุธเคมี เพราะประเทศเชื่อในความยุติธรรมและความร่วมมือในระดับสากล

“ผมเชื่อว่านานาประเทศหลายแห่งก็เริ่มไม่เชื่อข่าวลือของกัมพูชา เพราะแย่งเท็จได้ชัดเจน แต่มีบางกลุ่มที่ยังพยายามพลิก局面 และอาจได้รับการสนับสนุนจากภายนอก” พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล กล่าวเสริม

ท่านยังกล่าวอีกว่ากระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมชี้แจงในระดับนานาชาติ หากพบว่านักการทูตมีความไม่เพียงพอในด้านเทคนิค ก็พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญไปให้การสนับสนุน ซึ่งในข้อนี้ ท่านตอบรับว่าตนเองได้แจ้งความยินดีเข้าร่วมกับกระทรวงต่างประเทศแล้ว

  • 1. ปฏิบัติตามกฎหมายนานาชาติอย่างเคร่งครัด
  • 2. ไม่มีการผลิตหรือสะสมอาวุธเคมี
  • 3. มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและชีวะพร้อมให้ข้อมูลสนับสนุน

เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงออกมาแถลงในครั้งนี้ “พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล” เปิดเผยว่าเห็นว่าข่าวลือที่ถูกบิดเบือนกับประเทศไทยยังไม่เลิก และมีขบวนการพยายามจิกไทยต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องออกมาอธิบายให้ความชัดเจน เผื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดมากไปกว่านี้

ท่านย้ำว่า ประเทศไทยมีความพอเพียงในกฎหมายการใช้อาวุธ รู้หน้าที่ และรู้ขั้นตอนต่าง ๆ หากจำเป็นต้องยืนยันความปลอดภัย คำพูดเปิดเผยในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการชี้แจงอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องชวนเชื่อ

ในท้ายที่สุด ท่านให้กำลังใจทหารและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทำงานอยู่แนวหน้าชายแดน พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าประชาชนจะยังคงตั้งใจเชื่อในความจริงที่เราดำเนินไป

แม้บางประเทศอาจเชื่อคำกล่าวหาของฝ่ายตรงข้าม แต่ประเทศไทยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเรามีความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ และมีจุดยืนที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ยอมรับกันทั่วโลก

ที่มา – ‘พระองค์เจ้าเฉลิมศึก’ออกโรงซัด‘กัมพูชา’โกหกไม่เลิก ทำเป็นขบวนการ

XG ปล่อยอัลบั้มการแสดงสดชุดแรก XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live

วง XG กลับมาอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่บนเวทีการแสดงสด ล่าสุดพวกเธอยกโขยงเสียงเพลงจากเวทีการแสดงจริงออกเป็นอัลบั้มการแสดงสดชุดแรก XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live ซึ่งเป็นการรวบรวมช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยพลังและอารมณ์อันหลากหลายจากคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่จัดขึ้นที่ Tokyo Dome

XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live

คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปิดฉากเวิลด์ทัวร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามารถในการสร้างอารมณ์ร่วมให้กับแฟนเพลงอย่างแท้จริง การเดินสายทัวร์ยาวนานเกือบหนึ่งปีนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 จนถึงปิดท้ายในเดือนเมษายนปี 2025 ด้วยเชือกใยความปังระดับโลก

เวิลด์ทัวร์ครั้งนี้พา XG ไปพบกับแฟนเพลงใน 35 เมืองทั่ว 18 ประเทศ รวมกว่า 47 รอบแสดง โดยแทบทุกรอบตั๋วหมดเกลี้ยง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างล้นหลามของวง ไม่เพียงเท่านั้น เดือนเมษายน 2025 พวกเธอยังได้โชว์ฝีมือบนเวที Coachella หนึ่งในเทศกาลดนตรีชั้นนำของโลก พร้อมขึ้นเทรนด์ X ระดับโลกอันดับ 2 และได้รับการชื่นชมจากสื่อนานาชาติอย่างมาก

Tokyo Dome และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ XG

การแสดงรอบสุดท้ายของ XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live จัดขึ้นที่ Tokyo Dome ซึ่งเป็นสนามกีฬาชื่อดังในญี่ปุ่นที่สามารถรับผู้ชมได้สูงสุด 50,000 คน การแสดงชุดนี้ไม่เพียงแค่การกลับมาของวงสู่บ้านเกิด แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จและเส้นทางยาวนานบนวงการเพลงอย่างยิ่งใหญ่

อัลบั้มแสดงสดที่รวมทั้งหมด 13 เพลงจาก 18 เพลงฮิตในคอนเสิร์ต พร้อมเพลงเมดเล่ย์ที่ถ่ายทอดสีสันของบรรยากาศในคืนนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น เพลง “WOKE UP”, “SHOOTING STAR”, และ “LEFT RIGHT” ที่เปี่ยมไปด้วยพลังโจ๋ และเพลงอารมณ์แรง “IN THE RAIN” และ “IS THIS LOVE” ที่ยังติด Hot 100 ของ Billboard Japan มาแล้ว 21 สัปดาห์ซ้อน

ฟังอัลบั้ม XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live คือการย้อนกลับไปสัมผัสสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นจาระหว่างวงและแฟนเพลงทั่วโลก และแน่นอนว่าการเดินหน้าต่อของ XG ในเทศกาลดนตรียักษ์ใหญ่ไม่หยุดที่งาน a-nation 2025 ซึ่งพวกเธอจะเป็นศูนย์กลางแห่งความสนุกในวันแรกของการแสดง ณ สนาม Ajinomoto กรุงโตเกียว วันที่ 30 สิงหาคมนี้

แฟนๆ ทั่วโลกต่างก็ตั้งตารอดูว่า XG จะมีไฮไลต์อะไรบ้างบนเวทีเทศกาลใหญ่ต่อจาก Coachella ที่งาน a-nation นี้ เตรียมรับความยิ่งใหญ่และอีกหนึ่งความประทับใจที่จะติดใจแฟนเพลงไปอีกนาน

ที่มา – “XG” ปล่อยอัลบั้มการแสดงสดชุดแรก XG 1st WORLD TOUR “The first HOWL” Live แฟนๆตอบรับรัวๆ

เติมพลังทัพ ‘ซีเกมส์-พาราฯ’ นักกีฬาไทยกินดี มีแรง

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้ร่วมกับอิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอสอีเอ รีเจียนัล เฮดควอเตอส์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการใน 2 มหกรรมกีฬาที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

เติมพลังทัพ ‘ซีเกมส์-พาราฯ’ นักกีฬาไทยกินดี มีแรง

ดร.ก้องศักดิ์ กล่าวว่า การสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพนักกีฬาไทยทั้งในด้านกีฬาและโภชนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้โภชนาการที่ถูกต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน และจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและพลังในการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

POCK

ในการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬามีพลังงานเพียงพอต่อการแข่งขัน การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ อายิโนะโมะโต๊ะได้จัดเตรียมโครงการ ‘มื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals Kachimeshi)’ ซึ่งเป็นโครงการพิเศษให้คำแนะนำด้านโภชนาการอย่างครบวงจร

นักกีฬาไทยกินดี มีแรง ต่อการสู้ในเวทีระดับโลก

โดยทางบริษัทจะร่วมมือกับ กกท. ในการปรับปรุงโรงอาหาร Ajinomoto Victory Canteen เพื่อรองรับการใช้งานของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งโรงอาหารแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้เลือกรับประทานอาหารในรูปแบบที่เหมาะกับแต่ละกีฬาและร่างกาย แม้แต่นักซูโม่ที่ต้องการอาหารในปริมาณและคุณภาพเฉพาะเจาะจง ก็สามารถได้รับอาหารที่เหมาะสมกับบุคคลนั้น ๆ

อิชิโระ ซะกะกุระ กล่าวเพิ่มเติมว่า อายิโนะโมะโต๊ะมีความตั้งใจอย่างลึกซึ้งในการสนับสนุนนักกีฬาไทย โดยให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้เข้ากับความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงของการฝึกซ้อมและการพักผ่อน

นอกจากนี้ ยังมีแผนพิเศษในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่ถูกต้องให้กับนักกีฬาในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาทีมชาติหรือเยาวชนที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้,error boundaries,left= right=️,เพื่อให้การเติบโตในโลกกีฬาดำเนินไปด้วยพลังแห่งอาหารที่ดีและเหมาะสม.

การสนับสนุนของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในครั้งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องโภชนาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมพลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพในเวทีซีเกมส์และพาราเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

เตรียมรับชมภาพความสุดของความมุ่งมั่นจากนักกีฬาไทยทัพที่มีแรงจากอาหารอร่อยและมีประโยชน์!

ที่มา – เติมพลังทัพ ‘ซีเกมส์-พาราฯ’ นักกีฬาไทยกินดี มีแรง

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดศึกกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025” ลุ้นรับแพคเก็จตีกอล์ฟ ที่คุนหมิง

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดศึกกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025” ลุ้นรับแพคเก็จตีกอล์ฟ ที่คุนหมิง

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เผยข่าวสำคัญเกี่ยวกับกิจกรรมสุดพิเศษที่ลูกค้าในเครือไม่ควรพลาด “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เตรียมจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ มอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ย์ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ในเครือผ่านการสนุกกับการแข่งขันกอล์ฟในงาน “Primus Charity Golf Tournament 2025” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี

ลุ้นรับรางวัลก้อนโต กับแพคเก็จการเล่นกอล์ฟที่คุนหมิง

งาน “Primus Charity Golf Tournament 2025” นี้เปิดโอกาสให้เหล่านักกอล์ฟได้ร่วมประชันฝีมือกันอย่างสนุกสนาน พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่แพคเก็จตีกอล์ฟพิเศษที่ Spring City Golf & Lake Resort ประเทศจีน รวมถึงลุ้นทำ hole-in-one เพื่อรับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X ใหม่สุดพรีเมียม และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

นอกจากการแข่งขันกอล์ฟที่เต็มไปด้วยความท้าทายแล้ว รายได้จากการจัดงานกิจกรรมครั้งนี้จะถูกนำไปสมทบทุนให้กับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุข ในโครงการที่มีคุณภาพอีกด้วย

ในการแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้จะเปิดรับสมัครนักกอล์ฟจำกัดเพียง 144 ท่านเท่านั้น โดยมีค่าสมัครเพียงท่านละ 4,000 บาท เหตุการณ์จัดขึ้นในแบบ Tournament แบบสโตรคเพลย์ 18 หลุม ระบบแต้มต่อ 36 (36 System) และใช้สนามกอล์ฟระดับนานาชาติ ที่ผ่านการจัดการแข่งขันเกียรติยศมากมายมาแล้ว

สัมผัสรสชาติของประสบการณ์ใหม่จาก “ไพรม์มัส กรุ๊ป”

ท่านใดสนใจจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิเศษนี้ สามารถสมัครได้เลยผ่านพนักงานขายโชว์รูมรถยนต์ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.2568 เป็นต้นไป หากคุณเป็นแฟนกอล์ฟหรือลูกค้ารถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” และมีความต้องการร่วมสร้างประโยชน์ทางสังคม การเข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสระดับพรีเมียมที่คุณไม่ควรพลาด

  • ชื่อกิจกรรม: Primus Charity Golf Tournament 2025
  • วันและสถานที่: วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2568 สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา
  • ค่าสมัคร: ท่านละ 4,000 บาท
  • จำนวนผู้เข้าร่วมเครื่องหมาย: จำกัด 144 ท่าน
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: โทรสอบถาม 06-3945-3548 หรือ 0-2095-5555

ในยุคที่คำว่า ‘ประสบการณ์’ มีคุณค่ามากกว่าตัวเลข การสร้างมูลค่าให้ชีวิตและโอกาสเสิร์ฟความบุญไปพร้อมกันถือเป็นภาพลักษณ์ที่องค์กรต้องคำนึง “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้ก้าวขึ้นสู่จุดใหม่ในการทำตลาดสร้างแบรนด์ผ่านการมีจิตอาสาอย่างแท้จริง โดยนำความสุข ความตื่นเต้น และการสนับสนุนสังคมเข้ามารวมไว้ในกิจกรรมเดียว

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงดีๆ ในครั้งนี้ และลองเปิดใจให้โอกาสสร้างเรื่องราวที่มีความหมายแก่ตัวเองด้วย!

ที่มา – “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดศึกกอล์ฟการกุศล “Primus Charity Golf Tournament 2025” ลุ้นรับแพคเก็จตีกอล์ฟ ที่คุนหมิง

อินเดียลั่น “ต้องพึ่งตนเองให้ได้” ท่ามกลางข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี ได้กล่าวปราศรัยที่ป้อมแดง ใจกลางกรุงนิวเดลี เนื่องในโอกาสวันประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ส.ค. ของทุกปี โดยปีนี้ถือเป็นปีครบรอบ 78 ปีของการเอกราช เนื้อหาสำคัญของเขาคือการเรียกร้องให้อินเดีย “ต้องพึ่งตนเองให้ได้” เพื่อก้าวไปสู่ความมั่นคงและเจริญในระยะยาว

อินเดียลั่น “ต้องพึ่งตนเองให้ได้” ในยุคท้าทายแรงกดดันจากภายนอก

“การพึ่งพาตนเองคือพื้นฐานของการพัฒนาอินเดีย” โมดีกล่าวอย่างชัดเจน เพราะเขาเชื่อว่า เสรีภาพและความมั่นคงจะไม่มีความหมาย หากประเทศยังคงต้องพึ่งพาผู้อื่นมากเกินไป เรื่องนี้ยิ่งได้รับความสำคัญในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐเริ่มตึงเครียด ยิ่งสร้างแรงผลักดันให้อินเดียต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจด้วยตนเองมากขึ้น

แม้อินเดียจะยังต้องพึ่งพาหลายประเทศในเรื่องพลังงาน เนื่องจากประชากรมากที่สุดในโลกและมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลก แต่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า อินเดียต้องบรรลุเป้าหมายในการยืนหยัดด้วยตัวเองในด้านพลังงาน เพื่อสร้างความอิสระอย่างแท้จริง

ตั้งเป้าภายในปีนี้ มีชิปเซมิคอนดักเตอร์ผลิตในประเทศ

นอกจากด้านพลังงาน โมดียังเรียกร้องให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในท้องถิ่น พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ เครื่องยนต์เครื่องบินรบ ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และระบบยุทโธปกรณ์ทางทหาร โดยคำมั่นที่ให้ไว้ว่า “อินเดียจะมีชิปเซมิคอนดักเตอร์ผลิตในประเทศวางจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้” ถือเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก

  • ขับเคลื่อนพลังงานด้วยตัวเอง
  • พัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ
  • ลดการพึ่งพาจากต่างชาติ

นอกจากนี้ โมดียังกล่าวถึงโครงการสร้างสถานีอวกาศแห่งชาติของอินเดีย รวมทั้งระบบ “โล่ป้องกันมิสไซล์” ภายในทศวรรษหน้า อันเป็นแรงผลักสำคัญในการเสริมความมั่นคงและอำนาจทางทหารของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐเริ่มเคืองเครียด เพราะสหรัฐวางแผนเพิ่มภาษีนำเข้าน้ำมันจากกรุงมอสโกอีก 25% จากเดิม เนื่องจากอินเดียไม่หยุดการนำเข้าน้ำมันรัสเซีย และจะมีการเพิ่มเป็น 50% ในวันที่ 27 ส.ค. ซึ่งถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของความท้าทายภายนอกที่ต้องเผชิญ

แม้โมดีจะไม่พาดพิงถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือรัฐบาลสหรัฐโดยตรง แต่เขายืนยันว่า รัฐบาลจะยืนหยัดให้มั่นคงดั่งกำแพง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบ

การพูดว่า “ต้องพึ่งตนเองให้ได้” จึงไม่ใช่เพียงการกล่าวให้ฟัง แต่เป็นปรัชญาที่อินเดียกำลังขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แม้อินเดียอาจจะยังมีระยะทางอีกไกลในการบรรลุวิสัยทัศน์นี้ แต่การเริ่มต้นที่ชัดเจนด้วยนโยบายพึ่งตนเอง คือเส้นทางสำคัญที่จะทำให้ประเทศแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับโลกได้ในอนาคต

ที่มา – อินเดียลั่น “ต้องพึ่งตนเองให้ได้” ท่ามกลางข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐ

ด่วน! กก.สรรหาฯ เคาะ ‘อนันต์ -ณรงค์’ นั่ง กกต. แทน ‘อิทธิพร- สันทัด’ ที่ครบวาระ 12 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ได้มีมติเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สองท่าน ได้แก่

ด่วน! กก.สรรหาฯ เคาะ ‘อนันต์ -ณรงค์’ นั่ง กกต. แทน ‘อิทธิพร- สันทัด’ ที่ครบวาระ 12 ส.ค.นี้

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ถือเป็นองค์กรสำคัญที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลและจัดการกระบวนการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ในปีนี้ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เนื่องจากมีคณะกรรมการชุดหนึ่งครบวาระ และต้องมีการสรรหาบุคลากรใหม่มาปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบประชาธิปไตยไทยยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ

บุคคลที่ได้รับเลือกมานั้นคือ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร คนทั้งสองนี้มีประสบการณ์ในภาครัฐอย่างยาวนาน ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยให้ กกต. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหา จะมีการส่งรายชื่อไปให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไปในขั้นตอนถัดไป

ทั้งนี้ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต. จะครบวาระและพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งตามกติกาของกฎหมายกำหนดให้กระบวนการสรรหากรรมการใหม่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 120 วันก่อนวันที่กรรมการชุดเดิมจะครบวาระ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการทำงาน

การกำหนดคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเมืองในประเทศไทย คณะกรรมการชุดใหม่จะต้องมีความสามารถ โปร่งใส และไม่มีอคติ เพื่อดำเนินหน้าที่ได้อย่างเอื้ออาทร ไม่ลำเอียง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในทุกจังหวัด

หากกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้นตามแผน กกต. ชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งตามเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันว่าระบอบประชาธิปไตยของไทยยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง และมีความพร้อมในการจัดการกับการเลือกตั้งในอนาคต

ทั้งนี้ สังคมและประชาชนก็ต้องให้ความสำคัญและติดตามการทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการรับรองความโปร่งใสและเป็นธรรมในระบบที่สำคัญของประเทศ

ที่มา – ด่วน! กก.สรรหาฯ เคาะ ‘อนันต์ -ณรงค์’ นั่ง กกต. แทน ‘อิทธิพร- สันทัด’ ที่ครบวาระ 12 ส.ค.นี้