ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สหรัฐฯ จับ 2 จีน ลอบขนชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย”

ข่าวใหญ่จากสหรัฐอเมริกา! เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมสองชาวจีนในแคลิฟอร์เนีย ฐานต้องสงสัยว่าลักลอบขนส่งชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย” ไปยังประเทศจีน การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างมาก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายชวน เกิง วัย 28 ปี จากเมืองแพซาดีนา และนายฉือเว่ย หยาง วัย 28 ปี จากเมืองเอลมอนเต ถูกกล่าวหาว่าส่งออกชิปขั้นสูงของเอ็นวิเดียและเทคโนโลยีอื่นๆ ไปยังจีน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนกรกฎาคม 2568 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

คำฟ้องระบุว่า บริษัท เอแอลเอ็กซ์ โซลูชัน อิงค์ ของเกิงและหยาง ในเมืองเอลมอนเต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 ไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน และกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตสำหรับการส่งออกชิปดังกล่าว การก่อตั้งบริษัทในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมาตรการควบคุมเหล่านี้

การขนส่งสินค้าจากเอแอลเอ็กซ์ โซลูชันมากกว่า 20 ครั้ง มีจุดหมายปลายทางเป็นบริษัทในสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งมักถูกใช้เป็นจุดขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมายไปยังจีน เอแอลเอ็กซ์ได้รับเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านบาท) จากบริษัทในจีนเมื่อเดือนมกราคม 2567 และเงินส่วนอื่นจากบริษัทในฮ่องกงและจีน ซึ่งไม่ใช่บริษัทตัวแทนให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด รูปแบบการทำธุรกรรมนี้บ่งชี้ถึงความพยายามในการปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินทุน

สหรัฐฯ จับ 2 จีน ลอบขนชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย”

นอกจากชิป H100 ของเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นชิปขั้นสูงที่สามารถใช้ฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และสำหรับแอปพลิเคชันอื่นๆ เกิงและหยางยังถูกกล่าวหาว่าขนส่งการ์ดจอ PNY GeForce RTX 4090 ของเอ็นวิเดียอย่างผิดกฎหมายเช่นกัน เนื่องจากสินค้านี้จำเป็นต้องมีใบอนุญาตสำหรับการส่งออกไปยังจีน

ทำไมการลักลอบขนส่งชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย” ถึงเป็นเรื่องใหญ่?

การลักลอบขนส่งชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย” เป็นเรื่องใหญ่เนื่องจากชิปเหล่านี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ในด้านต่างๆ ที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการพัฒนาอาวุธขั้นสูง และระบบเฝ้าระวัง การที่ชิปเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลจีน หรือองค์กรอื่นๆ ที่ไม่เป็นมิตร อาจทำให้สหรัฐฯ และพันธมิตรตกอยู่ในความเสี่ยง

  • เทคโนโลยีที่ถูกควบคุม: ชิปเอ็นวิเดีย H100 และการ์ดจอ RTX 4090 เป็นเทคโนโลยีที่ถูกควบคุมการส่งออก เนื่องจากมีศักยภาพในการใช้งานทางทหารและการพัฒนา AI ขั้นสูง
  • ความพยายามในการหลีกเลี่ยงมาตรการ: การจับกุมครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการหลีกเลี่ยงมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
  • ผลกระทบต่อความมั่นคง: การที่เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกส่งออกไปยังจีนอย่างผิดกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะยังคงเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ และอาจมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งเทคโนโลยีในอนาคต การที่ สหรัฐฯ จับ 2 จีน ลอบขนชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย” แสดงให้เห็นถึงการเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการค้าระหว่างประเทศและการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สหรัฐฯ ใช้เพื่อรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ

ที่มา – สหรัฐรวบ 2 ชาวจีนในแคลิฟอร์เนีย ลักลอบขนส่งชิปเอไอ “เอ็นวิเดีย” ไปจีน

สวธ. จัดแสดงดนตรีไทย เฉลิมพระเกียรติ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการแถลงข่าวการจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช 2568 โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานครั้งนี้

การจัดงานแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช 2568 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีไทยของพระองค์ท่าน ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการอนุรักษ์สืบสานดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติให้เป็นที่รับรู้แก่ประชาชนชาวไทย

นอกจากนี้ การจัดงานยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนทุกหมู่เหล่ามีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ซึ่งการจัดแสดงดนตรีไทยในครั้งนี้เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ และเหล่านักดนตรีไทยของประเทศ ในการอนุรักษ์ เผยแพร่ ถ่ายทอด และสืบสานคุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย ตลอดจนเพื่อสร้างจิตสำนึกถึงคุณค่า เอกลักษณ์ความเป็นไทย และร่วมกันอนุรักษ์สืบสาน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติให้ดำรงอยู่สืบไป

สวธ.จัดแสดงดนตรีไทยโดย ‘ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์’ เฉลิมพระเกียรติ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ.2557 กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดนตรีไทยร่วมกับวงครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ และวงดนตรีบ้านปลายเนิน โดยจะทรงซอด้วงในเพลงโหมโรงครอบจักรวาล และจะทรงระนาดในเพลงค้างคาวกินกล้วยด้วย

น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า สวธ.ได้ดำเนินโครงการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนกิจกรรมการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 15 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรีไทย ทรงอุปถัมภ์ส่งเสริมศิลปินด้านดนตรีไทย และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ สืบทอดศิลปวัฒนธรรมเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา

รายละเอียดงานแสดงดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติ

สำหรับงานสวธ.จัดแสดงดนตรีไทยโดย ‘ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์’ เฉลิมพระเกียรติ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ จะจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.culture.go.th หรือ Facebook Fanpage กรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือโทร. 02-2470013 ต่อ 4113 หรือ 4315

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานและอนุรักษ์ดนตรีไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ พร้อมทั้งร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานแสดงดนตรีไทยที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้กันนะครับ

ที่มา – สวธ.จัดแสดงดนตรีไทยโดย ‘ครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์’ เฉลิมพระเกียรติ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

กยศ. จัดสรร 8 พันล้าน ขยายเวลากู้ถึง 20 ส.ค.

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมพร้อมจัดสรรงบประมาณกว่า 8 พันล้านบาท เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษา พร้อมขยายเวลายื่นกู้สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนถึงวันที่ 20 สิงหาคมนี้ มาดูกันว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร

นางสาวนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง กยศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 8,488 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว งบประมาณนี้มาจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ได้รับมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะนำมาใช้ในการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ 2 ของปีการศึกษา 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ กยศ. กำหนด

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ คือ การสนับสนุนและช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาให้สามารถศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดพักการเรียนกลางคัน หรือต้องออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ การให้เงินกู้ยืมแก่ นักเรียน นักศึกษายังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย เนื่องจากนักเรียน นักศึกษาจะนำเงินที่ได้รับจาก กยศ. จัดสรร 8 พันล้าน ไปใช้จ่ายในพื้นที่ต่างๆ โดยรอบสถานศึกษา เช่น ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเช่าหอพัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน

สำหรับสถานศึกษา ก็จะนำเงินค่าเล่าเรียนที่ได้รับไปใช้ในการจ้างบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในสถานศึกษา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการบริโภคในพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ โดยรวม กยศ. จัดสรร 8 พันล้าน จะเร่งดำเนินการปล่อยกู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษาอย่างรวดเร็วที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมองว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กยศ. จัดสรร 8 พันล้าน ขยายเวลากู้ถึง 20 ส.ค.

นอกจากนี้ ทาง กยศ. ยังได้ดำเนินการขยายระยะเวลาในการเปิดระบบให้กู้ยืมเงิน ประจำปีการศึกษา 2568 สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ออกไปจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียน นักศึกษา ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น นี่เป็นส่วนสำคัญของแผน กยศ. จัดสรร 8 พันล้าน ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการโอกาสทางการศึกษา

กยศ. เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

การขยายเวลาโครงการกู้ยืมนี้ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่ชายแดน ที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้การเข้าถึงการศึกษาเป็นไปได้ยากลำบาก การขยายเวลาจึงช่วยให้พวกเขามีโอกาสยื่นกู้และเข้าถึงแหล่งทุนทางการศึกษาได้มากขึ้น

การดำเนินการทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กยศ. ในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขามีโอกาสในการพัฒนาตนเอง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต การที่ กยศ. พร้อมจัดสรร 8 พันล้าน บาท เพื่อการศึกษา ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการศึกษาต่อทุกคน

สำหรับน้องๆ นักเรียน นักศึกษาที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจาก กยศ. ได้ที่เว็บไซต์ของ กยศ. หรือติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่สำนักงาน กยศ. ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นกู้ในครั้งต่อไป

การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การที่ กยศ. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทยในการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคตที่สดใสได้

ที่มา – กยศ. พร้อมจัดสรร 8 พันล้าน ค่าเรียน ค่าครองชีพ ขยายเวลายื่นกู้พื้นที่ชายแดนไปถึง 20 ส.ค.

ทช. บุกจับนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (ทช.10) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 (เหนือคลอง) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐใน จ.กระบี่ ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กอ.รมน., ศรชล., ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และกรมเจ้าท่า ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกาะปู หมู่ 2 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนบุกรุกและถมดินในพื้นที่ป่าชายเลน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการถมดินลงไปในทะเลจริง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 222,164 บาท

เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ในข้อหาก่อสร้างหรือทำลายป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยหลังจากนี้ นายทศพร เอ่งฉ้วน ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองขนาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า นายทุนที่กระทำการดังกล่าว เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับการเดินเรือ และที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดกล้าเข้าไปตรวจสอบ ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาร้องเรียน เนื่องจากเกรงว่าการบุกรุกถมทะเลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน

การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนและถมทะเลเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง การกระทำของนายทุนที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและความเห็นแก่ตัวที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม

ผลกระทบจากการรุกที่ถมทะเลต่อระบบนิเวศ

  • ทำลายป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ
  • เปลี่ยนแปลงสภาพชายฝั่ง
  • ส่งผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้าน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

การที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานภาครัฐมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

อยากให้ทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้แจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราให้คงอยู่สืบไป

ดังนั้น การ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และหวังว่าการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน

น้ำตาชายแดน: คุณตาวัย 89 ถูกบังคับรบ

เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ขณะนี้คือเรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” ที่สะท้อนความหดหู่ใจ เมื่อคุณตาพลทหารชาวกัมพูชาวัย 89 ปี ถูกบังคับให้ไปประจำการบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์ระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงตึงเครียดอยู่

วันที่ 8 สิงหาคม เพจ “Army Military Force” ได้เผยแพร่ภาพที่สะเทือนใจ เป็นภาพของคุณตาในเครื่องแบบทหาร พร้อมข้อความที่อธิบายถึงสถานการณ์อันน่าเวทนาของคุณตา

ใจความสำคัญของโพสต์ดังกล่าวคือการเปิดเผยเรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” เมื่อคุณตาพลทหารชาวกัมพูชาวัย 89 ปี ผู้ซึ่งสายตาฝ้าฟางและร่างกายอ่อนแรง กลับต้องถูกบังคับให้เดินทางไปประจำการยังชายแดนไทย ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจอย่างฮุนเซน

น้ำตาชายแดน: คุณตาวัย 89 ถูกบังคับไปรบ

ภาพดังกล่าวได้จุดประกายความรู้สึกหลากหลายในหมู่ชาวเน็ต ทั้งความสงสาร ความเห็นใจ และความไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าว หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและหลักเกณฑ์ในการเกณฑ์ทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลและปกป้องมากกว่าที่จะถูกส่งไปเผชิญอันตราย

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือเรื่องของสิทธิมนุษยชนและสวัสดิภาพของผู้สูงอายุในกองทัพ หลายคนมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ ออกมาจากทางการกัมพูชา แต่เรื่องราว “น้ำตาชายแดน” นี้ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยและสังคมออนไลน์ให้ความสนใจและถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราหันกลับมาพิจารณาถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของพวกเขา การตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุควรคำนึงถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

ผลกระทบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชน

เรื่องราวของคุณตาวัย 89 ปี สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจมีอยู่ในสังคมบางประเทศ การบังคับให้ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องเข้ารับราชการทหารเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและขัดต่อหลักการสากลว่าด้วยการดูแลผู้สูงอายุ

  • การเกณฑ์ทหารควรมีเกณฑ์ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ถูกเกณฑ์
  • รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย
  • สังคมควรตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและร่วมกันต่อต้านการละเมิดสิทธิในทุกรูปแบบ

ความเห็นส่วนตัว: เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีมนุษยธรรมและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ การตัดสินใจใดๆ ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม

เรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวส่วนตัวของคุณตาวัย 89 ปี เท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและค่านิยมที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

ที่มา – “น้ำตาชายแดน” คุณตาพลทหารวัย 89 ถูก “ฮุนเซน”บังคับไปรบชายแดนไทย

สาวประเภทสองทำเสียชื่อพัทยา ขโมยนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ร.ต.อ.กฤษฏา หวานเสร็จ รอง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้จับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา ได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางเป็นแหวนเพชร และตั๋วจำนำสร้อยทอง และยานพาหนะที่ใช้ในคืนวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย อายุ 54 ปี โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเที่ยวดื่มจนเมาหนัก แล้วเผลอหลับอยู่ริมทางช่วงซอยพระตำหนัก 6 เมืองพัทยา แต่เมื่อตื่นมากลับพบว่าทรัพย์สิน ประกอบด้วย ทองคำพร้อมจี้ มูลค่า 400,000 บาท แหวนเพชรมูลค่า 450,000 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาท ได้สูญหายไป

หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสในทันที โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า มีคนร้ายแต่งกายเป็นผู้หญิง สังเกตเห็นผู้เสียหาย เมานั่งอยู่ข้างทาง จึงฉวยโอกาสเข้าไปตีสนิท ก่อนปลดเอาทรัพย์สิน โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัว จนกระทั่งช่วงเช้าผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางการหลบหนี จนทราบว่าผู้ก่อเหตุ พักอยู่ที่ดังกล่าวไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว

กรณี สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา นี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของชายหาด สถานบันเทิงยามค่ำคืน และที่สำคัญคือการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่

สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการสอบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว

การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ต้องร่วมมือกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้พัทยายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทยโดยรวมด้วย นักท่องเที่ยวอาจเกิดความไม่มั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในอนาคต

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว และต้องมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ การสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวนายเอ ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามขบวนการทางกฏหมายต่อไป ซึ่งหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน

เหตุการณ์ สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เราต้องร่วมมือกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้พัทยายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยและน่าท่องเที่ยว

ที่มา – สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา ขโมยของนักท่องเที่ยวเมาสูญเกือบล้าน

สรุปดราม่า หมอบี-หมอปลาย วิกฤตความเชื่อ?

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ข่าวที่สังคมไทยให้ความสนใจคือเรื่องราวของ “2 หมอดูชื่อดังของเมืองไทย” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนแรง ได้แก่ “หมอบีทูตสื่อวิญญาณ” และ “หมอปลายพรายกระซิบ” ทั้งสองท่านกำลังเผชิญกับกระแสดราม่าและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในด้านความ “จริง” ของความสามารถ ไปจนถึงประเด็นด้านการเงิน ทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือและศรัทธา

“หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หรือเจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” เป็นที่รู้จักจากการอ้างว่าสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ โดยเน้นการใช้เหตุผลและการเยียวยาจิตใจ อย่างไรก็ตาม หมอบีกำลังเผชิญข้อกล่าวหาที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง

ประเด็นดราม่าของหมอบีเริ่มต้นจากบุคคล 3 ท่านที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ:

  • ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา (นักอาชญาวิทยา-จิตวิทยา): กล่าวหาว่า “สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม” และ “หากินกับความศรัทธา” พร้อมท้าให้ชี้แจงอย่างบริสุทธิ์ใจ
  • เจ อ้าปากค้าง (ยูทูบเบอร์สายลี้ลับ): โพสต์ข้อความระบุว่า “กรรมเริ่มทำงาน! โกงเงิน ฮุบเงินศรัทธา” พร้อมติดแฮชแท็ก #เรื่องจริงนรก
  • รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ (นักวิชาการสายธรรมะ): วิเคราะห์ว่าผู้คน “จิตตก” เพราะคิดว่าโพสต์เหล่านั้นหมายถึงบุคคลที่ตนศรัทธา และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการยึดมั่นในหลักธรรมวินัย

ข้อกล่าวหาที่สำคัญคือเรื่องการเงิน โดยมี “เพจเหยื่อ” ออกมาแฉว่าหมอบีมีการเปิดบัญชีชื่อ “ใจฟ้า อาทรประชานาถ โดย นาย เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” และนำบัญชีนี้ไปผูกกับการรับบริจาคให้กับวัดต่างๆ โดยเฉพาะ วัดพระบาทน้ำพุ

อย่างไรก็ตาม “พุทธ อภิวรรณ” ได้ออกมาโพสต์ยืนยันว่า หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ได้สั่งห้ามหมอบีใช้ชื่อวัดในการเปิดรับบริจาคอย่างเด็ดขาด

ล่าสุด หมอบีได้ชี้แจงสั้นๆ ว่า ขณะนี้เข้ารับการผ่าตัดนิ่ว ไม่ได้แกล้งป่วย และกำลังดำเนินคดีเรื่องทัวร์ญี่ปุ่นตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องวัดพระบาทน้ำพุ หมอบียืนยันว่าไม่มีปัญหา จะออกมาชี้แจงทุกประเด็นเมื่อออกจากโรงพยาบาล โดยย้ำว่ามีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์

สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

ในส่วนของ “หมอปลาย พรายกระซิบ” กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคำทำนายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

หมอปลายทำนายว่า “น่าจะมีชุดใหญ่ๆ อีก 1-2 วันนี้…คิดว่าเสียเลือดเสียเนื้อโหดกว่าก่อนหน้านี้ จะมีการปะทะชายแดนไทยกัมพูชาที่ใหญ่แบบไฟกระพริบกว่าเดิม”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อ สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

  • พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร: วิจารณ์ว่าคำทำนายนี้ทำให้ประชาชนหวาดกลัว และเตือนว่าหากยังพูดเช่นนี้อีก อาจแนะนำให้แจ้งความในข้อหา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ: กล่าวว่าหมอปลายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ปลาหมอตายเพราะปาก” และวิพากษ์วิจารณ์การระบุวันเวลาที่ชัดเจน
  • ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และ ทนายเกิดผล แก้วเกิด: เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับหมอปลายในข้อหา เผยแพร่ข่าวเท็จจนทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

ล่าสุด หมอปลายเข้าโรงพยาบาลด่วน อาจเป็นเพราะอาการเครียดและไม่สบายใจอย่างหนักจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

ดราม่าของทั้ง “หมอบีทูตสื่อวิญญาณ” และ “หมอปลายพรายกระซิบ” สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความเชื่อในสังคมไทย ซึ่งผู้คนกำลังตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลสาธารณะที่อ้างตนเป็นผู้มีญาณวิเศษ

ประเด็นเรื่องความโปร่งใสทางการเงิน การใช้คำทำนายที่สร้างความตื่นตระหนก และความรับผิดชอบต่อสังคม ล้วนเป็นสิ่งที่ยังคงรอความชัดเจน

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อหรือศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลและความเป็นมาให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อที่ผิดๆ

ที่มา – สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

สรา เปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์

จากความสำเร็จในการเป็นนักจัดสวนและครูสอนจัดสวนแถวหน้าของประเทศไทย สู่การเปิดตัวธุรกิจใหม่เขย่าโลกออนไลน์ “คุณสรา–สราวุธ ทูละมาลย์” เจ้าของฉายานักจัดสวนร้อยล้าน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ครบวงจร พร้อมแท็คทีม แม็กกี้–ธนพัฒน์ ผู้กำกับซีรี่ย์มือทอง โปรดิวเซอร์INFLU-x และ โจแอน บุญสูงเนิน นักร้องร้อยเสียง, ดีเจฮอล ช่องHALLHUB TIKTOK ศิลปินเบอร์แรกของ INFLU-x ร่วมมอบความสุขโดยมีเหล่าคนดังมาร่วมให้กำลังใจคับคั่ง อาทิ ม้า–อรนภา, เอื้อง–สาลินี, โจ๊ก–พุทธพงษ์, .แมน–วทัญญู, .ชาญกิตต์ ณ ระนอง ณ ร้าน SARA CAFE

โดย คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน เผยว่า INFLU-x เป็นธุรกิจที่ใช้ความรู้และประสบการณ์กว่า 20 ปี มาพัฒนาต่อยอดสู่อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ครบวงจร INFLU-x หลักๆ เลยก็คือการหารายได้ให้กับอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในทุกแขนง เพราะด้วยความที่เราเองรู้จักกับนักธุรกิจและผู้คนในวงกว้าง เนื่องจากทำธุรกิจและออกสื่อมานานกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง, นักดนตรี, ดีเจ, ศิลปิน, นักเต้น คนดัง ฯลฯ โดยการเซ็นต์สัญญากับ INFLU-x เราพร้อมจะดูแลกันทั้งเรื่องงาน การวางตัว มารยาท ไปจนถึงดูแลเรื่องของการทำบัญชีที่ถูกต้อง และเราจะมีอคาเดมี ไว้ให้ อินฟลูเอนเซอร์ในสังกัด INFLU-x ได้ฝึกฝีมือเพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์และการสอนมารยาทในสังคมชั้นสูง นอกจากนั้นยังเรายังมีสถานที่ไว้ให้อินฟลูเอนเซอร์ในแขนงอื่นๆ ได้มาเช่าสถานที่จัดงานอีเว้นท์ ต่างๆ ในบรรยากาศสวนสวย จุคนได้ 30-40 คน”

สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัว INFLU-x เราจัดที่ SARA CAFÉ ภายในบริเวณตลาดต้นไม้สวัสดิการกองทัพอากาศ เป็นคาเฟ่ภายในสวนที่เหมาะมากๆ สำหรับจัดอีเว้นท์บรรยากาศสุดอบอุ่น วันนี้มีคุณแม็กกี้ ธนพัฒน์ ผู้กำกับซีรี่ย์มือทอง โปรดิวเซอร์ของ INFLU-x, คุณโจแอน บุญสูงเนิน นักร้องร้อยเสียง และ ดีเจฮอล ช่อง HALLHUB TIKTOK ศิลปินคนแรกของค่าย INFLU-x มาร่วมมอบความสุขให้ทุกคนในงาน และต้องขอขอบคุณเหล่าสื่อมวลชน เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่มาให้กำลังใจในวันนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น คุณม้า–อรนภา ที่นำห่อหมกและอาหารแสนอร่อยมาให้เราได้ทานกัน, คุณเอื้อง สาลินี ปันยารชุน, .แมน วทัญญู มุ่งหมาย พิธีกร ดารา นักร้อง วิทยากร, .ชาญกิตต์ ณ ระนอง ผู้บริหาร : อาจารย์ : วิทยากรด้านบุลคลิกภาพและแฟชั่น, คุณโจ๊ก–พุทธพงษ์ เพียรเจริญ (เจ้าของเครื่องเพชร เทพีสงกรานต์ ICONSIAM)”

อินฟลูเอนเซอร์ที่อยากพัฒนาตัวเองให้ปัง ภายใต้การดูแลโดยทีมงานมืออาชีพมากประสบการณ์ นำทีมโดย คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน ผู้คร่ำหวอดในวงการมากกว่า 20 ปี สามารถสอบถามข้อมูลเพื่อสมัครเข้าสังกัด INFLU-x ได้ที่ Facebook : SARAWOOT TOOLAMAN หรือ Line : landscapeman อยากเป็นอินฟลูฯตัวท็อป INFLU-x พร้อมจัดให้!!!

INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ คืออะไร?

INFLU-x ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัท แต่เป็นเหมือนครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนและผลักดันอินฟลูเอนเซอร์ให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ การวางตัว การพัฒนาทักษะ และการดูแลภาพลักษณ์

ทำไมต้อง INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์?

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ: คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน นำประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการมาสร้าง INFLU-x
  • การดูแลแบบครบวงจร: ตั้งแต่การวางแผนงาน การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการดูแลเรื่องบัญชี
  • โอกาสในการสร้างรายได้: INFLU-x มีเครือข่ายที่กว้างขวาง พร้อมสนับสนุนให้อินฟลูเอนเซอร์สร้างรายได้จากหลากหลายช่องทาง

INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ เหมาะกับใคร?

INFLU-x เหมาะกับทุกคนที่มีความฝันอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์แล้ว INFLU-x พร้อมสนับสนุนให้คุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ

การเปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการอินฟลูเอนเซอร์ของไทย ด้วยความมุ่งมั่นและประสบการณ์ของทีมงาน INFLU-x เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ สู่สังคมได้อย่างแน่นอน

ที่มา – ‘สรา’ นักจัดสวนร้อยล้าน เปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูฯ ‘ม้า-อรนภา’ นำทีมเหล่าคนดังร่วมยินดีสุดอบอุ่น

“ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! ลุ้นก่อนลุยซีวีลีก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึกวอลเลย์บอล “ซีวี ลีก 2025” สนามที่ 2 ณ ประเทศเวียดนาม ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้ กลับมีข่าวให้แฟนๆลูกยางต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อนักตบดาวรุ่งอย่าง “ยูฟ่า” ดลพร สินโพธิ์ ประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันในช่วงกลางดึก ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือ และต้องเข้ารับการเย็บแผลโดยด่วน

เหตุการณ์ “ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก สร้างความกังวลใจให้กับทีมงานและแฟนคลับเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันที่เวียดนามที่จะถึงนี้

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ได้ออกมาเปิดเผยถึงอาการของ “ยูฟ่า” ว่า “เมื่อวานนี้ยูฟ่าฝึกซ้อมได้ดีมาก แต่ในช่วงกลางคืนขณะที่กำลังเก็บของ ก็เกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บที่นิ้ว คุณหมอได้ทำการรักษาและเย็บแผลให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรากำลังเช็กอาการอย่างละเอียด อาจจะต้องให้พักประมาณ 2-3 วัน เพื่อรอดูอาการว่าจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน”

“ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! เย็บเรียบร้อย ลุ้นก่อนลุยซีวีลีก

สถานการณ์ล่าสุดอาการบาดเจ็บของ “ยูฟ่า”

ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บของ “ยูฟ่า” จะเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ทีมงานและแฟนคลับต่างก็ส่งกำลังใจให้เธออย่างเต็มที่ หวังว่าเธอจะสามารถพักฟื้นร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และกลับมาลงสนามช่วยทีมชาติไทยในการแข่งขันซีวี ลีก ที่เวียดนามได้ทันเวลา

สำหรับผลกระทบต่อทีมชาติไทยนั้น ยังคงต้องรอดูอาการของ “ยูฟ่า” อย่างใกล้ชิด หากเธอไม่สามารถลงแข่งขันได้ ทีมงานก็จะต้องปรับแผนการเล่นและหาผู้เล่นคนอื่นๆ มาทดแทนในตำแหน่งของเธอ เพื่อให้ทีมยังคงมีความแข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขัน

แน่นอนว่าการขาดหายไปของ “ยูฟ่า” จะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเธอเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถและมีบทบาทสำคัญในทีม แต่ด้วยสปิริตของนักกีฬาและความมุ่งมั่นของทีมชาติไทย เราเชื่อว่าพวกเธอจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้ และสร้างผลงานที่ดีในการแข่งขันซีวี ลีก ที่เวียดนามให้ได้

แฟนๆ ลูกยางชาวไทยทุกคนต่างก็เอาใจช่วยให้ “ยูฟ่า” หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และกลับมาสร้างความสุขให้กับพวกเราในสนามอีกครั้ง อย่าลืมส่งกำลังใจให้เธอและทีมชาติไทยของเราด้วยนะครับ!

ที่มา – “ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! เย็บเรียบร้อย ลุ้นพัก 2-3 วัน ก่อนลุยศึกซีวีลีก สนาม 2 ที่เวียดนาม

สพอ.ดำเนินสะดวก ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดำเนินสะดวก (สพอ.ดำเนินสะดวก) ได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดราชบุรี และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จัดกิจกรรมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจน และครัวเรือนเป้าหมายในระบบ TPMAP และ Thai QM เพื่อมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งให้คำแนะนำและวางแผนการพัฒนาเชิงบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทครัวเรือน โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุวิชาติ นวมเพ็ชร นายอำเภอดำเนินสะดวก เป็นผู้นำคณะในการลงพื้นที่ พร้อมด้วย นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก, นางกิตติ์รวี อภิสินรุ่งโรจน์ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอดำเนินสะดวก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในแต่ละตำบล เข้าร่วมปฏิบัติงานอย่างพร้อมเพรียง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล รวมทั้งหมด 10 ครัวเรือน ได้แก่ ตำบลสี่หมื่น จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลตาหลวง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลขุนพิทักษ์ จำนวน 4 ครัวเรือน ตำบลดอนไผ่ จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลดอนคลัง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลดอนกรวย จำนวน 1 ครัวเรือน

โดยครัวเรือนเป้าหมายเหล่านี้เป็นครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง มีปัญหาด้านรายได้ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง โดยคณะฯ ได้มอบถุงยังชีพซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับทุกครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ลำบากจนเกินไปในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน

นอกจากจากการมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือแล้ว คณะผู้ปฏิบัติงานยังได้พูดคุยสอบถามข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครัวเรือนอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมข้อมูลและจำแนกความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางครัวเรือนต้องการการสนับสนุนด้านอาชีพ บางครัวเรือนมีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ต้องการบริการด้านสาธารณสุข หรือบางรายขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น พม., รพ.สต., ธกส., และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้เปราะบางในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาชุมชนในระดับตำบลให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของนโยบาย “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่เน้นการพัฒนาเชิงรุกแบบพุ่งเป้า ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูล TPMAP เป็นเครื่องมือในการระบุตัวตนของผู้เดือดร้อนอย่างแม่นยำ การดำเนินงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร เพื่อให้เกิดสังคมไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต

สพอ.ดำเนินสะดวก ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

สพอ.ดำเนินสะดวก ช่วยเหลือใครบ้าง?

การลงพื้นที่ของ สพอ.ดำเนินสะดวก ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ครัวเรือนเปราะบางที่ประสบปัญหาหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ หรือการเข้าถึงบริการของภาครัฐที่ไม่ทั่วถึง การช่วยเหลือจาก สพอ.ดำเนินสะดวก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

กิจกรรมของ สพอ.ดำเนินสะดวก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทรอย่างแท้จริง การร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ที่มา – สพอ.ดำเนินสะดวก ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน