ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

รัฐมนตรีกลาโหมจีนจวกสหรัฐใช้แนวคิดสงครามเย็น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัตรจีน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อแนวคิดสงครามเย็นที่ยังคงมีอยู่ในโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะการกระทำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ยังคงยึดมั่นกับตรรกะการครอบงำและกลั่นแกล้งผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีกลาโหมจีนจวกสหรัฐใช้แนวคิดสงครามเย็น

ในการกล่าวเปิดการประชุมความมั่นคงระดับนานาชาติ “เซียงซาน ฟอรัม” ที่กรุงปักกิ่ง พล.ร.อ.ต่ง ได้ระบุว่าแม้ว่าโลกจะมุ่งสู่แนวทางใหม่แห่งสันติภาพและการพัฒนาร่วมกัน แต่แนวคิดแบบสงครามเย็นและกลไกการกีดกันทางการค้าก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อกลไกความสงบสุขของโลก และเป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึง “ตรรกะรูปแบบใหม่” ของความพยายามควบคุมผู้อื่น

แนวคิดโลกล้ามเหยียบสิทธิของผู้อื่น

ทั้งนี้ พล.ร.อ.ต่ง ได้ชี้ให้เห็นว่าความทรงจำทางประวัติศาสตร์ยังคงเตือนใจผู้คนว่าแนวคิดการแย่งชิงอำนาจและส่งเสริมแบบแผนเพื่อประโยชน์ตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่สังคมโลกควรหวนกลับไป โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พยายามบิดเบือนบรรทัดฐานระหว่างประเทศเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตน

นอกจากนี้ จีนยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของตนในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งถูกมองเป็นจุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฟิลิปปินส์ มีความตึงเครียดอยู่เสมอ

พล.ร.อ.ต่ง กล่าวว่า สิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพในการเดินเรือ” และ “มติของตุลาการระหว่างประเทศ” ถูกใช้โดยเหล่าประเทศมหาอำนาจเพื่อลดทอนหลักนิติธรรมและมารยาทระหว่างประเทศ จึงเป็นภารกิจของจีนที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลอย่างมั่นคง และส่งเสริมระเบียบโลกหลังสงครามอย่างถูกต้อง

เจาะลึกสะท้อนความขัดแย้งที่มีมากว่าหลายปี

ถ้อยแถลงดังกล่าวจากรัฐมนตรีกลาโหมจีน ถือเป็นการตอบโต้ทางอ้อมต่อนายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่ได้กล่าวในการประชุมความมั่นคง “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” ที่สิงคโปร์ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนายเฮกเซธ ได้บ่งชี้ว่า “ภัยคุกคามจากจีนไม่ใช่แค่คำพูด” แต่มีการเตรียมความพร้อมทางทหารอย่างจริงจังเพื่อเปลี่ยนสมดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การแสดงพลังทางทหารและการวางพรมแดนทางทะเลของจีนถูกมองว่าเป็นการก้าวร้าว แต่อย่างไรก็ตาม จีนยืนยันว่าสิ่งที่ตนกระทำคือการป้องปักษ์ผลประโยชน์และมั่นคงทางดินแดนอย่างสมชอบและตามหลักนิติธรรม

การโต้เถียงทั้งสองฝ่ายนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่เพิ่มความตึงเครียดในระดับภูมิภาคและขัดขวางความร่วมมือที่อาจเป็นประโยชน์ร่วมกันของมนุษยชาติ

โลกในยุคใหม่อยู่ที่การเลือก หากฝ่ายใดยังยึดมั่นแนวคิดสงครามเย็น ฝ่ายนั้นก็จะต้องรับภาระของประวัติศาสตร์ไว้เสมอ

ที่มา – รัฐมนตรีกลาโหมจีนจวกสหรัฐ ยังเป็นฝ่ายใช้แนวคิดสงครามเย็น

คนเสื้อแดงให้กำลังใจอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เร่งพิจารณาพักโทษทักษิณ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ กลุ่ม คนเสื้อแดง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีตัวแทนกลุ่มอย่าง น.ส.อุบลกาญจน์ อมรสิน แสดงจุดยืนสนับสนุนการพิจารณา พักโทษและการคุมขังนอกเรือนจำของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นระบบและยุติธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้

คนเสื้อแดงยืนยันเชื่อมั่นระบบราชทัณฑ์

ตัวแทนกลุ่มมวลชน คนเสื้อแดง ได้กล่าวว่า การที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ออกมาคัดค้านการพิจารณา พักโทษ-คุมขังนอกเรือนจำ นั้น เป็นการแทรกแซงกระบวนการทำงานของกรมราชทัณฑ์อย่างไม่เหมาะสม และอาจส่งผลให้เกิดการพิจารณาตามอคติ ไม่ยึดหลักเกณฑ์ และไม่โปร่งใส

รัฐธรรมนูญและกฎหมายคือกรอบการตัดสินใจ

น.ส.อุบลกาญจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์การพักการลงโทษและการคุมขังนอกเรือนจำ มีกรอบชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกคุมขังทุกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนก็สามารถได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ จึงเห็นว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ควรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของผู้ถูกคุมขัง รวมถึงสภาพปัจจุบันและผลกระทบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังได้ระบุว่า คนเสื้อแดง เชื่อมั่นในระบบราชการของกรมราชทัณฑ์ และเห็นว่าการใช้ข้อกฎหมายที่มีอยู่เพื่อพิจารณาคดีของด้านทักษิณ เป็นเรื่องหน้าที่ปกติของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษ และไม่ขัดต่อกฎหมายอย่างที่กลุ่มคัดค้านกล่าวอ้าง

การรวมตัวให้กำลังใจในเร็ววันนี้

เพื่อแสดงพลังเสียงและความเห็นของประชาชนที่ต้องการให้เกิดความยุติธรรมอย่างมีระบบ คนเสื้อแดง ได้ประกาศจัดกิจกรรมให้กำลังใจนายทักษิณ อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดการดังนี้

  • วันเสาร์ที่ 20 กันยายน เวลา 15.00 น. รวมตัวหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม
  • วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน เวลา 10.00 น. คนเสื้อแดง 24 จังหวัด ร่วมให้กำลังใจ

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่า สังคมมีส่วนร่วม และประสงค์ให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปในทิศทางที่ยุติธรรม โดยให้อำนาจกรมราชทัณฑ์พิจารณาตามหลักฐาน กฎระเบียบ และความเหมาะสม

ทั้งนี้ กลุ่ม คนเสื้อแดง ได้ขอเป็นกำลังใจต่อ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในการใช้ธรรมาภิบาลอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ประเทศมีระบบคุ้มครองสิทธิและกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็งขึ้น

เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสังคม จะเห็นได้ว่า “คนเสื้อแดง” ไม่ได้ต้องการแทรกแซงกระบวนการคดี แต่ต้องการให้สรรสร้างความไว้วางใจในสถาบันหน่วยงานราชการผ่านการคาดหวังให้ดำเนินงานอย่างเป็นธรรม นับเป็นเสียงจากคนรุ่นใหม่และฐานมวลชนที่มีความทรงจำดีต่อระบอบประชาธิปไตย

ที่มา – ‘คนเสื้อแดง’ ให้กำลังใจ ‘อธ.กรมราชทัณฑ์’ หนุนพักโทษ-คุมขังนอกเรือนจำ ‘ทักษิณ’

แค๊ปสโตน แอสเสท เปิด Peylaa Phuket Branded Residence

แค๊ปสโตน แอสเสท เตรียมเซ็นสัญญาเชนโรงแรมระดับโลกเปิด Peylaa Phuket โครงการ Branded Residence แห่งใหม่บนเกาะภูเก็ต ภายใต้การบริหารของแบรนด์ระดับโลก ที่ผู้ซื้อและนักลงทุนต่างให้ความสนใจอย่างมาก

แค๊ปสโตน แอสเสท เปิด Peylaa Phuket Branded Residence

นายฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท เผยว่าแนวโน้ม Branded Residence มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจกลาง เช่น ภูเก็ต

สาเหตุที่ Branded Residence น่าลงทุน

โครงการ Branded Residence ที่พัฒนาโดยแค๊ปสโตน แอสเสท มีข้อได้เปรียบทั้งในแง่ของการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารที่อยู่ภายใต้ดูแลของแบรนด์โรงแรมหรูระดับโลก ทำให้โครงการมีมาตรฐานความปลอดภัย และความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทำให้เหมาะสำหรับทั้งผู้พักอาศัย และนักลงทุน

นอกจากนี้ โครงการชนิดนี้ยังมีมูลค่าซ้ำ (Resale Value) และอัตราค่าเช่าที่สูงกว่าคอนโดทั่วไปถึง 30-40% โครงการ Peylaa Phuket จึงเป็นโอกาสในการลงทุนในรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่เป็นเลิศ

ภูเก็ต : จากสถานที่ท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยใหม่

ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภูเก็ตเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่หลังสถานการณ์คลี่คลาย ภูเก็ตกลายเป็นสถานที่ที่นักลงทุน และกลุ่ม Re-locator ต่างสนใจย้ายถิ่นฐานมาเป็นประจำ ไม่ใช่แค่มาเที่ยวเท่านั้น

แนวโน้มนี้นำไปสู่การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโรงแรม บริการสุขภาพ เวิลด์เนส และสถาบันการศึกษานานาชาติ สร้างให้ภูเก็ตกลายเป็น “Coastal City” ที่รองรับไลฟ์สไตล์ครบวงจรได้อย่างลงตัว

ทำไม Peylaa Phuket จึงโดดเด่น

  • อยู่ภายใต้การดูแลของแบรนด์โรงแรมระดับโลก
  • มาตรฐานความปลอดภัยและการก่อสร้างระดับสากล
  • อำนวยความสะดวกครบครัน ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ประจำวัน
  • มูลค่าเพิ่มทั้งระยะสั้นและระยะยาว

โครงการ Peylaa Phuket ถือเป็นการผสมผสานระหว่างคุณภาพชีวิตที่ดี และโอกาสทางการลงทุนที่มั่นคง โดยเปิดโอกาสให้ทั้งผู้พักอาศัยและนักลงทุนต่างชาติได้เป็นเจ้าของ “บ้านหลังที่สอง” ที่พร้อมใช้ได้ทันที ทั้งยังมีโอกาสปล่อยเช่าในรูปแบบโรงแรมส่วนตัวได้อีกด้วย

หากคุณมองหาโอกาสในการลงทุนและคุณภาพชีวิตระดับโลก Peylaa Phuket คือคำตอบที่ผลักดันอนาคตของคุณ

ที่มา – แค๊ปสโตน แอสเสท เตรียมเซ็นสัญญาเชนโรงแรมระดับโลกเปิด Peylaa Phuket

Google Cloud Platform: แพลตฟอร์มคลาวด์ครบครันสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล

ในยุคธุรกิจดิจิทัล การเลือกใช้ Google Cloud Platform ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ แพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

Google Cloud Platform คืออะไร

Google Cloud Platform เป็นชุดของบริการคลาวด์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน สนับสนุนให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้งาน Google Cloud Service

  • ความปลอดภัยระดับโลก: ระบบการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
  • การบริหารจัดการง่าย: อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย
  • ประสิทธิภาพสูง: ความเร็วในการประมวลผลสูง
  • ความเสถียรสูง: ลดเวลาหยุดทำงานของระบบ

ความปลอดภัยด้วย Endpoint Security

ในระบบคลาวด์ ปัจจัยด้านความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการป้องกัน Endpoint Security ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟีเจอร์ของ Endpoint Security ใน Google Cloud Platform ได้แก่:

  • การตรวจจับภัยคุกคามแบบเรียลไทม์
  • การป้องกันมัลแวร์อัจฉริยะ
  • การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาท
  • ระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

โครงสร้างราคาของ Google Cloud

เมื่อพูดถึง Google Cloud Price ระบบราคาถูกออกแบบมาอย่างโปร่งใสและยืดหยุ่น ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลือกต่างๆ เช่น:

  • Pay-as-you-use – จ่ายตามการใช้งานจริง
  • Sustained Use Discounts – ส่วนลดสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง
  • Committed Use Contracts – ราคาพิเศษสำหรับแผนระยะยาว
  • Preemptible VMs – เวอร์ชวลแมชชีนในราคาประหยัด

เทคโนโลยี AI Solution บน Google Cloud

การใช้ AI Solution ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่รองรับ ไม่ว่าจะเป็น:

  • Machine Learning – การเรียนรู้ของเครื่อง
  • Natural Language Processing – การประมวลผลภาษาธรรมชาติ
  • Computer Vision – การวิเคราะห์และรู้จำภาพ
  • Speech Recognition – การรู้จำและแปลงเสียงเป็นข้อความ

บริการหลักใน Google Platform

Google Platform มีชุดบริการหลัก ๆ ที่ใช้งานง่ายและเหมาะกับทุกประเภทของธุรกิจ เช่น

  • Compute Engine – โครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลแมชชีนประสิทธิภาพสูง
  • App Engine – แพลตฟอร์มสำหรับสร้างแอปพลิเคชัน
  • Kubernetes Engine – จัดการคอนเทนเนอร์ได้อย่างครบวงจร
  • Cloud Functions – ฟังก์ชันแบบ Serverless

Cloud Storage จัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

ในส่วนของ Google Cloud Storage มีตัวเลือกในการจัดเก็บข้อมูลหลากหลายประเภท เช่น:

  • Standard Storage – สำหรับข้อมูลที่ใช้งานบ่อย
  • Nearline Storage – สำหรับข้อมูลที่ใช้เป็นระยะๆ
  • Coldline Storage – ข้อมูลที่ใช้ไม่บ่อย
  • Archive Storage – เก็บข้อมูลในระยะยาว

ทำไมต้อง Ingram Micro

Ingram Micro เป็นพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในการให้บริการ Google Cloud Platform สนับสนุนองค์กรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การย้ายข้อมูล ไปจนถึงการฝึกอบรมและการสนับสนุนหลังการขาย

การใช้งาน Cloud Platform จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล ลดต้นทุน และเติมพลังให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ถ้าคุณกำลังมองหาโซลูชันคลาวด์ที่ปลอดภัยและทันสมัย ลองพิจารณาใช้ Google Cloud Platform ร่วมกับคำแนะนำจาก Ingram Micro เพื่อสร้างธุรกิจที่พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล

ที่มา – Google Cloud Platform: แพลตฟอร์มคลาวด์ครบครันสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล

มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ครั้งที่ 11/2 กลับมาอีกครั้ง

จังหวัดระยองเตรียมความคึกคักอีกครั้งกับการกลับมาของ “มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ครั้งที่ 11/2 Rayong Long Beach Festival 2025 @Laemmaephim” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 กันยายน 2568 ณ ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยมีคณะผู้บริหารระดับจังหวัดร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ครั้งที่ 11/2 Rayong Long Beach Festival 2025 @Laemmaephim

นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวเปิดเผยว่า ระยองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในด้านการท่องเที่ยว โดยมีทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม ทั้งชายหาดที่สวยงามและการเดินทางที่สะดวก เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างชื่นชอบ ดังนั้น การจัดงาน มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง จึงถือเป็นนโยบายสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน (Low Season) และกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่

เพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับงาน นางจุฑารัตน์ ขาวคม ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง บอกเล่าคอนเซ็ปต์ของงานว่า “Music in the Rain สนุกสุดขั้ว ไม่กลัวฝน” ซึ่งหากในวันจัดงานมีฝนตก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อกันฝนแจกฟรี และยังมีกิจกรรมมากมายที่ผู้เข้าชมสามารถร่วมสนุก เช่น Latte Art กิจกรรม Share มา Show! รับเครื่องดื่มฟรีวันละ 500 แก้ว, Soft Power เมนูท้องถิ่นให้ชิมฟรี และการออกร้านของ Food Truck พร้อมกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมากกว่า 100 ร้าน

อีเวนต์เก๋ ๆ และศิลปินดังร่วมสร้างสีสัน

นายกิตติ เกียรติมนตรี รองนายกเทศมนตรีจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า การจัดงานนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อบจ.) เนื่องจากเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของท้องถิ่น และคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยือนจังหวัดระยอง พร้อมกับสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ร้านอาหาร โรงแรม และรีสอร์ทต่าง ๆ ในพื้นที่

นอกจากกิจกรรมหลากหลายแล้ว หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานนี้คือคอนเสิร์ตฟรีจากศิลปินชื่อดังระดับประเทศ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและพลังดนตรีให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในค่ำคืนทั้งสองวัน

ส่วนเรื่องความปลอดภัย นายคเชนทร์ แจ่มใส นายกเทศมนตรีตำบลสุนทรภู่ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จัดงาน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยไว้อย่างเข้มงวด มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุด ตรวจอาวุธก่อนเข้างาน และติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมพื้นที่จัดงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถสนุกไปอย่างปลอดภัย

งาน มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศสุดมันส์ริมทะเลระยองอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลสด ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น และสนุกกับศิลปินดี ๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยดนตรีและความบันเทิง มาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลปีนี้และสร้างความทรงจำที่ดี ๆ กัน!

อย่าลังเล รีบบันทึกวันเข้าร่วมกิจกรรมเพราะ มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง 2025 จะกลับมาเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับทุกคนอย่างไม่รู้ลืม

ที่มา – กลับมาอีกครั้ง! มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ‘Rayong Long Beach Festival 2025 @Laemmaephim’

ทรัมป์เล็งแบล็กลิสต์แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 กันยายนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าต้องการขึ้นบัญชีดำกลุ่มแอนติฟา (Antifa) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองฝ่ายซ้ายสุดโต่ง และต่อต้านฟาสซิสต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดให้แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา

ทรัมป์เล็งแบล็กลิสต์แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย

ข้อเสนอของทรัมป์ถือเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ในการต่อสู้ทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีแนวคิดทางซ้าย ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับความเคลื่อนไหวของแอนติฟาอย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ากลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบหลายครั้งในสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ และเหตุลอบสังหารอินฟลูเอนเซอร์การเมืองชื่อดังอย่างชาร์ลี เคิร์ก

ความเคลื่อนไหวที่เป็นประเด็นครั้งใหม่

ปัจจุบัน แอนติฟาถูกมองว่าไม่ใช่ “องค์กร” ในความหมายทั่วไป เพราะเป็นเครือข่ายกระจายอำนาจ ไม่มีผู้นำเป็นทางการ และกระจายอยู่ในหลายรัฐและประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการดำเนินงานของแอนติฟาอย่างละเอียด ทั้งในด้านโครงสร้าง การเงิน รวมถึงกิจกรรมที่เชื่อว่าอาจก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง

  • แอนติฟาไม่มีผู้นำอย่างเป็นทางการ
  • ไม่มีสำนักงานกลางหรือองค์กรหลัก
  • เป็นเครือข่ายกิจกรรมทั่วโลก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การขึ้นบัญชีดำกลุ่มแอนติฟา แม้จะให้ภาพว่าเป็นการใช้มาตรการของรัฐเพื่อป้องกันความไม่สงบ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ากลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุร้ายแรงใดในสหรัฐฯ

มุมมองทางการเมืองกับการตีตรา

ความพยายามของทรัมป์ในการแบล็กลิสต์กลุ่มแอนติฟาถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำแนวคิดทางขวาที่ต้องการหยุดยั้งอิทธิพลของฝ่ายซ้าย โดยเฉพาะแอนติฟาที่มักถูกมองว่าเป็น “มือลับ” ที่ปลุกระดมความไม่พอใจทางสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมมีความตึงเครียดสูง

อย่างไรก็ตาม การตีตราแอนติฟาในครั้งนี้ยังอาจส่งผลย้อนกลับต่อตัวทรัมป์ เพราะกลุ่มนี้มีผู้สนับสนุนในแวดวงเสรีนิยมและต่อต้านฟาสซิสต์ ซึ่งหากการดำเนินการนี้ถูกมองว่าเป็นการกดขี่เสรีภาพในการชุมนุม หรือการแสดงออก ก็อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองของเขาระยะยาว

ในทางกลับกัน ผู้สนับสนุนของทรัมป์กลับมองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามในเชิงอุดมการณ์ โดยเฉพาะในประเทศที่ความขัดแย้งทางการเมืองกำลังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่า ทรัมป์เคยเอ่ยถึงแนวคิดการขึ้นบัญชีดำกลุ่มแอนติฟามาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2020 ท่ามกลางคลื่นการประท้วงทั่วประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ทำให้ฝ่ายบริหารต้องทบทวนบทบาทของกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงว่าก่อความวุ่นวายในสังคม

อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินว่าแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายตามกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจน และการกระทำที่เข้าข่ายคุกคามความมั่นคงของรัฐ ซึ่งแอนติฟาในรูปแบบเครือข่ายหมดรูปแบบการจัดโครงสร้างที่ชัดเจน

ในสายตาของผู้คนหลายคน แอนติฟาไม่ใช่แค่กลุ่มที่ต่อต้านฟาสซิสต์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคม โดยเฉพาะในเรื่องเชื้อชาติ ดังนั้น การที่ทรัมป์เล็งแบล็กลิสต์แอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้ายจึงน่าจะเป็นเพียงอีกขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการต่อสู้ทางอุดมการณ์ที่มีความซับซ้อนและแยบคายอย่างยิ่ง

หากคุณกำลังติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองระดับโลก บทความนี้ถือเป็นมุมมองหนึ่งที่สำคัญในการเข้าใจปรากฏการณ์กลุ่มแอนติฟาและบทบาทของผู้มีอำนาจอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามควบคุมภูมิทัศน์ทางการเมืองของสหรัฐฯ

กดติดตามเราเพื่อไม่พลาดข่าวสารและวิเคราะห์ลึกเกี่ยวกับการเมืองโลกที่มีผลกระทบต่อไทย

ที่มา – ทรัมป์เล็งแบล็กลิสต์กลุ่มฝ่ายซ้าย “แอนติฟา” เป็นองค์กรก่อการร้าย

นายกฯนำทีมรมต.เศรษฐกิจพบหอการค้าไทย ย้ำโจทย์มุ่งแก้ปากท้อง

เมื่อเวลา 09.33 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระหว่างคณะรัฐบาลกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นภายในระยะเวลาที่จำกัด

นายกฯนำทีมรมต.เศรษฐกิจพบหอการค้าไทย ย้ำโจทย์มุ่งแก้ปากท้อง

ในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน และนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง รวมถึงนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกรรมการหอการค้าไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ

นายกฯ กล่าวเปิดการประชุมว่า การมารวมตัวกันในครั้งนี้มิใช่การพบปะครั้งแรก เพราะทุกคนรู้จักกันดีมานานแล้ว และมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการมารับฟังข้อเสนอแนะจากหอการค้าไทยอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลมาหารือและใช้ประกอบการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้แนะนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่จะเข้ามารับตำแหน่ง พร้อมเน้นย้ำว่าการเลือกนายวรภัค ธันยาวงษ์ เข้ามารับตำแหน่งนั้น เป็นการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยได้รับการแนะนำมาจากนายเอกนิติ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจและการบริหารงบประมาณ

  • ตั้งใจรับฟังข้อเสนอแนะจากหอการค้าไทย
  • เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้มแข็งภายในระยะเวลาที่มี
  • แนะนำทีมรัฐมนตรีที่พร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชน

หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเสนอแนะแนวทางและติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งการมารวมตัวกันในการประชุมเช่นนี้จึงเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

รัฐบาลชุดใหม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาด้าน ‘ปากท้อง’ ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมมุ่งเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่นำเศรษฐกิจไปสู่เส้นทางแห่งความมั่นคงในระยะยาว

ทั้งนี้ ต้องจัดทำนโยบายอย่างรอบด้านแต่กระชับ สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และสามารถทำงานได้ทันทีหลังจากได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การประชุมในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม และสามารถส่งผลกลับไปยังประชาชนอย่างแท้จริง

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ในช่วงเวลาถัดไป

ที่มา – นายกฯนำ‘ทีมรมต.เศรษฐกิจ’พบหอการค้าไทย ย้ำโจทย์หลักมุ่งแก้ปากท้อง

ชาวไทยเชื้อสายจีนสืบสานประเพณีทิ้งกระจาดปี 2568

ล่าสุด ณ ศาลารัตนโกสินทร์ 200 ปี อำเภอเมืองมหาสารคาม ได้มีการจัดงาน “ประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว)” โดยสมาคมชาวจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2568 ซึ่งมีนายอรุณ เต็มภัทราโชค นายกสมาคม พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อรำลึกถึงประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษ และที่สำคัญคือ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในช่วงเศรษฐกิจที่ยังคงไม่ค่อยดีนัก

ชาวไทยเชื้อสายจีนสืบสานประเพณีทิ้งกระจาดปี 2568

งานประเพณีทิ้งกระจาดในปีนี้มีการจัดพิธีกรรมอย่างยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยมีการเซ่นไหว้ทีตี่แปบ้อ ปึงเถ่ากงม่า หลักเมืองกง รวมไปถึงเทพเจ้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยพิธีนี้มิใช่เพียงเพื่อระลึกถึงความเชื่อทางศาสนา แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างจิตใจและจิตอาสาให้กับคนรุ่นใหม่

สร้างเครือข่ายช่วยเหลือในชุมชน

หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของ ประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี 2568 คือการระดมทุน แจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือผู้เดือดร้อน สำหรับในปีนี้ สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากประธานเถ่านั่งหลายคน ตลอดจนองค์กรต่างๆ เช่น หอการค้า สมาคมสตรีนักธุรกิจ และเทศบาลเมืองมหาสารคาม ซึ่งได้ร่วมกันระดมพลังเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

  • ข้าวสาร 7 กิโลกรัม
  • นม 5 กล่อง
  • น้ำมันพืช 1 ขวด
  • น้ำปลา 1 ขวด และ
  • อาหารแห้งอื่นๆ

สิ่งของที่ได้รับการบริจาคจะถูกจัดเป็นชุดยังชีพทั้งหมด 2,723 ชุด ซึ่งนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนโพธิ์ศรีในตอนเช้า และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองในตอนบ่าย ทำให้เห็นได้ชัดถึงความสำคัญของงานประเพณีที่สานต่อทั้งวัฒนธรรมและความเมตตา

กิจกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในชุมชน และเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความดี ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ ต่างได้รับใจความสุขและความอบอุ่นจากกิจการดีๆ เช่นนี้

นี่คือตัวอย่างว่าการสืบสานประเพณี ทิ้งกระจาดปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมแห่งการให้ การเสียสละ และความเมตตา ซึ่งเป็นโอกาสอันมีค่าที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม

ที่มา – ชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมกันสืบสานประเพณีทิ้งกระจาด ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในสภาวะเศรษฐกิจ ประจำปี 2568

จ.เพชรบุรี ชวนร่วมรำถวายมือ น้อมรำลึก 158 ปี รัชกาลที่ 4

จังหวัดเพชรบุรีเตรียมจัดกิจกรรมสำคัญเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในโอกาสครบรอบ 158 ปี วันคล้ายวันสวรรคต โดยมีการเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรม รำถวายมือ ในวันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ ลานอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระนครคีรี

จ.เพชรบุรี ชวนร่วมรำถวายมือ น้อมรำลึก 158 ปี รัชกาลที่ 4

ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอใช้พื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 5/2568 นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรม รำถวายมือ ในงานน้อมรำลึก 158 ปี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจะมีการฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2568

กำหนดการกิจกรรม

กิจกรรม รำถวายมือ จะเริ่มมีการฝึกซ้อมในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22-30 กันยายน 2568 และในวันจริง คือ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00-18.00 น. ที่ลานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ คาดว่าจะมีนางรำจิตอาสาชาวเพชรบุรีเข้าร่วมจำนวน 600 คน

นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านกิจกรรม “ร่วมพลังแต่งผ้าไทย” โดยนุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ถุง นุ่งซิ่น ระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2568 ณ ลานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ พระนครคีรี ใครสนใจสามารถสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี โทร. 09-7124-4587

กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการน้อมรำลึกพระกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาญาณสูงส่งและมีพระคุณอย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมือง การร่วมกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังเป็นการสืบสานประเพณีอันงดงามของไทยอีกด้วย

ร่วมกิจกรรมและแสดงความจงรักภักดี ณ ลานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันอังคารที่ 1 ตุลาคมนี้

ที่มา – จ.เพชรบุรี ชวนประชาชนร่วมรำถวายมือ น้อมรำลึก 158 ปี รัชกาลที่ 4 พร้อมกัน 1 ต.ค. นี้

‘ทักษิณ’ เตรียมพบนักจิตวิทยาตรวจสุขภาพ จับตาครอบครัวเข้าเยี่ยมครั้งที่ 2

จากกรณีที่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัว ‘ทักษิณ’ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยถูกตัดสินให้จำคุก 1 ปี ตามคำพิพากษาของศาล จากนั้นท่านได้ถูกย้ายไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับนักโทษกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ เพื่อให้การปฏิบัติตามประเภทผู้ต้องขังเหมาะสม

‘ทักษิณ’ เตรียมพบนักจิตวิทยาตรวจสุขภาพ

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 กันยายน ที่บริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ มีผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักมารอรายงานความเคลื่อนไหว โดยทราบว่าในวันนี้เป็นวันที่ครอบครัวของ‘ทักษิณ’ เข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับการตรวจสุขภาพโดยทีมนักจิตวิทยาซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของเรือนจำ ซึ่งทางเรือนจำได้เตรียมแผนไว้อย่างรอบคอบ

บรรยากาศการเข้าเยี่ยมและการดูแลสุขภาพ

เวลา 08.50 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของ ‘ทักษิณ’ พร้อมด้วยทีมงานได้เดินเข้ามายังศูนย์บริการเยี่ยมญาติ เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสำหรับการเยี่ยมผู้ต้องขังในเวลา 10.00 น. โดย พล.ต.ต. จักรทิพย์ เจริญชัยศิริวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่า ‘ทักษิณ’ เป็นนักโทษเด็ดขาดประเภทผู้ต้องขังสูงอายุ

  • การรับประทานอาหารมื้อเช้า ได้แก่ ไข่ต้มและไข่ลวก (เหมือนเดิม)
  • กิจกรรมระหว่างวันประกอบด้วย การอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เดินออกกำลังกาย
  • เวลาในการพักผ่อน เริ่มนอนช่วง 21.30 น. และตื่นเวลาประมาณ 06.00 น.

ทั้งนี้ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยข้อมูลว่า ทางเรือนจำได้นัดหมายให้ ‘ทักษิณ’ เข้ารับการประเมินสุขภาพจิตจากทีมนักจิตวิทยา เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ต้องขังมีสภาพจิตใจที่พร้อมสำหรับการควบคุมตัวในระยะยาว อีกทั้งเป็นมาตรการปกป้องสุขภาพตามมาตรฐานสากล

จับตาครอบครัวเข้าเยี่ยมครั้งที่ 2

วันนี้เข้าสู่การเยี่ยมญาติครั้งที่สองของ ‘ทักษิณ’ โดยครอบครัวที่เดินทางเข้าเยี่ยมได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (อิ๊งค์) บุตรสาวคนเล็กของท่าน พร้อมด้วยน.ส.พินทองทา ชินวัตร (เอม) บุตรสาวอีกคนของ ‘ทักษิณ’ และคู่สมรสทั้งสองฝ่าย คือ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ นอกจากนี้ ญาติได้ดำเนินการฝากเงินให้ใช้ภายในเรือนจำไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งใช้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 500 บาท สำหรับซื้อของใช้หรืออาหารเล็กน้อยภายในศูนย์

เรือนจำกลางคลองเปรมเน้นย้ำว่า กระบวนการนี้เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการควบคุมตัว แต่ก็ไม่ลืมใส่ใจในเรื่องสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

มีรายงานว่าบรรยากาศในพื้นที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย และไม่มีความวุ่นวายจากการเปิดโอกาสให้ครอบครัวเข้าเยี่ยม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์รอบด้านอาจมีความซับซ้อน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถบริหารจัดการให้เข้าสู่เส้นทางของการควบคุมตัวเชิงระบบได้อย่างทรงประสิทธิภาพ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เราเห็นได้ว่า แม้ ‘ทักษิณ’ จะเป็นบุคคลในวงการการเมืองที่เป็นที่กล่าวขวัญ แต่การปฏิบัติของเรือนจำฯ ก็ยังคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ รวมถึงสุขภาพจิตและอารมณ์ของผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด หากต้องการติดตามข่าวสารเพิ่มเติม อย่าลืมติดตามรายงานของเราอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘ทักษิณ’ เตรียมพบนักจิตวิทยาตรวจสุขภาพ จับตาครอบครัวเข้าเยี่ยมครั้งที่ 2