ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ต่ออายุราชการ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ 4 ครั้งในอดีต-หมดยุค ‘อาทิตย์อัสดง’

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงดำเนินต่อ จนมีเสียงบางฝ่ายเสนอให้รัฐบาลและกองทัพบก ‘อย่าเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก’ โดยเสนอชื่อ “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ซึ่งกำลังจะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2568 ให้ได้รับการต่ออายุราชการออกไปอีกหนึ่งวง

ต่ออายุราชการ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ 4 ครั้งในอดีต

ความเห็นที่ต่างออกไปก็มีอยู่ว่า ไม่ควรต่ออายุราชการให้กับพล.ท.บุญสิน แต่ควรให้เขาเกษียณตามระเบียบราชการทั่วไป เพราะหากมองในแง่ข้าราชการทั่วไปจะเห็นว่า เมื่อทำงานจนครบ 60 ปี ก็ต้องเกษียณเช่นกัน ไม่มีการยกเว้น และไม่ควรมีข้อยกเว้นเฉพาะใคร

โดยเฉพาะในระดับนายพลที่ต่อแถวขึ้นมาทดแทน ‘แม่ทัพกุ้ง’ มีรายชื่อแคนดิเดตจำนวน 3 คน ที่พร้อมจะรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรียงตามลำดับอาวุโสดังนี้:

  • พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 อดีต ผบ.พล.ร.6 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 (ตท.26) เหมือนกับ ผบ.ทบ.และ “แม่ทัพกุ้ง”
  • พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค 2 (ตท.26) เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.ร.3 มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ที่ “แม่ทัพกุ้ง” รับผิดชอบมาก่อน
  • พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 (ตท.27) เป็นบุคคลท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ พูดภาษากัมพูชาได้ อดีต ผบ.ทหารพรานค่ายปักธงชัย และ ผบ.พล.ร.6

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ แม่ทัพภาคที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 กองพลหลัก คือ พล.ร.3 ที่จ.นครราชสีมา และ พล.ร.6 ที่จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งแต่ละกองมีหน่วยขึ้นตรงกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ชายแดนอีสานและภาคใน

ในอดีต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยมีบทบาทสำคัญในเรื่องต่ออายุราชการให้กับผู้นำทหารในตำแหน่งสูง

การต่ออายุราชการ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ในอดีตมีอยู่แล้ว 4 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “ไม้ค้ำเสถียรภาพรัฐบาลทหาร” ตามประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา มีรายละเอียดดังนี้:

  • ปี 2515: ต่ออายุราชการให้แก่ จอมพลถนอม กิตติขจร (ผบ.สส.) 1 ปี
  • ปี 2516: ต่ออายุราชการให้แก่ จอมพลประภาส จารุเสถียร (ผบ.ทบ.) 1 ปี
  • ปี 2523: ต่ออายุราชการ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ผบ.ทบ.) 1 ปี นำไปสู่ “เมษาฮาวาย” ในปี 2524
  • ปี 2527: ต่ออายุราชการ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก (ผบ.สส. และ ผบ.ทบ.) 1 ปี

ภายหลัง “อาทิตย์อัสดง” หมดหน้าที่ในปี 2527 ก็มีความพยายามหลายครั้งที่จะต่ออายุราชการ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ในลักษณะเดิม แต่ทุกความพยายามกลับถูกหยุดไว้ด้วยความเห็นขัดแย้งในวงการทหารและสังคม จนไม่มีใครสามารถกำหนดใครไว้นานเกินไปในตำแหน่งผู้นำ

เหล่าผู้สำเร็จราชการทหารในระดับรุ่นน้อง ก็พร้อมจะก้าวขึ้นช่วยแบ่งเบาภาระในระบบราชการทหารอย่างเสถียร โดยไม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้ใครผู้ใดอยู่บนตำแหน่งจนเกินขีดจำกัดของธรรมชาติราชการ

หากเรามองไปในระยะยาว การตัดสินใจที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่แสวงหาโอกาสก้าวหน้าและเติบโตในเส้นทางราชการทหาร อาจมีประโยชน์มากกว่าที่จะหว่านเมล็ดของความคุ้นเคยและผูกโยงไปกับใครเพียงคนเดียว

ที่มา – ย้อนอดีตต่ออายุราชการ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ 4 ครั้ง-หมดยุค ‘อาทิตย์อัสดง’ ทำได้แค่คิด!

“ไม่ได้คุยวันเดียวขาขาด!” แม่ช็อก! ทหารพรานเหยียบกับระเบิด

เหตุการณ์ที่คนใกล้ชิดไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง เมื่อสิบเอกธีรพล เพียขันที หรือที่เรียกกันในวงการทหารว่า “แกละ” วัย 48 ปี ผู้บังคับชุดปฏิบัติการของกองร้อยทหารพรานที่ 26 ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียขาข้างหนึ่ง จากการเหยียบ กับระเบิดกัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภออ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 09.10 น. ของวันที่ 12 ส.ค.

“ไม่ได้คุยวันเดียวขาขาด!” แม่ช็อก! ทหารพรานเหยียบกับระเบิดกัมพูชา

ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว คุณแม่สาคร เพียขันที อายุ 78 ปี ได้รับสายจากลูกชายคนโตอย่างยินดี เมื่อธีรพลโทรศัพท์บอกว่า “สบายดีไม่เป็นอะไรแล้ว เพราะหยุดรบแล้ว” แต่ไม่ทันไร ข่าวร้ายก็เข้ามากระทบจิตใจครอบครัวอย่างหนัก หลังทราบว่าลูกชายเหยียบ กับระเบิดชนิด PMN 2 จนขาขาด ต้องฉุกเฉินส่งโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการรักษาทันที

ความเศร้าของแม่ทหารพราน

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 489 หมู่ 1 ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ บ้านของนางสาคร เพียขันที ผู้เป็นแม่ พบว่าชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 มารวมตัวให้กำลังใจอย่างหนาแน่น เมื่อได้ดูคลิปวิดีโอขณะรถพยาบาลนำลูกชายกลับมารักษา ความหวาดเสียวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเสียใจ เมื่อทราบข่าวว่า “ขาขาด”

  • ทหารพรานวัย 48 ปี เข้ารับราชการมานานกว่า 23 ปี
  • ทุกครั้งกลับจากปฏิบัติการจะเข้ามากราบแม่เสมอ
  • มักนำผ้าถุงของแม่ติดตัวไปด้วยเช่นกัน

“แม้ลูกจะต้องสูญเสียขา แต่ความภาคภูมิใจในตัวลูกชายที่ได้รับใช้แผ่นดินยังคงอยู่เสมอ” คุณแม่สาครเล่าทั้งน้ำตา

กำลังใจจากลูกชายทายวัยที่ตามรอยพ่อ

ด้าน นายธนาศักดิ์ เพียขันที อายุ 21 ปี ลูกชายของสิบเอกธีรพล เผยว่า ตนเองมองพ่อคือไอดอลมาตลอด และปีนี้ก็อายุครบเกณฑ์ทหาร จึงสมัครเข้ารับราชการเพื่อประจำการในผลัดที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2568 เหมือนกับพ่อ

เรื่องราวของทหารพรานเหยียบกับระเบิด ครั้งนี้เป็นการเตือนใจให้ทุกคนได้ระลึกถึงความเสียหายจากวัตถุระเบิดที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจไม่เคยมีวันหายไปอย่างแท้จริง และให้ความเคารพต่อความเสียสละของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเส้นทางเสี่ยงภัยอันตราย

ที่มา – “ไม่ได้คุยวันเดียวขาขาด!” แม่ช็อก! ทหารพรานเหยียบกับระเบิดกัมพูชา หลังเพิ่งโทรบอกสบายดี

อลงกต ปฏิเสธข่าววุฒิสภาไม่อนุมัติงบ 69

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายอลงกต วรกี สว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า วุฒิสภา เตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ว่า ไม่เป็นความจริง และไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นายอลงกต กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ยังคงพิจารณารายละเอียดงบประมาณอย่างรอบคอบ โดยเชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้าชี้แจง และเสนอข้อสังเกตหากมีประเด็นที่ไม่ชัดเจน เช่น งบกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งไว้สูงเพื่อใช้ในการทวงถามหนี้จากผู้ผิดนัดชำระเงินกู้ กยศ. รวมถึงงบแก้ปัญหาทุจริตที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน

อลงกต ย้ำวุฒิสภาไม่มีอำนาจตัดงบ

ทว่าในกรณีที่มีข่าวว่าวุฒิสภาจะไม่อนุมัติงบประมาณ นั้น ไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง ท่านย้ำว่า วุฒิสภาไม่สามารถตัด ลด หรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณได้ หน้าที่ของ สว. คือการเสนอข้อสังเกต ไม่ใช่ตัดสินใจงบประมาณ หากกลับไปพิจารณาตามกระบวนการอย่างถูกต้อง สมควรจะไม่เกิดความล่าช้าในการอนุมัติงบ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจประเทศต้องการการสนับสนุน

งบกระจาย ไม่ใช่กระจุก

เพิ่มเติม ท่านอลงกต ยืนยันอีกว่า แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณของบางพื้นที่ที่ดูสูงกว่า เช่น อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ แต่เป็นการกระจายในพื้นที่ และไม่ได้มีการกระจุกอยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ เน้นว่าหากชะลอการอนุมัติงบ จะส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวของระบบเศรษฐกิจ

“สมัยนี้เศรษฐกิจประเทศต้องการความเร็ว ยิ่งงบประมาณอนุมัติช้า ยิ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจแทรกตัวได้ยาก วุฒิสภาไม่ควรถูกมองว่าเป็นตัวดึงงบ” ท่านกล่าวเสริม

  • วุฒิสภาไม่มีอำนาจตัดงบประมาณ
  • หน้าที่เฉพาะการเสนอข้อสังเกต
  • งบประมาณกระจาย ไม่ได้กระจุกในบางพื้นที่
  • ควรเร่งดำเนินการเพื่อความคล่องตัวของเศรษฐกิจ

จากการติดตามข่าวในตอนนี้ ปรากฏว่า วุฒิสภาพร้อมดำเนินการพิจารณางบประมาณต่อในวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้ โดยจะรวบรวมข้อสังเกตทั้งหมดจากคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม ท่านยืนยันว่า ทุกขั้นตอนนี้เป็นไปตามหน้าที่ และไม่ได้มีแผนที่จะไม่อนุมัติร่างงบ แต่อย่างใด

ช่วงท้าย น่าสนใจว่าแม้ว่ากระแสข่าวจะหมุนเวียนว่าวุฒิสภาจะคว่ำงบ แต่ข้อเท็จจริงที่ emerges ออกมา แสดงให้เห็นว่า วุฒิสภาเล็งเห็นถึงความสำคัญของงบประมาณที่ผ่านอย่างรวดเร็ว และเข้าใจบทบาทของตนอย่างรอบคอบ

ที่มา – ‘อลงกต’ปัดข่าว ‘วุฒิสภา’เตรียมคว่ำงบปี69 บอกไม่เป็นผลดีต่อ ศก.ของประเทศ

อิรักไฟฟ้าดับทั่วประเทศขณะอากาศร้อนเป็นประวัติการณ์

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศอิรักประสบกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับอย่างรุนแรงทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่คลื่นความร้อนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิอาจเพิ่มสูงถึง 50 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ และจะคงอยู่เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

อิรักไฟฟ้าดับทั่วประเทศขณะอากาศร้อนเป็นประวัติการณ์

กระทรวงไฟฟ้าของอิรักระบุอย่างเป็นทางการว่า โครงข่ายไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ “ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลย” หลังจากสายส่งไฟฟ้าหลัก 2 สายถูกปิดใช้งานอย่างกะทันหัน สาเหตุเกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญอย่างจังหวัดบาบิโลน และคาร์บาลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ที่มีผู้คนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากหลายล้านคน

การฟื้นฟูระบบไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน

“การปิดระบบได้ทำให้การจ่ายไฟในระบบลดลงอย่างกะทันหันมากกว่า 6,000 เมกะวัตต์ เราได้ส่งทีมงานระดมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง และมีเป้าหมายให้ระบบกลับมาทำงานได้ภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า” กระทรวงไฟฟ้ากล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายอาเมอร์ อัล-จาเบรี โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอิรัก ได้อธิบายถึงสาเหตุของคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นว่า มีความรุนแรงเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพฤติกรรมของมนุษย์

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง
  • ควันจากการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าส่วนบุคคล
  • การขยายตัวของเมืองที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บันทึกจากสำนักข่าวเอเอฟพี ยังระบุอีกว่า ประชาชนหลายหมื่นต้องพบเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวในขณะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพวกเขา

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของผู้คน หากไม่มีการวางแผนที่เหมาะสม ความเสียหายอาจกลายเป็นเรื่องร้ายแรงในอนาคต

ดังนั้น เราควรเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาด เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติด้านสภาพอากาศที่อาจจะเพิ่มความรุนแรงจากทุกปี

ที่มา – อิรักประกาศไฟฟ้าดับทั่วประเทศ ท่ามกลางอากาศร้อนเป็นประวัติการณ์

กำลังใจล้น! ครูสาว เหยื่ออารมณ์ นักเรียน ม.5 อาการดีขึ้น ลั่นเปลี่ยนใจไม่ลาออก

เรื่องราวของ ‘ครูหนูเล็ก’ ครูสาวที่ถูกนักเรียนชายชั้น ม.5 ทำร้ายร่างกายระหว่างสอนในห้องเรียน ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก แต่ล่าสุด มีข่าวดีจากอาการของครูที่เริ่มดีขึ้น และที่สำคัญ กำลังใจจากทุกภาคส่วนทำให้ครูหนูเล็กเปลี่ยนใจไม่ลาออก และมีแรงกลับมาสอนนักเรียนอีกครั้ง

กำลังใจล้น! ครูสาว เหยื่ออารมณ์ นักเรียน ม.5 อาการดีขึ้น ลั่นเปลี่ยนใจไม่ลาออก

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้มอบหมายให้นายสิรภพ นิยมเดช นายอำเภอบ้านไร่ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครูหนูเล็ก ที่บ้านพักในอำเภอบ้านไร่ ภายหลังจากเกิดเหตุรุนแรง และมีรายงานว่าอาการของครูหนูเล็กเริ่มดีขึ้น ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เธอฟื้นคือ กำลังใจล้น! ครูสาว เหยื่ออารมณ์ นักเรียน ม.5 อาการดีขึ้น ลั่นเปลี่ยนใจไม่ลาออก เพราะมีคนอยากให้เธออยู่ต่อ

ครูหนูเล็กหลังได้รับการเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ

นอกจากนี้ นายอำเภอบ้านไร่ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ต่างเข้าให้กำลังใจ พร้อมมอบถ้วยของขวัญให้กับครูหนูเล็ก โดยแสดงความพร้อมในการสนับสนุนในทุกด้าน ไม่ว่าจะในด้านกฎหมายหรือการดูแลทางด้านสุขภาพจิต

ความผิดปกติของนักเรียนผู้ก่อเหตุ

ในส่วนของนักเรียนชายผู้ก่อเหตุ นายแพทย์ได้ให้ความเห็นว่านักเรียนรายนี้มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายโรคไออีดี หรือ “Intermittent Explosive Disorder” ซึ่งเป็นอาการของการระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ตามสถานการณ์ อาการนี้ให้ลักษณะบุคคลที่มีอารมณ์แปรปรวน โกรธง่าย และมีพฤติกรรมรุนแรง พ่อแม่และครูควรมีความเข้าใจเพื่อให้เกิดการดูแลอย่างเหมาะสมในระยะเริ่มแรก

นักเรียนชายผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอาการทางจิตเวช

ทั้งนี้ การดำเนินการทางด้านกฎหมาย ครอบครัวของครูหนูเล็กยืนยันว่าจะใช้สิทธิเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็ขอบคุณทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุน เช่น ข้อความการให้กำลังใจจากนักเรียนที่เขียนถึงเธอว่า “รอครูกลับมาสอนพวกหนูอีกนะ” ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับครูหนูเล็ก

ความหวังในการกลับมาสอนอีกครั้ง

ครูหนูเล็กเปิดใจว่าตอนนี้เธอกลับมามีแรงสะอาดใจ ไม่คิดลาออกจากงานครูอีกแล้ว และยังตั้งเป้าว่าจะกลับไปสอนนักเรียนให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายและจิตใจจะพร้อม พร้อมให้สัญญากับนักเรียนไว้ว่า “จะกลับมาอย่างงดงาม”

จิตใจครูหนูเล็กเริ่มแข็งแรงขึ้นภายใต้แรงผลักดันจากนักเรียน

เคสครูหนูเล็กถือเป็นเครื่องเตือนใจทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครองถึงความสำคัญของสุขภาพจิตของเด็ก ไม่ใช่แค่สมรรถภาพทางการเรียนเท่านั้น เพราะบางพฤติกรรมอาจปิดบังความผิดปกติที่ลึกกว่าที่เห็น

การสู้เพื่อความถูกต้องและความสงบในห้องเรียน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของครูเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกฝ่าย เป็นบทเรียนลึกซึ้งที่เราควรเรียนรู้ร่วมกัน

ที่มา – กำลังใจล้น! ครูสาว เหยื่ออารมณ์ นักเรียน ม.5 อาการดีขึ้น ลั่นเปลี่ยนใจไม่ลาออก

อนุทินชี้แจงปมเขากระโดง ย้ำใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจกลั่นแกล้ง

กรณีที่เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องการเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดง นับเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาครัฐและประชาชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมายืนยันหลักการว่า เรื่องดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิดล่วงหน้า หากมีข้อสงสัยต้องอาศัยคำตัดสินจากศาลเป็นหลัก

อนุทินชี้แจงปมเขากระโดง ย้ำใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจกลั่นแกล้ง

จากกรณีที่ได้มีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งกรมที่ดินได้เข้าไปดำเนินการ นายอนุทิน ได้ยืนยันว่าแต่ละฝ่ายมีสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพย์สินของตนเองได้ตามกฎหมาย และไม่มีข้อใดขัดต่อหลักนิติธรรม

ทั้งนี้ ในกรณีที่ได้มีการตั้งคำถามว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีแนวโน้มจะไม่มีแผนยืนยันว่าจะฟ้องร้องเพิกถอนสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมด หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังมีความคลุมเครืออีกหลายประเด็น ที่จำเป็นต้องใช้คำตัดสินจากศาลเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ยุติธรรม พร้อมกันนี้ยังต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายในลักษณะของคณะกรรมการตามมาตรา 61 อีกด้วย

ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจทางการเมือง

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงมุมมองของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่าจะเพิกถอนสิทธิ์ทันที แต่กลับยังไม่ลงมือ นายอนุทิน กล่าวว่าหากกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ก็ต้องทำ แต่หากยังมีข้อกฎหมายขัดขวางอยู่ ก็ต้องยอมรับกระบวนการตามนั้น

ทั้งนี้ นายอนุทิน ย้ำว่าในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ความที่จะต้องรับผิดชอบต่อปัญหานานเกือบ 20 ปี ของเรื่องที่ดินเขากระโดงนั้น ตนไม่เคยมีความเจตนาจะใช้อำนาจกลั่นแกล้งใคร และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ผ่านแว่นตาของการเมือง

“เราไม่อยากให้การเมืองไทยกลายเป็นสถานการณ์ของการเอาเปรียบกันด้วยอำนาจ ไม่ใช่ด้วยความชอบธรรม” อดีตรองนายกฯ กล่าวเสริม

  • ทุกฝ่ายควรใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเท่านั้น
  • ไม่ควรมีการใช้อำนาจเพื่อกดขี่ทางการเมือง
  • รอคำตัดสินศาลให้ชัดเจนก่อนดำเนินการใด ๆ

จากที่ปรากฏในข่าว โดยภาพรวมการแก้ปัญหานี้ควรยึดหลักนิติธรรมเป็นหลัก หากไม่มีการสื่อสารที่โปร่งใสและยึดถือตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สิ่งที่เกิดขึ้นคือน้ำตาลที่จืด และเขม็ญที่ขุ่นซึ่งจะจางหายได้ยาก

ดังนั้นประชาชนและทุกฝ่ายที่สนใจควรรอดูแนวทางจากศาล และขอให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิอย่างเป็นธรรม ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้การเมืองไทยกลับมาสู่การใช้อำนาจโดยไม่มีหลักประกันอีกครั้ง

ที่มา – ‘อนุทิน’ยกปมเขากระโดง ขอแต่ละฝ่ายใช้สิทธิ์ตามก.ม.อย่าใช้อำนาจกลั่นแกล้งทางการเมือง

‘สมชัย’ จับตา ศาลรัฐธรรมนูญนัดวันชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยกล่าวถึงคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า cultura ที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้นัดหมายวันวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

‘สมชัย’ จับตา ศาลรัฐธรรมนูญนัดวันชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’

ตามข้อมูลที่เปิดเผย นายสมชัย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลาในการส่งเอกสารชี้แจง 15 วัน และขยายเวลาให้ส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง โดยครั้งแรกคือ 15 วัน และครั้งหลังอีก 5 วัน โดยวันสุดท้ายของกำหนดส่งคำชี้แจงคือวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ได้ปฏิบัติตามแล้วในวันดังกล่าว

สถานการณ์ที่เป็นไปได้

ทั้งนี้ ตามปกติศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมทุกวันพุธ ดังนั้นวันพุธที่ 6 สิงหาคม ควรมีการประกาศกำหนดวันวินิจฉัย แต่จนถึงวันนี้ (12 ส.ค.) ยังไม่มีข่าวสาร ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตหลายประการ

  • เหตุผลที่หนึ่ง: มีรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 5 คน ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-9 ส.ค. ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ยังไม่มีการประชุม
  • เหตุผลที่สอง: นายสมชัยคาดเดาว่า การนัดหมายวินิจฉัยอาจเกิดขึ้นในการประชุมวันพุธที่ 13 ส.ค. และวันที่นัดวินิจฉัยอาจอยู่ระหว่าง 20 หรือ 27 ส.ค. ซึ่งไม่ควรล่าช้าเกินไปเพราะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์และการเมืองของประเทศ
  • เป็นการเปิดทาง: อีกทางหนึ่งอาจเป็นการให้เวลาในการตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง เพื่อลดการวินิจฉัยที่อาจส่งผลกระทบระยะยาว หากผู้ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติไม่มีตำแหน่งแล้ว ก็สามารถปิดคดีได้โดยไม่ต้องตัดสิน

คำถามที่หลายคนตั้งอยู่ในขณะนี้คือ ว่าเพราะเหตุใดศาลยังไม่ประกาศกำหนดวันชี้ชะตา ซึ่งนายสมชัยได้กล่าวไว้ว่า “รอดูพรุ่งนี้ จะมีวันนัดหรือไม่” เพื่อสื่อให้เห็นถึงความกังวลและความตื่นตัวของสังคมต่อชะตากรรมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าจะถูกวินิจฉัยอย่างไร

ความล่าช้าของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองและอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของภาครัฐ พลเมืองจึงไม่อาจเดินหน้ามองข้ามปัญหาได้ และขอให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินคดีอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘สมชัย’ จับตา ศาลรัฐธรรมนูญนัดวันชี้ชะตา ‘นายกฯอิ๊งค์’

สลด! ลุงเพื่อนบ้านล่วงละเมิดเด็ก 4-6 ขวบ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. นางเอ และนางบี ได้นำลูกสาวและหลานสาววัย 4-6 ขวบ ซึ่งตกเป็นเหยื่อต่อ ลุงเพื่อนบ้านล่วงละเมิดเด็ก 4-6 ขวบ เข้าแจ้งความกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากถูกกระทำอนาจารซ้ำแล้วซ้ำอีกในแฟลตเดียวกันย่านคลองเตย

ลุงเพื่อนบ้านล่วงละเมิดเด็ก 4-6 ขวบ

นางบี แม่ของเด็กคนหนึ่ง ให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ 2 วัน เด็กวัย 4 ขวบได้เล่าให้เธอฟังว่า ลุงเพื่อนบ้านวัย 60 ปีที่อาศัยอยู่ในแฟลตเดียวกัน ได้เรียกเด็กทั้ง 2 คนเข้าไปในห้อง เพื่อขอให้แต่งหน้าให้สวยๆ และบอกว่า “เป็นเมียลุง” จากนั้นก็ได้ถอดกางเกงแล้วล่วงละเมิดด้วยการใช้มือและลิ้นในห้องพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมินคำร้อง

ภายหลังทราบเหตุการณ์ นางบีได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ท่าเรือ กรุงเทพฯ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธเพราะไม่มีหลักฐานบนหน้า หลังจากนั้นเธอจึงกลับไป confronting กับผู้ต้องสงสัย ซึ่งตอบปัดว่าไม่เคยทำอะไร แต่เพียงแค่หอมแก้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คำให้การของเด็กทั้งสองคนนั้นสอดคล้องกัน นับเป็นเบาะแสที่รุนแรง

ลุงเพื่อนบ้านล่วงละเมิดเด็ก 4-6 ขวบ จนหนีหายตัวไปหลังถูก confront ทันควัน และขณะนี้เด็กทั้งสองได้ถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ อยู่ระหว่างรอผลตรวจ เพื่อประกอบพยานหลักฐานในขั้นตอนต่อไป

  • เหยื่อคือเด็กหญิงตั้งแต่ 4-6 ขวบ
  • เกิดเหตุที่แฟลต 23 ชุมชนโรงหมู คลองเตย
  • ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมให้ของเล่นหลังทำอนาจาร
  • เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่จับกุมผู้ก่อเหตุได้
  • ผู้ก่อเหตุอาจยังมีวิดีโอหรือภาพถ่ายจากเหตุการณ์

จากกรณีนี้ ทางผู้เขียนอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อความยุติธรรมและความปลอดภัยของเด็ก ๆ ในชุมชน และหากคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ อย่าลังเลที่จะเปิดเผยว่าความจริงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ความเงียบงันอาจทำให้คนร้ายได้เปรียบ

ที่มา – สลด! ลุงเพื่อนบ้านล่วงละเมิดเด็ก 4-6 ขวบ แม่เด็กช้ำใจแจ้งความตำรวจเมิน ผู้ก่อเหตุหนีลอยนวล

สว.สายบู๊ “ชาญชัย ไชยพิศ” ลุยชายแดน มอบชุดเกราะ-เสื้อกันกระสุนให้ผู้พิทักษ์ชาติ

สว.สายบู๊ “ชาญชัย ไชยพิศ” เดินหน้าภารกิจเพื่อชาติอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนภาคอีสาน เพื่อมอบชุดเกราะและเสื้อกันกระสุนให้กับผู้พิทักษ์ชาติ ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย

สว.สายบู๊ “ชาญชัย ไชยพิศ” ลุยชายแดน มอบชุดเกราะ-เสื้อกันกระสุนให้ผู้พิทักษ์ชาติ

นายชาญชัย ไชยพิศ สมาชิกวุฒิสภา หรือที่รู้จักกันในนาม “สว.สายบู๊” ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนบุคลากรความมั่นคง โดยลงพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมเผชิญกับความเสี่ยงเพื่อแบ่งปันสิ่งของที่จำเป็น

มอบอุปกรณ์ให้หน่วยทหารและเจ้าหน้าที่

ภารกิจเริ่มต้นจากการไปยังอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้มอบตาข่ายให้กับกองร้อยทหารราบที่ 251 เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจต่อต้านภัยคุกคามชายแดน จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินภารกิจสำคัญ

  • มอบชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)
  • มอบเสื้อเกราะกันกระสุนให้กับนายอำเภอพนมดงรัก
  • มอบตาข่ายให้หน่วยทหารปืนใหญ่ค้นหาเป้าหมาย

สิ่งที่มอบหมายไม่เพียงแค่เป็นของมูลค่า แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงการ “อยู่เคียงข้าง” ของสังคมต่อบุคลากรการทหารและตำรวจในพื้นที่ เครื่องหมายถึงความอึดและการตั้งใจดูแลความปลอดภัยร่วมกัน

เยี่ยมโรงพยาบาลและชมสถานการณ์ความเสียหาย

นอกจากนี้ สว.สายบู๊ยังได้เข้าเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลอำเภอพนมดงรัก และมีโอกาสพูดคุยกับคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เพื่อรับฟังถึงสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องรับมือกับความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ประสบภัยความขัดแย้งชายแดน

ภาพจากพื้นที่ ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของผู้ให้และผู้รับ โดยการแลกเปลี่ยนความห่วงใยอย่างชัดเจน คลี่คลายความกังวลด้านความปลอดภัยบางอย่างของเจ้าหน้าที่

การลงพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายอย่างครั้งนี้ของ “สว.สายบู๊” ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกภาคส่วน ในการ “ไม่ทิ้งกัน” ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด ไม่ใช่แค่การสนับสนุนจาก afar แต่เป็นการอยู่ใกล้ชิดและเข้าใจ ด้วยสายตาและการกระทำตรง

การดูแลผู้พิทักษ์ชาติไม่ควรถูกมองข้าม และควรเป็นห่วงโซ่การรับผิดชอบของทุกภาคส่วน หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ต้องการสนับสนุน ลองเริ่มจากติดตาม ชื่นชม หรือแม้แต่แชร์ข่าวสารดี ๆ เช่นนี้ เพื่อให้ความสำคัญกับบทบาทของพวกเขา “เป็นที่รู้” และ “เป็นที่เห็น”

ที่มา – สว.สายบู๊ “ชาญชัย ไชยพิศ” ลุยชายแดน มอบชุดเกราะ-เสื้อกันกระสุนให้ผู้พิทักษ์ชาติ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในด้านการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดตัว โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ที่พร้อมรองรับ AI Clusters และการประมวลผลหนักในอนาคต เพื่อพัฒนาพอร์ตโฟลิโอ EcoStruxure™ Data Center Solutions อย่างต่อเนื่อง

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่

นางหิมานชู ปราสาท รองประธานบริหารฝ่าย EcoStruxure IT ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดเผยถึงการเปิดตัวโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อรองรับการประมวลผลที่มีความต้องการพลังงานสูง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ AI Clusters และเทคโนโลยีในอนาคต

เทคโนโลยี EcoStruxure รองรับ AI Clusters ได้อย่างไร?

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะนำ EcoStruxure Pod Data Center ซึ่งเป็นโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์แบบโมดูลาร์สำเร็จรูปที่มาพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานครบครัน เช่น ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว, Busway ระบบจ่ายไฟฟ้าแรงสูง และตู้แร็ค NetShelter ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ไอทีที่มีพลังงานความหนาแน่นสูง

นอกจากนี้ยังมี EcoStruxure Rack Solutions ที่มีการกำหนดค่าตู้แร็คอย่างละเอียด เพื่อการติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ HPC และ AI ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยโซลูชันเหล่านี้พร้อมให้บริการทั่วโลกแล้ว

ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายจาก AI Clusters ซึ่งต้องการภาระพลังงานสูงที่อาจสูงถึง 1 เมกะวัตต์ (MW) ต่อตู้แร็คในอนาคต โซลูชันใหม่จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค สร้างเสถียรภาพในการจัดการพลังงานและการระบายความร้อน ใต้โครงสร้าง White Space Solutions ที่ครบวงจร พร้อมรับมือกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ลูกค้าต้องการโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งง่าย ขยายได้ง่าย และรักษาความยั่งยืนในระบบได้ นวัตกรรมล่าสุดของเราตอบโจทย์นี้ได้อย่างครบถ้วน”

ด้าน วลาดิเมียร์ ทรอย รองประธานฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์ของ NVIDIA กล่าวว่า การร่วมมือกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เหลือเชื่ออย่าง AI Factories ตั้งแต่ระดับกิโลวัตต์ไปจนถึงระดับเมกะวัตต์

ด้วยโซลูชันนี้ ลูกค้าจึงสามารถสร้างศูนย์ข้อมูลที่มีความสามารถในการปรับขนาดและความหนาแน่นสูงสุด พร้อมด้วยประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม

การเปิดตัว โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ถือเป็นก้าวสำคัญในโลกของการจัดการพลังงานและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ金字塔땐 AI และ HPC ที่ตอบโจทย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ไว้ใจได้สำหรับระบบที่สามารถรองรับ AI Clusters และอุปกรณ์ไอทีในรุ่นใหม่ การเลือกโซลูชันจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือคำตอบที่จริงจังและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “ชไนเดอร์ อิเล็คทริค” เปิดตัวโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่