ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

บีจี 10 คนแซงชนะ เจ แผลงฤทธิ์ ยิงเกือบครึ่งสนาม – บุรีรัมย์ รอดตายหวุดหวิด

ฟุตบอลสโมสรอาเซียน ช็อปปี้คัพ 2025-26 กลุ่ม A เปิดฉากคู่แรกกับการแข่งขันที่น่าติดตามระหว่างทีมดังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีนักเตะไทยรุ่นใหญ่มากฝีมือ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นแกนนำ “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” บุกชนะ “กงอันฮานอย” จากเวียดนาม 2-1 อย่างหวุดหวิด ขณะเดียวกัน “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เจ้าของแชมป์เก่าสองสมัยก็มีผลงานน่าหวั่นใจ เมื่อได้เสมอ “สลังงอร์” ทีมมาเลเซีย 1-1 ภายในนาทีที่ 90+6 อย่างยิ่ง พบกับเกมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ

บีจี 10 คนแซงชนะ เจ แผลงฤทธิ์ ยิงเกือบครึ่งสนาม

เกมที่ทรู บีจี สเตเดียม เริ่มดำเนินไปอย่างเข้มข้น “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” ขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของอลัน กราฟิเต นาทีที่ 20 โดยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันเช่นไร ในช่วงท้ายครึ่งแรกนั้น มาเธอุส ฟอร์นาซารี ได้รับใบแดงไล่ออกจากสนามหลังมีแรงกระแทกต่อคู่แข่งอย่างรุนแรง ทำให้ทีมเจ้าบ้านเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนตั้งแต่ครึ่งหลังเป็นต้นมา

ชนาธิป แผลงฤทธิ์ ยิงชัยนาทีที่ 90+7

ครึ่งหลัง เจ้าเจ เร่งเกมบุกเพื่อตามตีเสมอ ถึงนาทีที่ 58 ก็สำเร็จเมื่อ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ พาบอลขึ้นหน้าและไม่พลาดโอกาส ยิงให้ทีมท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอล มาเท่ากันไว้ 1-1 เมื่อคิดว่าเกมจะจบด้วยผลเสมอ แต่ในนาทีที่ 90+7 เจ้าเจ แผลงฤทธิ์ ได้ลองเปิดบอลจาก flank ฝั่งขวา บอลมาตกใส่ขา “เจ” ที่วิ่งเข้าหาจังหวะในกรอบเขตโทษอย่างเหมาะเจาะ ก่อนจะใช้ซ้ายชิปให้บอลลอยข้ามมือผู้รักษาประตู หนีเสาแรกเข้าไปอย่างเท่ห์

การณีชนะในครั้งนี้ถือว่าดีสำหรับ บีจี ที่ยังสามารถควบคุมสกอร์ได้ในช่วงเวลาสำคัญถึงแม้จะเหลือผู้เล่นเป็น 10 คน

บุรีรัมย์รอดตาย ยืนเคียงขอบสนามทั้งทีม

อีกหนึ่งการแข่งขันในกลุ่ม A เกิดขึ้นที่ช้างอารีน่า ระหว่าง “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เจ้าของแชมป์เก่าสองสมัย พบ “สลังงอร์” ทีมมาเลเซีย ในนาทีที่ 38 ทีมเยือนก็สามารถขึ้นนำก่อนได้จาก คริกอร์ โมราเอส อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ที่ฟาดลูกสุดแรงเข้าไปในประตูตัวเองแทน ทำเอาแฟนบอล สีกันยูไนเต็ด โลกือกวนอย่างยิ่ง

ปีเตอร์ ซูลจ์ ยิงตีเสมอ นาทีที่ 90+6

อย่างไรก็ตามก่อนหมดเวลา “ปราสาทสายฟ้า” อึดอัดไม่ไหว ผลงานล่าสุดในเกมคืนจากความอยุติธรรมได้เสมอในนาทีที่ 90+6 ด้วยลูกยิงของปีเตอร์ ซูลจ์ ซึ่งทำเอาทั้งสนามประทานเสียงกรีดร้องออกมา พร้อมกับเสียงเศร้าของฟุตบอลมาเลเซียที่พลาดโอกาสคืนบ้านได้เต็ม 3 แต้ม

ดูผ่านเกมในรอบแรกของกลุ่ม A ฟุตบอลสโมสรอาเซียน ช็อปปี้คัพ 2025-26 จัดได้ว่าเป็นการกลับมาอุ่นเครื่องของผู้เล่นและหนีหนีมือของทีมไทยอย่างแท้จริง

คู่ต่อไปในวันที่ 24 กันยายนนี้เป็นดาร์บี้ไทยลีกอีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองอย่าง “บีจี ปทุม” เปิดสนามรังพบ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เพราะความคึกคะนองแข็งแกร่งจากครึ่งแรก ทำให้ทั้งสองทีมมีเป้าหมายใหม่ในการเตรียมฟอร์มในลีกนัดสำคัญนี้อย่างมากมาย

ที่มา – ‘บีจี’ 10 คนแซงชนะ ‘เจ’ แผลงฤทธิ์ ทดเจ็บยิงเกือบครึ่งสนาม – ‘บุรีรัมย์’ รอดตายหวุดหวิด

‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง ไม่เชื่อทำสร้อยหล่นหายระหว่างหนี 33 บาท

ความคืบหน้ากรณีโจรร้ายไรเดอร์ชิงทองรูปพรรณจากห้างทองในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ล่าสุด พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้เดินทางไปสอบปากคำนายวีรวัฒน์ หรือที่เรียกกันว่า อามร์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งระหว่างการสอบปากคำได้กล่าวอ้างถึงสาเหตุและเหตุการณ์อย่างละเอียด

‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง

จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้น นายวีรวัฒน์ อายุ 31 ปี อ้างว่าต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ่ายหนี้นอกระบบที่ตัวเองก่อไว้จากการลงทุนเปิดอู่ซ่อมรถ โดยผลักดันให้ต้องวางแผนชิงทรัพย์จากห้างทองแห่งหนึ่งในพื้นที่สมุทรปราการ จนสามารถกวาดทองไปได้กว่า 123 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

สำหรับการวางแผนก่อเหตุ วีรวัฒน์ใช้เวลาเตรียมความกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่การซื้อเสื้อผ้าปิดบังร่างกาย หมวกกันน็อค รวมถึงปรับโฉมรถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุ จุดประสงค์เพื่อป้องกันการถูกจดจำลักษณะยานพาหนะ

แผนการหลบหนีอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับญาติชายซึ่งมีชื่อว่านายอิทธิ์พงษ์ หรือ มด อายุ 28 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมแผนการหลบหนี โดยใช้เรือร่องสำรวจเส้นทางคลองในบริเวณที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และเตรียมจุดนัดขึ้นเรือเพื่อลดความเสี่ยง ภายหลังจากได้ทรัพย์แล้ว ทั้งสองจึงซุกทองไว้ใน 2 จุด ได้แก่ ตู้ลำโพงและบริเวณข้างต้นไม้ภายในบ้านพัก

อย่างไรก็ตามมีทองบางชิ้นสูญหายไป โดยผู้ต้องหาอ้างว่า “หล่นไปในคลองระหว่างพยายามหลบหนี” น้ำหนักทองที่หายไปคิดเป็นมูลค่ากว่า 33 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้คำสั่ง ผบช.ภ.1 ยังไม่เชื่อคำให้การดังกล่าว และจะขยายผลสอบสวนต่อเพื่อค้นหาทองคำที่ยังเหลือหาย เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

  • ใช้เวลาวางแผนก่อเหตุกว่าหนึ่งสัปดาห์
  • มีการปลอมตัวเพื่อป้องกันตัวตน
  • มีผู้ร่วมขบวนการเป็นญาติ
  • วางแผนเส้นทางหนีผ่านทางคลอง

ในส่วนของข้อกล่าวหา ขณะนี้มีข้อหาที่นายวีรวัฒน์และผู้ร่วมขบวนการต้องรับผิดชอบ ประกอบด้วยข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ” ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงรวมไปถึงการเป็นเจ้าของอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อไป

อีกทั้ง พล.ต.ท.สุรพล ได้กล่าวชมเจ้าหน้าที่ในชุดสืบสวนสอบสวนที่แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการตามล่าผู้ก่อเหตุ จนสามารถจับกุมได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุเตือนใจว่า แม้จะวางแผนไว้แม่นพอเพียงใด แต่เมื่อกฎหมายเคลื่อนไหวแล้ว สิ่งผิดกฎหมายย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้น การใช้พลังของกฎหมายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

หากคุณคิดว่าความผิดเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น อย่าลืมติดตามข่าวสารยุติธรรมเพื่อเป็นกำลังใจให้เครือข่ายความปลอดภัยในสังคมของเรา

ที่มา – ‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง ไม่เชื่อทำสร้อยหล่นหายระหว่างหนี 33 บาท

ฝน ปริตา แซ่บเกินต้าน ในชุดบิกินีเซ็กซี่

เมื่อนึกถึงนักแสดงวิกหมอชิต 7 สี หลายคนคงนึกถึงความหวานใส แต่สำหรับ “ฝน ปริตา” ล่าสุดเธอกลับมาสร้างกระแสความฮือฮาอีกครั้งบนโซเชียลมีเดียด้วยชุดบิกินีสุดแซ่บ จนทำเอาแฟนคลับและเหล่าเพื่อนศิลปินเข้ามาคอมเมนต์ถล่มทลาย

ล่าสุด ฝน ปริตา ได้อัปโหลดภาพชุดใหม่ในชุดว่ายน้ำแบบบิกินีสีสันสดใส สวมผ่านเอว ตัดกับรอยยิ้มละมุนที่สาวๆ หลายคนต้องหัวใจละลาย ขณะที่โจทย์การถ่ายภาพครั้งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งความเซ็กซี่ที่บอกเลยว่าถึงใจทุกช็อต

ฝน ปริตา แซ่บเกินต้าน จัดเต็มในชุดบิกินี

จากผลงานที่มักจะได้เห็นเธอในฐานะหญิงสาวเรียบร้อย หรือบทบาทน่ารักอยู่เสมอมา ฝน ปริตา ก็ยังคงความเป็นตัวของตัวเองไว้ได้อย่างลงตัว ครั้งนี้เธอเลือกใช้แพลตฟอร์มส่วนตัวอย่างอินสตาแกรมเป็นเวทีโชว์ความเป๊ะปัง ทำเอาชุมชนออนไลน์แห่ชมว่า “เกินเรื่อง” “แซ่บ” “เสียชื่อเลยนะพี่”

ความแรงระดับระเบิดของสาวฝน

ชุดนี้ ฝน ปริตา เลือกลุคที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เธอโพสท่าอย่างมั่นใจจนแทบไม่ต้องใช้แสงไฟเพิ่มเติม สวยเป๊ะตั้งแต่หน้าถึงเท้า รูปร่างสัดส่วนหุ่นแบบที่ใครๆ ก็อิจฉา และแน่นอนว่าใจกลางบรรยากาศร้อนระอุคนนี้ การมีใครสักคนที่สามารถเล่นกับบทบาทใหม่ๆ ได้อย่างรุดหน้ารุดหลังงี้ย่อมสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย

หลายคนบอกว่าการเปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนบทบาทบ้าง พักใหญ่ๆ ไม่ใช่แค่การทดลองสถานการณ์หรือถ่ายแบบเท่านั้น แต่มันคือการแสดงถึงความสามารถและความกล้าหาญในตนเองมากกว่าใคร เพราะถึงแม้เธอจะมีเส้นทางทางการแสดงที่จริงจัง แต่การใกล้ชิดสาธารณชนในรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างความสนุกสนานและการฟื้นคืนพลังภาพของตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน

  • ติดตามภาพชุดบิกินี่ ฝน ปริตา ได้ที่อินสตาแกรมส่วนตัว
  • รวมแฮชแท็กฮิต #ฝนปริตา
  • กดไลค์ให้เธอเลยเพราะความแซ่บเป๊ะปังแบบนี้ไม่ควรพลาด

ไม่ว่าใครจะว่ายังไง ความเปลี่ยนแปลงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่สำหรับเธอ เพราะเราขอชื่นชมความกล้าในชุดนี้ และเสียงแรงกระหึ่มจากคนเมืองไทยบนโลกโซเชียลกำลังสนับสนุนเธอเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าตัวที่ยังท้วงความเป็นตัวแม่ให้กลับมาาอย่างหนักแน่น

อย่าลืมไปกด Like Comment ให้กำลังใจเธอต่อภายในอินสตาแกรมเลยนะ!

ที่มา – ‘ฝน ปริตา’ แซ่บเกินต้าน จัดเต็มบิกินีสุดเซ็กซี่ ทวงบัลลังก์ตัวแม่ทำโซเชียลลุกเป็นไฟ!

เน็ตฟลิกซ์ลงทุนคอนเทนต์ไทยกว่า 6.5 พันล้านบาทใน 3 ปี

รายงานล่าสุดจาก เน็ตฟลิกซ์ เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2564 ถึง 2567 บริษัทได้ลงทุนในคอนเทนต์ไทยรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.5 พันล้านบาท ซึ่งนำไปสู่การสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ออริจินัลของไทยกว่า 20 เรื่อง และสร้างโอกาสในการจ้างงานมากถึง 13,500 ตำแหน่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย

เน็ตฟลิกซ์ลงทุนคอนเทนต์ไทยกว่า 6.5 พันล้านบาทใน 3 ปี

มาโลบิกา (เมล) บาเนอร์จี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน็ตฟลิกซ์ มั่นใจว่า การมีทีมงานประจำในกรุงเทพฯ ช่วยให้เข้าใจแวดวงการสร้างสรรค์ของไทยได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สิ่งนี้ทำให้คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดภาพทิวทัศน์ แต่ยังสื่อถึงวัฒนธรรม ศิลปะ และการเล่าเรื่องแบบไทยอย่างแท้จริง

เน็ตฟลิกซ์สนับสนุนผู้สร้างท้องถิ่น

ร่วมกับ เน็ตฟลิกซ์ หลายผู้สร้างคอนเทนต์ท้องถิ่นได้โอกาสในการผลิตผลงานคุณภาพสูงที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศไทย คอนเทนต์เหล่านี้ไม่เพียงได้รับความนิยมในประเทศ แต่ยังติดอันดับ Global Top 10 สำหรับคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษกว่า 15 เรื่อง พร้อมรับชมสะสมสูงถึง 750 ล้านชั่วโมง

เอกสารที่เปิดตัวในงานแถลงข่าวกรุงเทพฯ ยังระบุว่า การลงทุนของ เน็ตฟลิกซ์ สนับสนุนนโยบาย One-Family-One-Soft Power ของรัฐบาลไทย และขับเคลื่อนเป้าหมายการสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ผ่านการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรในวงการสร้างสรรค์

  • โครงการ Reel Life Camp: อบรมผู้สร้างเนื้อหารุ่นใหม่ 145 คน
  • โครงการฝึกอบรมด้านเทคนิค: มากกว่า 500 คนในตำแหน่ง VFX, ผู้ลำดับภาพ และ Line Producer
  • สนับสนุนผู้สร้างท้องถิ่นผ่านกองทุน Creative Equity ร่วมกับ CEA

ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า โครงการ Content Lab ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญกับ เน็ตฟลิกซ์ เพื่อพัฒนาระบบฝีมือของผู้สร้างสรรค์ไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ปราบดา หยุ่น โปรดิวเซอร์และนักเขียนบทจาก “Bangkok Breaking” ยังเสริมว่า คอนเทนต์ไทยบน เน็ตฟลิกซ์ ยังช่วยผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศไทย เช่น “สืบสันดาน” ที่ทำให้ Chateau De Khaoyai ได้รับความสนใจ และ “ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง

นับเป็นการยืนยันว่า เน็ตฟลิกซ์ลงทุนคอนเทนต์ไทยกว่า 6.5 พันล้านบาทใน 3 ปี ไม่เพียงเป็นการลงทุนเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

ในอนาคต หากประเทศไทยยังคงสนับสนุนการสร้างเนื้อหาคุณภาพร่วมกับ_เน็ตฟลิกซ์_อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยบนเวทีโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – “เน็ตฟลิกซ์”เผย 3 ปี ลงทุนคอนเทนต์ไทยแล้วกว่า 6.5 พันล้านบาท

พอลล่า เทเลอร์ ชัดเจนรีเทิร์นรัก ‘เต้ บรม’ เดทหวานย้อนวันวานที่ญี่ปุ่น

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ หลายคน เมื่อ พอลล่า เทเลอร์ ตัดสินใจกลับมาคบหาดูใจกับ เต้ บรม พิจารณ์จิตร อดีตแฟนหนุ่มที่เคยรักกันตั้งแต่วัยรุ่น หลังจากที่พอลล่าได้จบชีวิตคู่ลง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เริ่มกลับมาเติมเต็มอีกครั้ง ซึ่งจากล่าสุดในกิจกรรม “OLAY Ultra Firming ทุกวัน YOUNG ได้อีก” ทำให้เห็นได้ชัดว่าความรักครั้งใหม่ของทั้งสองกำลังผลิบานอย่างน่ารัก

พอลล่า เทเลอร์ ชัดเจนรีเทิร์นรัก ‘เต้ บรม’ เดทหวานย้อนวันวานที่ญี่ปุ่น

พอลล่า เทเลอร์ เผยว่า “ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาชอบค่ะ ไปได้ตลอดเลย ถามว่ามีโมเมนต์หวานไหมก็ Always เล่นครื่องเล่นกันทุกอย่างเลย กลัวก็ต้องขึ้นค่ะ เขาก็เล่นด้วยแต่บอกว่าน่ากลัวมาก เราเป็นคนอยากไปค่ะ ชอบ เป็นการย้อนวันวานค่ะ เหมือนนินเทนโด มาริโอ้ มันอยู่กับเรามาตั้งแต่เราเด็กๆ” การกลับไปใช้ชีวิตเหมือนสมัยวัยเด็กนั้นทำให้ทั้งคู่รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ความหวานแบบปั๊บปี้เลิฟ

ตามที่พอลล่าเคยประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงและมีครอบครัวมาแล้ว ครั้งนี้เธอเผยอีกว่า ความรักกับเต้ บรม นั้นเริ่มกลับมาเป็นกันเองมากขึ้น “ไม่มีวันต้องหยุดปรับ ถ้าหยุดเมื่อไหร่ก็เหมือนเราไม่ได้พยายามอีกแล้ว” พอลล่ากล่าว ความเข้าใจผิดและช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเป็นการเติมเต็มให้ความรักรอบนี้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พอลล่ามักเดินทางไปเที่ยวทั้งกับลูกๆ และครอบครัว เธอเล่าให้ฟังว่า “อยู่กับเด็กๆ ทุกวัน เป็น every day is mother’s day ด้วย ไปเที่ยวกับลูกๆ ตอนวันแม่ ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก” พร้อมกับเปิดใจว่า ปัจจุบันเธอใช้เวลาทั้งกับการเลี้ยงดูลูกและการทำงานบางอย่างผ่านอินสตาแกรม

พอลล่าเล่าว่า “ลูกคนเล็กก็ต้องปรับตัวจากประเทศนอกกลับมา ยังมีกังวลเรื่องภาษา พูดไทยไม่ค่อยเก่งเลยตอนแรก” แต่ตอนนี้เขาก็พัฒนาอย่างมาก “เขาโตขึ้น เพราะไม่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ตลอดเวลา ก็เหมือนต้องเรียนรู้เรื่องปรับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี” เธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

แม้ช่วงนี้พอลล่าอาจยังไม่ค่อยได้รับงานในวงการบันเทิงมากนัก แต่เธอก็ยังเปิดใจว่า “มีคนติดต่อมาบ้าง บางทีคิวอาจจะไม่ลงตัว ค่อยๆ ดูกันไป ถ้ามีบทบาทที่รู้สึกว่า 100% เซย์เยสมาก ก็ยังเล่นอยู่” ดังนั้นแฟนๆ คงต้องจับตาดูผลงานจากเธอในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นแม่ที่ทุ่มเท หรือเป็นคนที่กลับมาผลิบานในความรัก พอลล่า เทเลอร์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนอีกครั้ง ความรักกับ เต้ บรม ที่เริ่มต้นจากอดีตกว่าจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่เต็มอิ่ม พร้อมโมเมนต์หวานๆ จากเดทที่ญี่ปุ่น ย่อมทำให้เราเชื่อได้ว่า พอลล่าคือคนผู้หญิงที่สายทุกอย่างแต่ไม่เคยสายเกินโอกาส

ที่มา – ‘พอลล่า เทเลอร์’ ชัดเจนรีเทิร์นรัก ‘เต้ บรม’ เดทหวานย้อนวันวานปั๊บปี้เลิฟที่ญี่ปุ่น

AIS ยิงสดศึกคนชนคนแพ็กเกจใหม่ NFL Season Pass 2025

ถึงเวลาเตรียมตัวให้พร้อมกับความมันส์ระดับโลก! แฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอลห้ามพลาดกับแพ็กเกจใหม่ล่าสุด “NFL Season Pass 2025” จาก AIS ที่จะพามาเต็มทุกแมตช์สำคัญของกีฬาอเมริกันฟุตบอลชั้นนำของโลกอย่างถูกลิขสิทธิ์ ทั้งรอบปกติ (Regular Season), เพลย์ออฟ ไปจนถึงศึก Super Bowl LX ที่จะเป็นจุดหมายปลายทางอันยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกีฬาอเมริกันฟุตบอล ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ Levi’s Stadium รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

AIS ยิงสดศึกคนชนคนแพ็กเกจใหม่ NFL Season Pass 2025

แพ็กเกจ “NFL Season Pass 2025” เปิดโอกาสให้ลูกค้า AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชมการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในทุกฤดูกาล โดยเริ่มเปิดให้สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ในราคาเพียง 999 บาทต่อฤดูกาล (ไม่รวม VAT) เพียงกด *678*12# โทรออก ก็สามารถสมัครรับสิทธิ์ได้ทันที พร้อมรับชมความมันส์ยาวตั้งแต่รอบ Pre-season อุ่นเครื่อง ไปจนถึงซูเปอร์บาว์ลที่คึกคักที่สุดของปี

แมตช์อุ่นเครื่องฟรี 2 คืนสุดพิเศษ!

ก่อนเข้าสู่ศึกการแข่งขันเต็มรูปแบบในเดือนกันยายนนี้ ลูกค้า AIS จะได้ลิ้มลองความอร่อยกับแมตช์อุ่นเครื่องแบบ Pre-season ฟรี ใน 2 คืนสุดพิเศษ ได้แก่:

  • 22 สิงหาคม 2568 – นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ พบ นิวยอร์ก ไจแอนส์ เวลา 07.00 น.
  • 23 สิงหาคม 2568 – มินนิโซตา ไวกิงส์ พบ เทนเนสซี ไททันส์ เวลา 07.00 น.

ใครที่เป็นแฟนบอลตัวยงของกีฬาอเมริกันฟุตบอล ต้องไม่พลาดโอกาสเด็ดๆ นี้! ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า AIS มือถือรายเดือน, เติมเงิน หรือแม้แต่ลูกค้า AIS FIBRE3 ก็สามารถรับชมได้แบบง่ายๆ ผ่าน AIS PLAY ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวี ทำให้คุณไม่ต้องพลาดทุกช่วงเวลาของการชนกันอย่างตื่นเต้นระทึกถึงเหลี่ยม!

ด้วยเครือข่ายที่มั่นคงที่สุด และแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจรของไทย AIS ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านการให้บริการคอนเทนต์กีฬาและความบันเทิงระดับพรีเมียม ทั้งแบบสดและออนดีมานด์ ให้แฟนๆ ได้ประสบกับบรรยากาศใกล้เคียงสนามจริงที่สุด

อย่ารอช้า! รีบสมัคร “NFL Season Pass 2025” ตอนนี้แล้ว เตรียมท่าทางให้พร้อมสำหรับฤดูกาลที่สุดมันส์ของกีฬา Amerian Football ไว้ก่อนใคร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.th/nfl

ความบันเทิงที่เกินกว่าน้ำหนักจากการชมการชนกันของเหล่านักฟุตบอลผู้ดุดันและเต็มไปด้วยกลยุทธ์ หากคุณเป็นคนรักสปอร์ตที่ต้องการประสบการณ์แบบเต็มสายตา ต้องกดรับ AIS ตอนนี้เลยเวลาสาย!

ที่มา – “AIS” ยิงสด ศึกคนชนคน กับแพ็กเกจใหม่ล่าสุด “NFL Season Pass 2025”

ร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ก้าวสู่ทศวรรษทองใหม่

แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง เป็นเส้นทางแห่งชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนในลุ่มน้ำทั้ง 6 ประเทศ ความร่วมมือ “ล้านช้าง-แม่โขง” นี้เริ่มต้นจากน้ำ สะท้อนถึงปณิธานร่วม “ดื่มน้ำสายธารเดียวกัน โชคชะตาผูกพันกัน” พร้อมด้วยวัฒนธรรมที่เน้น ความเสมอภาค การช่วยเหลือ และผูกพันกันเหมือนครอบครัว.

จิตวิญญาณแห่งความร่วมมือนี้ยังส่งเสริม “การพัฒนามาก่อน การปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม การดำเนินการจริงจังมีประสิทธิภาพ และการเปิดกว้างรอบด้าน” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้เกิดเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ร่วมมือกันก้าวสู่ทศวรรษทองใหม่ แห่งความร่วมมือ “ล้านช้าง-แม่โขง”

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือของประเทศในลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่โขง ได้ก่อให้เกิดผลตอบสนองที่เป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาในหลายด้าน เช่น การป้องกันอาชญากรรม การเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน จนไปถึงการทำงานร่วมกันเพื่อลดความยากจนและส่งเสริมสุขภาพ

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศระดับสูง ครั้งที่ 10

ไม่นานมานี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิก ได้ประชุมกันในมณฑลยูนนาน เพื่อหารือและตั้งเป้าหมายในการร่วมมือกันในระยะต่อไป โดยมี นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย เป็นประธานร่วม พร้อมแถลงเป้าหมาย “ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง 2.0” ที่เน้น ความสามัคคี นวัตกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันของประเทศในภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนอย่างจริงใจเกี่ยวกับการรักษาความสันติภาพ ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

ในฐานะประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค จีนได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการต่อยอดความสัมพันธ์เพื่อนบ้านที่ดี และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งกับประเทศในภูมิภาค ผ่านรูปแบบความร่วมมือที่โปร่งใสและได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ในปีนี้ ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่จีนและไทยจะเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 50 ปี ในฐานะ “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” การสนับสนุนและทำงานร่วมกันในเวทีระดับสูงของกลุ่มประเทศล้านช้าง-แม่โขง จะทำให้ความสัมพันธ์นี้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่า ความก้าวหน้าในประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์จีน-ไทย และพัฒนาการที่เข้มแข็งของความร่วมมือในรูปแบบล้านช้าง-แม่โขง จะนำไปสู่ผลกระทบที่ดีต่อทุกประเทศ ทุกประชาชนในภูมิภาค และยังมีส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นสันติสุข

หากคุณกำลังมองหาความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างผลกระทบเชิงบวกจริงๆ “ล้านช้าง-แม่โขง” เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ร่วมมือกันก้าวสู่ทศวรรษทองใหม่ แห่งความร่วมมือ “ล้านช้าง-แม่โขง”

วุฒิสภาจับมือมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพิ่มประสิทธิภาพงานนิติบัญญัติ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อสนับสนุนการนำองค์ความรู้และผลการวิจัยมาใช้เป็นข้อมูลในการออกกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วุฒิสภาจับมือมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพิ่มประสิทธิภาพงานนิติบัญญัติ

กิจกรรมครั้งนี้มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-2 อาคารรัฐสภา โดยมี นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา ร่วมลงนามกับ รศ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รศ. ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ความร่วมมือแบบนี้ถือเป็นการยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคการศึกษาในการกำหนดนโยบายของประเทศ โดยให้องค์ความรู้ทางวิชาการเข้าไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับงานนิติบัญญัติ

ความสำคัญของความร่วมมือด้านงานกฎหมาย

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสารเท่านั้น แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง “ผู้ผลิตองค์ความรู้” อย่างมหาวิทยาลัย กับ “ผู้กำหนดนโยบาย” อย่างวุฒิสภาให้มีความใกล้ชิด เพื่อให้กฎหมายที่ออกมามีความถูกต้อง ทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการจริงของสังคม

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นพยาน เช่น นายพีระพจน์ รัตนมาลี รองเลขาธิการวุฒิสภา, ศ. ผิวพรรณ มาลีวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มข. และ ผศ. ดร. มณฑิรา นพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายอุตสาหกรรมและภาคีความร่วมมือ มจธ.

ความร่วมมือดังกล่าวเชื่อว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการปลูกฝังวัฒนธรรมการบริหารราชการบนพื้นฐานของหลักฐาน (Evidence-based Policy Making) ซึ่งนำไปสู่กฎหมายที่มีคุณภาพและยั่งยืนสำหรับอนาคตของประเทศไทย

ในยุคที่ข้อมูลและองค์ความรู้มีบทบาทมากขึ้น ความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยและสภานิติบัญญัติจะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสู่ความสำเร็จ

การลงนามครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวการร่วมมือธรรมดา แต่ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งสองภาคส่วนในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์แห่งชาติและประชาชน

ที่มา – วุฒิสภา จับมือ 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ หนุนใช้องค์ความรู้-วิจัย เพิ่มประสิทธิภาพงานนิติบัญญัติ

การบินไทย เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ–ออสโล ครบ 1 ปี

รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงาน “Agent Appreciation Night 2025” ณ เรณู เกษรวิลเลจ ราชประสงค์ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ท่ามกลางบรรยากาศสุดตระการตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเหนือ ภายใต้ธีม “Back Through Time – 120 Years to Celebrate the Diplomatic Relations between Thailand and Norway” ตอกย้ำความร่วมมืออันแน่นแฟ้น พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ปี ของการกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–ออสโล ทุกวัน เพื่อเชื่อมโยงเอเชียและสแกนดิเนเวียเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และแสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรทางธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารและคาร์โก้, ลูกค้าองค์กร, อะวีนอร์ ออสโล แอร์พอร์ต (Avinor Oslo Airport), รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ–ออสโล อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางเทย์เออะ มาร์ที่เนอะ อ็อตมันน์ (Thea Martine Ottmann) อัครราชทูตผู้รักษาการแทนเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ตลอดจนภาคีธุรกิจจากนอร์เวย์ ร่วมแสดงความยินดี สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดี

เฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี กรุงเทพฯ–ออสโล

บรรยากาศงานถ่ายทอดเรื่องราวจุดกำเนิดแห่งสายสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นอร์เวย์ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผสานเข้ากับความงดงามของแสงเหนืออันเลื่องชื่อแห่งนอร์เวย์ พร้อมกิจกรรมมากมาย อาทิ การจัดแสดงชุดเครื่องใช้สำหรับผู้โดยสาร (Amenity Kits) ที่สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการบินไทย และแฟชั่นโชว์ถ่ายทอดเสน่ห์แฟชั่นไทย–นอร์เวย์อย่างลงตัว

พลิกโฉมด้วยอาหารไทย–สแกนดิเนเวีย

ไฮไลท์ของงานคือ เมนูพิเศษรังสรรค์โดย เชฟผู้มากประสบการณ์และผู้เข้าแข่งขันรายการ Hell’s Kitchen Thailand ที่นำวัตถุดิบชั้นเลิศจากสองวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เมนูเฉพาะงานนี้ อาทิ “นอร์วีเจียนแซลมอนปิ๊กบ้าน (Norwegian Salmon Pik Baan)” ที่ผสมผสานแซลมอนสดคุณภาพจากนอร์เวย์เข้ากับรสชาติข้าวซอยล้านนาได้อย่างกลมกล่อม ถัดมาคือ หอยเชลล์ส่องแสงเหนือ (Scallop’s Aurora) หรือ ที่สื่อถึงประสบการณ์การค้นพบแสงเหนืออันงดงาม ผ่านรสชาติหวานนุ่มของหอยเชลล์ ผสานกับรสเปรี้ยวสดชื่นของ calamansi ที่ทำให้จานนี้ทั้งละมุนและน่าตื่นตา ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ส้มฉุนเกร็ดหิมะ (Som Chun Granita) ขนมในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่นำมาปรุงอย่างร่วมสมัย ด้วยการคัดสรรผลไม้ชั้นดีจากทุกภูมิภาค อาทิ เงาะและสละจากจันทบุรี ลิ้นจี่จากเชียงใหม่ ส้มโอจากนครปฐม และมะม่วงเบาจากภาคใต้ ผสานเข้ากับกรานิตาส้มซ่ามะนาว ให้รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล และมอบประสบการณ์รสชาติที่น่าประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

การเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ–ออสโลทุกวัน เป็นการเปิดประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศนอร์เวย์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การท่องเที่ยว ไปจนถึงวัฒนธรรม และแน่นอนว่าผู้โดยสารที่เลือกใช้บริการก็จะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะกับคุณภาพการบริการที่เป็นจุดเด่นของ การบินไทย ที่พร้อมเนรมิตทุกเส้นทางให้เต็มไปด้วยความประทับใจ อย่างที่ควรเป็นสำหรับสายการบินแห่งหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมกับอดีตกว่าครึ่งศตวรรษ

ที่มา – การบินไทย ครบ 1 ปีกลับมาเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ–ออสโล

ตร.ศรีสะเกษรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้นำกัมพูชา

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมมือกับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ฝ่ายสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ และหน่วย EOD ในการลงพื้นที่ 7 จุดในตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อเก็บวัตถุพยานและชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่ยังค้างอยู่ พร้อมจัดทำสำนวนคดีเพื่อดำเนินคดีทั้งในส่วนของ อาญาและแพ่ง กับผู้นำของกัมพูชาที่ใช้อาวุธสงครามยิงใส่พลเรือน

ตร.ศรีสะเกษรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้นำกัมพูชา

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้ อาวุธสงคราม ยิงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึง造成ความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งสำรวจพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน ประเมินความเสียหาย และสอบสวนพยานเพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนก่อนที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

จุดที่ตรวจพบวัตถุระเบิด BM-21

ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ พบว่า BM-21 หรือที่เรียกว่ากราด (Grad) ซึ่งเป็น อาวุธสงคราม ที่มี威力ทำลายล้างสูง ได้ตกอยู่ในหลายจุดสำคัญในบริเวณตำบลบ้านผือและเมือง อ.กันทรลักษ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อแต่ละพื้นที่ทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยจุดที่เก็บหลักฐานได้มีรายละเอียดดังนี้:

  • ร้านค้าของบ้านพ่อนารี ถูกทำลายทั้งหลัง
  • บ้านยายสำราญ มีกำแพงเสียหาย
  • ที่ทำการ อบต.เมือง หลังคาและฝ้าชำรุด
  • ทุ่งนาที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.น้ำยืน ซึ่งมียายวัย 60 ปีเสียชีวิตขณะทำงาน และยังมีระเบิด BM-21 ตัวหนึ่งยังไม่ถูกทำลาย
  • ร้านข้าวและบ้านยายคำพอง ซึ่ง BM-21 ตกห่างจากร้านประมาณ 10 เมตร ทำให้บ้านและร้านเสียหาย
  • อู่ซ่อมรถของนายสงกรานต์ รถเสียหายทั้งหมด 5 คัน
  • บ้านของชาวบ้านในน้ำเย็นใต้ หมู่ 9 ถูกทำลาย

การปะทะนี้มิใช่แค่เหตุการณ์ระดมยิงธรรมดา แต่เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับ อาวุธสงคราม และเปิดโอกาสให้เกิดความละเมิดสิทธิพลเมืองอย่างรุนแรง ซึ่งหน่วยงานของไทยไม่พร้อมปล่อยให้กรณีนี้จบลงอย่างง่ายๆ พวกเขาอยู่ระหว่างจัดหาพยานทั้งภาพถ่าย, ชิ้นส่วนระเบิด และการให้ปากคำของพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อยื่นต่อศาลไทยและอาจส่งผ่านทางการระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาความรับผิดชอบในระดับนานาชาติ

ในฐานะพลเมืองที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าพรมแดนที่อยู่ใกล้ไม่เพียงแค่ควรระวัง แต่ควรได้รับการปกป้องจากผู้มีอำนาจอย่างเต็มรูปแบบ การรับมือกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ อาวุธสงคราม และการรุกรานจากดินแดนเพื่อนบ้าน ย่อมต้องมีทั้งการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา และการดำเนินคดีตามกฎหมายหลากหลายทาง

เราขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานที่ทำงานอย่างละเอียดเพื่อความยุติธรรมในครั้งนี้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่คดีท้องถิ่น แต่เป็นประเด็นความมั่นคงระดับชาติที่ต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ‘ตร.ศรีสะเกษ’ รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิด ‘อาญา-แพ่ง’ ผู้นำ ‘กัมพูชา’ ใช้อาวุธสงครามยิงใส่พลเรือน