ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

คปภ.ลุยทำไกด์ไลน์ล้อมคอกบริษัทประกันภัยใช้AIห้ามเอาเปรียบลูกค้า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งจัดทำแนวทางการกำกับดูแลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทประกันภัยใช้ AI ในการเอาเปรียบลูกค้า พร้อมเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะต่อร่างแนวทางดังกล่าว ตั้งแต่วันนี้จนถึง 22 สิงหาคม 2568

คปภ.ลุยทำไกด์ไลน์ล้อมคอกบริษัทประกันภัยใช้AIห้ามเอาเปรียบลูกค้า

ร่างแนวทางที่ คปภ. กำลังจัดทำขึ้นนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยใช้นวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ AI ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ความเป็นธรรม รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

แนวทางการกำกับ AI ครอบคลุม 4 ด้านหลัก

แนวทางที่ คปภ. กำลังจัดทำไว้มีสาระสำคัญครอบคลุมใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

  • การกำกับดูแลการใช้งาน AI: กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการอย่างชัดเจน ให้บริษัทประกันต้องมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการใช้งาน AI รวมถึงการให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องจริยธรรมและ风险 AI แก่พนักงาน
  • ความทนทานและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ AI: ต้องมีมาตรการป้องกันความผิดพลาดและภัยคุกคามทางไซเบอร์ในทุกขั้นตอนของการพัฒนา และการใช้งาน AI เพื่อให้ระบบมีความปลอดภัยและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  • ความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบาย: บริษัทต้องสามารถอธิบายผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ AI ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่ส่งผลกระทบกับสิทธิหรือประโยชน์ของผู้ซื้อประกัน
  • ความเป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค: สนับสนุนให้ AI ใช้ข้อมูลที่เป็นกลาง หลีกเลี่ยงอคติ ลดโอกาสในการเลือกปฏิบัติ และต้องมีช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถขออธิบายและตรวจสอบการทำงานของ AI ได้

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ วัฒนาประสบสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ สายเทคโนโลยีสารสนเทศ คปภ. กล่าวว่าองค์กรได้มีการผ่านการรับรองมาตรฐานสากลสองฉบับ คือ ISO/IEC 27001:2022 และ ISO/IEC 27701:2019 ซึ่งเป็นการยืนยันว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของคปภ. มีความมั่นคงปลอดภัยสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

การออกแนวทางในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยได้มีการตั้งกรอบการดำเนินงานอย่างชัดเจน และลดความเสี่ยงจากการใช้ AI ที่อาจสร้างความเสียหายหรือเกิดการเลือกปฏิบัติกับผู้บริโภคในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรตระหนักถึงสิทธิของตนเองในการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมกัน และสามารถตรวจสอบความผิดปกติในระบบ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการใช้เทคโนโลยีที่ไร้ขอบเขต

ท้ายที่สุด คุณค่าของ AI อยู่ที่การช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบใคร ประชาชนกับภาคธุรกิจควรเดินไปด้วยกันบนทางสายกลางที่ยุติธรรม

ที่มา – คปภ. ลุยทำไกด์ไลน์ ล้อมคอกบริษัทประกันภัย ใช้ AI ห้ามเอาเปรียบลูกค้า

จับหนุ่มพนักงานสายการบินติดพนันบอล ลักนาฬิกาโรเล็กซ์

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผู้กำกับตำรวจกองปราบปราม สน.โคกคราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.อัษฎาศ์ เนตรพุดซา สว.สส. สน.โคกคราม ได้จับกุมนายธงชัย เชื้อสุข อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4750/2568 ลงวันที่ 15 ส.ค. 2568 ข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 6 สิงหาคม ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มวัย 46 ปี เจ้าของบริษัทส่งออกและนำเข้าสินค้า ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศุภฤษ์ ปานจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สน.โคกคราม ว่ามีคนร้ายบุกบ้านพักหรูย่านถนนเอกมัย-รามอินทรา โดยเข้าไปในเวลาประมาณ 01.20 น. และรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าหายไป

จับหนุ่มพนักงานสายการบินติดพนันบอล

ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่พบว่านายธงชัยเป็นผู้ก่อเหตุ เข้าไปปีนกำแพงของโครงการที่พักอาศัย และเข้าไปในบ้านเพื่อลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมในบริเวณสนามบินดอนเมือง และตรวจยึดของกลางที่ห้องพักของเขา

อุปกรณ์ที่ยึดได้ในครั้งนี้มีมูลค่าสูงมาก ได้แก่ นาฬิกาโรเล็กซ์ ยี่ห้อชั้นนำราคา 800,000 บาท เงินสด 80,000 บาท อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ caliber 9 มม. และรถจยย.ฮอนด้า สีดำเทา ทะเบียน อฬร 854 กทม.

ที่มาของการกระทำ: พนันฟุตบอล

จากการสอบสวนนายธงชัยได้รับทราบสารภาพว่าตนเองเรียนจบปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร และทำงานที่สายการบินแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ขับรถลากเครื่องบินออกรันเวย์เหมือนเดิม สิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจลงมือผิดกฎหมายคือ ความติดพนันฟุตบอล ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เงินที่จำเป็นต้องใช้ในการวางเดิมพันทำให้เขามีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนเป็นเหตุผลหลักในการปีนกำแพงบ้านผู้เสียหายเพื่อลักทรัพย์

  • อาชญากร: นายธงชัย เชื้อสุข
  • อาชีพ: พนักงานขับรถลากเครื่องบิน
  • ทรัพย์สินหาย: นาฬิกาโรเล็กซ์, เงิน, รถจักรยานยนต์, ปืน
  • ข้อหา: ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน

ชายผู้นี้เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าเมื่อตระหนักว่าหนี้สินเพิ่มมากขึ้นจากการพนัน เขาก็เริ่มวางแผนในการหาเงินผิดกฎหมายโดยเลือกเป้าหมายบ้านหรูอย่างรอบคอบ คาดหวังจะถูกจับได้ไม่ง่าย

จนกระทั่งการผสมผสานของความโลภและความต้องการเงินทำให้นายธงชัยปีนกำแพงเข้าไปในบ้านผู้เสียหาย และยักยอกทรัพย์อย่างร้ายแรง

สิ่งที่เริ่มต้นด้วยความรักในเกมฟุตบอลกลับกลายเป็นเส้นทางแห่งความผิด ซึ่งทำให้นายหนุ่มที่เคยทำงานด้านการบินต้องยืนหน้าศาลแทน

หากคุณเป็นผู้ที่อาศัยในย่านใกล้เคียงหรือมีทรัพย์สินมีค่าประดับตกแต่งบ้าน ควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณรั้วหรือพื้นที่หลังบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหายจากผู้กระทำผิดที่อาจเลือกจุดอ่อนในการบุกรุก

ที่มา – จับหนุ่มพนักงานสายการบินดังติดพนันบอล ปีนบ้านหรูขโมย ‘โรเล็กซ์’ มูลค่าเกือบล้าน

ป๋อ ณัฐวุฒิ เผยแผลเขียวช้ำจนดำหลังเจอม้ากัด

ป๋อ ณัฐวุฒิ เผยแผลเขียวช้ำจนดำหลังเจอม้ากัด

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนต่างติดตามและให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อพระเอกหนุ่มหน้าหล่อ ป๋อ ณัฐวุฒิ ได้เข้าร่วมถ่ายทำรายการ ตีท้ายครัว ในคอกเลี้ยงม้า ซึ่งในระหว่างการถ่ายทำ หนุ่มป๋อได้พยายามให้อาหารม้าอย่างตั้งใจ แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อถูกม้าตัวหนึ่งจ้องกัดที่แขนเข้าอย่างแรง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

คลิปที่เผยแพร่ออกไปบนโลกโซเชียลได้สร้างความตื่นเต้นอย่างมาก มีหลายคนที่แสดงความเป็นห่วง และตั้งคำถามถึงอาการของพระเอกว่าปลอดภัยหรือไม่ ทว่าล่าสุด หนุ่มป๋อได้ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ของเขาเอง โดยได้แชร์คลิปที่อธิบายว่าขณะนี้กำลังปิ้งอาหารอยู่บนเตาถ่าน และโชว์อาการแผลที่ยังคงมีลักษณะเป็นสีม่วงเขียวจนเริ่มดำไปแล้ว

อาการบาดเจ็บที่เศร้าหักเหลือเกิน

ป๋อ ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า “แผลใกล้หายแล้วนะครับ จากแดงเป็นดำ จากดำเป็นเหลืองแล้ว” พร้อมกับอธิบายถึงลักษณะของบาดแผลที่เกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้รับแรงกระแทกที่ค่อนข้างมาก และไม่ใช่แค่อาการใต้ผิวหนังธรรมดา แต่เป็นแผลลึกที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนสีผิวบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ

ไม่นานหลังจากที่เผยแพร่คลิปออกไป ได้มีแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความเป็นห่วง และยังมีหลายคนที่เข้ามาเขียนขำขันว่า “เท่มากนะโดนม้ากัด ไม่เหมือนคนอื่น” หรือมีบางคนบอกว่า “เป็นเคราะห์ดีหรือเปล่า แต่ขอให้หายไวๆ นะ” ซึ่งแม้อาจฟังดูขำขัน แต่ก็สะท้อนถึงความมีน้ำใจของเหล่าแฟนคลับที่เป็นอย่างดี

ความปลอดภัยในการทำงานกับสัตว์

มีหลายคนที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการถ่ายทำกิจกรรมในพื้นที่มีสัตว์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัตว์เหล่านั้นยังไม่คุ้นเคยกับผู้เข้าไปในพื้นที่ แม้ว่าทีมงานจะทำงานร่วมกับมืออาชีพ แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและมีมาตรการป้องกันจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในการปกป้องตัวเอง รวมถึงการป้องกันไม่ให้สัตว์เกิดอาการตกใจหรือเครียดจากการกระทำของคน

  • ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเข้าใกล้สัตว์
  • มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมตลอดเวลา
  • ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเหนือการสร้างภาพลุค
  • เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ให้มากขึ้นก่อนเข้าใกล้

นี่อาจจะเป็นประสบการณ์ที่เจ็บแต่คุ้มค่าสำหรับ ป๋อ ณัฐวุฒิ เพราะได้รับทั้งความเป็นที่รักของแฟนคลับ และบทเรียนในการทำงานกับสัตว์ในอนาคต อย่างไรก็ตามเราต้องขอให้หนุ่มป๋อหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และสามารถกลับมาทำงานและให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้

อย่าลืมแชร์เรื่องราวนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน และแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ด้านล่างนะครับ

ที่มา – “ป๋อ ณัฐวุฒิ” เผยแผลเขียวช้ำจนดำหลังเจอม้ากัด ชาวเน็ตแห่ตกใจพร้อมแซวเท่อยู่นะว่าไม่ได้โดนสัตว์ใหญ่กัด!

โพลนักธุรกิจชี้พรรคใหญ่มุ้งเยอะขัดแย้งสูง จับตา “พรรคใหม่-พรรคเล็ก” ทางเลือกใหม่

ผลสำรวจจากสำนักวิจัยซูเปอร์โพลชี้ให้เห็นถึง ความไม่พอใจของภาคธุรกิจ ต่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งภายในที่มีสูงถึง 74.3% รวมถึงการถูกมองว่าเป็นพรรคที่หนุนหลังโดยทุนขนาดใหญ่และ ไม่สะท้อนเสียงของ SMEs อย่างแท้จริง

โพลนักธุรกิจชี้พรรคใหญ่มุ้งเยอะขัดแย้งสูง จับตา “พรรคใหม่-พรรคเล็ก” ทางเลือกใหม่

รายงานของซูเปอร์โพลระบุว่า ถึง 82.4% ของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนต้องการ การเมืองไทยที่เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างชัดเจน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ภาคธุรกิจเริ่มมองว่า พรรคใหม่และพรรคเล็ก อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าพรรครวมศูนย์ที่มีภาพลักษณ์ถูกวิจารณ์

พรรคปวงชนไทยได้เปรียบในสายตาธุรกิจ

ในบรรดาพรรคเล็กและพรรคเกิดใหม่ พรรคปวงชนไทย เป็นพรรคที่ได้รับความน่าสนใจมากที่สุดจากผลสำรวจ โดยมีเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากมุมมองด้านประสบการณ์ธุรกิจ และความใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม และ SMEs

  • ประเด็นเศรษฐกิจ: ปวงชนไทย นำในหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องธุรกิจ, SMEs และสตาร์ทอัพ
  • ภาพลักษณ์ผู้นำ: เอกสิทธิ์ ได้รับคะแนนสูงในด้านความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มธุรกิจ
  • การดูแลแรงงาน: ปวงชนไทย ได้คะแนนดีในเรื่องสวัสดิการแรงงานที่สมดุล

แม้จะมีข้อดีในเรื่องเชิงนโยบาย แต่พรรคใหม่และพรรคเล็กยังต้องพัฒนาในมิติความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ทางการเมือง หากเทียบกับผู้นำรุ่นแก่ เช่น วรงค์ เดชกิจวิกรม และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ยังได้รับความน่าเชื่อถือในด้านคุณธรรมจริยธรรม

สรุปได้ว่า ภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นการเมืองใหม่ที่ไม่ซับซ้อน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเศรษฐกิจจริง อย่างเช่น พรรคปวงชนไทย ที่สร้างความน่าเชื่อถือจากการดำเนินงานในแวดวงธุรกิจจริง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ พรรคใหม่-พรรคเล็ก จะก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการเมืองไทยต่อไป

ที่มา – โพลนักธุรกิจชี้พรรคใหญ่มุ้งเยอะขัดแย้งสูง จับตา “พรรคใหม่-พรรคเล็ก” ทางเลือกใหม่

สตาร์ทอัพเกาหลีผนึก ททท.ยกระดับท่องเที่ยวไทย

ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ล่าสุดมีความร่วมมือระหว่าง สตาร์ทอัพจากเกาหลีใต้ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย การเปิดตัวโซลูชันท่องเที่ยวจากประเทศเกาหลีใต้ในครั้งนี้เกิดขึ้นในงาน “KTSC Demo Day 2025” ภายใต้มหกรรม Techsauce Global Summit 2025 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมต่อพันธมิตรในไทย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กลุ่มนักเดินทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม K-Beauty, Wellness และ นักเดินทางอิสระ

สตาร์ทอัพเกาหลีผนึก ททท.ยกระดับท่องเที่ยวไทย

โครงการในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมี สตาร์ทอัพจากเกาหลีใต้ มากกว่า 10 รายเข้าร่วม โดยนำเสนอโซลูชันที่ทันสมัย เช่น การจองอัตโนมัติ, แพลตฟอร์ม eSIM, เทคโนโลยีสุขภาพและความงาม, การแปลภาษาเรียลไทม์ และระบบท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางอิสระ มีบริษัทที่โดดเด่นเช่น DOWHAT, ND Soft, Crosshub และ Nanugi World

ร่วมกันสร้างอนาคตแห่งการท่องเที่ยวสมัยใหม่

เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแค่ปรับปรุงความสะดวก แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการเรียนรู้ การศึกษาต่างประเทศ และความต้องการเฉพาะของนักเดินทางสมัยใหม่ ทั้งนี้มีการเจรจาความร่วมมือเบื้องต้นไปแล้วกว่า 7 ราย อีกทั้งยังมีบริษัทหลายรายที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept) ในตลาดไทย

จากข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า คนไทยที่เดินทางไปเกาหลีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม นักเดินทางอิสระ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเดินทางมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงกลุ่ม

นายยัง คยองซู รองประธานบริหาร สายงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว KTO ระบุว่า “ไทยไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือพาร์ตเนอร์ที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน หากเราเชื่อมความแข็งแกร่งด้านบริการของไทย กับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของเกาหลี เราก็จะสามารถก้าวไปเป็นผู้นำในยุคการท่องเที่ยวใหม่ได้อย่างแน่นอน”

ความร่วมมือที่สร้างโอกาส

ในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือที่ยั่งยืน องค์การ KTO และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาเครือข่ายนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแข่งขัน Travel Tech Startup และการใช้ระบบ PoC Sandbox สำหรับการทดลองในตลาดจริง

  • ส่งเสริมการเชื่อมต่อสตาร์ทอัพกับธุรกิจไทย
  • พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
  • เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสบริการใหม่ ๆ ก่อนลงตลาดจริง

“MOU ฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศความร่วมมือที่ต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ ไม่ใช่แค่ในแง่เทคโนโลยี แต่รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการส่งเสริมนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในบริบทของไทย” นายนชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าว

KTSC ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2024 ในตอนแรกเป็นแพลตฟอร์ม soft-landing ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางสำหรับสตาร์ทอัพเกาหลีที่ต้องการเจาะตลาดไทย โดยมีบริษัทที่ลงทะเบียนในไทยแล้ว เช่น Lala Station และ Star Secret Korea ส่วน Healing Paper (GangnamUnni) มีผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 2,000 รายต่อเดือน และเตรียมเปิดไลน์ K-Beauty กว่า 300 รายการ

นอกจากนี้ ก็มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น GroundK ที่ร่วมมือกับ The Trago แพลตฟอร์มจองตั๋วเรือชั้นนำของไทย ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในการขยายธุรกิจผ่านความร่วมมือจากสองประเทศ

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเริ่มจาก ‘ระบบ’ ที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองความคาดหวังของนักเดินทางยุคใหม่ การท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ใครเข้าใจก่อน ย่อมได้เปรียบก่อน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว การตามรอยสตาร์ทอัพจากเกาหลีอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่โอกาสใหม่ๆ ในตลาดเติบโตอย่างไทย

ที่มา – สตาร์ทอัพ เกาหลีใต้ ผนึก ททท.ยกระดับท่องเที่ยว

‘วรชัย’ เห็น ‘นายกฯ’ ไปศาล ชี้แจงกรณีคลิปเสียงฮุนเซน

กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีเกี่ยวกับคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้สร้างกระแสความตื่นตัวในวงกว้าง นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า เห็นว่านายกฯ ควรไปศาลชี้แจงด้วยตนเอง เนื่องจากเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

‘วรชัย’ เห็น ‘นายกฯ’ ไปศาล ชี้แจงกรณีคลิปเสียงฮุนเซน

นายวรชัย เผยว่า จากการได้ฟังคลิปเสียงเต็มฉบับ สิ่งที่ น.ส.แพทองธาร พูดเป็นเพียงการพูดคุยในเชิงความเข้าใจและการเจรจาทางการทูต โดยไม่ได้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทยแต่อย่างใด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร เนื่องจากการต่อสู้ด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะสิ่งที่เสียหายจริงคือชีวิตผู้คน และความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาชาวโลก

การพูดคุยเพื่อความสงบสุข ไม่ใช่การทำลาย

ทั้งนี้ นายวรชัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร พูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือทำให้ไทยเสียหายอย่างที่บางคนตีความ ดังจะเห็นได้จากการที่สมเด็จฮุน เซน ร้องขอให้เปิดด่านชายแดนก่อน น.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้รับปาก แต่จะรอคำชี้แนะจากฝ่ายความมั่นคง

ทั้งนี้ยังมีประเด็นที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวดเรื่องการป้องกันการพนันข้ามแดนที่กัมพูชา ซึ่งไปกระทบรายได้ทางเศรษฐกิจของทางฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้มีเสียงวิจารณ์จากฝั่งกัมพูชา และถูกใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้เกิดกระแสต่อต้านจากกลุ่มต่าง ๆ ในไทย

อย่างไรก็ตาม นายวรชัย ประกาศชัดเจน ว่าหากต้องเปลี่ยนรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและกระบวนการอย่างมีระบบ เพราะปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องชายแดน ภาษี และสงครามทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ ต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อีกทั้งหากมีคนขับไล่รัฐบาลในช่วงเวลาเช่นนี้ ก็ขอให้พวกเขาไม่นำผลประโยชน์ส่วนตัวมากระทบประเทศชาติ

เนื้อหาที่ผ่านมานี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะชะตากรรมของประเทศชาติขึ้นอยู่กับทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือประชาชนภายในประเทศ หากใครไม่พอใจนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน ขอให้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงในกระบวนการเลือกตั้ง แทนการขับไล่ประชาชนคนอื่นด้วยความเกลียดชัง

ที่มา – ‘วรชัย’ คาด ‘นายกฯ’ ไปเอง แจงศาลรัฐธรรมนูญ ปมคลิปเสียงฮุนเซน มองไม่ได้ไทยเสียหาย

แฝดเล็ก” ลาออกหัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลาออกของพล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “แฝดเล็ก” จากตำแหน่งประธานผู้ฝึกสอนและหัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย หลังจากทุ่มเทให้กับวงการกีฬาไทยมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี

“แฝดเล็ก” ปิดตำนานกว่า 40 ปีในวงการกรีฑา

พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 และได้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนมาถึงปี พ.ศ. 2544 ที่ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานผู้ฝึกสอน ทั้งหมดนี้กินเวลาและแรงงานมากกว่า 4ทศวรรษ ทว่าด้วยเหตุผลด้านสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจยื่นใบลาออก มีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา “แฝดเล็ก” ได้เป็นเสาหลักสำคัญในการพัฒนากรีฑาไทย มีผลงานดีๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนนักกรีฑายุวให้เติบโต และผลักดันนักกีฬาทีมชาติให้คว้าเหรียญรางวัลในระดับนานาชาติมาให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

มอบหมายงานให้ผู้ฝึกสอนคนใหม่

ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้กับคณะผู้ฝึกสอนคนใหม่ พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ ได้กำหนดรายชื่อผู้ฝึกสอนที่จะรับต่อภารกิจในแต่ละประเภทกีฬา ดังนี้:

  • วิ่งผลัด 4×100 ม. ชาย: นายเอกวิทย์ แสวงผล
  • วิ่งผลัด 4×100 ม. หญิง: พ.ต.ท.วัชระ สอนดี
  • วิ่งผลัด 4×400 ม. ชาย-หญิง: นายณรงค์ นิลพลอย และ ร.ต.ท.หญิง ตรีวดี ยงพันธ์
  • วิ่งข้ามรั้ว 400 ม. ชาย-หญิง: ร.ต.อ.จีรชัย ลิงลม
  • ทีมยุวชน: พ.ต.ท.ลภัสภร ถาวรเจริญ และ น.อ.มิเกล
  • ประเภทลาน:
    • กระโดดค้ำ: พ.ต.ต.สมพงษ์ โสมบ้านกวย
    • ขว้างค้อน: ร.ต.อ.หญิง เบญจมาศ อุ่นแก้ว
    • กระโดดไกลและเขย่งก้าวกระโดด: ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุคนธ์

การจากไปของ “แฝดเล็ก” ถือเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในวงการกีฬาไทย แต่บทสรุปของตำนานท่านนี้จะยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะผู้บุกเบิกและพัฒนากีฬากรีฑาให้ก้าวสู่สากล และสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นต่อไป

เชื่อว่าอย่างไรก็ตาม ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ของทีมงานผู้ฝึกสอนคนใหม่ ที่ได้รับการปลูกฝังจาก “แฝดเล็ก” เมื่อครั้งยังเป็นนักกีฬา จะสามารถสานต่อความมหากาจของทีมทีมชาติไทยต่อไปได้อย่างยอดเยี่ยม

นี่คือตัวอย่างของความมุ่งมั่นและการอุทิศตนเพื่อสังคม ที่คุ้มค่าแก่การจดจำ และสืบทอดต่อไป

ที่มา – “แฝดเล็ก” ลาออกหัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติ ปิดตำนานกว่า 40 ปีในวงการ

อิ๊งค์โพสต์คำสอนแม่ชี ‘การสร้างกำลังใจให้ตัวเอง’

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้โพสต์สตอรี่ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว โดยนำคำสอนของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต มาแบ่งปันให้แก่ผู้ติดตาม ซึ่งเนื้อหาสะท้อนถึงพลังของจิตใจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยข้อความที่ว่า “การได้รับกำลังใจ เป็นเรื่องดี แต่การสร้างกำลังใจให้ตัวเองได้ เป็นเรื่องดีที่สุด”

การสร้างกำลังใจให้ตัวเองคือพลังภายในที่ยิ่งใหญ่

คำสอนของแม่ชีศันสนีย์ไม่เพียงแค่ปลุกใจให้หลายคน แต่ยังเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราตระหนักว่าการมี “สติ” คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้อยู่เหนืออารมณ์และความรู้สึกอย่าง “ความชอบ-ชัง” ซึ่งในยุคที่ทุกคนเผชิญกับความเครียดและความท้าทาย การสร้างกำลังใจให้ตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีคุณค่าอย่างยิ่ง

สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ไม่พึ่งแค่ภายนอก

ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นการไต่สวนพยานในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 21 สิงหาคม และฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ สิ่งที่ผู้นำควรแสดงให้เห็นคือความเข้มแข็งและความสามารถในการยืนหยัดด้วยจิตใจที่มั่นคง

การสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการหนีหรือปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่เป็นการเสริมสร้าง “พื้นฐาน” ที่มั่นคงให้กับตัวเอง ให้ในวันที่ภายนอกวุ่นวาย เราจะยังคงยืนได้อย่างสงบสติอารมณ์

  • การฝึกสติ ช่วยให้เรามองออกถึงความจริง
  • การปฏิบัติตามคำสอน ช่วยให้จิตใจมีจุดยืน
  • การไม่หลงไปกับอารมณ์ ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง

แม่ชีศันสนีย์ได้ทิ้งข้อคิดไว้ว่า “สติ” และความรู้สึกทางจิตใจของเราจะช่วยให้เราไม่หลงไหลกับอารมณ์ชั่ววูบ รวมถึงไม่ถูกลมเคลิ้มของสิ่งภายนอกควบคุม ดังนั้นคำว่า “การสร้างกำลังใจให้ตัวเอง” ก็เปรียบเสมือนการจุดตะเกียงในใจ ที่จะสว่างแม้ในเวลานั้นคุณต้องเดินผ่านที่มืดที่สุด

เชื่อว่าทุกคนในสังคม ย่อมมีความลำบากและทุกข์ในแบบของตัวเอง สิ่งสำคัญคือเราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กับความรู้สึก ไม่ให้มันครอบงำ และสามารถยึดมั่นในหลักคำสอนที่ส่งเสริมจิตใจให้เข้มแข็ง

ขอให้ทุกคนหัด “สร้างกำลังใจให้ตัวเอง” อยู่เสมอ เพราะความเข้มแข็งของตัวเรา เริ่มจากการพึ่งพาตนเองอย่างมีสติและมีไหวพริบ

ที่มา – ‘อิ๊งค์’โพสต์คำสอนแม่ชีศันสนีย์ ‘การสร้างกำลังใจให้ตัวเองได้เป็นเรื่องดีที่สุด’

เจ้าบูมคว้าแชมป์เทนนิสสิงคโปร์ 2 สัปดาห์ซ้อน ลุย ATP Challenger ต่อ

“เจ้าบูม” กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสไทยหนุ่มวัยใส สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาวงการเทนนิสอีกครั้ง เมื่อคว้าแชมป์ในรายการ “M15 สิงคโปร์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (II) 2025” ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์ชายเดี่ยวติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ของเขานับแต่นี้เป็นต้นมา เกมนี้เขามีผลงานโดดเด่นเหนือคู่แข่งอย่างโคกิ มัตสึดะ จากประเทศญี่ปุ่น เมื่อชนะไปใน比分 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 2-6, 7-5 และ 7-5 อย่างสุดมันส์

เจ้าบูมคว้าแชมป์เทนนิสสิงคโปร์ 2 สัปดาห์ซ้อน

แม้ว่ากษิดิศจะลงสนามในฐานะมือวางอันดับหนึ่งของรายการ และอยู่ในอันดับ 418 ของโลก แต่เขาก็สามารถแสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะในรอบสุดท้ายที่ต้องเจอกับผู้เล่นจากแดนซ櫻 ซึ่งถือว่ามีความพิเศษและเผ็ดร้อน มือ 773 ของโลกอย่างโคกิ มัตสึดะ ก็ไม่ใช่ตัวเล็ก ๆ แน่นอน แต่เจ้าบูมสามารถขึ้นนำชุดที่สองด้วยการเอาชนะอย่างแน่วแน่ และปิดฉากในชาชุดที่สามอย่างสุดมันส์ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขารับเงินรางวัลไปกว่า 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 69,832 บาท

เจ้าบูมวางแผนลุยเทนนิสเอทีพี ชาลเลนเจอร์ยาวไปเลย

ไม่พักให้ความสำเร็จของเจ้าบูมเลย เพราะเขาได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเดินทางกลับไทยเพื่อแข่งขันในรายการ “จี เอช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 (1)” ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมร่างกายและฟอร์มสำหรับการลุยรายการ ATP Challenger Tour ที่ประเทศจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยแผนระยะยาวของเขาก็คือจะลุยแข่งขันต่อเนื่องในรายการเอทีพี ชาลเลนเจอร์ทั้งหมด 8 รายการ ในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนนี้เลยทีเดียว

แผนงานนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของกษิดิศเพื่อก้าวขึ้นสู่เส้นทาง ATP Tour อย่างเต็มตัว เมื่อเขามีพื้นฐานจากการคว้าแชมป์แบบต่อเนื่องในรายการวันเด็กโลก และสร้างชื่อทางพรีเมียมตอนนี้เรียกได้ว่าเต็มเงื่อนไขเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะแฟนเป็นร้อยได้เห็นศักยภาพของเขาแล้ว ความทุ่มเท ความมีวินัย และการวางแผนอย่างเหนียวแน่นยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเทนนิสในระดับนานาชาติที่ต้องการแทรกตัวในวงการสากล

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ตามเชียร์เจ้าบูม สลันให้ใจทุกแมตช์เลยนะ เพราะศักยภาพของเขานั้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่แค่แค่แชมป์ไอทีเอฟ มันกำลังเดินทางไปไกลยิ่งขึ้น และเราเชื่อว่า โลกเทนนิสกำลังมีดาวรุ่งอีกดวงหนึ่งที่ใกล้จะขึ้นแท่นในระดับโลกแน่นอน

มาติดตามกันต่อได้ในรายการ ATP Challenger เร็ว ๆ นี้!

ที่มา – “เจ้าบูม” สุดฮอตคว้าแชมป์ที่สิงคโปร์ 2 สัปดาห์ติด วางแผนลุยเทนนิสเอทีพี ชาลเลนเจอร์ยาวไปเลย

สายฝนชั่วครู่ทำถนนลื่น รถเสียหลัก ตำรวจจราจรลำผักชีเข้าพื้นที่ทันที

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เกิดเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงบนท้องถนนในพื้นที่อำเภอลำผักชี จังหวัดชัยภูมิ เมื่อสายฝนเพียงแค่ชั่วครู่ได้ทำให้สภาพถนนลื่น จนรถกระบะเสียหลักและหมุนเคว้งส่งผลให้เกี่ยวเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างน่าตกใจ

สายฝนชั่วครู่ทำถนนลื่น รถเสียหลัก

ตามรายงานจากผู้สื่อข่าวและแฟนเพจสถานีตำรวจนครบาลลำผักชี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. โดยรถกระบะคันหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุด้วยตนเอง เนื่องจากพื้นถนนลื่นจากฝนตก ส่งผลให้รถเสียหลักหมุนตัวและไปเกี่ยวเสาไฟฟ้า โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที

ตำรวจจราจรลำผักชีเข้าพื้นที่ทันทีด้วยความห่วงใย

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ. วุฒิไกร จตุรงค์เสรีกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลลำผักชี ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.อดุลย์ ยะท่าตุ้ม นายทะเบียนจราจรสถานีตำรวจภูธรลำผักชี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการจราจร อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถ และร่วมเก็บกวาดข้อมูลจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้โอกาสนี้เพื่อประชาสัมพันธ์และเตือนผู้ใช้รถให้เพิ่มความระมัดระวังบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหรือถนนลื่น

  • ใช้ความเร็วเหมาะสมกับสภาพถนน
  • ตรวจสอบสภาพยางรถและระบบเบรกเป็นประจำ
  • เปิดไฟหน้าเพื่อเพิ่มการมองเห็น
  • เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างปลอดภัย

พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า “แม้ฝนจะตกเพียงชั่วครู่ แต่ก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพการจราจร เราขอความร่วมมือจากทุกท่านในการขับรถด้วยความระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเจ้าหน้าที่จราจรไม่รอช้าจะเข้าพื้นที่ดูแลทันทีเสมอ”

ในขณะที่ประชาชนต่างตกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ความใส่ใจของ ตำรวจจราจรลำผักชี ยังแสดงให้เห็นว่า “ตำรวจจราจรไทย หัวใจคือประชาชน” เช่นเดียวกันการระมัดระวังของผู้ใช้รถก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงอันตรายบนท้องทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เส้นทางอาจลื่นได้ตลอดเวลา รวมถึงย้ำถึงความสำคัญของพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเหล่านี้ให้น้อยลง

ในที่สุด เราขอเสริมอีกครั้งว่า “การขับรถอย่างปลอดภัย ต้องเริ่มต้นจากตัวผู้ขับรถเอง” และหากคุณกำลังวางแผนการเดินทางในช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบสภาพถนนีล่วงหน้า ตั้งสติ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ในสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน

ที่มา – สายฝนเพียงชั่วครู่ ทำถนนลื่นจนรถเสียหลัก งานจราจรลำผักชีไม่รอช้า เข้าพื้นที่ทันทีด้วยความห่วงใย