ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตาวัย 75 ตีปู่วัย 80 เสียชีวิต จบรักสามเส้าแย่งจีบสาวใหญ่

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่น่าสะพรึงใจและชวนให้คิด หลังจากเกิดเหตุ ตาวัย 75 ตีปู่วัย 80 เสียชีวิต จนกระทั่งนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ในครอบครัวและความรักสามเส้าที่วุ่นวายจนถึงขั้นใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

ตาวัย 75 ตีปู่วัย 80 เสียชีวิต

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ประภาษ เพลครบุรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.แวงใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทโดยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่บริเวณบ้านเลขที่ 71 หมู่ 8 ตำบลโนนทอง อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิติ พิมพ์ภูมี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลแวงใหญ่ แพทย์เวรโรงพยาบาลแวงใหญ่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบศพของนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 80 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้า พบบาดแผลฉกรรจ์ที่ขมับขวาเลือดไหลนองเต็มพื้น ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายซี (นามสมมุติ) อายุ 75 ปี ยืนถือเสียมอยู่ในสภาพมึนเมาสุรา และยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์ความรุนแรงจากการแย่งชิงความรัก

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายซีให้การว่า ตนเองได้ซื้อสุรามานั่งดื่มอยู่หน้าบ้านของนางบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้หญิงโสดอายุ 56 ปี ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ภายหลังนายเอ วัย 80 ปี มาร่วมวงดื่มด้วย และเริ่มพูดจาเสียดสีว่าตนแอบชอบนางบี ทำให้เกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง

นางบีพยายามสงบสถานการณ์ โดยไล่ทั้งสองชายออกไปจากบ้านเพื่อไม่ให้ทะเลาะกัน แต่เมื่อทั้งสองคนออกมาที่ทุ่งหญ้าหน้าบ้าน บรรยากาศก็แปรเปลี่ยนเมื่อนายซีคว้าเสียมฟาดเข้าที่ศีรษะของนายเออย่างรุนแรง ส่งผลให้นายเอเสียชีวิตทันที

บทเรียนที่ได้จากกรณี ตาวัย 75 ตีปู่วัย 80 เสียชีวิต

  • การดื่มสุรามากเกินไปสามารถกระตุ้นอารมณ์ให้เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
  • ความรักหรือความคิดถึงไม่ควรเป็นเหตุผลให้ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น
  • การแก้ปัญหาด้วยความสงบและการพูดคุยเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเสมอ

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อนายซี และอยู่ระหว่างดำเนินคดีเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปอย่างเข้มงวด

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าความรู้สึกนั้นหากไม่ควบคุมตนเองให้ดี อาจกลายเป็นวายกรรมร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้อื่นและตนเองได้ ขอให้ทุกคนรู้เท่าทันความรู้สึกของตนเอง และหาทางออกที่สันติเสมอครับ

ที่มา – ตาวัย 75 ตีปู่วัย 80 เสียชีวิต จบรักสามเส้าแย่งจีบสาวใหญ่

คุณยายวัย 74 พบงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ใต้ตู้เสื้อผ้า

เรื่องราวที่น่าตกใจเกิดขึ้นในจังหวัดตรัง เมื่อคุณยายวัย 74 ปีได้พบเจอเหตุการณ์ที่ไม่อยากเชื่อ ในวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่นางภิญโญ พลบูรณ์ อายุ 74 ปี ไปเปิดตู้เสื้อผ้าในบ้าน กลับพบว่ามีงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทยซ่อนตัวอยู่ใต้ตู้ ทำให้คุณยายถึงกับช็อกสุดขีด และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างภักดีตรังมารับผิดชอบจับงูอันตรายตัวนี้ออกไป

คุณยายวัย 74 พบงูทับสมิงคลาใต้ตู้เสื้อผ้า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 4 ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งนางภิญโญเผยว่า ขณะที่ตนนั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน เห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้าบ้าน ลูกสาวบอกว่าอาจเป็นงูปล้องทอง แต่เมื่อเธอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันคืองูทับสมิงคลาซึ่งเป็นงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทย เธอกล่าวว่าเคยเห็นแต่ในสมัยที่แฟนตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ของตนนั้นไม่เคยพบ จึงตกใจอย่างมากเมื่อพบเห็นเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่เร่งปฏิบัติภารกิจกู้ภัย

จากเหตุการณ์นี้ นายสุพัฒน์ เอียดชะตา ฉายา “เบ็นซ์ อสรพิษ” เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างภักดีตรัง ได้รับแจ้งและรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ หลังจากใช้เวลาค้นหานานเกือบ 30 นาที เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทย หรือ งูทับสมิงคลาตัวนี้ได้สำเร็จ ซึ่งจากการตรวจพบว่าเป็นงูเพศเมีย มีความยาวมากถึง 1 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และอยู่ในวัยเต็มวัย มีความเสี่ยงสูงหากมีการต่อยคน

เบ็นซ์ กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกในช่วงสามปีที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้จับงูทับสมิงคลาในพื้นที่จังหวัดตรัง เขากล่าวว่าตนเองเคยจับงูมานับพันตัว แต่การเจองูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทยในพื้นที่ภาคใต้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด

คำเตือนสำหรับชาวบ้านที่พบงูทับสมิงคลา

ด้วยความอันตรายของงูทับสมิงคลาที่ถือว่ามีพิษรุนแรงที่สุดในเมืองไทย ทางเจ้าหน้าที่ขอเตือนให้ชาวบ้านที่พบงูชนิดนี้ หากไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์รับมือ อย่าพยายามจับเอง แต่ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เบ็นซ์แนะนำให้โทรแจ้งที่เบอร์ 095-081-2289 ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการเผชิญหน้ากับงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทยในลักษณะผิดๆ อาจเสี่ยงต่อชีวิตได้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขอให้ประชาชนเฝ้าระวังความปลอดภัยโดยรอบบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่ออกนอกบ้าน เช่น ไปเก็บยางพารา หรือทำไร่ทำนา เพราะงูชนิดนี้มักซ่อนตัวในที่มืด และใช้การกัดเป็นการป้องกันตัวเมื่อรู้สึกว่าถูกคุกคาม

จากเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่ที่เคยคิดว่าการพบเจองูมีพิษในระดับนี้เป็นเรื่องที่เกิดยาก แต่ความเป็นจริงแล้ว ความใกล้ชิดของธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัย ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ ดังนั้น การเตรียมตัวและการมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทยจึงเป็นสิ่งที่ทุกครัวเรือนควรมีไว้

อย่าละเลยความปลอดภัยเมื่อพบงูในบ้าน อย่าล้าที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา

ที่มา – คุณยายวัย 74 ช็อกสุดขีดเปิดตู้เสื้อผ้า เจองูพิษร้ายแรงอันดับ 1 ของไทย

“งูใหญ่” สนใจฉุด “โอนานา” คืนถิ่นเก่าหลังผีจ้องโละทิ้ง

อินเตอร์ มิลาน หรือที่แฟนบอลไทยคุ้นเคยในชื่อ “งูใหญ่” กำลังอยู่ในข่าวลือที่น่าจับตามอง เมื่อพวกเขากำลังพิจารณาคว้าตัว อองเดร โอนานา มือกาวทีมชาติแคเมอรูน กลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวมีแนวโน้มว่าจะหมดอนาคตกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอนาคตอันใกล้นี้

“งูใหญ่” สนใจฉุด “โอนานา” คืนถิ่นเก่าหลังผีจ้องโละทิ้ง

ในนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดแพ้ให้อาร์เซนอล 0-1 นั้น โอนานา ไม่มีชื่อลงสนามใด ๆ เลย ซึ่ง สื่อ “เดอะ ซัน” รายงานว่า แม้โค้ชอย่าง รูเบน อโมริม จะยืนยันว่าผู้รักษาประตูรายนี้ไม่ได้ถูกดร็อป แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บที่สะสมในช่วงปรีซีซั่น ทำให้เขาไม่สามารถลงสนามซ้อมหรือร่วมทีมได้

สถานการณ์ของโอนานารอยแรงเป็นจุดสนใจ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับ โอนานา ทางด้านต้นสังกัดอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีท่าทีที่อาจปล่อยตัวนักเตะรายนี้ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีการรายงานว่าสโมสรไม่แฮปปี้กับฟอร์มโดยรวมของมือกาววัย 29 ปี ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

ทางฝั่ง “งูใหญ่” หรือ อินเตอร์ มิลาน กลับแสดงความสนใจอย่างแข็งขัน เพราะถือว่าโอนานาคือตัวเลือกที่ดีในการเสริมทัพ โดยเฉพาะเมื่อมือกาวหลักอย่าง ยานน์ ซอมเมอร์ วัย 36 ปี เริ่มมีอาการต้องแบกรับภาระสูง

ทั้งนี้ ยังมีข่าวว่า อินเตอร์ มิลาน อาจมีข้อเสนออย่างจริงจังหาก แมนยู พร้อมปล่อยตัว โอนานา ออกจากทีม ซึ่งทุกอย่างน่าจะชัดเจนก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์

  • โอนานา ไม่มีชื่อลงสนามเกมเปิดฤดูกาลของ แมนยู
  • อินเตอร์ มิลาน จับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ยูไนเต็ด เล็งปล่อยตัวโดยอาจให้โอกาสเจ้าหน้าที่ใหม่

ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดซื้อขายในซัมเมอร์ปีนี้อีกครั้งเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะกับสถานการณ์ของ โอนานา ที่ “งูใหญ่” ขยับเข้ามาจับตามองเพื่อดึงคืน ซึ่งโอกาสในการกลับถิ่นเก่าของเขานั้นยังมีสูง

การกลับมาของ โอนานา อาจช่วยเติมเต็มแนวรับของ อินเตอร์ มิลาน ที่ต้องการตัวผู้รักษาประตูมือคมเพื่อพาทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้า ทั้งในเวทีลูกหนังท้องถิ่นและศึกแชมเปียนส์ลีก

ที่มา – “งูใหญ่” สนใจฉุด “โอนานา” คืนถิ่นเก่าหลังผีจ้องโละทิ้ง

ทนายชนินทร์อัด DSI ลงพื้นที่เขากระโดง

ทนายชนินทร์อัด DSI ลงพื้นที่เขากระโดง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความคดีพิพาทที่ดินเขากระโดง ได้ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่บริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้คำอ้างของการ “สืบสวนเบื้องต้น”

ทนายชนินทร์ เผยว่า ในทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเริ่มมีอำนาจเต็มตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ก็ต่อเมื่อ “คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติรับเรื่องนั้นไว้เป็นคดีพิเศษ” ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกัน ไม่ใช่เพียงแค่มีข่าวสารหรือคำสั่งภายในใดๆ ที่ยังไม่มีการมติอย่างเป็นทางการ

ประชาชนถือครองที่ดินอย่างสุจริต

ทนายกล่าวว่า พื้นที่เขากระโดงมีที่ดินกว่า 995 แปลง ซึ่งเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิครบถ้วน เช่น โฉนดและน.ส.3 ประชาชนจำนวนมากครอบครองที่ดินดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี และมีการซื้อขายโดยผ่านการรับรองของเจ้าหน้าที่ที่ดินตามกระบวนการกฎหมายอย่างถูกต้อง

  • เอกสารสิทธิครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย
  • ประชาชนใช้ที่ดินอย่างสุจริตและต่อเนื่อง
  • เจ้าหน้าที่ที่ดินรับรองการทำธุรกรรมอย่างถูกต้อง

หากจะกล่าวหาว่าเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐโดยไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่หรือศาล ก็เท่ากับแปรผันบทบาทของเจ้าหน้าที่ที่ควรปกป้องกฎหมายไปเป็นผู้รุกล้ำสิทธิของประชาชนโดยตรง

คณะกรรมการมีมติไม่เพิกถอนสิทธิของประชาชน

ทนายระบุต่อว่า คณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิของประชาชน เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถนำหลักฐานการครอบครองที่ดินมาก่อนของประชาชนมาแสดงได้ อีกทั้งอธิบดีกรมที่ดินและรองปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ยืนยันคำสั่ง “ยกอุทธรณ์” ดังกล่าวแล้ว

ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ DSI จะเข้าพื้นที่เพื่อทำแผนที่ ชี้แนวเขต หรือจัดรวบรวมพยานหลักฐาน โดยอ้างว่าเป็น “การสอบสวนเบื้องต้น” โดยไม่มีมติรับคดีอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการคดีพิเศษ ถือว่าเป็นการล่วงละเมิดอำนาจอย่างชัดเจน

ประชาชนไม่ยอมให้ละเมิดสิทธิในชื่อความยุติธรรม

หากการดำเนินการไม่มีกฎหมายรองรับ และส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยตรง อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งนับว่าเป็น “การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตหรือเกินอำนาจ”

ทนายชนินทร์ กล่าวสรุปว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ควรเรียกชื่อตรงๆ ว่า “การใช้ DSI เป็นเครื่องมือของอำนาจการเมืองในการรุกล้ำสิทธิของประชาชน” และประชาชนจะไม่ยอมให้ความยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือของการละเมิด

หากคุณเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่เขากระโดง ควรติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และหากพบการละเมิดสิทธิ ควรปรึกษาทนายความเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองตามกฎหมาย

ที่มา – ‘ทนายชนินทร์’อัดยับ DSI. ลงพื้นที่เขากระโดง กก.ต้องรับเป็นคดีพิเศษ

ไม่บ่อยนัก! แมวลายหินอ่อน โผล่อวดโฉมที่เขาใหญ่

ไม่ใช่ทุกวันที่เราจะได้เห็นภาพของแมวลายหินอ่อนที่หายาก ซึ่งเพิ่งมีโอกาสปรากฏตัวอีกครั้งในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ล่าสุดคลิปดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลมีเดีย หลังเพจ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – Khao Yai National Park” ได้โพสต์คลิปที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของสัตว์ป่าสงวนหายากชนิดนี้อย่างชัดเจน

แมวลายหินอ่อน สัตว์ป่าสงวนหายาก

แมวลายหินอ่อน (Marbled Cat) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pardofelis marmorata เป็นแมวป่าขนาดกลางที่มีลักษณะเด่นมาก น้ำหนักของมันเมื่อโตเต็มวัยจะอยู่ที่ 4-5 กิโลกรัม ลักษณะเด่นของมันรวมถึงใบหูเล็กมน จุดสีขาวบริเวณด้านใน หางยาวและมีขนพองตัวเป็นพวง ขนของมันมีสีน้ำตาลอมเหลือง โดยเฉพาะด้านล่างท้องที่ออกสีเหลืองมากกว่า ขณะที่บริเวณหลังขาและหางจะมีจุดสีดำเด่นชัด

พฤติกรรมและแหล่งที่อยู่อาศัยของแมวลายหินอ่อน

สัตว์ชนิดนี้หากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีนิสัยค่อนข้างว่องไวและเป็นนักปีนต้นไม้เก่ง มักจะออกหากินโดยล่าสัตว์เล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นแมลง จิ้งจก ตุ๊กแก งู นก หรือแม้แต่ลิงขนาดเล็ก อาหารของพวกมันค่อนข้างหลากหลาย และทำให้พวกมันเป็นนักล่าที่ทรงพลังในป่าไม้

ตำแหน่งที่อาศัยของแมวลายหินอ่อนจะอยู่ในป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นและความหลากหลายทางชีวภาพสูง นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมการอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้จึงมีความสำคัญ

สถานะความเสี่ยงและการอนุรักษ์

แม้ว่าแมวลายหินอ่อนจะดูงดงามและลึกลับ แต่สัตว์ชนิดนี้มีสถานะที่น่าเป็นห่วง ตามบัญชีขององค์การ IUCN ปี 2015 พวกมันถูกจัดว่าเป็น “ใกล้ถูกคุกคาม (NT)” และในประเทศไทยก็ถูกจัดให้เป็น“สัตว์ป่าสงวน”ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

  • มีความสามารถในการปีนต้นไม้ได้ดีเยี่ยม
  • หากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเขตร้อนเท่านั้น
  • จัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์
  • ถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย

ด้วยความมหัศจรรย์และความหายากเช่นนี้ การเฝ้าระวังและการอนุรักษ์จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้สัตว์หายากอย่างแมวลายหินอ่อนกลายเป็นความทรงจำในอดีต

ภาพที่ปรากฏในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถือเป็นข่าวดีที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และยืนยันว่ายังมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับแมวลายหินอ่อนอยู่ในธรรมชาติ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติ อย่าลืมติดตามและร่วมแพร่ภาพหรือข่าวเกี่ยวกับสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งร่วมกัน

ที่มา – ไม่บ่อยนัก! ‘แมวลายหินอ่อน’ สัตว์ป่าสงวนหายาก โผล่อวดโฉมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

บี น้ำทิพย์ ทวงบัลลังก์ งัดบิกินีสุดแซ่บ!

ข่าวคราวของวงการบันเทิงไทยในช่วงนี้ต้องขอบอกเลยว่าร้อนแรงไม่แพ้แดดเมืองไทย แต่ความร้อนแรงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของอุณหภูมิ แต่ยังมีความแซ่บจากเหล่าดาราเซเลบฯ ที่ออกมาอวดความงามกันแบบจัดเต็ม หนึ่งในนั้นที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ นักแสดงสาวที่ไม่ได้อวดความเซ็กซี่บ่อยนัก แต่เมื่อเธอโพสต์ภาพใหม่ ๆ ออกมา บอกเลยว่าสามารถทำเอาโลกโซเชียลมีกระแสดราม่าแรงสุดเหวี่ยงได้ในพริบตา

บี น้ำทิพย์ ทวงบัลลังก์ งัดบิกินีสุดแซ่บ!

ล่าสุด บี น้ำทิพย์ ได้เดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศบาหลี ซึ่งถือเป็นสถานที่แห่งความโรแมนติกและยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวในเอเชีย เธอไม่ได้แค่นั่งพักผ่อนหรือดื่มด่ำกับบรรยากาศของทะเลแค่นั้น แต่ยังมีชุดแซ่บ ๆ ติดกระเป๋าไปด้วย นั่นคือชุดว่ายน้ำหรือที่เรียกกันว่าบิกินีที่เหมาะกับหญิงสาวที่มีความมั่นใจในรูปร่างและเสน่ห์

โลกโซเชียลแห่ชม! ยันหุ่นเพอร์เฟกต์ทุกมุม

ในโพสต์ล่าสุดของเธอ ได้โชว์รูปร่างอันเพอร์เฟกต์ด้วยการถ่ายภาพริมชายหาดในชุดบิกินีตัวจิ๋ว ซึ่งออกแบบมาเพื่อเหมาะกับรูปร่างที่เป๊ะระดับซูเปอร์โมเดล ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนของลำตัว ขนาดของกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่หน้าท้องที่แบนราบแบบไม่มีพุงย้อย ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นและสไตล์ที่ทำให้ไม่ว่าใครมองเห็นต่างก็ต้องเข้าใจว่าเธอไม่ใช่เพียงแค่นักแสดงธรรมดา ๆ แต่เป็น ‘ควีนบี’ ที่มีความดึงดูดแบบคน ๆ เดียวเท่านั้น

ท่าทางการยืน การกางแขน หรือแม้แต่การสบตากับกล้องถ่ายรูป ล้วนเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพที่ตั้งใจวางเฟรมไว้เพื่อให้ได้ภาพที่ดูแล้วรู้สึกถึงกลิ่นอายของเซ็กซี่และความเป็นคนมั่นใจในตัวเองได้อย่างงดงาม และเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้เพิ่งห่างหายจากลานบันเทิงไปนาน แต่มาทวงบัลลังก์สาวแซ่บอีกครั้งอย่างเต็มตัว

แฟนคลับแห่คอมเมนต์ระลุพัน!

หลังจากที่ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกโซเชียล ใครหลายคนต่างชื่นชมว่าเธออยู่ในระดับยอดนิยมของความน่ามองเสมอมา และ本次โพสต์ก็กลับมาอีกครั้งได้อย่างสุดล้ำขอบพระสงฆ์ เพราะของแบบนี้ไม่ใช่แค่มาเล่น ๆ แต่ต้องใช้ความพร้อมทั้งในด้านรูปร่าง พัฒนาการ และความมั่นใจจริง ๆ

  • “สวย มาก”
  • “บอกเลยว่าสุดยอดของความงาม”
  • “พี่บีสุดสวย หุ่นดีมาก ๆ”
  • “ควีนบีกลับมาแล้วค่ะ”
  • “หุ่นปังมากจริง ๆ”

สำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาสได้เห็น บี น้ำทิพย์ ในชุดบิกินีแบบเต็มตัว เราสามารถเชื่อมั่นว่าการที่เธอกลับมาอย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดียelial ส่งเสริมความร้อนแรงที่คอยจะเติมเต็มอารมณ์ร้อนแรงของเหล่าแฟนคลับให้หายคิดถึงแน่นอน อย่าลืมกดติดตามIGของเธอเพื่อไม่พลาดช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอในวันนี้เลย

ที่มา – ‘บี น้ำทิพย์’ ทวงบัลลังก์ งัดบิกินีตัวจิ๋ว เผยหุ่นสุดเพอร์เฟกต์ โชว์ความร้อนแรง!

ลูกากูบาดเจ็บฉีกพักยาว! นาโปลีเตรียมลุ้นแทน

ข่าวร้ายสำหรับแฟนบอล นาโปลี ที่ต้องเจอข่าวกระหายน้ำเย็นหลังจากที่ โรเมลู ลูกากู หัวหอกประจำทีมได้รับบาดเจ็บฉีกบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย จนต้องพักรักษาอาการยาวถึง 3 เดือนเต็ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพรวมของทีมในช่วงต้นฤดูกาลใหม่

ลูกากูบาดเจ็บฉีกพักยาว 3 เดือน

รายงานล่าสุดจากสื่อเจ้าดังอย่าง “ดิ แอธเลติก” เปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บของลูกากูเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องกับ โอลิมเปียกอส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการกับทีมซาสซูโอโล่ โดยตัวนักเตะวัย 32 ปียังคงเจ็บหนักจนต้องพักยาวอย่างแน่นอน และตอนนี้อยู่ระหว่างการประเมินแพทย์ว่าจะต้องผ่าตัดหรือไม่

อาการบาดเจ็บรุนแรง

จากข้อมูลของสโมสร นาโปลี เปิดเผยว่าปัญหาฉีกของกล้ามเนื้อส่วนต้นขาซ้ายของลูกากูมีความรุนแรงมาก โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา เขากำลังฟอร์มโดดเด่นด้วยการทำประตู 14 ลูก และทำแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงได้อีก 10 ครั้ง ทำให้เสียดายมากเมื่อเขาจะต้องพักระยะเวลานาน

สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงเพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ นาโปลี เพิ่งสมัยตกแต่งแชมป์ กัลโช เซเรีย อา และต้องรักษาฟอร์มเอาไว้ดี เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ หากเสียผู้เล่นสำคัญเช่นลูกากู อาจทำให้แผนรุกของทีมต้องปรับใหม่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนาโปลี

  • การสูญเสียความสมดุลในแนวรุก
  • อาจทำให้ฟอร์มทั้งทีมตกลงเพราะขาดตัวหลัก
  • ภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นให้กับนักเตะคนอื่นๆ
  • กระทบจิตใจของทีมในช่วงเปิดฤดูกาล

ทั้งนี้แม้ ลูกากู จะได้รับรางวัลและเสียงปรบมือจากแฟนบอลมาตลอด แต่ผลงานของเขาในสนามก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ พลาดเขาไปในช่วงเปิดซีซั่น ถือเป็นข่าวดราม่าสำหรับโลกฟุตบอลทั่วโลก

เราคงต้องติดตามอาการบาดเจ็บของ ลูกากู และการเตรียมความพร้อมของโค้ช ลูเชียนโรวัตต์ เพื่อหาทางเลือกอื่นที่จะช่วยเสริมเกมรุกของทีมให้สมบูรณ์ ให้รักษาฟอร์มแชมป์ต่อได้อย่างแท้จริง

สำหรับแฟนบอล นาโปลี น่าจะลุ้นกันหนักแน่นอนว่าใครจะเป็นคนเข้ามารองรับงานหนักในแนวรุกแทน ลูกากู ที่น่าจะได้รับโอกาสขึ้นแท่นตัวจริงในช่วงที่เขาพัก

อาการบาดเจ็บของเหล่านักเตะระดับท็อปนั้นมักส่งผลกระทบต่อภาพรวมระดับสโมสร และในกรณีนี้มันยิ่งยิ่งใหญ่กว่า เพราะมันเกี่ยวข้องกับแชมป์ เซเรีย อา และความหวังของทีมในฤดูกาลใหม่

เราคาดว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นาโปลี จะต้องประกาศแผนสำรองอย่างชัดเจน เพื่อความพร้อมสำหรับเกมแรกกับ ซาสซูโอโล่ และเกมสำคัญๆ ที่ตามมา

อย่างไรก็ตาม ขอให้ ลูกากู หายไว้กลับมาระเบิดฟอร์มอีกรอบ และพิสูจน์ว่าเขายังเป็นเหมือนหัวใจของทีมเสมอ

คุณคิดว่าใครควรได้รับโอกาสแทนลูกากูในช่วงที่เขาพัก? ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเราได้เลย

ที่มา – “นาโปลี” อ้วกแตก “ลูกากู” กล้ามเนื้อฉีกพักยาว 3 เดือน

บุกทลายแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ต้องหาชายหญิงได้รวม 6 ราย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับ พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ และ พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผู้บัญชาการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภาค 6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตนกลิน พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ และ พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รองผู้บัญชาการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภาค 6 ร่วมกับ พ.ต.ท.ภาณุพันธ์ ประเสริฐ และ พ.ต.ท.เสาร์ ชมชาติ รองผู้กำกับกองสืบสวน 3 บก.สส.ภ.6 ได้บุกเข้าจับกุมกลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับ “บุกทลายแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์” ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ นายโสภณวิชญ์ อายุ 29 ปี นายติณณ์ อายุ 51 ปี นายทรงพล อายุ 35 ปี น.ส.อนุสรา อายุ 40 ปี นางศรัญญา อายุ 62 ปี และน.ส.กนกวรรณ อายุ 53 ปี

บุกทลายแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์

ทั้ง 6 รายถูกกล่าวหาว่า “เป็นธุระจัดหาโฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด” โดยกลุ่มคนร้ายนี้ทำหน้าที่เป็น “ม้าถอนเงิน” และ “ผู้รวบรวมเงิน” ให้กับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ไซバー ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมลวงผู้บริโภคผ่านโทรศัพท์ โดยขู่เข็ญหรือหลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งทางผู้เสียหายได้รับความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

วิธีป้องกันตนเองจากการโจรกรรมทางโทรศัพท์

สำหรับท่านที่ได้รับโทรศัพท์แปลกหน้าที่อ้างว่ามาจากองค์กรทางการ หรือธนาคาร ควรระมัดระวังสูงสุด โดยเฉพาะหากมีการขอให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ให้ปฏิเสธการติดต่อแล้วโทรกลับไปยังหมายเลขที่ทราบว่าปลอดภัยจริง ๆ วิธีการง่าย ๆ เช่น การตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง หรือสอบถามจากเพื่อนหรือครอบครัว ก่อนตกลงทำตามใด ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเงิน

  • อย่ารับสายจากเลขหมายแปลกหน้า
  • อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชนหรือเลขบัญชีธนาคาร
  • หากมีความสงสัย ควรถามที่สถาบันทางการเงินหรือตำรวจโดยตรง
  • นึกถึงประโยชน์ของตนเองก่อนเสมอ ไม่ใช่ผลกระทบเชิงอารมณ์

ในวันที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดได้นี้ แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือและการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่สามารถปกป้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยสร้างความมั่นคงด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลได้มากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์อย่าได้เฉยเมย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความรวดเร็วในการป้องกันไม่ให้มีผู้อื่นตกเป็นเหยื่อเช่นกัน

ที่มา – บุกทลายแก๊งกดเงินคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ต้องหาชายหญิงได้รวม 6 ราย

ไม่ให้กิน! เจ้าของเผยคลิปสุดฮา เมื่อเต่าที่เลี้ยงไว้คลานหนีพร้อมลากโต๊ะอาหารติดกระดองไปด้วย

หากคุณกำลังมองหาความบันเทิงที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงในบ้าน หัวข้อ “ไม่ให้กิน! เจ้าของเผยคลิปสุดฮา เมื่อเต่าที่เลี้ยงไว้คลานหนีพร้อมลากโต๊ะอาหารติดกระดองไปด้วย” จะทำให้คุณหัวเราะจนหยุดไม่อยู่แน่นอน

ไม่ให้กิน! เจ้าของเผยคลิปสุดฮา เมื่อเต่าที่เลี้ยงไว้คลานหนีพร้อมลากโต๊ะอาหารติดกระดองไปด้วย

สัตว์เลี้ยงบางตัวมีนิสัยซุกซนจนไม่อาจคาดเดาได้ อย่างเจ้า “โฮเมอร์” เต่าพันธุ์ซูลคาตา ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักจากคลิปสุดฮาที่มันติดอยู่ใต้โต๊ะอาหารของครอบครัวและพยายามคลานหนีจนลากโต๊ะอาหารไปด้วย

เจ้าโฮเมอร์เป็นเต่าที่มีลักษณะอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยพลังเล่นซน โดยเจ้าของของเขาที่มีชื่อใน TikTok ว่า “homerandfriends1” ได้เปิดเผยคลิปช่วงที่โฮเมอร์ติดอยู่ใต้โต๊ะในช่วงมื้อเย็น ซึ่งทุกคนในบ้านกำลังมานั่งรับประทานอาหาร ตัวมันพยายามเคลื่อนตัวเพื่อคลานออก แต่กระดองของมันไปขัดกับโต๊ะจนทำให้โต๊ะเลื่อนไปตามตัวมัน ส่งผลให้อาหารที่วางอยู่เคลื่อนย้ายไปด้วย

เหตุการณ์ตลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ และถูกเจ้าของบันทึกคลิปเอาไว้อย่างพร้อมเพรียง โดยข้อความบรรยายบน TikTok เขียนว่า “โฮเมอร์พูดว่า : ถ้าฉันไม่ได้กิน พวกนายก็ไม่ต้องกิน!” ซึ่งทำให้ใครหลายคนอดหัวเราะไม่ได้ ทั้งยังมีความคิดเห็นจากชาวเน็ตอย่าง “สั่งอาหารกลางวันแบบกลับบ้านชุดนึง!” ที่มาแรงถล่มคอมเมนต์

เต่าซูลคาตา เป็นหนึ่งในสายพันธุ์เต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สามารถมีน้ำหนักได้มากกว่า 45 กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่ โดยมีอายุเฉลี่ยถึง 50 ปี และบางคนพบว่ามันมีอายุยืนถึง 70 ปีหรือมากกว่านั้น การเลี้ยงเต่าพันธุ์นี้จึงถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องเข้าใจและใส่ใจเป็นพิเศษ

ลักษณะนิสัยที่น่ารักของเต่าซูลคาตา

แม้เต่าซูลคาตาจะดูช้า ๆ และมีลักษณะเงียบสงบ แต่จริง ๆ แล้วพวกมันมีนิสัยขี้เล่นและชอบสำรวจสิ่งรอบตัวอย่างมาก รวมถึงชอบให้เจ้าของลูบกระดอง ซึ่งทำให้พวกมันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในบ้านคนรักสัตว์ทั่วโลก

ความเร็วในการเดินโดยเฉลี่ยของเต่าซูลคาตาอยู่ที่ประมาณ 0.3 ถึง 0.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะดูช้าเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ แต่มันยังแข็งแรงและสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวมันเองตลอดเวลา โดยเฉพาะหากก้าวแรกมันพยายามจะ “บอก” เจ้าของว่าอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว

แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่โฮเมอร์ลากโต๊ะอาหารไปด้วยนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมัน ครอบครัวของโฮเมอร์ยังเคยโพสต์คลิปอีกมากมาย เช่น การเดินตามเจ้าของที่ใช้รถตัดหญ้าอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ซึ่งคลิปดังกล่าวมียอดวิวเกิน 17.9 ล้านครั้ง

ทั้งสิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าเต่า เป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่เพียงแค่ “อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน” แต่มันยังสามารถสร้างความผูกพันและสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนในบ้านได้ดีเสมอ

หากคุณเป็นคนรักสัตว์หรือคิดจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน สัตว์เลี้ยงสายพันธุ์เต่าก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก เต่าแต่ละตัวมี个性 ที่เหนือคาด ทั้งฉลาด ขี้เล่น และน่ารักในแบบของมัน

ติดตามคลิปความเคลื่อนไหวของโฮเมอร์หรือเต่าตัวอื่น ๆ เพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเจ้าของ แล้วคุณจะพบว่า สัตว์เลี้ยงก็สามารถเป็น “เจ้าตลกประจำบ้าน” ได้เหมือนกัน!

ที่มา – ไม่ให้กิน! เจ้าของเผยคลิปสุดฮา เมื่อเต่าที่เลี้ยงไว้คลานหนีพร้อมลากโต๊ะอาหารติดกระดองไปด้วย

มาริษ หารือประธานกาชาดสากล ยืนยันเคารพสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนางมีรยานา สปอลยาริช เอ็กเกอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี เนื่องในโอกาสที่ประธานไอซีอาร์ซีเดินทางมาให้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ในสงครามร่วมสมัย” (Upholding Humanity in Contemporary Warfare) ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้งานปาฐกถาสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ครั้งที่ 11

มาริษ หารือประธานกาชาดสากล ยืนยันเคารพสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

กิจกรรมดังกล่าวจัดร่วมกันโดยกระทรวงการต่างประเทศและสภากาชาดไทย เพื่อเน้นความสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการปกป้องมนุษย์ในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ก่อนหน้าการเสนอแนะของประธานไอซีอาร์ซี นายมาริษได้นำเสนอภาพรวมของสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมและประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสวมรอยเป็นความร่วมมือระยะยาวของไทยกับไอซีอาร์ซี

ย้ำไทยยึดมั่นในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ภายหลังการหารือ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้เปิดเผยว่า ไทยให้ความสำคัญกับการรักษาและเคารพต่อกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ความขัดแย้งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในพื้นที่สนามรบ แต่ยังมีมิติใหม่ ๆ ที่ เช่น ข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน และการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อโจมตีค่านิยมมนุษยธรรม จึงเป็นสิ่งที่ทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกัน

  • การส่งเสริมทัศนคติที่เคารพสิทธิมนุษยชน
  • การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก
  • การร่วมมือระหว่างองค์กรมนุษยธรรมระดับนานาชาติอย่างไอซีอาร์ซี

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสันติภาพ และความมั่นคงในระยะยาว ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

การประชุมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่จะร่วมมือกับองค์กรนานาชาติอย่างไอซีอาร์ซี เพื่อขับเคลื่อนประเด็นด้านมนุษยธรรม และสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม และนิติธรรมในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน

เราเชื่อว่า การยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการเคารพสิทธิมนุษยชนที่มีคุณค่าระหว่างประเทศ คือกุญแจสำคัญสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความสมานสามัคคีของมนุษยชาติ

ที่มา – ‘มาริษ’ หารือประธานกาชาดสากล ยันไทยเคารพสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ