ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย เผยไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ล่าสุดประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เปิดเผยถึงความพร้อมของสหภาพยุโรปในการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอีกครั้ง กรณีที่การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามเป้าหมาย

มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย

ในการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประเทศที่ทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม ถือเป็นเวทีที่สำคัญในการหารือแนวทางจัดการกับสถานการณ์รัสเซียในระยะต่อไป

ภายหลังจากการประชุม มาครงได้เผยให้เห็นว่า ทรัมป์มีมุมมองว่าความพยายามในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียนั้นควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ เขาเชื่อว่ารัสเซียเองก็เป็นฝ่ายที่ต้องการสันติภาพเช่นกัน ถึงแม้จะมีความขัดแย้งหลายด้านก็ตาม

กลไกคว่ำบาตรแบบ “ภาษีรอง” หากไม่ได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการดังกล่าวล้มเหlวในที่สุด มาครงยืนยันว่ายุโรปยังคงมีตัวเลือกในการตอบโต้รัสเซียผ่านมาตรการเศรษฐกิจ โดยอาจกลับมาใช้แนวทางคว่ำบาตรในรูปแบบของ “ภาษีรอง” หรือ “ภาษีทุติยภูมิ” ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ นำมาใช้กับประเทศอินเดีย ที่ยังคงมีการค้าขายพลังงานกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชาติพันธมิตรของสหรัฐและสหภาพยุโรป หากยังไม่ยุติการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งนับเป็นการขยายขอบเขตของการประณามทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เป็นเพื่อนกับประเทศที่เป็นศัตรูก็ถือว่าเป็นศัตรูเช่นกัน”

ข่าวที่น่าสนใจคือ ในเวทีดังกล่าวยังยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยถึงปัญหาดินแดนใดๆ ของยูเครน ขัดกับคำแถลงของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่กล่าวว่าอาจมีการเจรจาเรื่องดินแดน เช่น ครีเมีย ซึ่งถูกยึดครองโดยรัสเซียตั้งแต่ปี 2014

ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

อีกประเด็นที่มาครงกล่าวถึงคือความเห็นเกี่ยวกับขนาดของกองทัพยูเครนซึ่งเขาเผยว่า ไม่ควรมีการจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้เหตุผลว่า ข้อจำกัดด้านนี้อาจไปกระทบต่อความสามารถในการป้องกันตัวของยูเครนในระยะยาว ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถปกป้องดินแดนและความเป็นเอกราชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การให้ความสำคัญกับพลังทางทหารของยูเครน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้นำยุโรปที่ต้องการให้เบลารุสไม่เพียงแต่ได้รับความช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรมหรือทางการทูต แต่ยังต้องมีอิสระในการเสริมสร้างก่อสร้างกองทัพเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก

มุมมองดังกล่าวหากพิจารณาจากบริบทของสงครามในยูเครนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือว่ายังมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองถึงสถานการณ์ในช่วงที่รัสเซียเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกและใต้ของยูเครน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกรานในอนาคต

เพราะฉะนั้น การไม่จำกัดขนาดกองทัพยูเครนกลายเป็นคำตอบหนึ่งที่น่าจะช่วยลดทุกข์ทรมานของประชาชนในภูมิภาค และยังสามารถยับยั้งการก้าวก่ายจากผู้ไม่หวังดีในระดับนานาชาติได้อย่างจริงจัง

ข้อเสนอและมุมมองดังกล่าวของผู้นำสากล แม้ยังมีความท้าทายในหลายแง่มุม แต่ก็บ่งบอกได้ว่า การหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ไม่ควรหยุดนิ่ง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรนั้นยังคงสำคัญมาก

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรป โดยเฉพาะการเมืองและสงครามยูเครน เราขอแนะนำให้กดติดตามเว็บไซต์ของเราไว้ เพราะเราจะอัปเดตข่าวสารที่มีมูลค่าและตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ข้อมูลที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและสันติภาพโลกไปด้วยกัน

ที่มา – มาครงแย้มยุโรปพร้อมหวนคว่ำบาตรรัสเซีย ชี้ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

mgk ส่งเพลง miss sunshine ฟังสบายรับซัมเมอร์

mgk หรือ Machine Gun Kelly ศิลปินอเมริกันที่มีผลงานขายดีระดับมัลติแพลตินัม ล่าสุดกลับมาอีกครั้งด้วยซิงเกิลใหม่ที่ได้ใจแฟนเพลงทั่วโลกอย่าง “miss sunshine” เพลงแนวโมเดิร์นป็อปผสมผสานเสียงเซาธ์เทิร์นร็อก ให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะสำหรับฟังในช่วงซัมเมอร์ร้อน ๆ อย่างยิ่ง

mgk ส่งเพลง miss sunshine ฟังสบายรับซัมเมอร์

หลังจากที่ mgk ได้ปล่อยเพลง “vampire diaries” และ “cliché” ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากแฟนเพลง คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับเพลง “miss sunshine” ที่มีมิวสิควิดีโอสุดพิเศษซึ่งกำกับโดย Sam Cahill ผู้เคยร่วมงานกับเขามาก่อนในเพลง “cliché” มาอีกครั้ง ภาพในมิวสิควิดีโอจึงมีคุณภาพเยี่ยงเดิม ผสมผสานกับดนตรีที่น่าจดจำ

เพลง “miss sunshine” นี้เป็นหนึ่งในซิงเกิลหลักของอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ของ mgk ที่มีชื่อว่า Lost Americana ซึ่งได้เสียงจากเหล่าผู้ฟังว่าเป็นอัลบั้มที่แสดงถึงการเติบโตของเขาในทุกแง่มุม ทั้งในเรื่องของอารมณ์ การแต่งเพลง และทิศทางทางศิลปะ

เสียงร็อกที่นุ่มนวล ลงตัวสุด ๆ

ใน “miss sunshine” แฟนเพลงจะได้ยินเสียง guitar ที่นุ่มนวล ผสมกับจังหวะ drums อย่างกลมกลืน ส่วนเสียงร้องของ mgk ก็ยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้อย่างไม่ตก ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และสื่อถึงจิตใจของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน

เพื่อนร่วมวงดนตรีหลายคนของ mgk ยังได้มาร่วมงานในเพลงนี้อีกด้วย ทำให้เสียงเพลงเต็มไปด้วยพลังแห่งมิตรภาพ และความเป็นผู้สร้างสรรค์ที่ยาวนาน สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน บอกเลยว่าคุณต้องไม่พลาดที่จะเปิดฟัง เพราะนอกจากว่าจะเหมาะกับซัมเมอร์แล้ว น้ำเสียงที่สื่อออกมาก็ช่างอบอุ่นจนบางครั้งทำให้เรานึกถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ได้ง่าย

งาน MGK Day เติมพลังชุมชนทั้งปี

นอกจากผลงานทางดนตรีแล้ว mgk ยังเป็นศิลปินที่ใส่ใจในชุมชนอย่างมาก เขาจัดงานประจำปีที่เรียกว่า MGK Day ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Cleveland, Ohio บ้านเกิดของเขา โดยจะมีการทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเช่น การแสดงดนตรี การจัดนิทรรศการศิลปะ การสนับสนุนกิจกรรมการกุศล และการร่วมกิจกรรมกับศิลปินชื่อดังเพิ่มเติมอีกมากมาย

งาน MGK Day จะจัดขึ้นครั้งปีละหนึ่งครั้ง ในวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากเทศมนตรีของเมืองว่าเป็นวันที่ยกย่องความสำเร็จของ mgk และขอบคุณเขาในฐานะศิลปินที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมือง Cleveland

งานนี้มีความโดดเด่นมาก เพราะไม่ใช่แค่งานดนตรีธรรมดา ๆ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผลงานศิลปะ เทคโนโลยี และค่านิยมของเยาวชนเข้าไว้ด้วยกัน จึงถือเป็นหนึ่งในงานเทศกาลที่น่าสนใจและสำคัญของสาวก mgk ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เพลง“miss sunshine” ยังเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่เหมาะสมในช่วงเวลาปัจจุบันที่ผลัดเปลี่ยน โลกของเราต้องการเสียงดนตรีเบา ๆ ที่ช่วยเติมเต็มหัวใจให้เข้มแข็ง และหากคุณยังไม่ได้ลองฟัง.. อย่ารอช้า

ฟังเพลงจาก mgk ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ และอย่าลืมชมมิวสิควิดีโอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหล่อเหลาและอบอุ่น หากคุณเป็นแฟนตัวยง ติดตามผลงานเพลงใหม่ ๆ ของเขากันได้ต่อในอัลบั้ม Lost Americana ชุดที่ 6 ของเขาเลย!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Daily News อย่างใกล้ชิด

ที่มา – “mgk” ส่งเพลง “miss sunshine” ฟังสบายรับซัมเมอร์พร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 lost americana

ทรัมป์เผยคืบหน้าหารือไตรภาคีกับปูติน-เซเลนสกี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำจากประเทศยุโรปที่ทำเนียบขาว มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นความมั่นคงและโอกาสของการจัดประชุมแบบไตรภาคีกับรัสเซีย

ทรัมป์เผยคืบหน้าหารือไตรภาคีกับปูติน-เซเลนสกี

ในการประชุมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เปิดเผยว่า มีการพูดคุยถึงแนวคิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุข้อตกลงกับรัสเซีย รวมถึงการวางแผนเพื่อจัดการพบปะระหว่างผู้นำยูเครนและรัสเซีย ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมแบบไตรภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐ ยูเครน และรัสเซียในอนาคต

การหารือกับผู้นำยุโรป

ไม่เพียงแต่กับเซเลนสกี ทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำจากประเทศสมาชิกยุโรปอย่างสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และฟินแลนด์ ถึงแนวทางในการส่งเสริมความมั่นคงของยูเครน และความร่วมมือกับนาโตและสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนการเจรจาที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า การหารือครั้งนี้ได้มีการหยิบประเด็นเรื่อง “หลักประกันด้านความมั่นคง” ออกมาพูดคุย โดยมีสหภาพยุโรปเป็นผู้นำ และสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน

  • การหารือด้านความมั่นคงของยูเครน
  • วางแผนประชุมไตรภาคีกับรัสเซีย
  • แรงสนับสนุนจากสหภาพยุโรป

ในทางกลับกัน เซเลนสกียืนยันว่าบรรยากาศในการเจรจาเป็นไปอย่างดี และพร้อมจะหารือกับปูตินในเร็วๆ นี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสให้มีการประชุมแบบ 4 ฝ่าย ซึ่งมีสหภาพยุโรปร่วมด้วย เพื่อให้การตัดสินใจมีความรอบด้านมากขึ้น

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ รูปแบบการเจรจาในครั้งหน้าที่จะมีทั้งการมีส่วนร่วมของสหรัฐ ยูเครน รัสเซีย และอาจมีสหภาพยุโรป เพื่อหาทางออกที่ยอมรับได้จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องของการแลกเปลี่ยนดินแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก

จากการเจรจาในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้นำทั้งหลายประเทศเริ่มมองเห็นแนวทางร่วมในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยูเครน แม้จะมีความไม่ลงรอยกันบ้าง แต่ก็ยังคงความพยายามในการหาจุดเชื่อมโยงเพื่อความสงบสุขของภูมิภาคนี้

หากคุณติดตามสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของยูเครน รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา การเจรจาเชิงกลยุทธ์อย่างในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าติดตาม

ที่มา – ทรัมป์เผยหารือเซเลนสกี-ผู้นำยุโรป “คืบหน้า” เตรียมคุยไตรภาคีกับปูติน

รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก

เมื่อเด็กประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุ แผ่นดินไหว หรือความรุนแรงในครอบครัว อาการที่ตามมาอาจไม่ได้เป็นเพียงรูปร่างทางกาย แต่ยังส่งผลถึงจิตใจอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในนั้นคือโรค PTSD หรือโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังประสบอันตราย ซึ่งเด็กก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก

จากข้อมูลของโรงพยาบาลสมิติเวช ระบุว่า PTSD (Post-traumatic stress disorder) เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยต้องเห็น รับรู้ หรือเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นภัยธรรมชาติ การฆาตกรรม การทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่การอยู่ในครอบครัวที่มีความรุนแรง

เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่ก่อให้เกิดความกลัว ตื่นตระหนกกับอันตรายที่ใกล้เคียง จึงส่งผลให้จิตใจของเด็กเกิดความผิดปกติในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหากปล่อยไว้นานเกินไป อาจพัฒนาไปเป็นโรคทางจิตเวชอื่นๆ ได้

อาการของโรค PTSD ในเด็ก

อาการหลักของโรค PTSD ในเด็ก แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • การคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ: เช่น ฝันร้าย หรือภาพเหตุการณ์ลอยเข้ามาในใจขณะตื่น
  • การหลีกเลี่ยง: กลัวสถานที่ เหตุการณ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • อารมณ์ลบ: ไม่มีความสุข ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รู้สึกผิดหรือว่างเปล่า
  • ความตื่นตัวสูง: กระวนกระวาย เครียดง่าย นอนหลับไม่สนิท สะดุ้งง่าย

หากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่หลังจากเกิดเหตุการณ์ผ่านไป มากกว่า 4 สัปดาห์ ก็ควรส่งเสริมให้เด็กเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชอย่างเร่งด่วน

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค PTSD ในเด็ก

สิ่งที่ส่งผลให้เด็กมีโอกาสเกิดโรค PTSD ในเด็ก ได้มากขึ้น ได้แก่

  • ความรุนแรงของเหตุการณ์
  • ระยะเวลาที่เด็กอยู่ในเหตุการณ์
  • แจ่มอายุของเด็ก
  • สุขภาพจิตของผู้ปกครอง
  • การขาดการสนับสนุนจากสังคม

หากผู้ปกครองแสดงอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือไม่ให้การสนับสนุน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กเกิดโรค PTSD ได้มากขึ้น

การรักษาและดูแลเด็กที่มีอาการ PTSD

การบำบัดโรค PTSD ในเด็กนั้นสำคัญอย่างยิ่ง โดยแนวทางหลักเกี่ยวข้องกับการให้ความรู้ ให้กำลังใจ และมีวิธีการจิตบำบัดที่เหมาะสม เช่น

  • Trauma-Focused Cognitive Therapy: ให้เด็กพูดคุยถึงเหตุการณ์ในลักษณะที่ปลอดภัย พร้อมให้ทักษะแก่ผู้ปกครองในการสนับสนุน
  • Cognitive-Behavior Therapy (CBT): ช่วยเปลี่ยนแปลงความคิด ปฏิกิริยา และพฤติกรรมที่ลบล้างจิตใจ
  • การดูแลสิ่งแวดล้อม: ให้เด็กได้อยู่ในบรรยากาศที่มั่นคง ปลอดภัย และสนับสนุนให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว

ในบางกรณีอาจมีการใช้ยา เช่น ยาแก้ซึมเศร้ากลุ่ม SSRI แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้กับเด็ก จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

คำแนะนำเมื่อเด็กมีอาการ PTSD

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ควร

  • ให้ความมั่นใจว่าเด็กรู้สึกปลอดภัย
  • รับฟังความรู้สึกของเด็กอย่างเปิดใจ
  • หลีกเลี่ยงการให้พูดซ้ำๆ หรือพูดแบบตำหนิ
  • สนับสนุนให้ทเด็กกลับสู่ชีวิตประจำวันตามปกติ

การเข้าใจและใส่ใจโรค PTSD ในเด็กอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นกุญแจสำคัญทั้งในด้านการป้องกันและการรักษา อย่ามองข้ามอาการเล็กๆ เพราะจิตใจของเด็กต้องการคนเข้าใจอย่างแท้จริง จึงจะผ่านพ้นความเจ็บปวดดังกล่าวได้อย่างมีคุณภาพ

ที่มา – รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก

โรเมโรต่อสัญญากับไก่เดือยทองถึงปี 2029

ข่าวดีสำหรับแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อเซนเตอร์แบ็กคนสำคัญอย่าง โรเมโร ได้ตัดสินใจอยู่กับสโมสรต่อจนถึงปี 2029 หลังจากที่ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

โรเมโรต่อสัญญากับทอตแนมจนถึงปี 2029

คริสเตียน โรเมโร หรือที่แฟนบอลชื่นชอบเรียกกันว่า “มอนสเตอร์” ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทอตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม จนถึงปี 2029 ซึ่งถือเป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้สนับสนุนทันที เนื่องจากเขาถือเป็นเสาหลักในแนวรับและเพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมแทน ซน ฮึง มิน ที่ย้ายไปอยู่กับแอลเอเอฟซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เหตุผลสำคัญที่ทำให้โรเมโรอยู่ต่อ

ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า โรเมโร มีความสนใจจากสโมสรใหญ่อย่างแอตเลติโก มาดริด ทีมดังจากลาลีกา สเปน ซึ่งอาจส่งผลให้เขาย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม ความจริงใจและความผูกพันที่มีต่อทอตแนม ทำให้เขารวบรวมความกล้าตัดสินใจต่อสัญญาออกไปอีก 4 ปีเต็ม

ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา โรเมโร โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงประตูจากลูกเตะมุมและเข้าช่วยเหลือทีมได้ตลอดเวลา การอยู่กับทีมต่อจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงของแนวรับ “ไก่เดือยทอง” และยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นของผู้เล่นกับสโมสร

  • โรเมโร เป็นกัปตันทีมคนใหม่หลังจากซน ฮึง มิน ย้ายทีม
  • previously ถูกจับตามองจากแอตเลติโก มาดริด
  • สัญญาใหม่จะคงอยู่จนถึงปี 2029

ฟุตบอลในยุคนี้เปรียบเสมือนเรือที่ต้องมีกัปตัน ผู้นำ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างแท้จริง ซึ่ง โรเมโร ก็คือหนึ่งในผู้เล่นที่มีบุคลิกและศักยภาพมากพอที่จะเป็นแกนหลักของทีมในอีกหลายปีข้างหน้า

การต่อสัญญาครั้งนี้จึงไม่เพียงแค่เป็นข่าวสารที่สร้างความสุขให้แฟนบอล แต่ยังเป็นสัญญาณที่ทำให้ทอตแนมมีเสถียรภาพมากขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อย่างไรก็ตามแฟนบอลก็คงต้องอดทนรอดูผลงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมว่าในอีก 4 ปีที่จะถึงนี้ “มอนสเตอร์” จะพาทีมขึ้นแท่นแชมป์ได้หรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม การที่ โรเมโร แสดงความจงรักภักดีต่อทอตแนม ถือเป็นการกระตุ้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ตั้งเป้าก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกับ “ไก่เดือยทอง” ด้วยเช่นกัน

หากคุณเป็นแฟนบอลทอตแนม อย่าลืมติดตามข่าวสารสโมสรและนักเตะอย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงในทีมจะส่งผลต่อเส้นทางสู่ความสำเร็จในอนาคต

ที่มา – “โรเมโร” ต่อสัญญา “ไก่เดือยทอง” ถึงปี 2029

เดลินิวส์ 19 ส.ค.ยื่นหลักฐานชงออตตาวา เขมรวางทุ่นบึ้ม-8ปท.ดูจุดปะทะ

หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันอังคารที่ 19 ส.ค.2568 นำข่าวสำคัญหลายประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งในกรอบ 6 ดาว และกรอบ 1 ดาว ที่มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะเรื่องราวความขัดแย้งชายแดนไทย-เขมร ที่ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง

เดลินิวส์ 19 ส.ค.ยื่นหลักฐานชงออตตาวา เขมรวางทุ่นบึ้ม-8ปท.ดูจุดปะทะ

หนึ่งในประเด็นหลักของฉบับนี้คือเรื่องของสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและเขมร ซึ่งมีการ ยื่นหลักฐานเพื่อชงออตตาวา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังพบว่ามีการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่วิกฤต และมีการจัดการดูแลจุดปะทะเป็นระยะยาวใน 8 จังหวัดชายแดนภาคอีสาน

บิ๊กเล็กยันไม่รื้อรั้วลวดหนาม

การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (RBC) เลื่อนการประชุมจากเดิมเป็นวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งนายกรัฐมนตรี “บิ๊กเล็ก” ได้ยืนยันว่าจะไม่มีการรื้อรั้วลวดหนามที่ติดตั้งไว้ เนื่องจากถือว่าพื้นที่นั้นอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย

ขณะเดียวกัน ความรุนแรงในพื้นที่ยังคงดำเนินต่อ โดยมีรายงานว่า กำลังทหารจาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะเข้าร่วมดูแลจุดปะทะในพื้นที่ เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงจากการวางระเบิดของฝ่ายเขมรที่เพิ่มมากขึ้น

ด้านข่าวอื่น ๆ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ยังเปิดเผยถึงข้อกล่าวหาที่มีความรุนแรงในวงการการเมือง โดยกองปราบฯ ได้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อเสียงของกลุ่มพรรคการเมืองบางกลุ่ม ที่ถูกกล่าวว่าอยู่เบื้องหลังการสนับสนุน เพื่อหวังให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี

พระอลงกตยันไม่ลาออก

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ กรณีของ พระอลงกต ที่ถูกข่าวลือเกี่ยวกับสถานะการทำงาน แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีแผนลาออกใด ๆ และยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะที่มีกระแสข่าวลือในโซเชียลที่บางครั้งอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ยังมีประเด็นอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง เช่น คดีของดิว-อริสรา ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเคลียร์หนี้สิน และเผาศพของบิดา พร้อมกับมีการเฝ้าสังเกตของเจ้าหน้าที่กองปราบว่าหากมีการฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการตามขั้นตอนทันที

และอีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคือการสั่งเข้มเรื่องใบอนุโมทนาบัตร และการลดภาษี ซึ่งจะเริ่มใช้ระบบ “อีโดเนชัน” อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อให้มีระบบการตรวจสอบที่โปร่งใส ป้องกันการใช้ช่องโหว่ในการลดหย่อนภาษีผิดกฎหมาย

ด้วยความจำเป็นต่อการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวที่สำคัญและมีผลกระทบต่อประเทศ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การอ่านหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันอังคารที่ 19 ส.ค.2568 และ ฉบับล่วงหน้าวันที่ 20 ส.ค.2568 ถือเป็นการได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำ

ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวระหว่างไทย-เขมร สถานะของผู้มีบทบาทสำคัญทางการเมือง ไปจนถึงแนวทางใหม่ ๆ ในการดำเนินการตามกฎหมาย ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญสูง และอาจส่งผลกระทบในระยะยาว

เรียกได้ว่าเดลินิวส์ยังคงรักษาความน่าเชื่อถือและความลึกของข้อมูลไว้ได้เสมอ จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ทุกคนควรติดตาม

ที่มา – เดลินิวส์ 19 ส.ค.ยื่นหลักฐานชงออตตาวา เขมรวางทุ่นบึ้ม-8ปท.ดูจุดปะทะ

“ยูงทอง” เปิดรังเชือด “ทอฟฟี” ฉลองคืนเวทีพรีเมียร์ลีก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำสัปดาห์แรกของฤดูกาล 2025/26 มีเรื่องราวน่าจดจำเกิดขึ้นในเกมมันเดย์ไนท์ เมื่อ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม เอลแลนด์ โรด ต้อนรับการมาเยือนของ “ทอฟฟี” เอฟเวอร์ตัน และสามารถบุกฮือฮาต่อหน้าแฟนบอลเหย้าได้อย่างน่าทึ่งด้วยผลการแข่งขัน 1-0

“ยูงทอง” ฉลองขึ้นนำคืนเวทีพรีเมียร์ลีก

นัดนี้ถือเป็นการคัมแบ๊กของ “ยูงทอง” กลับมาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกหลังจากห่างหายไปหลายปี และพวกเขาทำหน้าที่เจ้าบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในครึ่งแรกเป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่แนวรับทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีโอกาสได้ลุ้นหลายครั้งแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่แย็บพอเจาะก้นตาข่ายของทีม “ทอฟฟี” ได้ ส่งผลให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังคง 0-0

เปิดรังสู้แกร่ง แย็บเพิ่มเต็มในครึ่งหลัง

หลังพักครึ่ง เอฟเวอร์ตัน ปรับทัพโดยการส่ง แจ็ค กรีลิช นักเตะที่ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี ลงสนามในนาทีที่ 71 แทน ทิม อิโรกบูแนม เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงเกม แต่ผลลัพธ์ปรากฏว่าก็ไม่สามารถทำให้ผันแปรโฉมหน้าเกมได้มากนัก

กระทั่งในนาทีที่ 84 เกิดจังหวะสุดสำคัญ เมื่อ อันทอน สตัค ของลีดส์ ยิงไกลและลูกจ่ายเข้าตัว เจมส์ ทาร์คอฟสกี ของทีมเยือน แต่ไม่โชว์ดวงลูกบอลไปโดนมือ เจ้าหน้าที่เลยเป่าให้เป็นจุดโทษทันที และไม่มีพลาดทีมเจ้าบ้านก็ตกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากจุดโทษของ ลูคัส เมชา ที่สังหารไม่พลาด

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก ทำให้จบเกม “ยูงทอง” ชนะ “ทอฟฟี”ไปอย่างไม่ถล่ม 1-0 ได้ 3 แต้มครบถ้วนและขยับขึ้นรั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนน ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ยังคงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยศูนย์แต้ม

การเปิดบ้านคว้าชัยในเกมที่ทั้งแฟนบอลและประเทศจับตามองถือเป็นไฟเขียวบอกใบ้ทั้งความมั่นใจและพลังแห่งการกลับมาของ “ยูงทอง” และเป็นแรงเสริมสบายใจสำหรับผู้จัดการทีมในรายแรกของฤดูกาลใหม่

อัพเดตข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและสาระน่ารู้ทุกสัปดาห์ ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเราเลย!

ที่มา – “ยูงทอง” เปิดรังเชือด “ทอฟฟี” ฉลองคืนเวทีพรีเมียร์ลีก

ไอดอลสาวโพสต์ภาพ Before-After พลิกลุคจากสาวจืดกลายเป็นไวรัล

เรื่องราวของ “ไม มิยาวากิ” (Mai Miyawaki) ไอดอลสาวชาวญี่ปุ่นวัย 35 ปีจากวง KRD8 กลายเป็นที่กล่าวขวัญอย่างล้นหลามบนโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากเธอโพสต์ภาพเปรียบเทียบ “ก่อน” และ “หลัง” การเปลี่ยนลุค จนกลายเป็นไวรัลในทันที

ภาพที่สร้างกระแสโด่งดังนี้ แสดงให้เห็น “ไม มิยาวากิ” ในลุคสบาย ๆ หลังเลิกงาน สวมแว่นตา เสื้อผ้าเรียบง่าย และรวบผมธรรมดา ซึ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับภาพอื่น ๆ ที่เธอแต่งหน้าจัด และแต่งตัวได้อย่างมั่นใจบนเวทีการแสดง

ไอดอลสาวโพสต์ภาพ Before-After พลิกลุคจากสาวจืดกลายเป็นไวรัล

หลายคนต่างชื่นชมในพลังของการเปลี่ยนแปลง เพราะภาพดังกล่าวไม่ได้จัดฉากหรือแต่งตัวอย่างมีจุดมุ่งหมาย แต่เป็นภาพจริงที่ถ่ายในช่วงเวลาที่เธอพักผ่อนหลังการทำงาน แต่ก็ทำให้หลายคน ‘ต้องเหลียวแล้ว’ เพราะความแตกต่างที่น่าทึ่ง

แน่นอนว่า ไม มิยาวากิ ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นในวงการบันเทิง เธอเป็นหลานสาวของ จินไน โทโมโนริ นักแสดงตลกชื่อดัง โดยที่ตัวเธอเองก็ได้มีโอกาสลองทำทุกอย่างตั้งแต่ร้องเพลง แสดง และเต้นรำ มาตลอด

ทำไมถึงกลายเป็นไวรัลได้?

การที่ไม่มีใครคิดว่า “ไอดอลสาว” ที่ดูเรียบง่ายแบบนี้ จะมีทักษะการแสดงและการแต่งหน้าเก่งสุด ๆ คือสิ่งที่ทำให้ภาพคู่นี้กลายเป็นไวรัล เพราะมันสร้างความมหัศจรรย์ น่าทึ่ง และมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนไม่อยากจะกระพริบตา

  • สร้างแรงบันดาลใจหลาย ๆ คนให้ลองเปลี่ยนลุคเอง
  • ทำให้หลายคนรู้ว่า รูปลักษณ์ภายนอกมีพลังมหาศาลต่อบุคลิกภาพ
  • สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถแท้จริงของการเป็นไอดอล

ยังคงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโพสต์จากเธอจะมียอดเข้าชมสูงกว่า 4.5 ล้านครั้ง และมีคอมเมนต์เต็มไปหมดว่า “ต้องแกล้งทำตัวแบบนี้เล่นหรือเปล่า?”, “ไม่ใช่คนละคนแน่ ๆ”, “เหมือนกลับมาใช้ชีวิตใหม่เลยจ้า”

ที่สำคัญเธอเองยังเผยด้วยว่า “รูปลักษณ์มันสำคัญจริง ๆ นะ” พร้อมยอมรับความต่างระหว่างลุค “เธอลุคบ้าน ๆ” กับ “เธอในเวที” ที่อาจดูไม่ใช่คนเดียวกันเลยทีเดียว

ด้วยความสามารถตัวจริง การยอมสละภาพลักษณ์เพื่อลุคส่วนตัว ทำให้เธอกลายเป็นประเด็นที่ไม่มีวันจางหาย ไม่ใช่แค่เป็นไอดอลสายสวย แต่เป็นไอดอลสายเป๊ะที่ปล่อยให้ทุกคนได้ค้นหาความจริงของเธอแบบจริงจัง

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวแนวนี้ ลองเข้าไปติดตามเพิ่มเติมบน อินสตาแกรมของเธอ แล้วคุณอาจจะพูดตามเสียงหลายคนได้ว่า “เธอน่าทึ่งจริง ๆ”

ที่มา – ‘ไอดอลสาว’ โพสต์ภาพ ‘Before-After’ พลิกลุคจากสาวจืดกลายเป็นไวรัล

ถ้ำตากึง แหล่งโบราณคดีใหม่ในป่าต้นน้ำพิษณุโลก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดความตื่นต้าตื่นตาในวงการโบราณคดี เมื่อเจ้าหน้าที่จาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด และ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางยาง ได้ทำการลาดตระเวนในพื้นที่ ป่าต้นน้ำแควน้อย ซึ่งอยู่ในอำเภอเมืองพิษณุโลก และได้ค้นพบสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ นั่นคือแหล่ง ถ้ำตากึง แหล่งโบราณคดีแห่งใหม่ที่อาจเปิดเผยเรื่องราวสำคัญเกี่ยวกับอดีตของภูมิภาค

ถ้ำตากึง แหล่งโบราณคดีใหม่ในป่าต้นน้ำพิษณุโลก

จากการลาดตระเวนในช่วงวันที่ 14-16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ได้สำรวจบริเวณที่ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อน ซึ่งนำไปสู่การค้นพบถ้ำลึกซึ่งพวกเขาตั้งชื่อว่า ถ้ำตากึง ที่ตั้งของถ้ำแห่งนี้อยู่ลึกในป่าต้นน้ำแควน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยความหลากหลายของธรรมชาติ

เหตุใดจึงสำคัญ?

การค้นพบนี้มีความหมายมากกว่าการได้พบรอยโบราณ เพราะมันอาจเป็นข้อมูลที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจในมุมมองทาง โบราณคดี และ ธรณีวิทยา ของจังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรม โครงสร้างภูมิประเทศ หรือแม้กระทั่งร่องรอยของผู้คนในอดีต ซึ่งยังไม่เคยมีการบันทึกไว้มาก่อน

ภายในถ้ำแห่งนี้ คาดว่าจะมีแร่ธาตุและชั้นหินหลายประเภทที่อาจใช้ในการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ รวมถึงรูปสลักหรือศิลปวัตถุโบราณที่สามารถเปิดเผยมุมมองใหม่เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของมนุษย์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

  • สำคัญทางวิชาการ
  • อาจเผยเบาะแสอารยธรรมแรกเริ่ม
  • แหล่งเรียนรู้เชิงธรรมชาติและโบราณคดี

การสำรวจและการศึกษาอย่างจริงจังในอนาคตจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความหมายของ ถ้ำตากึง และผลกระทบต่อวิชาการ เช่น ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

การค้นพบนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายของอดีตที่ถูกปิดไว้ แต่ยังเป็นเริ่มต้นของเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในด้านการศึกษาวิจัย การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการตื่นตัวของชุมชนท้องถิ่นถึงความสำคัญของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ล้อมรอบตัวเรา

นี่คือแรงผลักดันให้ผู้คนหันมาใส่ใจในธรรมชาติ ป่าต้นน้ำ ไม่ใช่แค่เรื่องของการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่ยังเป็นแหล่งความรู้ทางโบราณคดีที่รอคอยการถอดรหัส

หากคุณสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและโบราณคดีในเมืองไทย ติดตามเราเพื่อไม่พลาดข่าวสารใหม่ ๆ จากพื้นที่พิษณุโลกที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการค้นพบ

ที่มา – การค้นพบครั้งสำคัญ ‘ถ้ำตากึง’ แหล่งโบราณคดีใหม่ป่าต้นน้ำ ‘พิษณุโลก’

ผอ.กีฬามิลานยืนยันอยากได้ “ฮอยลุนด์” เสริมแนวรุก

อิกลี ตาเร ผู้อำนวยการกีฬา เอซี มิลาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงความต้องการที่จะได้ตัว ราสมุส ฮอยลุนด์ หัวหอกจากทีมชาติเดนมาร์กของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเสริมแนวรุกให้กับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ เจ้าตัวเริ่มส่อแววว่าอาจหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ผอ.กีฬามิลานยืนยันอยากได้ “ฮอยลุนด์” เสริมแนวรุก

อิกลี ตาเร กล่าวว่าทีมมีแผนที่จะเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะรอบชั้นหน้า โดยเน้นตำแหน่งกองหน้าเป็นหลัก เพราะเห็นว่า ฮอยลุนด์ เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์และการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งอาจเติมเต็มจุดอ่อนในการทำประตูได้ดี

โอกาสของ ฮอยลุนด์ กับปิศาจแดงดำ

ตาเร กล่าวต่อว่า “ฮอยลุนด์ คือตัวเลือกที่ดีสำหรับเรา เพราะเขามีคุณภาพและสไตล์การเล่นเข้ากับทีมของเรา เรากำลังประเมินสถานการณ์อยู่ แต่ตลาดนักเตะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจำเป็นต้องได้นักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมจริงๆ”

ทั้งนี้ ราสมุส ฮอยลุนด์ วัย 22 ปี ถูกมองว่าอาจจะหมดโอกาสในทัพ “เรด เดวิลส์” แล้วหลังจากถูก รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมคนใหม่ตัดออกจากทีมชุดที่พ่ายให้อาร์เซนอล 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ายังต้องการอยู่กับสโมสรและขยันกลับไปซ้อมทุกวันก็ตาม

ข่าวลือการย้ายทีมของ ฮอยลุนด์ สร้างความตื่นตัวให้กับแฟนบอลในอิตาลีเป็นอย่างมาก หลังจากที่ “ปิศาจแดงดำ” ต้องเผชิญกับความขาดแคลนในตำแหน่งกองหน้าแท้ ตั้งแต่ต้นฤดูกาล ด้วยผลงานการทำประตูที่ไม่สม่ำเสมอของบรรดานักเตะที่มีอยู่

  • เอซี มิลาน มองหาตัวกองหน้าเพื่อเสริมแนวรุก
  • ราสมุส ฮอยลุนด์ เริ่มส่อแววออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด
  • อิกลี ตาเร ยืนยันเป็นทางการถึงความสนใจในตัว ฮอยลุนด์
  • ราคาซื้อขายนักเตะคาดว่าจะสูงเกิน 30 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามกันต่อว่า เรื่องนี้จะไปทางไหน สำหรับแฟนบอล “ปิศาจแดงดำ” สิ่งที่แน่ชัดคือทีมต้องการนักเตะแนวรุกคนใหม่เพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ไม่ว่าจะได้ ฮอยลุนด์ มาร่วมทีมหรือไม่ก็ตาม แฟนบอลคงต้องอดทนและให้กำลังใจทีมให้ดีที่สุด

จากการประเมินเบื้องต้น หากสามารถเซ็น ฮอยลุนด์ มาร่วมทีมได้จริง จะช่วยให้แนวทางการเล่นของ มิลาน ดูมั่นคงและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเกมที่ต้องครองบอลบุกเพื่อทำประตูอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ผอ.กีฬามิลานยืนยันอยากได้ “ฮอยลุนด์” เสริมแนวรุก