ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไม่ทิ้งเพื่อน ‘ต้นหอม’ เดือดแทน ‘บอย พิษณุ’ ก่อนจับมือลุยไลฟ์สดขายของ

ไม่ทิ้งเพื่อน ‘ต้นหอม’ เดือดแทน ‘บอย พิษณุ’ ก่อนจับมือลุยไลฟ์สดขายของ

สำหรับใครที่ติดตามกระแสในวงการบันเทิง คงทราบกันดีว่า ‘บอย พิษณุ’ ได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับภรรยาชาวสวีเดนอย่าง ‘อแมนด้า เพอร์สสัน’ และแม้ความรักอาจจะจบลง แต่หนทางของการเป็นพ่อแม่ของ ‘น้องเฟรย่า’ ยังคงดำเนินต่อไป โดยที่ไม่ได้ทำลายมิตรภาพอันดีที่แม้แต่ตัว บอย พิษณุ ก็ยังคงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ต้นหอม แสดงความเดือดแทนบอย พิษณุ

นอกจากเรื่องครอบครัวแล้ว ทาง บอย พิษณุ ยังได้ออกมาระบุว่าตัดสินใจหยุดการขายแซลมอนที่เขาทำมาเป็นระยะเวลานาน เป็นข่าวที่หลายคนในวงการ รวมถึงแฟนคลับต่างเป็นกังวลและให้กำลังใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง ต้นหอม ศกุนตลา เพื่อนสนิทของบอย พิษณุ ที่แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กโดยตรงว่า

“เห้ออออออ!!!! ขอถอนหายใจยาวๆกะเรื่องอิบอย ใจดีเกิน สุดท้ายเอ็นดูเขาเอ็นเราขาด ทำไมไม่ได้ความเหี้ยม ความร้ายจากxไปบ้าง ยอมคนทั้งโลกได้ แต่เก่งแมร่งแต่กะxคนเดียว !! xงนี่นะ !!!”

ซึ่งแน่นอนว่ากลายเป็นโพสต์ที่ถูกแชร์และพูดถึงอย่างมากในหมู่แฟนๆ ที่บอกว่า ต้นหอม เข้าใจในความรู้สึกของเพื่อนดีจริงๆ

ต้นหอม ไม่ทิ้งเพื่อน สอนบอย พิษณุ ขายของผ่านไลฟ์สด

ไม่เพียงแค่ให้กำลังใจและอารมณ์เดือดแทนเพื่อนเท่านั้น แต่ ต้นหอม ยังช่วยเหลือ บอย พิษณุ ในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการไลฟ์สดบน TikTok ที่เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในยุคนี้ โดย ต้นหอม ไม่เพียงแค่สอนเทคนิคแต่ยังแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนรักของเธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการขายของออนไลน์

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ลงคลิปลงอินสตาแกรม พร้อมแคปชันว่า “ไลฟ์สด ใน ตต ตอนนี้เลยมา #สุดท้ายละxก็ต้องดึงxงขึ้นมา @boy_pisanu” ซึ่งได้รับความสนใจจากคนบันเทิงและแฟนๆ อย่างมาก โดยหลายคนเริ่มกลับมาจิ้นคู่ซี้ต้นหอม-บอยอีกครั้ง และเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจสารพัด

โมเมนต์ช่วยเหลือ ‘สุดฟิน’ แห่งวงการบันเทิง

ในคลิปที่เผยแพร่ออกมา ทั้ง ต้นหอม และ บอย พิษณุ ดูเป็นกันเอง และมีโมเมนต์บางช่วงที่ทำให้เห็นถึงความเข้าใจกันของทั้งคู่ ทั้งจากการพูดที่ชัดเจนและความพยายามของต้นหอมในการช่วยฝึกสอนเทคนิคการพูด การจัดไปให้เป็นธรรมชาติในขณะไลฟ์สด

  • ตั้ม เดอะสตาร์: จิ้นครับ
  • ดีเจพล่ากุ้ง: ได้!!!! ระวังผีผลัก
  • เป้ย ปานวาด: พี่บอยอย่างเนียนๆ 5555
  • ป้อง ณวัฒน์: หึงนะ เหมาะกันมาก!

และนี่คือเสียงที่มาจากเพื่อนในอาชีพเดียวกัน ที่ต่างรอให้เป็นคู่จริง

เทรนด์ไลฟ์สดในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ช่องทางทำกินสำหรับคนบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงบทบาทอีกด้านหนึ่งที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ในสายตาของผู้ชมได้ดี การที่ต้นหอมไม่ทิ้งเพื่อน และตัดสินใจสอนไลฟ์สดให้กับบอย พิษณุ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวคนรู้จักดียิ่งกว่าใคร และนี่คืออีกมุมของมิตรภาพที่ทำให้เรารู้ว่า จริงๆ แล้วมีคน ‘เข้าใจเราในวันที่เราไม่เข้าใจตัวเอง’

ติดตาม และเป็นกำลังใจให้การไลฟ์สดของ บอย พิษณุ ได้ผ่านช่องทางติ๊กต็อก พร้อมกับขอชมในสิ่งที่ต้นหอมกำลังทำ เพราะมันไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่คือความเป็นเพื่อนที่ ไม่ทิ้งกันง่ายๆ เมื่อเจอทางตัน

สภาวัฒนธรรมอยุธยาจัดงาน ‘วันคุณธรรม’ ส่งเสริมการทำความดี

เมื่อเร็วๆ นี้ สภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดงานสำคัญที่มีชื่อว่า ‘วันคุณธรรม’ ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ประชาชนในจังหวัดร่วมกันส่งเสริมคุณธรรมความดีในสังคม เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ชาวอยุธยามีวินัย ใส่ใจส่วนรวม ด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฯ และภาคส่วนต่างๆ การจัดงานดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ชั้น 2 บริเวณใกล้กับร้าน Sizzler

สภาวัฒนธรรมอยุธยาจัดงาน ‘วันคุณธรรม’ ส่งเสริมการทำความดี

งาน ‘วันคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา’ ถือเป็นส่วนหนึ่งจาก โครงการเสริมหนุนกลไกศูนย์ประสานงานส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เน้นการสานพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้มาร่วมกันส่งเสริมค่านิยมของการมีวินัยและใส่ใจสังคม โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ทางด้านคุณธรรม การเสวนาพิเศษที่เรียกว่า ทอล์คพลังคนดี สู่สังคมที่ดี ที่จัดโดยผู้ได้รับรางวัลคุณธรรมจากปีที่ผ่านมา เช่น เชียร์ พระเอก ศรราม และนักแสดงลิเกอย่างน้ำเพชร ซึ่งได้มาแบ่งปันประสบการณ์และความประทับใจในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมอยุธยา

กิจกรรมที่น่าสนใจในวันคุณธรรมจังหวัดอยุธยา

  • เสวนาเรื่อง พลังคนดี สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมอยุธยา
  • การเปิดพื้นที่แสดงและการจำหน่ายสินค้าคุณธรรมจากชุมชน
  • บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี
  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • การแสดงจากศิลปินรับเชิญชื่อดัง เช่น พระเอกลิเก ศรราม น้ำเพชร

โดยงานนี้ได้รวบรวมคนดีศรีอยุธยามาเข้าร่วมในพิธีจำนวน 9 คน เพื่อรับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ในฐานะที่มีบทบาทสำคัญด้านคุณธรรมในชุมชน นอกจากความบันเทิงแล้ว ยังมีพื้นที่แสดงนิทรรศการที่ให้ทั้งความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้แต่ละคนหันมาสนใจการใช้ชีวิตอย่างมีศีลธรรมมากยิ่งขึ้น นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเสริมด้วยว่า การกำหนดให้วันที่ 4 สิงหาคมเป็น วันคุณธรรมประจำจังหวัด เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนในการสานต่อแนวคิดนี้ให้กลายเป็นรากฐานแห่งสังคมอยุธยาอย่างยั่งยืน

ความน่าสนใจและความหมายของวันคุณธรรม อยู่ที่การไม่จำกัดแค่การพูดคุยหรือมอบรางวัล แต่คือการกระตุ้นตัวบุคคลและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นบริการฟรีที่ช่วยลดภาระในระดับครัวเรือน หรือกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียน หนุ่มสาว และผู้คนทั่วไปให้มองเห็นว่า ‘การทำความดี’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นพฤติกรรมที่สามารถใส่ไว้ในการใช้ชีวิตประจำวันได้จริง

เรารู้สึกยินดีที่เห็นจังหวัดอย่างอยุธยา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมอย่างมีคุณธรรม ผ่านกิจกรรมที่ลงลึกไปยังพื้นที่ต่างๆ ของชุมชน หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเรื่องคุณธรรม ความดี และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างจริงจัง ขอเชิญชวนให้ติดตามและมีส่วนร่วมกิจกรรมในลักษณะนี้ทั้งในปีต่อๆ ไป หรือในพื้นที่ใกล้เคียงใกล้บ้านคุณ

ที่มา – สภาวัฒนธรรมอยุธยาจัดงาน ‘วันคุณธรรม’ ส่งเสริมการทำความดี

‘ไอซ์ รักชนก’อวยยศ ‘ภัณฑิล-ทีมกฎหมาย’กู้หน้าพรรคส้ม

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา น.ส. รักชนก ศรีนอก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ภายหลังจากการตรวจสอบกรณีการใช้เงินงบประมาณ 69 ล้านบาท เข้าข้างตัวเองในพื้นที่ลงพื้นที่รับผิดชอบ

โดย ‘ไอซ์ รักชนก’ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น แต่ในครั้งนี้ การใช้กลไกขององค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบ‘การทุจริตและการคอร์รัปชัน’ เป็นสิ่งที่พรรคยืนหยัดเคียงข้าง และสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เธอย้ำว่า: “พวกเรายืนยันหลักการว่า ไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่เคยร่วมขบวนการเล่นงานกันด้วยการใช้ ‘นิติสงคราม’ เพื่อกำจัดฝั่งตรงข้ามแบบไร้หลักการ เราไม่สนับสนุนการยุบพรรคการเมือง หรือเรื่องจริยธรรมมาใช้เล่นงานกันทางการเมือง”

‘ไอซ์ รักชนก’ ชื่นชม ‘ภัณฑิล’ พร้อมทีมกฎหมาย กู้หน้าพรรคส้ม

แม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย แต่ทีมกฎหมายของพรรคประชาชนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ โดยหลังจากที่มีการตัดสินให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ต้องพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ น.ส. รักชนก ได้ออกมาส่งกำลังใจให้กับทีมงานที่ทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะ ‘ภัณฑิล น่วมเจิม’ ส.ส. กทม. ที่เป็นตัวหลักในการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ

จากการตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้เกิดการพูดถึงในแวดวงการเมืองและสังคมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจากประชาชนที่ให้ความสนใจในประเด็นความโปร่งใส สะอาด และแนวทางการทำงานที่เหมาะสมของพรรคพันธมิตรอย่างพรรคประชาชน ซึ่งในวันที่ความไม่ถูกต้องทางการเมืองยังคงเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก ‘ไอซ์ รักชนก’ และทีมกฎหมายได้ยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนอย่างหนักแน่น

ภารกิจครั้งสำคัญของ ‘ทีมกฎหมายพรรคประชาชน’

ที่ผ่านมา ทีมกฎหมายของพรรคเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่แข็งแกร่งในการผลักดันการตรวจสอบเพื่อให้การเมืองไทยมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยในรอบก่อนหน้านี้ เธอยังได้ชื่นชมในความสำเร็จของทีมที่สามารถวิสามัญ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ รมว.คมนาคม ได้อย่างยิ่งใหญ่

  • เหมาะมากกับยุคดิจิทัลในปัจจุบันที่โซเชียลเป็นพยานและการตรวจสอบไม่ได้เกิดเฉพาะในสภา
  • ความโปร่งใสและการใช้หลักกฎหมายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
  • ยิ่งทีมกฎหมายเข้ม ประชาชนก็ยิ่งมั่นใจในแนวทางการตรวจสอบที่ถูกต้อง

ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่ทางการเมือง แต่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ติดตามประเด็นด้านกฎหมายแบบเรียลไทม์ พร้อมให้ความสนใจในความสามารถของทีมกฎหมายที่ปรับตัวตามตยุคดิจิทัลได้อย่างดี

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ทั่วไป การใช้ระบบที่ถูกต้องตามtitามยุคสมัยเพื่อรักษาความยุติธรรมในวงการเมืองไทยถือว่าเป็นแนวทางแห่งอนาคต และถ้าหากทุกพรรคยึดหลักแบบนี้ เราก็อาจได้เห็นการเมืองแนวใหม่ที่มีสีสันและจริงใจมากยิ่งขึ้น หากคุณติดตามข้อมูลนี้อยู่ ควรติดตามผลงานของ ‘ภัณฑิล น่วมเจิม’ และทีมกฎหมายต่อไป

ที่มา – ‘ไอซ์ รักชนก’อวยยศ ‘ภัณฑิล-ทีมกฎหมาย’กู้หน้าพรรคส้ม

ร.อ.ธรรมนัส ร่วม 2 รมต.กล้าธรรม ลงพื้นที่น่าน ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

ร.อ.ธรรมนัส ลุยน่านท่วม สานพลังรัฐ-ประชาชน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และหาแนวทางเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ โดยเฉพาะ โรงเรียนและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

ปีนี้น่านท่วมหนัก เสียหายมหาศาล

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองน่านมีความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมจมจนเกือบทั้งเมือง ซึ่งในอดีตขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนเคยสั่งให้ทำการศึกษาเส้นทางการระบายน้ำท่วม โดยมีแผนเป็นระบบ แต่เมื่อยุติบทบาทไปก่อน สิ่งที่วางไว้จึงไม่ได้รับการต่อเนื่อง

“หากปีหน้าไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะเกิดวิกฤตใหญ่ซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องจัดระบบจัดการน้ำให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายระดับมหาศาล

การศึกษาต้องไม่หยุดแม้น้ำท่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เห็นว่าปัญหาหลังน้ำลดคือโรงเรียนจำนวนมากยังได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และเอกสารทางราชการ โดยหลายแห่งจำเป็นต้องเช่าวัสดุหรือที่พักและใช้เงินส่วนตัวในการดำเนินการ

  • การซ่อมแซมและฟื้นฟูโรงเรียนต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้อนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือหลายแห่ง เช่นที่ อ.เวียงสา เพื่อเป็นจุดกระจายอุปกรณ์และสนับสนุน
  • รมว.ศึกษาฯ ขอผู้บริหารและครูทุกแห่งสำรวจความเสียหาย และรายงานไปยัง สพฐ. เพื่อขอรับงบกลางจากคณะรัฐมนตรี

เกษตรฯ เดินหน้าจัดการน้ำ กวาดล้างหลังน้ำท่วม

ในด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่าขณะนี้มีการใช้งานเครื่องมือขนาดใหญ่จากกรมชลประทาน เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและบ้านเรือน โดยเฉพาะการกำจัดดินโคลนหนาแน่น

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับกระทบจากการปลูกพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว และสนับสนุนปุ๋ย ในส่วนปศุสัตว์ เช่น วัว ควาย ที่เสียหาย กรมปศุสัตว์เตรียมจัดหาอาหารและดูแลให้ใกล้ชิด

กล้าธรรมเดินหน้าน่าน ฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

ระบบน้ำท่วมในน่าน เปิดประเด็นสำคัญว่ารัฐต้องคาดการณ์และวางแผนรับมือมากขึ้น โดยเฉพาะกับพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากไม่จัดลำดับความสำคัญในตอนนี้ อาจสูญเสียมากขึ้นในอนาคต การฟื้นฟู หลังน้ำท่วมต้องไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเป็นการสร้างระบบที่สามารถป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำได้ในระยะยาว

ทุกองค์กรในรัฐบาลและภาคประชาชน จำเป็นต้องร่วมมือกันเหมือนในกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พร้อมทีม 2 รัฐมนตรีจากกล้าธรรม ที่ลงไปดูแลสถานการณ์จริงๆ โดยรัฐมนตรีทั้งสองร่วมกันเร่งฟื้นฟูไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา อาหาร และความเสียหายจากเกษตร

สิ่งที่สังคมควรเห็นคือ ‘การร่วมมือ’ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีผลอย่างมากในการแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัย ซึ่งหากประชาชนติดตามการอัพเดตและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น และรัฐสามารถออกแบบแผนตอบโต้ในอนาคตได้แม่นยำขึ้น

ที่มา – ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ผนึกกำลัง 2 รมต.กล้าธรรม ลุยพื้นที่น้ำท่วม จ.น่าน เร่งฟื้นฟู ‘โรงเรียน-บ้านเรือน’

พรรคเพื่อไทย เปิดข้อมูล ‘ไทย–สหรัฐฯ’ ดีลภาษีจบที่ 19 % ยันไทยไม่เสียเปรียบ

ข้อตกลงภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % และความได้เปรียบของไทย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการเจรจาดีลภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งออกมาในรูปแบบที่ไทยตกลงรับอัตราภาษีที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นข้อสรุปที่ไม่ถือว่าไทยเสียเปรียบหากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่อยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียที่อยู่ที่ระดับ 19 เช่นเดียวกับไทย ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์

การลดภาษีที่ทำให้ไทยไม่เปิดตลาดจนเสียเปรียบ

แม้ไทยจะยินยอมลดภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ กว่า 10,000 รายการ แต่ในความเป็นจริงมากถึง 64 เปอร์เซ็นต์ของรายการนั้นมีภาษีนำเข้าอยู่ที่ 0 เปอร์เซ็นต์ อยู่แล้ว ดังนั้นข้อตกลงนี้จึงไม่ได้ทำให้ไทยเสียเปรียบเมื่อเทียบกับข้อตกลงเอฟทีเอที่ไทยทำไว้กับประเทศพันธมิตรอื่นๆ กว่า 18 กลุ่ม แต่เป็นการเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามาแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่นที่ไทยมีข้อตกลงการค้าอยู่ก่อนแล้ว

ผลของการเจรจาภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % ต่อเศรษฐกิจไทย

สินค้าเกษตร อย่างข้าวโพดที่ไทยต้องนำเข้าถึง 9–10 ล้านตันต่อปี แต่ไทยผลิตได้เพียงครึ่งเดียว ดีลนี้จะช่วยให้ไทยนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ในราคาถูกลง ไม่เพิ่มปริมาณ แต่ช่วยกระจายแหล่งนำเข้าซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไทยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาไร่ข้าวโพดอีกด้วย

อุตสาหกรรมส่งออกไทยยังคงมีข้อได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหลักอย่างข้าวหอมมะลิ ซึ่งตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท และเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา กุ้ง และสินค้าเกษตรแปรรูป ก็ได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงและมีโอกาสขยายตลาดส่งออกไปสหรัฐฯ มากขึ้นเช่นกัน

ผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนโดยรวม

ปัจจุบันไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี สร้างงานกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง และมีผู้ประกอบการไทยได้รับผลบุคคลราว 4,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบเอสเอ็มอี การเจรจาภาษีครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยสนับสนุนการส่งออก แต่ยังดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมในระยะยาว ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น

กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มจีดีพีของไทยในปี 2568 ขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ประมาณการไว้ 2.1 เปอร์เซ็นต์ เป็น 2.2 เปอร์เซ็นต์ โดยข้อตกลงภาษีไทย–สหรัฐฯ ที่ 19 % จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

สุดท้ายนี้ พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณทีมเจรจาไทยแลนด์ ที่ทุ่มเททำงานในสถานการณ์ที่ท้าทายและอยู่ภายใต้แรงกดดัน นอกจากนี้ยังต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อให้ดีลต่างๆ ในอนาคตส่งผลดีต่อประชาชนมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเจรจาที่ลงตัวที่ 19 % นี้ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจความเป็นธรรมชาติทางเศรษฐกิจและระมัดระวังในการสร้างสมดุลของข้อตกลง

ที่มา – พรรคเพื่อไทย เปิดข้อมูล ‘ไทย–สหรัฐฯ’ ดีลภาษีจบที่ 19 % ยันไทยไม่เสียเปรียบ

ทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก ส่งกำลังใจให้แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าวีสแควร์ จังหวัดนครสวรรค์ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเสียงเพลงชาติที่ก้องกังวาน แต่คือการแสดงออกถึงความรักและสามัคคีในชาติอย่างลึกซึ้ง เมื่อหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 31 (มทบ.31) โดยร่วมมือกับตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดกิจกรรมยืนตรงร้องเพลงชาติไทย เพื่อส่งแรงใจไปยังผู้ที่อยู่แนวหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เต็มไปด้วยความตั้งใจและศรัทธาจากทั้งประชาชนทั่วไปและภาคเอกชน ที่มาร่วมในครั้งนี้ หลายคนไม่ได้มายืนเฉยๆ แต่มาพร้อมกับหัวใจที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจครั้งนี้ เป้าหมายของกิจกรรมคือการเป็นตัวแทนเสียงของผู้คนที่ห่วงใยในความมั่นคงของประเทศ และไม่ลืมที่จะส่งแรงสนับสนุนไปยังทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างยากลำบาก ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะ

กิจกรรมพิเศษจากทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก

การร้องเพลงชาติกึ่งกลางเมืองใหญ่อย่างนครสวรรค์ สื่อถึงการรวมใจของทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นทหาร มทบ.31 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่ต่างคนต่างอยู่ แต่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเตือนให้ทุกคนระลึกถึงคุณค่าของการเป็นคนไทย ท่ามกลางการเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนที่ยังมีประเด็นความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่

ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างคึกคัก

ประชาชนและหน่วยงานเอกชนในพื้นที่แสดงความสนใจกับกิจกรรมนี้อย่างมาก นี่ไม่ใช่แค่การแสดงแต่คือการมีส่วนร่วมของคนทั้งชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันต่อประเทศชาติ และเป็นกำลังสำคัญที่คอยสนับสนุนกลุ่มแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจทุกวันอย่างเสียสละ ต่อให้อยู่ห่างไกลจากเสียงปืน แต่พวกเขาคือแรงใจสำคัญที่ทำให้ทหารและตำรวจไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก

การจัดกิจกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแสดงถึงความร่วมมือภายในพื้นที่ แต่ยังเป็นการปลุกเร้าจิตใจของผู้คนที่ติดตามและเข้าร่วมกิจกรรม ให้เข้าใจและตระหนักถึงภาระที่เหล่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจแบกรับไว้อย่างหนัก

ที่สำคัญ ผู้จัดกิจกรรมยังย้ำถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพไทยอย่างเต็มที่ การสนับสนุนจากประชาชนนั้นเป็นแรงผลักดันสำคัญ ซึ่งทำให้เหล่ากองทัพสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และยังสะท้อนว่าการเป็นหนึ่งเดียวระหว่างประชาชนกับผู้ปกป้องชาตินั้นไม่ใช่แค่คำกล่าวไว้สวยงาม แต่เกิดขึ้นจริงได้ในทุกย่างก้าวของประชาชนที่รวมใจกัน

ความเห็น

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงการใช้ศิลปะและดนตรีเพื่อเชื่อมโยงหัวใจของคนในชาติ ถือเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับการจัดกิจกรรมสาธารณะที่สร้างสรรค์ และมีความหมายลึกซึ้ง ถ้าคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือรู้สึกว่าอยากมีส่วนร่วม กิจกรรมอย่างนี้ควรถูกส่งเสริมให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลชายแดน เพื่อให้ทุกคนมีเสียงเดียวกันแม้จากหลายมุมของประเทศ

ร่วมกันเชียร์และให้กำลังใจผู้เสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหาร มทบ.31 ที่แสดงถึงความตั้งใจ แรงบันดาลใจ และบทบาทของตัวเองได้อย่างงดงาม ทั้งในแง่ของความรักในวัฒนธรรมไทย และในการเป็นสื่อกลางของการเชื่อมโยงหัวใจผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งพลังอันยิ่งใหญ่ไปยังแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

ที่มา – ทหาร มทบ.31 ร้องเพลงชาติกลางสี่แยก ส่งกำลังใจให้แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัมป์ 19%

บทบาทสำคัญของทีมเจรจาและการลดภาษีที่สำคัญ

ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ออกมากล่าวถึงความสำเร็จของรัฐบาลไทยในการเจรจาข้อตกลงครั้งสำคัญกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยจากเดิม 36% เหลือเพียง 19% เท่านั้น ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนความสามารถในการเจรจาของไทย และเป็นข่าวดีต่อภาคธุรกิจทั่วทั้งประเทศ

ความทุ่มเทของทีมเจรจา

สมาคมธนาคารไทย พร้อมทั้งธนาคารที่เป็นสมาชิก ขอแสดงความชื่นชมไปยังทีมเจรจาการค้า นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทีมกระทรวงพาณิชย์ และทีมที่ปรึกษาจากบ้านพิษณุโลก ซึ่งได้ทำงานหนักและประสานความร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพจนสามารถบรรลุข้อตกลงนี้ได้ การลดภาษีลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีความสำคัญต่อการรักษาการจ้างงานในประเทศอีกด้วย

ภาคธนาคารต้องการผลักดันเศรษฐกิจไปด้วยกัน

สมาคมธนาคารไทยมองว่า ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ไทยสามารถเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศและปรับตัวให้เหมาะสมตามเมกะเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ต้องมีการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล

นอกจากนี้ ภาคธนาคารและภาคเอกชนยังกำลังร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อผลักดัน "โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและสินเชื่อเพื่อการพัฒนาศักยภาพ" ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจทั้งเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ดีขึ้น

อนาคตเศรษฐกิจไทยหลังข้อตกลงภาษี

สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่คือการเพิ่มทักษะแรงงาน การสร้างมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ และการวางกลยุทธ์ระยะยาวร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัพย์ 19% ไม่เพียงแค่เป็นข้อตกลงที่ดีต่อภาคการส่งออก แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข้อตกลงครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมก้าวตามเทรนด์เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเข้ามา สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป นี่เป็นโอกาสในการปรับตัวและเข้าร่วมพัฒนาประเทศร่วมกัน ตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงภาคการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีสูง

ท้ายที่สุด ข้อตกลงการลดภาษีนำเข้าครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จที่ไม่เพียงแต่ให้ผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ แต่มันยังสร้างความเชื่อมั่นต่อภาพรวมของไทยในตลาดโลก ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ได้อีกมาก หากทุกภาคส่วนยังคงร่วมมือกันต่อเนื่อง

ที่มา – ภาคธนาคารชื่นชมทีมเจรจาการค้าสหรัฐ สู่ความสำเร็จข้อตกลงภาษีทรัมป์ 19%

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

เมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมา มีรายงานข่าวออกมาว่า ครม.ได้มีการประชุมนัดพิเศษเพื่อหาทางออกร่วมกันในการจัดทำข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัพป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่ระดับ 19% จากสินค้าของไทย โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างนายพิชัย ชุณหวชิรได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ รวมถึงชี้ให้เห็นแนวทางที่รัฐบาลไทยเตรียมจัดทำร่างถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เพื่อจัดการภาษีเหล่านี้ไปสู่ข้อตกลงที่สามารถดำเนินการได้จริง

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างสมดุลทางการค้าในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยเสนอให้มีการรักษาอัตราภาษีนำเข้า 0% ในบางรายการสินค้า ทั้งนี้ยังมีหลายรายการที่ต้องมีการปรับตัวให้พร้อมก่อน เช่นเดียวกับสินค้าบางประเภทที่อาจจะกำหนดโควต้าในการส่งออก เพื่อควบคุมปริมาณและลดผลกระทบทางการค้า คาดกันว่ากระบวนการจัดทำรายละเอียดของข้อตกลงต่าง ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แล้วจึงนำไปสู่การพิจารณาโดยรัฐสภาต่อไป

ภาษีและการเจรจาที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ

ข้อเสนอที่ไทยยื่นให้กับสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการประกาศภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 19% นั้นยังไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย เพราะเป็นเพียงหลักการเบื้องต้นที่ตกลงกันได้ในชั้นเจรจา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดทำสัญญาที่มีรายละเอียดชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการได้ตามแผนและลดความสับสนในตลาดการค้าโลก

มาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกต้องพร้อม

รัฐบาลได้มีความเตรียมพร้อมในด้านมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ส่งผลกระทบทางธุรกิจ โดยเบื้องต้นเตรียมช่วยเหลือในรูปแบบของสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ และยังมีการใช้กองทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ รัฐยังมีการพูดคุยกับองค์กรต่าง ๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เพื่อหาแนวทางที่จะสนับสนุนในแต่ละประเภทของธุรกิจอย่างตรงจุด

ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่จะต้องจัดการภาษีและข้อตกลงการค้ากับสหรัฐให้ได้ดีที่สุด ทั้งในแง่ของการรักษาอัตราภาษี 0% ในบางสินค้า และสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจในประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

ทิศทางและบทสรุปในอนาคต

ในไม่ช้าหลังจากข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างไทยกับสหรัฐ ถูกจัดทำขึ้น ต้องมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อลงลึกในรายละเอียด อาทิ กติกาการซื้อสินค้า, แนวทางเกี่ยวกับการอนุมัติถิ่นกำเนิดสินค้า และแนวทางการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ หากประเทศไทยสามารถวางแผนและจัดการสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะยังคงสร้างความได้เปรียบในการค้าระหว่างประเทศได้อย่างแน่นอน

ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

การประชุมครม.ในครั้งนี้จึงมีความหมายไกลเกินกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในทันที เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมตัวของไทยในการสร้างการค้าที่มีความเป็นธรรมกับทุกประเทศ โดยเฉพาะในการประชุมระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการค้าระหว่างสองชาติ ที่ต้องมีการพัฒนาไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนตามเงื่อนไขของปัจจุบัน

ท้ายที่สุดนี้ การรักษาอัตราภาษีนำเข้า 0% ให้ได้มากที่สุด คือเป้าหมายหลักของฝั่งไทยเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องได้รับการสนับสนุนเต็มที่ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน หากคุณคือผู้ประกอบการหรือผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจ อาจต้องจับตาความเคลื่อนไหวในนโยบายภาษีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจและแผนการส่งออกของคุณในช่วงปลายปีนี้

ที่มา – ครม.นัดพิเศษใช้เวลา 1 เดือนสรุปภาษีสหรัฐ0%

อุตุนิยมวิทยาโลกจดสถิติ ‘ฟ้าผ่าเมกะแฟลช’ ยาวกว่า 800 กม. ในสหรัฐ

อุตุนิยมวิทยาโลกจดสถิติฟ้าผ่าเมกะแฟลชครั้งใหม่

เมื่อไม่นานมานี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ประกาศยืนยันสถิติใหม่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยฟ้าผ่าเมกะแฟลชครั้งนี้มีความยาวมากกว่า 800 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าสถิติเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเกิดขึ้นในพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ตั้งแต่ทางตะวันออกของรัฐเทกซัส จนกระทั่งขยายไปถึงพื้นที่ใกล้กับเมืองแคนซัสซิตีในรัฐมิสซูรี

ความน่าสนใจของฟ้าผ่าเมกะแฟลช

ฟ้าผ่าเมกะแฟลช เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากและต้องอาศัยสภาพอากาศที่เฉพาะเจาะจง เช่น การเคลื่อนตัวของอากาศร้อนเย็นปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดฟ้าผ่าขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ ความยาวของฟ้าผ่าครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการศึกษาสภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำและทันสมัย

สถิติเดิมถูกรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563 เหนือรัฐมิสซิสซิปปีและเทกซัส มีระยะทาง 768 กิโลเมตร พร้อมกับความคลาดเคลื่อนบวกหรือลบ 8 กิโลเมตร ซึ่งการประกาศครั้งล่าสุดขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าฟ้าผ่าที่เคยถูกบันทึกไว้ในปี 2560 นั้นน่าทึ่งกว่าที่ทุกคนคาดคิด

สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

  • ฟ้าผ่ายาวนานที่สุด: เกิดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ทางตอนเหนือของอุรุกวัยและอาร์เจนตินา โดยมีระยะเวลา 17.102 วินาที
  • ฟ้าผ่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุดทางอ้อม: เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ที่เมืองดรอนกาในประเทศอียิปต์ หลังฟ้าผ่าถังน้ำมันจนเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 469 ราย
  • ฟ้าผ่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในครั้งเดียวมากที่สุด: เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 ที่ประเทศซิมบับเว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ที่หลบฟ้าร้อนอยู่ในกระท่อมเดียวกัน

การจดจำปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งสำคัญ

ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเมกะแฟลชที่ยาวกว่า 800 กิโลเมตร นับเป็นการยืนยันถึงพลังมหาศาลของธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมหรือคาดเดาได้อย่างสิ้นเชิง การตรวจจับข้อมูลในครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถบันทึกข้อมูลของฟ้าผ่าจากอวกาศได้ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ลึกซึ้งขึ้น

ที่น่าสนใจคือ การย้อนกลับไปพิจารณาข้อมูลเดิมจากพายุเมื่อปี 2560 ได้นำไปสู่การค้นพบที่สำคัญบางอย่างที่ก่อนหน้านี้เคยถูกละเลยไป โดยปรากฏการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการออกแบบมาตรการความปลอดภัยในท้องถิ่นที่มีสภาพแวดล้อมเสี่ยงต่อฟ้าผ่า

สิ่งที่เรียนรู้จากสถิติฟ้าผ่าเมกะแฟลช

การมีสถิติเกี่ยวกับฟ้าผ่าที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดในโลกช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์และวางแผนเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สำหรับประชาชนทั่วไป ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเตือนให้ระมัดระวังเมื่ออยู่กลางแจ้งในช่วงฝนตกฟ้าผ่า ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท

ที่น่าทึ่งคือ ฟ้าผ่าที่สามารถเดินทางเป็นร้อยหรือพันกิโลเมตรในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ยิ่งสะท้อนความอันตรายและความรวดเร็วที่อาจเกิดกับสภาพแวดล้อมใดๆ บนโลกได้ และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นพบปรากฏการณ์อื่นๆอีกมากในอนาคต

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

หากคุณต้องการติดตามข่าวอัปเดตด้านวิทยาศาสตร์และสภาพอากาศ อย่าลืมติดตามเรามากมายที่สุดที่ ที่มา – คลิกที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น

เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เตือนพบวัตถุต้องสงสัยควรรีบประสานจนท.ตรวจสอบ

เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับชาวเมืองน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านกำลังทำการเก็บขยะที่มากับน้ำท่วมในพื้นที่ซอยโรงกลึงอำนวยพร อำเภอเมือง จังหวัดน่าน กลับพบวัตถุที่ดูน่าสงสัยซึ่งเป็น ‘ลูกระเบิด’ และ ‘ปืนครก’ ปะปนอยู่กับเศษขยะต่าง ๆ

เบื้องต้นทางศูนย์วิทยุ 191 ได้ประสานงานกับหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เพื่อเข้ามาทำการตรวจสอบและเก็บกู้ลูกระเบิดดังกล่าวไปทำลาย เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

น้ำลดแต่ยังมีภัยร้าย ระเบิดโผล่ในซากน้ำท่วม

หลังระดับน้ำท่วมในเมืองน่านลดลงเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนเริ่มสำรวจซากข้าวของที่เหลืออยู่ในบ้าน หรือแม้แต่บริเวณโดยรอบที่เคยถูกน้ำท่วม แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าแม้น้ำจะลดแล้ว แต่ก็ยังแฝงด้วยอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ลูกระเบิดและปืนครกที่ถูกค้นพบนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการระมัดระวังทุกครั้งที่เราต้องสัมผัสกับเศษซากหรือของที่ถูกพัดพามาจากน้ำท่วม

พบวัตถุต้องสงสัย ควรทำอย่างไร?

  • เมื่อพบวัตถุที่ผิดปกติหรือดูน่าสงสัย ห้ามสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายเด็ดขาด
  • รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เช่น โทรประสานศูนย์วิทยุ 191 หรือหน่วยความมั่นคงในพื้นที่
  • ประชาสัมพันธ์ข้อมูลนี้ต่อให้ใกล้ชิดและครอบครัว ห่างไกลจากภัยที่อาจเกิดขึ้น

ทางเจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนในพื้นที่ว่า เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เป็นคำเตือนที่สำคัญ เพราะอาจมีวัตถุอันตรายอื่น ๆ ซึ่งหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมาก่อน โดยเฉพาะในบริเวณที่เคยมีการเคลื่อนย้ายหรือผ่านของวัตถุได้ง่ายตามแรงน้ำ

ทุกคลิ้นน้ำมักพัดพาสิ่งอันตรายมาได้เสมอ

ในช่วงน้ำลดนี้ หลายคนอาจจะเริ่มสำรวจหรือทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะส่วนที่เคยถูกน้ำท่วม แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ น้ำท่วมสามารถพัดพาวัตถุ危險 (วัตถุอันตราย) มาได้โดยไม่คาดคิด ทั้งวัตถุเก่าแก่หรือระเบิดที่ไม่ได้ถูกใช้งาน

ที่ผ่านมาพบว่าระบบนิเวศเทคโนโลยีในเมืองไทยเองได้เริ่มใช้ระบบตรวจจับวัตถุระเบิดผ่านโดรนหรือเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าพอใจ

เรื่องนี้ไม่เพียงเป็นข่าวภัยพิบัติธรรมชาติเท่านั้น แต่นับว่าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสำรวจและกู้ภัย อย่าปล่อยให้ภัยใกล้ตัวกลายเป็นเรื่องเล็กที่อาจสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงได้

สุดท้ายนี้ หากคุณอาศัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และพบวัตถุต้องสงสัยใด ๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะความปลอดภัยไม่ควรรอช้า

ที่มา – เมืองน่านระทึก! น้ำลด ‘ระเบิด’ โผล่ เตือนพบวัตถุต้องสงสัยควรรีบประสานจนท.ตรวจสอบ