ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

รู้จัก ทหารหน่วยรบ BHQ กำแพงเหล็กคุ้มกัน ‘ฮุน เซน’

หลังจาก สภ.ลำดวน ภ.จว.บุรีรัมย์ เปิดเผยผลการจับกุมชายรายหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็น BHQ (Bodyguard Headquarters) หรือกองกำลังทหารพิเศษ สายตรงของสมเด็จฮุน เซน และตระกูลฮุน พร้อมตรวจยึดเครื่องแต่งกายชุดทหาร รวมถึงหมวกที่ปรากฏ BHQ

แน่นอนว่า ชื่อของ BHQ หน่วยรบกัมพูชา เราคงได้ยินบ่อยครั้งในห้วงสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่า เป็นหน่วยอะไร ทำหน้าที่อะไร ดังนั้น เราไปทำความรู้จักกันเลย

กองบัญชาการองครักษ์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ BHQ Bodyguard Headquarters) เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงติดอาวุธหนักสังกัดกองทัพกัมพูชา ตั้งอยู่ในเทศบาลตาเขมา จังหวัดกันดาล

ตั้งขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และสถานที่ที่มีผลประโยชน์ของกัมพูชา อยู่ภายใต้การสั่งการโดยตรงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันชาติ

กองบัญชาการองครักษ์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกองกำลังส่วนตัวของ ฮุน เซน เนื่องจากถูกก่อตั้งและคอยสนับสนุนทางการเมืองให้กับเขาตลอด

BHQ หน่วยรบกัมพูชา

BHQ มีจุดเริ่มต้นมาจากกองพลน้อยที่ 70 ก่อตั้งโดย ฮุน เซน มาตั้งแต่ประมาณ 30 ปีก่อน ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2532-2533 เพื่อป้องกันการถูกรัฐประหารของเขาในช่วงเขมร 3 ฝ่าย ซึ่งในช่วงแรก ๆ ของการตั้งกองกำลังนั้น ได้มีการส่งกำลังพลมาฝึกกับศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด (กองบัญชาการกองทัพไทย) ในช่วงที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบก ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ ฮุน เซน พัฒนาจากหน่วยรักษาความปลอดภัยชุดเล็ก ๆ จนกระทั่งพัฒนาขึ้นมาเป็นกองพลน้อย

นอกจากนี้ กองพลน้อยที่ 70 เป็นกำลังหลักในการรัฐประหารในประเทศกัมพูชา พ.ศ. 2540 เพื่อยึดอำนาจจากสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ และสนับสนุน ฮุน เซน ในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทหารหน่วยรบ BHQ

ตั้งแต่นั้นมา กองพลน้อยที่ 70 ก็ถูกกล่าวถึงว่าเป็นหน่วยรบที่ทันสมัยที่สุด ได้รับการฝึกฝนดีที่สุด และมีอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีมากที่สุดในกัมพูชา หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ในปี พ.ศ. 2544 ฮุน มาเนต ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 70 ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อขอความช่วยเหลือทางทหารในการต่อต้านการก่อการร้าย การเปลี่ยนผ่านจาก ฮุน เซน มาเป็น ฮุน มาเนต ลูกชายของเขา ทำให้กองพลที่ 70 ซึ่งเคยอยู่ภายใต้กองทัพ ได้รับการยกระดับอย่างเป็นทางการเป็น “หน่วยคุ้มกัน BHQ” ภายใต้กองบัญชาการทหารสูงสุด

ต่อมาวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552 อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้จัดตั้ง กองบัญชาการองครักษ์ ในพระราชกฤษฎีกาย่อย เพื่อเปลี่ยนผ่านกองกำลังดังกล่าวสู่มือของ ฮุน มาเนต ลูกชายของเขา และขึ้นการบังคับบัญชาของหน่วยกับกองบัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการองครักษ์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดตั้งอย่างเป็นทางการและรวมศูนย์ความพยายามในการอารักขาบุคคลสำคัญระดับสูงโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ในขณะนั้น การขยายตัวอย่างรวดเร็วของหน่วยนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นและการประท้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของมวลชนตลอดช่วงคริสต์ทศวรรษ 2010

BHQ ฮุน เซน

หน่วยนี้มักถูกมองว่า มีความภักดีต่อ ฮุน เซน อย่างแรงกล้า และมีบทบาทอย่างเห็นได้ชัดในการปราบปรามการประท้วงของฝ่ายค้าน สมาชิกหน่วยมักจะถูกส่งไปในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเหตุการณ์ทางการเมือง กองบัญชาการองครักษ์ยังได้เข้าร่วมในการแสดงกำลังต่อสาธารณะ โดยมักจะนำยุทโธปกรณ์และทหารมาแสดงกำลังในพนมเปญ เพื่อขัดขวางการประท้วงและส่งเสริมความแข็งแกร่งของรัฐบาล การสนับสนุนการฝึกมักมาจากหน่วยต่าง ๆ ในต่างประเทศ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 โคปาซุส (หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษอินโดนีเซีย) ได้ฝึกหน่วยคอมมานโดของกัมพูชาในช่วงของรัฐบาลพรรคเขมรสาธารณรัฐ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้ขยายความช่วยเหลือทางทหารไปยังกองทัพกัมพูชาที่ทันสมัยอีกครั้ง รวมทั้งกองบัญชาการองครักษ์

พลเอก ฮิง บุนเฮียง ผู้บัญชาการกองบัญชาการองครักษ์ กล่าวว่า “กองบัญชาการองครักษ์อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกัมพูชา (RCAF) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันชาติ หน้าที่หลักของกองบัญชาการคือการดูแลความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญทุกคน ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาและวุฒิสภา” ในปี พ.ศ. 2568 กองบัญชาการองครักษ์ถูกพบเห็นว่าดูแลความปลอดภัยให้กับ เดฟ เลดุก นักสู้และเหว่ชาวแคนาดา-เมียนมา ที่มีชื่อเสียงในพนมเปญ

กองกำลังพิทักษ์ ฮุน เซน

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 โทรทัศน์ชาติกัมพูชาเปิดเผยว่า ฮุน เซน ได้ส่งกองบัญชาการองครักษ์ไปเพื่อตอบสนองต่อวิกฤติชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ชายแดนช่องบก ขณะที่ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารได้ระบุว่า มีการส่งกองกำลังเข้ามาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว

หน่วยนี้ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ว่าใช้กำลังและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากเกินไป ในปี พ.ศ. 2566 เจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการองครักษ์ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาของเขา

นอกจากนี้ กองบัญชาการองครักษ์ ยังถูกเรียกโดยลำลองว่า กองกำลังพิทักษ์ฮุน เซน เนื่องจากถูกก่อตั้งโดย ฮุน เซน และเป็นกำลังหลักในการป้องกันรัฐประหารและรักษาอำนาจของตระกูล ประมาณการว่ามีกำลังพลถึง 5,000 นาย รวมถึงถูกกล่าวหาว่ากองบัญชาการองครักษ์ได้รับเงินสนับสนุนจากเงินนอกงบประมาณที่มาจากธุรกิจกาสิโน แตกต่างจากทหารประจำการหน่วยอื่นๆ ที่ได้รับเงินเดือนต่ำกว่า อาวุธยุทโธปกรณ์และสภาพความเป็นอยู่ด้อยกว่า.

รู้จักทหารหน่วยรบ BHQ กำแพงเหล็กคุ้มกัน ‘ฮุน เซน’

ทำความรู้จัก ทหารหน่วยรบ BHQ กำแพงเหล็กคุ้มกัน ‘ฮุน เซน’

ทหารหน่วยรบ BHQ กำแพงเหล็กคุ้มกัน ‘ฮุน เซน’ มีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงของกัมพูชา และเป็นหน่วยงานที่ถูกจับตามองจากนานาชาติ การทำความเข้าใจถึงประวัติ ความเป็นมา และหน้าที่ของหน่วยงานนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – รู้จักทหารหน่วยรบ BHQ กำแพงเหล็กคุ้มกัน ‘ฮุน เซน’

UniBOX: วิศวะ มช. สร้างสรรค์ กล่องอาหารฝาช้อน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง “UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน” ที่สามารถย่อยสลายได้ 100% ตอบโจทย์ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกและยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในระดับนานาชาติ กล่องอาหารนี้ได้ถูกนำไปทดลองใช้จริงในงานเทศกาลไทย Thai Festival ครั้งที่ 26 ณ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการส่งมอบ UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน จำนวน 4,800 ใบ เพื่อช่วยส่งเสริม Soft Power ของไทย และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในต่างแดนอีกด้วย

“UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน” เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบช้อนที่รวมเข้ากับฝากล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ 100% การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการรับประทานอาหาร แต่ยังช่วยลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น และลดปริมาณขยะในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย นอกเหนือจากประโยชน์ด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกและยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ และยกระดับชื่อเสียงของประเทศในระดับนานาชาติ ด้วยองค์ความรู้ที่พัฒนาโดยคนไทยเอง การเดินทางไปสู่สวิตเซอร์แลนด์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขยายผลงานวิจัยไทยสู่ตลาดโลก และมีแผนที่จะต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว เพื่อนำเทคโนโลยีของไทยออกสู่เวทีสากลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นำโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นคร ทิพยาวงศ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรกฎ ใยบัวเทศ ทิพยาวงศ์ และทีมนักศึกษา ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการวิจัย “UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน” สู่การทดสอบตลาดจริงในต่างประเทศ

ระหว่างวันที่ 5–6 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ส่งมอบ UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน จำนวน 4,800 ใบ เพื่อนำไปใช้ในงานเทศกาลไทย Thai Festival ครั้งที่ 26 ณ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การใช้งาน การตอบรับจากผู้บริโภค ความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก รวมถึงการส่งเสริม Soft Power ของไทย และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในสมาพันธรัฐสวิส ทั้งนี้ “UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน” ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน ทั้งชาวสวิสและชาวต่างชาติ

UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน

ทำไม UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน ถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม?

  • ผลิตจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ 100%
  • ลดการใช้พลาสติก
  • ดีไซน์สะดวก ใช้งานง่าย

นวัตกรรม UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน นี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศักยภาพงานวิจัยไทยที่สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง และมีโอกาสเติบโตในตลาดโลก การสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยเช่นนี้ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อีกด้วย

ที่มา – วิศวะ มช. วิจัยสร้างสรรค์ “UniBOX กล่องอาหารฝาช้อน” ย่อยสลาย 100%

“เพจดัง” เล่านิทานสะท้อนสังคม! แฉปมเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. เพจ ท่านเปา ได้เผยแพร่นิทานสะท้อนสังคม เล่าเรื่องราวของวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ที่เคยเป็นที่ชื่นชมของประชาชนจากการรับผู้ป่วย HIV เข้าดูแล จนได้รับเสียงชื่นชมและมีผู้แห่ทำบุญเป็นจำนวนมาก

เนื้อหาในนิทานระบุว่า วันนี้จะมาเล่านิทานให้ฟัง ย้ำนะว่านิทาน..

ณ วัดแห่งหนึ่งรับผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มาดูแลให้ที่พักอาศัย พอนานไปกระแสข่าวดัง และเป็นที่รู้จักทุกคนที่เห็นก็ต่างชื่นชมอนุโมทนาบุญ กับโครงการนี้ หลังจากนั้นผู้คนก็หลั่งไหลแห่ไปทำบุญ แน่นอนว่าไม่มีวัดไหนที่รับผู้ป่วย HIV มาดูแลเหมือนวัดนี้

นี่เป็นจุดที่ทำให้ผู้ใจบุญมีจิตศรัทธากับวัดนี้อย่างมาก พอเป็นที่รู้จักมีผู้คนมากมายเข้ามาทำบุญไม่ขาดสาย มีเงินเข้าวัดอย่างมหาศาล!! นี่คือจุดเปลี่ยน…

พอเงินเข้าวัดลูก ๆ หลาน ๆ ผู้มีอำนาจอิทธิพลก็เข้าไปดอมดมช่วยเหลือบริหารจัดการในวัด พอกระแสตอบรับดี วัดจึงเปิดรับบริจาคหลาย ๆ ช่องทางและโปรโมทการตลาด โดยอ้างอิงช่วยเหลือผู้ป่วย HIV เพราะนี่คือจุดขาย และทุกคนก็จำภาพชื่อของพระในวัดนี้ว่าเป็นพระดี ไม่ว่าจะโครงการไหนถ้ามีชื่อวัดนี้พระรูปนี้หรือ HIV ผู้ใจบุญก็พร้อมร่วมโอนทำบุญกับวัดแห่งนี้ทันที

แล้วใครจะไปรู้ว่าเงินที่เราบริจาคร่วมทำบุญไป ฉากเบื้องหลังคือเอาเงินไปฟอกเป็นอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ชื่อคนสนิทที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะนำเงินไปซื้อโรงเรียนเอกชนมาเปิดเป็น รร.เด็กกำพร้าเพื่อเปิดรับบริจาค.. ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมดัง ในจังหวัดที่มีคนมายืมเงินกับพระรูปนี้แล้วนำโฉนดมาไว้ สุดท้ายก็ต้องขายให้กับพระรูปนี้เพราะในจังหวัด เขารู้ดีวัดไหนมีเงินพระไหนมีชื่อเสียงสรุปพระก็ซื้อ โดยนำเงินตามโครงการต่าง ๆ นี้นำไปซื้อ..

ปัจจุบันโรงแรมนี้เป็นคนสนิทดูบริหารดูแลอยู่ และมีสนามฟุตบอลที่ดินอื่น ๆ อีกมากมาย บางครั้งก็สงสัยนะว่าทำไมพระวัดนี้เปิดรับบริจาคไม่หยุด แถมยังออกบิณฑบาตรับบริจาคนอกพื้นที่ไม่หยุด หรืออาจจะหากินในพื้นที่ไม่ได้เพราะคนรู้หมด?

คนพื้นที่บอกว่าพระรูปนี้มีเมียเส้นสายใหญ่โต ทุกคนเลยเกรงกลัวในอิทธิพลตรงนี้เพราะก่อนหน้า มีนักข่าวเคยจี้ให้ตรวจสอบบัญชีวัดสุดท้ายไม่นาน

มีลูกปืนมาถล่มที่บ้าน 21 นัด …อิทธิพลโคตร ๆ

“เพจดัง” เล่านิทานสะท้อนสังคม! แฉปมเงินบริจาค

เรื่องราวที่ “เพจดัง” เล่านิทานสะท้อนสังคม ได้จุดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดการเงินบริจาคของวัด และความรับผิดชอบต่อผู้บริจาคที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย HIV เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวัดใดวัดหนึ่ง แต่มันสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นได้ในหลายองค์กรที่รับบริจาค

ทำไมเรื่องราวของ “เพจดัง” ถึงสำคัญ?

เพราะมันกระตุ้นให้เราตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือขององค์กรที่เราบริจาคเงินให้ เราควรตรวจสอบประวัติความเป็นมา และวิธีการจัดการเงินบริจาคขององค์กรนั้น ๆ ก่อนตัดสินใจให้การสนับสนุน การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการทุจริต และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาค

นิทานสะท้อนสังคมที่ “เพจดัง” เล่า ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรต่าง ๆ หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

นอกจากนี้ เรื่องราวนี้ยังเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราไม่หลงเชื่อภาพลักษณ์ภายนอกที่สวยงามเพียงอย่างเดียว เราควรพิจารณาถึงข้อเท็จจริงและข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจใด ๆ

การบริจาคเงินเป็นเรื่องที่ดี แต่การบริจาคอย่างชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบนั้นสำคัญยิ่งกว่า เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเงินที่เราบริจาคไปนั้นถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและโปร่งใส เพื่อให้ความช่วยเหลือของเราส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นว่าอำนาจและอิทธิพลสามารถบิดเบือนการกระทำที่ควรจะเป็นไปในทางที่ดีได้ การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในทุกสังคม

สังคมไทยควรตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบและมีความกล้าหาญที่จะตั้งคำถามเมื่อพบเห็นความไม่ชอบมาพากล การปล่อยปละละเลยจะยิ่งทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น

เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและยุติธรรมได้ เริ่มจากการตั้งคำถามและตรวจสอบในสิ่งที่เราเห็นและได้ยิน

เรื่องราวที่ “เพจดัง” เล่านิทานสะท้อนสังคมไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเองและร่วมกันสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิม

ที่มา – “เพจดัง” เล่านิทานสะท้อนสังคม! แฉปมเงินบริจาควัดดัง-ผู้ป่วย HIV ชาวเน็ตแห่ชี้เป้าคือใคร

GLO เปิดค่าย ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ ต้านพนันออนไลน์

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำโดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ร่วมเปิดกิจกรรม “คิดดีแคมป์ Season 3” ภายใต้โครงการ Kid Dee ต้นกล้าดีมีคุณธรรม Season 3 นำเยาวชนจากทั่วประเทศรวมพลังเรียนรู้ ปลูกฝังความเป็นผู้นำ รู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันสังคมที่ยั่งยืน ณ เดอะไพน์ รีสอร์ท อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า โครงการ Kid Dee ต้นกล้าดีมีคุณธรรม Season 3 มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังคุณธรรม รู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ให้กับเยาวชนไทย ร่วมรณรงค์ให้เยาวชนห่างไกลการพนัน พร้อมเสริมทักษะคิดวิเคราะห์ และต้านทานภัยแฝงในโลกไซเบอร์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายเยาวชนรุ่นใหม่ไม่พนัน ในรูปแบบของการ ถ่ายทอดต่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ทวีคูณ สร้างการเรียนรู้ที่มาจากการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่นจากพี่สู่น้อง

โครงการ “คิดดีแคมป์ Season 3” ได้เปิดค่ายแรกอย่างเป็นทางการ มีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เพื่อเรียนรู้การเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม และรู้เท่าทันภัยจาก การพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมในค่ายจัดขึ้นอย่างเข้มข้นและสร้างสรรค์ เพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านเวิร์กชอป การเสวนา กิจกรรมกลุ่ม และการจำลองสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกถึงผลกระทบของการพนันออนไลน์ และเรียนรู้ทักษะการเป็น “ผู้นำรุ่นใหม่” ที่จะนำความรู้กลับไปขยายผลในชุมชนและโรงเรียนของตนเอง

สำหรับคิดดีแคมป์ Season 3 ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กรกฎาคม 2568 มีเยาวชนจากทุกภูมิภาคกว่า 40 คน ร่วมเรียนรู้ แบ่งปัน และสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อร่วมรณรงค์ป้องกันภัยพนันออนไลน์ในสังคมไทย ท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว โครงการ Kid Dee ต้นกล้าดีมีคุณธรรม ได้ที่ เว็บไซต์ www.glo.or.th , Facebook Fanpage : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, คิดดี และ Line Official : GLO Lottery

GLO เปิดค่าย ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์

โครงการ ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์ จัดขึ้นโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันเยาวชนจากภัยพนันออนไลน์ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่การเข้าถึงข้อมูลและสิ่งยั่วยุต่างๆ เป็นไปได้ง่ายดาย โครงการนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างเกราะป้องกันให้กับเยาวชนของเรา

ทำไมต้อง ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์

การพนันออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมสนุกๆ แต่แฝงไปด้วยอันตรายมากมาย ทั้งในด้านการเงิน สุขภาพจิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เยาวชนที่ขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจตกเป็นเหยื่อของการพนันออนไลน์ได้ง่าย ดังนั้น การให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงโทษของการพนันออนไลน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

โครงการ ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์ จึงเป็นเหมือนวัคซีนที่ช่วยป้องกันเยาวชนจากภัยร้ายนี้ โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และปลูกฝังคุณธรรม เพื่อให้เยาวชนสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ได้

นอกจากนี้ ค่ายดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการพนันออนไลน์ในสังคม ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

การลงทุนในการป้องกันเยาวชนจากภัยพนันออนไลน์ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ เพราะเยาวชนที่มีคุณภาพ คือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น การสนับสนุนโครงการดีๆ อย่าง ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์ จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรร่วมมือกัน

ที่มา – GLO เปิดค่าย ‘คิดดีแคมป์ Season 3’ นำเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันพนันออนไลน์

จังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติ! อุณหภูมิ 41.6°C

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) รายงานสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งใหม่ของประเทศ หลังจากอุณหภูมิในเมืองอิเซซากิของจังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติ พุ่งแตะ 41.6 องศาเซลเซียส เมื่อช่วงบ่ายของวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

ส่วนเมืองแห่งอื่นในจังหวัดกุนมะและจังหวัดไซตามะ มีอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 41 องศาเซลเซียส นำไปสู่การประกาศเตือนโรคลมแดดในวงกว้าง

ปัจจุบัน 44 จังหวัดของญี่ปุ่นประกาศเตือนคลื่นความร้อน ซึ่งถือเป็นการเตือนที่ครอบคลุมวงกว้างมากที่สุดในฤดูกาลนี้ ด้านภูมิภาคคันโต-โคชิน ประกาศเตือนคลื่นความร้อนสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมกระตุ้นเตือนประชาชนผู้อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถาน ใช้เครื่องปรับอากาศทำความเย็น และดื่มน้ำให้เพียงพอ

สถานการณ์จังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาคทั่วโลก และญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อนที่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง

ประชาชนในจังหวัดกุนมะและพื้นที่ใกล้เคียงควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันอันตรายจากโรคลมแดด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนในที่ร่มหรือในห้องปรับอากาศ

จังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติ อุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์

ผลกระทบจากคลื่นความร้อนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงสุขภาพของประชาชนเท่านั้น ภาคการเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน พืชผลทางการเกษตรอาจเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงเกินไป ส่งผลให้ผลผลิตลดลงและราคาพืชผลสูงขึ้น

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังดำเนินการเพื่อรับมือกับสถานการณ์คลื่นความร้อน โดยการออกคำแนะนำและเตือนภัยให้กับประชาชน รวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มและสถานที่พักพิงที่เย็นสบาย

มาตรการป้องกันตนเองจากคลื่นความร้อนในจังหวัดกุนมะ

เพื่อความปลอดภัยจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมจังหวัดกุนมะและพื้นที่อื่นๆ ในญี่ปุ่น ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด (10:00 – 16:00 น.)
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและมีสีอ่อน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
  • สวมหมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันแสงแดด
  • พักผ่อนในที่ร่มหรือในห้องปรับอากาศ
  • สังเกตอาการของโรคลมแดด เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และเป็นลม หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อปกป้องสุขภาพและชีวิตของผู้คน รวมถึงรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP

จังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นหลัง

ที่มา – จังหวัดกุนมะร้อนทำลายสถิติญี่ปุ่น อุณหภูมิสูงถึง 41.6 องศาเซลเซียส

เบสท์ รักษ์วนีย์ ปัดเปิดตัวแฟนตอน 25 ย้ำไม่เปย์!

เรียกได้ว่าครองความโสดมาสักระยะแล้ว สำหรับ “เบสท์-รักษ์วนีย์ คำสิงห์“ ที่หัวใจอยู่ในสถานะว่างมาถึง 2 ปี เพราะเธอโฟกัสกับงานและการหาเงินอย่างมาก งานนี้หลายคนแอบเชียร์ให้เธอเปิดใจรับหนุ่มๆ เข้ามาดูแลหัวใจเป็นอย่างมาก

ล่าสุด สาวเบสท์ ได้มาร่วมงาน “ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ 2025” พร้อมทั้งเปิดใจถึงเรื่องราวความรักที่ยังว่าง พร้อมเคลียร์ข่าว หลังเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะมีแฟนตอนอายุ 25 ปี รวมถึงแชร์ประสบการณ์ต่างๆ 

โดย เบส เผยว่า “สำหรับละครเรื่อง “ตามหารักที่เธอลืม” ก็เหมือนชีวิตจริงเลยค่ะ ที่เราตามหารักแท้ แต่ที่ยังไม่เจอ เพราะตอนนี้เราโฟกัสที่เงินกับงาน ก็ให้หนูเป็นดาราหน่อย ถ้าตอบตามความจริง มันจะอยู่ไม่ได้ มันจะโดนทัวร์ลงอีก ให้รถทัวร์ไปที่อื่นบ้าง เราก็ตอบแบบดาราหน่อย ถามว่าโสดนานแค่ไหนแล้ว นั่นสิคะ แค่ไหนแล้ว ประมาณ 2 ปี ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หัวใจมันว่างตลอด ส่วนคนคุยก็คุยกับพ่อกับแม่ คุยกับน้องชาย คุยกับพี่ๆ ช่องวันที่น่ารัก และคุยกับพี่ๆ นักข่าวค่ะ ส่วนแฟนไม่มีเลย เราก็ไม่รู้ว่ารักแท้มันหน้าตาเป็นยังไง เราก็เลยได้เล่นแต่บทตามหาความรัก

ปีนี้อายุ 25 ค่ะ ที่เคยพูดว่าอายุ 25 จะเปิดตัวแฟน 35 หรือเปล่า ฟังผิดหรือเปล่าคะ คือบางทีวันนี้เราพูดอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้เราก็อาจจะพูดอีกอย่างหนึ่ง อาทิตย์หน้าเราอาจจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ขนาดความรู้สึกในใจเรายังเปลี่ยนไปได้เลย การตอบคำถามพี่ๆ นักข่าววันนี้เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะเป็นอีกแบบ ขอให้ดูเพื่อความบันเทิง อย่าคิดมากนะคะ ถามว่าอยากมีแฟนมั้ย อยากมีสิคะ อยากมีอยู่แล้ว เพราะตอนทำงานไม่มีใครคอยให้กำลังใจเลย ไปมูจนไม่มูแล้วค่ะ เพราะไปหาหมอดูที่ไหน ไปมูที่ไหน เขาก็บอกว่าอีก 2 เดือนจะมี ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วค่ะคุณหมอ ไหนล่ะคะ สำนักไหนเนี่ย เขาบอกว่าดูเลยนะถ้าเข้ามาทรงสะอาดๆ เป็นผู้ชายเรียบร้อย ดูแกรนด์ๆ หน่อย ใช่เนื้อคู่แน่ แต่ 2 ปีแล้วก็ยังโสดอยู่

ถามว่ามีใครเข้าข่ายไหม ไม่มีค่ะ วันนี้เดินผ่านก็เจอคนสะอาดเต็มเลย มองทุกคนค่ะไม่ต้องห่วง คนนี้ก็หล่อ เรื่องนี้ก็หล่อ ติ๊กไว้แล้วเยอะมาก พระเอกช่องวันมีแต่หล่อๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ วาสนาเราเนาะที่ได้มาเป็นนางเอกเผื่อจะได้คู่กับเขา (หัวเราะ) แต่ถ้าเจอคนที่ชอบจะไม่จีบก่อน ไม่ใช่อะไรนะคะ เดี๋ยวเขาไม่ชอบเรา เวลาหน้าแตกมันอายเขานะ แล้วจะทำยังไงให้เขาจีบ พี่ๆ ต้องช่วยกันแชร์หน่อยว่า “จีบได้ จีบเถอะ” หาเงินเก่ง แต่ขอใช้เองก่อน ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ไม่แบ่งแล้วค่ะ เพราะเคยแบ่งแล้วไม่เวิร์ก ขอใช้เองก่อน

คือหลังจากนี้จะไม่เปย์ผู้ชายแล้ว แต่หนูก็ไม่เคยเปย์ใครอยู่แล้ว สิ่งที่ผ่านมาก็อย่างที่บอกค่ะ อดีตก็จะไม่เหมือนปัจจุบัน ส่วนปัจจุบันก็จะไม่เหมือนอนาคต ขอให้ดูเพื่อความบันเทิงนะคะ ทุกวันนี้หนูเปย์น้องชายไงคะ ซื้อรถที่เขาอยากได้ให้ เพราะปีนี้เขาอายุ 18 ปี เขาก็บอกว่าของขวัญวันเกิดก็ขอรถ เราก็เลยซื้อรถให้เขาค่ะ เรานั่งตั้งแต่ตอนแรก เพราะน้องขับยังไม่แข็ง ต้องขับจากศูนย์กลับบ้านให้น้อง ก็เลยได้นั่งก่อนคนอื่น ซึ่งข้อตกลงร่วมกันระหว่างพี่กับน้องคือ ที่ซื้อให้เนี่ยตอนแรกก็คิดว่าน้องเพิ่ง 18 เอง มันเกินตัวไปหรือเปล่า ยังเด็กอยู่ แต่ว่าตลอดปีที่ผ่านมา ไปย้อนดูยอดวิวของเขาแล้วเยอะกว่าของเราทุกวิดีโอเลย คนกดไลก์ในไอจีก็เยอะกว่า คนกดแชร์ก็เยอะกว่า ทำไมพลังของเด็กเจน Z ถึงเยอะขนาดนี้ เราก็อยากให้เด็กเจน Z มาช่วยกดไลก์เราบ้าง เราก็เลยใช้ช่องทางของน้องเลย ก็ต้องทำคอนเทนต์อยู่แล้ว เพราะเราซื้อให้จริง แต่พอเราถ่ายคอนเทนต์ ยอดวิวมันก็ได้คืนมาบ้าง มันก็ต้องได้เงินคืนมาบ้างนิดนึง ถามว่าซื้อเงินสดเลยไหม ซื้อเงินสดก็ไม่ไหวค่ะ เศรษฐกิจไม่ดีอะไรผ่อนได้ก็ผ่อนไปก่อน ราคาก็ตามที่เห็นนั่นแหละ อย่าเพิ่งบอกเลย สรรพากรกำลังจับตามองอยู่ ก็หลายล้านบาทอยู่ค่ะ

ส่วนข้อตกลงกับน้อง ไม่ตกลงกันเพราะเดี๋ยวเขาก็แอบทำอยู่ดี ถ้าเราไปห้ามเด็ก เขาก็จะแอบทำ เราก็ให้เขาทำแบบโจ่งแจ้งไปเลย “เธอคิดว่าเธอเจ๋งเหรอ ไหน ฉันอยากดู” เจน Z ต้องท้าทาย “โอ๊ย แค่นี้เอง แต่ก่อนพี่หนักกว่านี้อีก” ก็อวดน้องไป เรื่องจีบสาว “โอ๊ย แต่ก่อนพี่อกหักหนักกว่านี้อีก” เรื่องเปย์ผู้หญิง “โอ๊ย พี่เคยเปย์ผู้ชายหนักกว่านี้อีก”

สำหรับการแชร์ประสบการณ์การเปย์ น้องๆ อย่าเอาพี่เป็นแบบอย่างนะ ที่พี่พูดไปคือความบันเทิง พี่อยากได้มีม อยากได้ยอดวิวให้พี่ๆ นักข่าว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงทุกคนที่ติดตามพี่อยู่ เราควรเอาเงินนำทาง เราอย่าคลั่งรักจนยอมเปย์ผู้ชายนะคะ ให้ดูพี่เป็นตัวอย่าง พี่มีประสบการณ์มาแล้ว น้องๆ ลองเสิร์ชกูเกิลดูแล้วจะเจอ ถ้าอยากรู้ว่าชีวิตพี่เป็นอย่างไรถึงออกมาสอนได้ ก็ลองเสิร์ชกูเกิลได้เลย

ถามว่ามีข่าวไหนในอดีตที่อยากลบ ถ้าขอให้กูเกิลลบได้ ก็จะไม่ให้ลบ ไม่จำเป็นต้องลบค่ะ นอกจากเราจะได้จดจำไว้แล้ว ผู้ชายเหล่านั้นก็จะจดจำไว้ว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนให้เธอได้ขนาดนี้อีกแล้วนะ มันถูกต้องแล้วที่เรื่องราวมันยังอยู่ในกูเกิล ห้ามเพจไหนลบออก ให้มันเตือนสติเรา สอนน้องๆ เจน Z แล้วก็ตอกย้ำผู้ชายด้วยว่าหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว หนูก็เป็นตำนานอยู่แล้ว พี่ๆ ยกให้หนูเป็นตำนานอยู่แล้วหนูรู้ หนูมายืนตรงนี้หนูก็รู้แล้วว่าพี่ๆ จะถามเรื่องอะไร ถูกต้องไหมล่ะ เพราะหนูเป็นตำนาน (ยิ้ม) จะเลิกเป็นตำนานแล้ว หมายถึงว่าจะเลิกเปย์ไหม มันก็เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าวันนี้บอกว่าเลิกเปย์ เอ๊ะ ถ้าพรุ่งนี้มีแฟนใหม่แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ไม่ตอบดีกว่า ล้อเล่นนะคะ ไม่เปย์แล้วค่ะ ตอนนี้เราต้องเอาตัวเราก่อน เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี

ล่าสุดที่เปย์แม่บ้าน ถ้าใครติดตามหนูอยู่แล้ว ก็จะรู้ว่าหนูจะให้ของแม่บ้านอยู่เสมอ เวลาปีใหม่ สงกรานต์ เราก็ถามเขาว่ามีญาติพี่น้องไหม ให้เอาเสื้อผ้า ของใช้ที่เราไม่ใช้แล้วไปได้ จริงๆ ก็อยากบริจาค แต่เรารู้สึกว่าคนใกล้ตัวเราก็สำคัญ เขาทำงานให้เรา เราก็เลยให้คนใกล้ตัวก่อน แม่บ้าน คนขับรถ ทีมงานตัดต่อยูทูบ ก็เลยเป็นเจ้านายใจดี คนที่อยากมาสมัครงานก็ต้องรอ เพราะคนที่อยู่แล้วก็ไม่ออก ใครจะออกล่ะ เราก็เลยไม่รับเพิ่ม ตอนนี้ทุกคนก็อยู่กับเราอย่างเหนียวแน่น ไม่มีใครออกจากเราไปเลย ก็เคยซื้อโทรศัพท์ให้แม่บ้าน เราเปย์ให้กับคนที่ดูแลเรา เขาทำให้เรา เราก็อยากตอบแทนเขา เราทำงานทุกวัน อะไรที่ทำให้ได้ก็จะทำ ซื้อของให้ ให้โบนัส เรารู้สึกว่าคนใกล้ตัวสำคัญกว่าคนที่ไกลตัว ถ้าเราให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวก็จะมีความสุขมากขึ้น แล้วเขาก็จะดูแลเราด้วยใจค่ะ”

สรุปแล้ว เบสท์ รักษ์วนีย์ ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่เปิดตัวแฟนตอนอายุ 25 และจะไม่เปย์ผู้ชายอีกต่อไป! เธอกำลังโฟกัสกับการทำงานและดูแลตัวเองเป็นหลัก

เบสท์ รักษ์วนีย์ ปัดเปิดตัวแฟนตอน 25 ย้ำชัดไม่เปย์ผู้ชายแล้ว!

จากข่าวนี้ ทำให้เราเห็นว่าผู้หญิงยุคใหม่มีความคิดที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น

เบสท์ รักษ์วนีย์ กับมุมมองความรักและการใช้เงิน

เบสท์ รักษ์วนีย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องความรักและการใช้เงินอย่างตรงไปตรงมา ทำให้หลายคนชื่นชมในความมั่นใจและทัศนคติของเธอ

ที่มา – ‘เบสท์ รักษ์วนีย์’ ปัดเปิดตัวแฟนตอน 25 ย้ำชัดไม่เปย์ผู้ชายแล้ว!

มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี มอบเงินช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ผ่านมา ณ มณฑลทหารบกที่ 25 นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้การต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมกันนี้ได้มอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยในครั้งนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี

เงินบริจาคดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากพระเดชพระคุณพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ และผู้มีจิตศรัทธา ภายใต้ความร่วมมือของ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 โดยมี นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของ มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจของกองทัพภาคที่ 2 ที่มีต่อกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ

ทั้งนี้ มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี ได้พบปะและให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งติดตามความพร้อมด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน โดยย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อความสงบสุขของประเทศ

มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี

การปฏิบัติภารกิจของกองกำลังสุรนารีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

ความสำคัญของการสนับสนุนภารกิจกกล.สุรนารี

การสนับสนุนภารกิจของ กกล.สุรนารี ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ สิ่งของ หรือกำลังใจ ล้วนมีความสำคัญและช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่ มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี และมอบเงินช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนดังกล่าว

นอกจากนี้ ความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การแจ้งเบาะแส การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือการร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การที่กองทัพภาคที่ 2 โดย มทภ.ที่ 2 ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติของเราต่อไป

ที่มา – มทภ.ที่2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกกล.สุรนารี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือชายแดน

จับตา! ถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา ยังไร้ข้อสรุป

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเข้าสู่วันที่ 3 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อหาข้อสรุปและแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาให้ได้

แม้ว่าการเจรจาของคณะเลขานุการ GBC ของทั้งสองฝ่ายจะดำเนินไปจนถึงช่วงดึกของวันที่ 5 สิงหาคม (00.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น) แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในบางประเด็นสำคัญได้ เนื่องจากฝ่ายเลขานุการ GBC ของกัมพูชาไม่สามารถตัดสินใจในบางหัวข้อได้ด้วยตนเอง และจำเป็นต้องส่งเรื่องกลับไปยังพนมเปญเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การจับตาถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา ทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

จับตาถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา หาข้อสรุปไม่ได้

ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โทรศัพท์พูดคุยกับคณะเลขานุการ GBC ของฝ่ายไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการเจรจา พร้อมทั้งให้กำลังใจและชื่นชมการทำงานอย่างหนักของทีมไทยแลนด์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการเจรจา เพื่อบรรลุผลประโยชน์และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

การเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาค ดังนั้น การจับตาถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ เพื่อติดตามผลการหารือและแนวทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ประเด็นที่ต้องจับตาในการถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา

  • การปักปันเขตแดน: การกำหนดเส้นเขตแดนที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • ความร่วมมือด้านความมั่นคง: การประสานงานและความร่วมมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนเป็นสิ่งจำเป็น
  • การพัฒนาเศรษฐกิจ: การส่งเสริมการค้าและการลงทุนตามแนวชายแดนจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

การจับตาถกจีบีซี ไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนโดยตรง การแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติวิธีและยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายปรารถนา

ผลการประชุมครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาในอนาคต การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในการเจรจาจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในสถานการณ์ชายแดนของประเทศไทย

แม้ว่าการเจรจาครั้งนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ความมุ่งมั่นและความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนร่วมกัน ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเจรจาในอนาคตจะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่การมีเจตจำนงที่ดีและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ที่มา – จับตาถกจีบีซี ‘ไทย-กัมพูชา’ หาข้อสรุปไม่ได้ เขมรตัดสินใจไม่ได้ส่งเรื่องกลับพนมเปญ

บีทีเอสเปิดตัว รถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด!

เรียกได้ว่า “ทำถึง” และ “ยิ่งใหญ่” อย่างแท้จริง เมื่อเพจทางการของ รถไฟฟ้าบีทีเอส โพสต์ภาพขบวนรถไฟฟ้าสุดพิเศษที่ถูกตกแต่งเป็น “ผืนธงชาติไทยที่ยาวที่สุด” พร้อมระบุว่า เป็นการแสดงพลังสดุดีและรำลึกถึงคุณงามความดีของ เหล่าทหารกล้า ผู้เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยและแผ่นดินไทย

โดยขบวนรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดนี้ จะให้บริการครอบคลุม 60 สถานี ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ตลอดสาย พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพธงชาติไทยผ่านสื่อโฆษณาดิจิทัลทั่วประเทศในช่วง 08.00 น. และ 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างพร้อมเพรียง

โครงการนี้นอกจากจะส่งเสริมจิตสำนึกรักชาติแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนไทยทั้งประเทศในช่วงเวลาสำคัญของชาติอีกด้วย

บีทีเอสเปิดตัวรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด!

การเปิดตัวรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดของบีทีเอสในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการตกแต่งขบวนรถไฟฟ้าให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรักชาติและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาสำคัญของชาติที่ต้องการความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

นอกจากนี้ การที่บีทีเอสเลือกใช้ขบวนรถไฟฟ้าเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกนี้ ยังสามารถเข้าถึงประชาชนได้ในวงกว้าง เนื่องจากรถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ผู้คนใช้บริการเป็นจำนวนมากในชีวิตประจำวัน ทำให้ข้อความที่ต้องการสื่อสารสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้คนได้ง่ายยิ่งขึ้น

ทำไมรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุดจึงมีความสำคัญ

  • ส่งเสริมความรักชาติ: ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกรักชาติและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
  • แสดงความเคารพต่อวีรบุรุษ: รำลึกถึงคุณงามความดีของทหารกล้าที่เสียสละเพื่อชาติ
  • สร้างความสามัคคี: เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนไทย
  • เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง: ผ่านระบบขนส่งสาธารณะที่ผู้คนใช้บริการเป็นประจำ

การที่รถไฟฟ้าบีทีเอสแสดงออกถึงความรักชาติในรูปแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ ในการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนในการแสดงออกถึงความรักชาติในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย

การตกแต่งขบวนรถไฟฟ้าให้เป็นธงชาติไทยที่ยาวที่สุด ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างความสวยงาม แต่เป็นการสร้างความรู้สึกร่วมและความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างชาติให้เข้มแข็งและมั่นคง

การริเริ่มโครงการรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการผสมผสานระหว่างการบริการขนส่งสาธารณะกับการส่งเสริมค่านิยมและความรักชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานขององค์กรต่างๆ ได้อีกด้วย

ที่มา – บีทีเอสเปิดตัวขบวนรถไฟฟ้าธงชาติไทยที่ยาวที่สุด! สดุดีเหล่าวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน

“เพชร พุ่มพวง” เป่าเค้กวันเกิด “แม่ผึ้ง พุ่มพวง”

ถูกยกให้เป็นต้นแบบของนักร้องรุ่นใหม่อย่างหาใครเปรียบไม่ได้เลย สำหรับราชินีลูกทุ่งในใจคนไทยตลอดกาลอย่าง ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่แม้วันนี้จะจากโลกนี้ไปนานกว่า 33 ปีแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมชื่อของเธอเลย กลับรักและติดตามเธออยู่เสมอ พร้อมทั้งติดตามลูกชายคนเดียวของเธออย่างนักร้องชื่อดัง เพชร พุ่มพวง อีกด้วย

ล่าสุด เพชร พุ่มพวง ได้ออกมาโพสต์รูปภาพเค้กวันเกิดของแม่ผึ้ง พร้อมหน้าครอบครัวที่เดินทางไปทำบุญให้แม่ผึ้งที่วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี โดย เพชร พุ่มพวง ได้เขียนข้อความประกอบว่า “ทำบุญวันครบรอบวันเกิดแม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ 04 สิงหาคม 2568 ที่ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี หากคุณแม่ยังอยู่ ปีนี้คุณแม่จะมีอายุครบ 64 ปี ครับ #พุ่มพวงดวงจันทร์ #เพชรพุ่มพวง

หลังจากที่ เพชร พุ่มพวง ได้ลงเรื่องราวดังกล่าวไป แฟนๆ เพลงลูกทุ่งจำนวนมากก็ไม่พลาดที่จะเข้ามากดไลก์และร่วมกันอวยพรวันเกิดให้กับแม่ผึ้ง พุ่มพวง อย่างล้นหลาม อาทิ สุขสันต์วันเกิดสุดยอดลูกทุ่งหญิงของไทย, นั่งจินตนาการแม่ผึ้งอายุ 65 ก็ยังคงร้องเพลงเสียงหวานและสวยเหมือนเดิมค่ะ, สุขสันต์วันเกิดแม่ผึ้งคนสวยของพวกเรา รักและเคารพแม่เสมอจ้ะ ❤️ คิดถึงพี่้เพชรจ้ารวยค่า เป็นต้น

“เพชร พุ่มพวง” ทำบุญวันเกิด “แม่ผึ้ง พุ่มพวง”

การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ถือเป็นประเพณีที่งดงามและสืบทอดกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย การที่ เพชร พุ่มพวง และครอบครัวยังคงให้ความสำคัญกับการทำบุญให้แก่ “แม่ผึ้ง พุ่มพวง” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความกตัญญู และความผูกพันที่มีต่อผู้เป็นแม่ แม้ว่าท่านจะจากไปนานแล้วก็ตาม

“เพชร พุ่มพวง” กับการสืบสานตำนานเพลงลูกทุ่ง

นอกจากการทำบุญให้ “แม่ผึ้ง พุ่มพวง” แล้ว เพชร พุ่มพวง ยังคงมุ่งมั่นที่จะสืบสานตำนานเพลงลูกทุ่งของแม่ต่อไป เขามักจะนำเพลงดังของแม่ผึ้งมาร้องใหม่ในสไตล์ของตัวเอง และยังคงเดินสายทำการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อมอบความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศ การที่ เพชร พุ่มพวง ยังคงอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง จึงถือเป็นการรักษาชื่อเสียงและผลงานของ “แม่ผึ้ง พุ่มพวง” ให้คงอยู่ต่อไปอย่างไม่เสื่อมคลาย

แฟนๆ ที่ชื่นชอบผลงานของ “แม่ผึ้ง พุ่มพวง” สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ เพชร พุ่มพวง ได้ทางอินสตาแกรม petch_poompuang เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เขาสืบสานตำนานเพลงลูกทุ่งต่อไป

ที่มา – “เพชร พุ่มพวง” เป่าเค้กเบิร์ธเดย์ “แม่ผึ้ง พุ่มพวง” ลั่นถ้ามีชีวิตอยู่จะมีอายุครบ 64 ปี แฟนๆแห่อวยพรมากมาย