ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ผวา! ต้นไม้ยักษ์หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมทองโค่นล้มหวั่นเกิดอาถรรพณ์

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เหตุการณ์ที่น่าตกใจได้เกิดขึ้นที่บริเวณหน้า ศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง บนถนนทุ่งกลมตาลหมัน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อต้นไม้ยักษ์ขนาดใหญ่ได้โค่นล้มลงมาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้กิ่งไม้และลำต้นพาดขวางถนน ทำให้การจราจรในพื้นที่ติดขัด และส่งผลให้รั้วของบ้านเรือนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย

ต้นไม้ยักษ์โค่นหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง

ศาลเจ้าแม่ทับทิมทองและตำนานต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

ต้นไม้ที่โค่นล้มลงมานั้นไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นต้นไม้เก่าแก่ที่มีอายุหลายสิบปี และเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าแม่ทับทิมทองซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและคนในพื้นที่ ให้ความเคารพนับถืออย่างยาวนาน ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงสร้างความตกใจและวิตกกังวลแก่ชาวบ้านหลายคน ที่เกรงว่าหากต้นไม้ยักษ์ที่มีความเชื่อมโยงกับศาลเก่าแก่ได้ล้มลง จะมีสิ่งไม่คาดฝันหรืออาถรรพณ์ตามมา

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นไม้หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง

เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

เมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลห้วยใหญ่ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที และดำเนินการระดมกำลังนำเครื่องจักรเข้ามาตัดและเคลื่อนย้ายต้นไม้ยักษ์ที่ล้มออกจากผิวจราจร เพื่อให้สภาพพื้นที่กับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ทำให้การจราจรสามารถกลับสู่ภาวะคล่องตัวได้ในไม่ช้า

การช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

ความเสียหายจากต้นไม้ล้ม

แม้ว่าต้นไม้ยักษ์ที่ล้มลงจะสร้างความเสียหายในเชิงกายภาพ แต่ความเชื่อของคนในพื้นที่ต่อศาลเจ้าแม่ทับทิมทองกลับยังคงมั่นคงอยู่เสมอ เหตุการณ์นี้อาจเป็นเพียงธรรมชาติที่เคลื่อนไหว แต่ก็ปลุกเร้าความทรงจำและความเคารพที่ชาวบ้านมีต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกครั้ง

ท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อและธรรมชาติทำหน้าที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ — ถึงแม้ว่าต้นไม้ยักษ์หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมทองจะล้มลง แต่จิตใจของผู้ศรัทธาต่อศาลศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่มีวันล้ม

หากคุณเคยเข้าไปสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิมทองและมีประสบการณ์หรือความทรงจำดี ๆ กับพื้นที่แห่งนี้ อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวของคุณผ่านความคิดเห็นด้านล่างได้เลย

ที่มา – ผวา! ต้นไม้ยักษ์หน้า ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง’ โค่น หวั่นอาถรรพณ์เกิดอาเพศ

เคยคิดว่าลืมเธอได้ บทเพลงสำหรับคนที่ยังไม่มูฟออน

ความรักเปรียบเสมือนเส้นทางที่เต็มไปด้วยพลัง แต่บางครั้งก็มีช่วงที่ต้องมาหยุดนิ่ง พยายามรับมือกับความทรงจำที่ยังไม่หายไป ล่าสุดวงThe BESTS พาเราผ่านอารมณ์แบบนี้ด้วยซิงเกิลใหม่ “เคยคิดว่าลืมเธอได้” Feat. SIMON & Saran เพลงที่ไม่ได้เป็นแค่บทเพลงรัก แต่ยังเป็นเสียงสะท้อนของใครหลายใจที่หลอกตัวเองว่า “มูฟออน” ได้แล้ว แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยเธออยู่เสมอ

เคยคิดว่าลืมเธอได้ – เรื่องราวของคนที่ยังไม่มูฟออน

หลังจากซิงเกิล “ไปต่อไม่ได้” ที่สะท้อนความรู้สึกตันของความรักไปเมื่อไม่นานมานี้ The BESTS กลับมาอีกครั้งกับเพลงใหม่ที่ไม่แพ้กัน “เคยคิดว่าลืมเธอได้” โดยคราวนี้พวกเขาร่วมงานกับ SIMON และ Saran จากวง D!EOUT เพื่อเติมเต็มอารมณ์ของเพลงให้เข้มข้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เพลงนี้เริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่าง The BESTS และ SIMON ที่กลายเป็นเสียงกีตาร์ไพเราะ ที่ค่อยๆ พัฒนาจนกลายมาเป็นท่อนฮุคที่ทำเอาหลายคนสะดุด: “เคยคิดว่าลืมเธอได้ แต่ว่าสุดท้ายมันก็เปล่าเลย”

การร่วมมือแบบสัมผัสได้ของ The BESTS, SIMON และ Saran

เมื่อ The BESTS ตัดสินใจทำเพลงเดโม่เสร็จ พวกเขาก็รู้ว่าเพลงนี้ยังคงขาดบางสิ่งบางอย่างคือ “แร็ปที่คม” จึงเกิดไอเดียให้ Saran มาร่วมงานในท่อนแร็ปที่สอง โดยเวิร์สที่เขาแต่งขึ้นนั้นไม่ได้ช่วยเสริมเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริม “น้ำหนักทางอารมณ์” ให้กับเพลงได้อย่างพิเศษ

  • The BESTS ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันเองก็ร่วมงานกับ SIMON ตั้งแต่แรกเริ่ม พอทำเดโม่เสร็จก็รู้ว่าเพลงนี้ต้องมีแร็ป ตอนนั้นนึกถึง Saran เลย เพราะเวิร์สของเขาช่วยเติมเต็มอารมณ์ได้เป็นอย่างดี”
  • การใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ใกล้เคียงกับประสบการณ์จริง ทำให้เพลง “เคยคิดว่าลืมเธอได้” สื่อถึงความรู้สึกของคนที่หลอกตัวเองว่า “หาย” แล้ว แต่ในที่สุดยังคงคิดถึงเสมอ

เพลงนี้ไม่ได้ออกมาเรียกร้องหรือดราม่าแค่ในช่วงท่อนฮุคเท่านั้น แต่ยังเขียนจากความรู้สึกจริง ด้วยอิทธิพลของชีวิตจริงที่แต่ละคนเคยผ่าน ไม่ว่าจะเคยหวังว่าตัวเองจะลืมได้ แต่กลับล้มเหลว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการมีเพลงมาเป็นเพื่อนท่ามกลางความทรงจำที่ยังแขวนค้างอยู่

ได้ฟังเพลง “เคยคิดว่าลืมเธอได้” แล้วหรือยัง?

ถ้าคุณยังกำลังรู้สึกค้างคาต่อคนๆ เก่า เพลงนี้อาจเป็นคำตอบในช่วงเวลาที่คุณต้องการปลอบใจตัวเอง เพลง “เคยคิดว่าลืมเธอได้” คือเสียงสะท้อนที่บอกเราว่า เราไม่ได้แปลกไปเลยที่ยังคิดถึง ยังจำ แทนที่จะเบลอเพลงๆ หนึ่ง ลองฟังและรับมือกับความรู้สึกอย่างเต็มที่ดูนะ

รับฟังเพลงได้แล้ววันนี้ที่ทุกแพลตฟอร์ม

ที่มา – “The BESTS” ทีมอัพกับ “SIMON” และ “Saran” ส่ง”เคยคิดว่าลืมเธอได้” บทเพลงสำหรับคนที่ยังไม่มูฟออน

เซเลนสกีลั่นพร้อมเจอปูติน เผยข้อตกลงกับสหรัฐรวมถึง “ต้องซื้ออาวุธ”

ล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำแห่งยูเครน ออกมายืนยันว่า พร้อมที่จะมีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย “โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม” พร้อมเผยข้อตกลงล่าสุดร่วมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงการที่ยูเครนจะต้องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ามหาศาลจากสหรัฐฯ

เซเลนสกีลั่นพร้อมเจอปูติน

จากข่าวกรองต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้นำยูเครนอย่างเซเลนสกี ได้มีการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในประเด็นแผนดินแดนบางส่วนของยูเครนที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ซึ่งแม้จะมีประเด็นที่ไม่เห็นพ้อง แต่บรรยากาศของการพูดคุยโดยรวมถือว่านอบอุ่นและสร้างความหมาย

ข้อตกลงกับสหรัฐฯ และการซื้ออาวุธ

นอกจากนี้ เซเลนสกียังเปิดเผยว่า ได้มีการข้อตกลงด้านความมั่นคงร่วมกับสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรป ซึ่งหนึ่งในข้อตกลงหลักที่สำคัญ คือ ยูเครนจะต้องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.92 ล้านล้านบาท) โดยใช้งบประมาณผ่านกองทุนของยุโรป พร้อมกับร่วมมือกับสหรัฐในการผลิตอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนในอนาคตอันใกล้

ทั้งนี้ เซเลนสกีเผยว่า แม้จะมีโอกาสที่เขาจะได้พบกับปูตินภายหลังจากการประชุมสามฝ่ายระหว่างผู้นำสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดชัดเจนกับรูปแบบหรือเนื้อหาของการพูดคุยในครั้งนั้น

  • การเจรจาไม่มีเงื่อนไขกับรัสเซีย
  • ข้อตกลงด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ
  • โครงการร่วมมือด้านอากาศยานไร้คนขับ
  • การซื้ออาวุธมูลค่าสูงจากสหรัฐฯ

การเปิดเผยว่า “ต้องซื้ออาวุธ” นี้ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะนี่เปรียบเสมือนกับการที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ให้ความมั่นคงแก่ยูเครนผ่านการนำไปสู่ข้อตกลงทางทหารเชิงพาณิชย์ โดยมีความคาดหวังทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีร่วมด้วย

ทว่า ยังมีหลายเสียงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับทิศทางของการเจรจา เช่น หากพบกับปูตินจริง ยูเครนจะสามารถรักษามาตรฐานการเจรจาไว้ได้อย่างไร รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์และการรับรู้ของโลกในเวทีระหว่างประเทศ

ดูเหมือนว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ของเซเลนสกีจะส่งผลต่อเส้นทางแห่งความสงบและความมั่นคงของยูเครนในอนาคต ท่ามกลางความซับซ้อนทางการเมืองและสงครามที่ยังคงลุกลามต่อไป

หากคุณเป็นผู้ติดตามสถานการณ์โลก อัปเดตในประเด็นนี้จะช่วยให้เข้าใจภาพใหญ่มากขึ้น ทั้งในมุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมือง และด้านเทคโนโลยีทางทหาร

ที่มา – เซเลนสกีลั่นพร้อมเจอปูติน เผยข้อตกลงกับสหรัฐรวมถึง “ต้องซื้ออาวุธ”

รถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่-นครพนม สร้างล่าช้า 41%

โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีความคืบหน้าล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้ถึง 41% ทำให้การเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบของโครงการอาจต้องเลื่อนออกไป

รถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่-นครพนม เดินหน้าช้า

โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 6.68 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสพัฒนาด้านการขนส่งและการค้าขายอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันงานก่อสร้างโดยรวมอยู่ที่ 22.89% ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงานมาก

สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 มีปัญหา

ในสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กม. ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า เอเอส-ช.ทวี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ มีความคืบหน้า 40.84% ล่าช้า 27.64% ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กม. โดย กิจการร่วมค้า ยูนิค มีความคืบหน้าเพียง 5.71% และล่าช้าสูงถึง 54.75%

สาเหตุหลักของความล่าช้ายังมาจากการเวนคืนที่ดิน ซึ่งยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างได้ครบ 100% โดยสัญญาที่ 1 ส่งมอบปัจจุบันอยู่ที่ 93% และสัญญาที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 85% คาดว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ครบภายในสิ้นปีนี้

เวนคืนที่ดินและปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากการเวนคืน รฟท. ยังเผชิญกับปัญหาอื่น เช่น การปรับแผนการออกแบบตามข้อเรียกร้องชาวบ้าน เช่น การเปลี่ยนจาก สะพานข้าม (Overpass) เป็น สะพานลอด (Underpass) ซึ่งส่งผลให้งานก่อสร้างล่าช้าต่อไป

ภาวะอีกหนึ่งประการคือพื้นที่ที่ส่งมอบให้ก่อสร้างเป็น “ฟันหลอ” ทำให้เครื่องจักรขนาดใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเข้ามาดำเนินงานได้ รฟท. วางแผนจะขอใช้พื้นที่ที่ยังไม่ได้เวนคืนของหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างทางเชื่อมให้เครื่องจักรเข้าถึงพื้นที่ก่อสร้างได้

แผนต่อไปของ รฟท. นัดชี้ปัญหา 19 ส.ค.

เพื่อเร่งความคืบหน้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะประชุมกับ รฟท. ในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเวนคืนและก่อสร้างโครงการ

ปัจจุบันสัญญาที่ 1 อยู่ระหว่างถมดิน เริ่มสร้างสถานีรถไฟ และติดตั้งรางและหมอนคอนกรีต ส่วนสัญญาที่ 2 อยู่ระหว่างเทคอนกรีตฐานรากและเสาเข็มเจาะสะพาน คาดว่าแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2570 ทั้งนี้ไม่มีผลกระทบจากการที่แรงงานกัมพูชาต้องกลับประเทศ

โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ในเขตนี้ครอบคลุมพื้นที่ 70 ตำบล 16 อำเภอ 6 จังหวัด มีสถานีรถไฟรวม 30 แห่ง และมีลานตู้สินค้า 3 แห่ง แม้แผนเดิมจะเปิดใช้งานปี 2570 แต่ความล่าช้าอาจทำให้เปิดบริการช้ากว่ากำหนดการเดิม

การพัฒนาระบบขนส่งในภูมิภาคนี้ไม่ใช่เพียงแค่“โครงการก่อสร้างใหม่” แต่เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าขายที่สำคัญ การดูแลโครงการเพื่อให้เดินไปตามแผนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – 19 ส.ค. “รฟท.” นัดเคลียร์งานเวนคืน ทางคู่สายใหม่ “บ้านไผ่-นครพนม” สร้างล่าช้า 41%

จับตา ‘มหาดไทย’ ชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กล็อต 25 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการราชการไทย เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการเสนอแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงจำนวน 25 ตำแหน่ง ซึ่งถูกเสนอโดยกระทรวงมหาดไทย การดำเนินการครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่มีอิทธิพลและหน้าที่สำคัญในระดับจังหวัดและกรมต่างๆ

จับตา ‘มหาดไทย’ ชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กล็อต 25 ตำแหน่ง

ในครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำรายการเสนอ ก่อนนำขึ้นพิจารณาในที่ประชุม ครม. ซึ่งมีรายชื่อข้าราชการที่จะได้รับการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ทั้งในการแต่งตั้ง และการย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ homicide ในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญ และผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ

รายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งและโยกย้าย

มีการประกาศรายชื่อบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือโยกย้ายและการรวมตัวเป็นโยกย้ายครั้งใหญ่ ดังนี้:

  • นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
  • นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปลี่ยนงานเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
  • ไม่น้อยไปกว่านั้น ยังมีรายชื่อสถานที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของข้าราชการจากผู้ว่าฯของจังหวัดหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งที่มีความท้าทายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการย้ายตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่เคยดำรงตำแหน่งในจังหวัดต่างๆ lotte ไปยังหน้าที่ที่แตกต่างกัน เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดนครสวรรค์

ทางด้านประสิทธิภาพของการบริหารราชการ การโยกย้ายครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสดชื่น และผสมผสานองค์ความรู้ใหม่ๆ เข้าสู่ภารกิจของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาท้องถิ่นและบริหารจัดการทรัพยากรระดับจังหวัด

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญเพราะแต่ละตำแหน่งมีผลต่อการปฏิบัติงานและนโยบายในระดับท้องถิ่น

ผลต่อวงการข้าราชการและประชาชน

การได้รับการแต่งตั้งหรือย้ายตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการทำงานในระดับท้องถิ่น ซึ่งผู้นำแต่ละจังหวัดจะมีวิธีการบริหารและจัดการที่ต่างกัน ทั้งในเรื่องงบประมาณ โครงสร้างกิจการของท้องถิ่น และความสัมพันธ์กับชุมชน

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสของข้าราชการที่ได้เข้าสู่วาระใหม่ในตำแหน่งใหม่ ๆ ที่เขาอาจมีแรงบันดาลใจในการดำเนินการให้เกิดความสำเร็จในภารกิจ และนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความคาดหวังหลังการเปลี่ยนแปลง

รองรับกับจุดยืนของรัฐบาลในเรื่องความโปร่งใสและการบริหารจัดการอย่างเที่ยงธรรม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถนำไปสู่บรรยากาศการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่มีสลัก

การเฝ้ามอง ‘มหาดไทย’ และการตัดสินใจของ ครม. ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับทั้งฝ่ายการเมืองและประชาชน เพราะเป็นการกำหนดทิศทางของอุปกรณ์บริหารทุกหน่วยงานในระบบราชการไทย การติดตามในระยะยาวจึงจัดเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อการทำงานของหน่วยงานอย่างไร

ตามหลักการแล้ว การเปลี่ยนแปลงในระดับสูงมักสะท้อนถึงความต้องการในการปรับปรุงโครงสร้างและระบบการทำงาน เช่นเดียวกับการส่งเสริมความเชี่ยวชาญและโอกาสให้กับข้าราชการที่มีความสามารถอื่นๆ

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า การประกาศจับตา ‘มหาดไทย’ ชง ครม. เรียนรู้เกี่ยวกับการแต่งตั้งและเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงในอณูของระบบราชการไทย

หากคุณเป็นประชาชนที่ใส่ใจการเมืองและกิจการราชการ ควรจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะหยาดเหงื่อของข้าราชการเหล่านี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ประเทศไทยที่ดีขึ้นในอนาคต

ที่มา – จับตา ‘มหาดไทย’ ชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กล็อต 25 ตำแหน่ง

เตรียมรับมือ! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวัง หลังระบายน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 เพื่อเตือนผู้ว่าราชการ 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่นน้ำเจ้าพระยา

เตรียมรับมือ! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวัง หลังระบายน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม

จากข้อมูลการคาดการณ์ในช่วง 1-3 วันข้างหน้า พบว่าในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,650 – 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามากถึง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณรวมระหว่าง 1,750-1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น กรมชลประทานจะระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,200 – 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีการระบายน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ในอัตรา 400 – 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกด้วย

น้ำเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำ

การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกันน้ำ เช่น คลองโผงเผง จ.อ่างทอง, คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ใน อ.เสนา, อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีก 0.10 – 0.90 เมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน แต่หากน้ำเพิ่มขึ้นจะมีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

  • จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ: อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร
  • วันที่คาดการณ์น้ำล้น: 21 สิงหาคม 2568
  • ปริมาณน้ำไหลผ่าน: 1,750 – 1,950 ลบ.ม./วินาที
  • ระดับน้ำเพิ่มขึ้น: 0.10 – 0.90 เมตร

ปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C. อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,551 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อน 15.75 เมตร/รทก. และระดับน้ำห่างจากตลิ่งยังมีช่องว่างถึง 4.52 เมตร จึงยังปลอดภัยในขณะนี้

ดังนั้น เพื่อให้การเตรียมความพร้อมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนอย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ 11 จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสียหาย

การเฝ้าระวังและการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม อย่าละเลยวิกฤติอาจมาถึงในพริบตา เพราะความปลอดภัยของคุณคือหน้าที่ของทุกคน

ที่มา – เตรียมรับมือ! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวัง หลังระบายน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม

มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย เผยไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ล่าสุดประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เปิดเผยถึงความพร้อมของสหภาพยุโรปในการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอีกครั้ง กรณีที่การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามเป้าหมาย

มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย

ในการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประเทศที่ทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม ถือเป็นเวทีที่สำคัญในการหารือแนวทางจัดการกับสถานการณ์รัสเซียในระยะต่อไป

ภายหลังจากการประชุม มาครงได้เผยให้เห็นว่า ทรัมป์มีมุมมองว่าความพยายามในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียนั้นควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ เขาเชื่อว่ารัสเซียเองก็เป็นฝ่ายที่ต้องการสันติภาพเช่นกัน ถึงแม้จะมีความขัดแย้งหลายด้านก็ตาม

กลไกคว่ำบาตรแบบ “ภาษีรอง” หากไม่ได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการดังกล่าวล้มเหlวในที่สุด มาครงยืนยันว่ายุโรปยังคงมีตัวเลือกในการตอบโต้รัสเซียผ่านมาตรการเศรษฐกิจ โดยอาจกลับมาใช้แนวทางคว่ำบาตรในรูปแบบของ “ภาษีรอง” หรือ “ภาษีทุติยภูมิ” ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ นำมาใช้กับประเทศอินเดีย ที่ยังคงมีการค้าขายพลังงานกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชาติพันธมิตรของสหรัฐและสหภาพยุโรป หากยังไม่ยุติการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งนับเป็นการขยายขอบเขตของการประณามทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เป็นเพื่อนกับประเทศที่เป็นศัตรูก็ถือว่าเป็นศัตรูเช่นกัน”

ข่าวที่น่าสนใจคือ ในเวทีดังกล่าวยังยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยถึงปัญหาดินแดนใดๆ ของยูเครน ขัดกับคำแถลงของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่กล่าวว่าอาจมีการเจรจาเรื่องดินแดน เช่น ครีเมีย ซึ่งถูกยึดครองโดยรัสเซียตั้งแต่ปี 2014

ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

อีกประเด็นที่มาครงกล่าวถึงคือความเห็นเกี่ยวกับขนาดของกองทัพยูเครนซึ่งเขาเผยว่า ไม่ควรมีการจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้เหตุผลว่า ข้อจำกัดด้านนี้อาจไปกระทบต่อความสามารถในการป้องกันตัวของยูเครนในระยะยาว ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถปกป้องดินแดนและความเป็นเอกราชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การให้ความสำคัญกับพลังทางทหารของยูเครน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้นำยุโรปที่ต้องการให้เบลารุสไม่เพียงแต่ได้รับความช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรมหรือทางการทูต แต่ยังต้องมีอิสระในการเสริมสร้างก่อสร้างกองทัพเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก

มุมมองดังกล่าวหากพิจารณาจากบริบทของสงครามในยูเครนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือว่ายังมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองถึงสถานการณ์ในช่วงที่รัสเซียเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกและใต้ของยูเครน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกรานในอนาคต

เพราะฉะนั้น การไม่จำกัดขนาดกองทัพยูเครนกลายเป็นคำตอบหนึ่งที่น่าจะช่วยลดทุกข์ทรมานของประชาชนในภูมิภาค และยังสามารถยับยั้งการก้าวก่ายจากผู้ไม่หวังดีในระดับนานาชาติได้อย่างจริงจัง

ข้อเสนอและมุมมองดังกล่าวของผู้นำสากล แม้ยังมีความท้าทายในหลายแง่มุม แต่ก็บ่งบอกได้ว่า การหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ไม่ควรหยุดนิ่ง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรนั้นยังคงสำคัญมาก

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรป โดยเฉพาะการเมืองและสงครามยูเครน เราขอแนะนำให้กดติดตามเว็บไซต์ของเราไว้ เพราะเราจะอัปเดตข่าวสารที่มีมูลค่าและตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ข้อมูลที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและสันติภาพโลกไปด้วยกัน

ที่มา – มาครงแย้มยุโรปพร้อมหวนคว่ำบาตรรัสเซีย ชี้ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน

mgk ส่งเพลง miss sunshine ฟังสบายรับซัมเมอร์

mgk หรือ Machine Gun Kelly ศิลปินอเมริกันที่มีผลงานขายดีระดับมัลติแพลตินัม ล่าสุดกลับมาอีกครั้งด้วยซิงเกิลใหม่ที่ได้ใจแฟนเพลงทั่วโลกอย่าง “miss sunshine” เพลงแนวโมเดิร์นป็อปผสมผสานเสียงเซาธ์เทิร์นร็อก ให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะสำหรับฟังในช่วงซัมเมอร์ร้อน ๆ อย่างยิ่ง

mgk ส่งเพลง miss sunshine ฟังสบายรับซัมเมอร์

หลังจากที่ mgk ได้ปล่อยเพลง “vampire diaries” และ “cliché” ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากแฟนเพลง คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับเพลง “miss sunshine” ที่มีมิวสิควิดีโอสุดพิเศษซึ่งกำกับโดย Sam Cahill ผู้เคยร่วมงานกับเขามาก่อนในเพลง “cliché” มาอีกครั้ง ภาพในมิวสิควิดีโอจึงมีคุณภาพเยี่ยงเดิม ผสมผสานกับดนตรีที่น่าจดจำ

เพลง “miss sunshine” นี้เป็นหนึ่งในซิงเกิลหลักของอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ของ mgk ที่มีชื่อว่า Lost Americana ซึ่งได้เสียงจากเหล่าผู้ฟังว่าเป็นอัลบั้มที่แสดงถึงการเติบโตของเขาในทุกแง่มุม ทั้งในเรื่องของอารมณ์ การแต่งเพลง และทิศทางทางศิลปะ

เสียงร็อกที่นุ่มนวล ลงตัวสุด ๆ

ใน “miss sunshine” แฟนเพลงจะได้ยินเสียง guitar ที่นุ่มนวล ผสมกับจังหวะ drums อย่างกลมกลืน ส่วนเสียงร้องของ mgk ก็ยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้อย่างไม่ตก ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และสื่อถึงจิตใจของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน

เพื่อนร่วมวงดนตรีหลายคนของ mgk ยังได้มาร่วมงานในเพลงนี้อีกด้วย ทำให้เสียงเพลงเต็มไปด้วยพลังแห่งมิตรภาพ และความเป็นผู้สร้างสรรค์ที่ยาวนาน สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน บอกเลยว่าคุณต้องไม่พลาดที่จะเปิดฟัง เพราะนอกจากว่าจะเหมาะกับซัมเมอร์แล้ว น้ำเสียงที่สื่อออกมาก็ช่างอบอุ่นจนบางครั้งทำให้เรานึกถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ได้ง่าย

งาน MGK Day เติมพลังชุมชนทั้งปี

นอกจากผลงานทางดนตรีแล้ว mgk ยังเป็นศิลปินที่ใส่ใจในชุมชนอย่างมาก เขาจัดงานประจำปีที่เรียกว่า MGK Day ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Cleveland, Ohio บ้านเกิดของเขา โดยจะมีการทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเช่น การแสดงดนตรี การจัดนิทรรศการศิลปะ การสนับสนุนกิจกรรมการกุศล และการร่วมกิจกรรมกับศิลปินชื่อดังเพิ่มเติมอีกมากมาย

งาน MGK Day จะจัดขึ้นครั้งปีละหนึ่งครั้ง ในวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากเทศมนตรีของเมืองว่าเป็นวันที่ยกย่องความสำเร็จของ mgk และขอบคุณเขาในฐานะศิลปินที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมือง Cleveland

งานนี้มีความโดดเด่นมาก เพราะไม่ใช่แค่งานดนตรีธรรมดา ๆ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผลงานศิลปะ เทคโนโลยี และค่านิยมของเยาวชนเข้าไว้ด้วยกัน จึงถือเป็นหนึ่งในงานเทศกาลที่น่าสนใจและสำคัญของสาวก mgk ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เพลง“miss sunshine” ยังเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่เหมาะสมในช่วงเวลาปัจจุบันที่ผลัดเปลี่ยน โลกของเราต้องการเสียงดนตรีเบา ๆ ที่ช่วยเติมเต็มหัวใจให้เข้มแข็ง และหากคุณยังไม่ได้ลองฟัง.. อย่ารอช้า

ฟังเพลงจาก mgk ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ และอย่าลืมชมมิวสิควิดีโอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหล่อเหลาและอบอุ่น หากคุณเป็นแฟนตัวยง ติดตามผลงานเพลงใหม่ ๆ ของเขากันได้ต่อในอัลบั้ม Lost Americana ชุดที่ 6 ของเขาเลย!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Daily News อย่างใกล้ชิด

ที่มา – “mgk” ส่งเพลง “miss sunshine” ฟังสบายรับซัมเมอร์พร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่ 6 lost americana

ทรัมป์เผยคืบหน้าหารือไตรภาคีกับปูติน-เซเลนสกี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำจากประเทศยุโรปที่ทำเนียบขาว มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นความมั่นคงและโอกาสของการจัดประชุมแบบไตรภาคีกับรัสเซีย

ทรัมป์เผยคืบหน้าหารือไตรภาคีกับปูติน-เซเลนสกี

ในการประชุมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เปิดเผยว่า มีการพูดคุยถึงแนวคิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุข้อตกลงกับรัสเซีย รวมถึงการวางแผนเพื่อจัดการพบปะระหว่างผู้นำยูเครนและรัสเซีย ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมแบบไตรภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐ ยูเครน และรัสเซียในอนาคต

การหารือกับผู้นำยุโรป

ไม่เพียงแต่กับเซเลนสกี ทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำจากประเทศสมาชิกยุโรปอย่างสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และฟินแลนด์ ถึงแนวทางในการส่งเสริมความมั่นคงของยูเครน และความร่วมมือกับนาโตและสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนการเจรจาที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า การหารือครั้งนี้ได้มีการหยิบประเด็นเรื่อง “หลักประกันด้านความมั่นคง” ออกมาพูดคุย โดยมีสหภาพยุโรปเป็นผู้นำ และสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน

  • การหารือด้านความมั่นคงของยูเครน
  • วางแผนประชุมไตรภาคีกับรัสเซีย
  • แรงสนับสนุนจากสหภาพยุโรป

ในทางกลับกัน เซเลนสกียืนยันว่าบรรยากาศในการเจรจาเป็นไปอย่างดี และพร้อมจะหารือกับปูตินในเร็วๆ นี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสให้มีการประชุมแบบ 4 ฝ่าย ซึ่งมีสหภาพยุโรปร่วมด้วย เพื่อให้การตัดสินใจมีความรอบด้านมากขึ้น

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ รูปแบบการเจรจาในครั้งหน้าที่จะมีทั้งการมีส่วนร่วมของสหรัฐ ยูเครน รัสเซีย และอาจมีสหภาพยุโรป เพื่อหาทางออกที่ยอมรับได้จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องของการแลกเปลี่ยนดินแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก

จากการเจรจาในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้นำทั้งหลายประเทศเริ่มมองเห็นแนวทางร่วมในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยูเครน แม้จะมีความไม่ลงรอยกันบ้าง แต่ก็ยังคงความพยายามในการหาจุดเชื่อมโยงเพื่อความสงบสุขของภูมิภาคนี้

หากคุณติดตามสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของยูเครน รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา การเจรจาเชิงกลยุทธ์อย่างในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าติดตาม

ที่มา – ทรัมป์เผยหารือเซเลนสกี-ผู้นำยุโรป “คืบหน้า” เตรียมคุยไตรภาคีกับปูติน

รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก

เมื่อเด็กประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุ แผ่นดินไหว หรือความรุนแรงในครอบครัว อาการที่ตามมาอาจไม่ได้เป็นเพียงรูปร่างทางกาย แต่ยังส่งผลถึงจิตใจอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในนั้นคือโรค PTSD หรือโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังประสบอันตราย ซึ่งเด็กก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก

จากข้อมูลของโรงพยาบาลสมิติเวช ระบุว่า PTSD (Post-traumatic stress disorder) เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยต้องเห็น รับรู้ หรือเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นภัยธรรมชาติ การฆาตกรรม การทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่การอยู่ในครอบครัวที่มีความรุนแรง

เพราะเหตุการณ์เหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่ก่อให้เกิดความกลัว ตื่นตระหนกกับอันตรายที่ใกล้เคียง จึงส่งผลให้จิตใจของเด็กเกิดความผิดปกติในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหากปล่อยไว้นานเกินไป อาจพัฒนาไปเป็นโรคทางจิตเวชอื่นๆ ได้

อาการของโรค PTSD ในเด็ก

อาการหลักของโรค PTSD ในเด็ก แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • การคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ: เช่น ฝันร้าย หรือภาพเหตุการณ์ลอยเข้ามาในใจขณะตื่น
  • การหลีกเลี่ยง: กลัวสถานที่ เหตุการณ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • อารมณ์ลบ: ไม่มีความสุข ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รู้สึกผิดหรือว่างเปล่า
  • ความตื่นตัวสูง: กระวนกระวาย เครียดง่าย นอนหลับไม่สนิท สะดุ้งง่าย

หากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่หลังจากเกิดเหตุการณ์ผ่านไป มากกว่า 4 สัปดาห์ ก็ควรส่งเสริมให้เด็กเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชอย่างเร่งด่วน

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรค PTSD ในเด็ก

สิ่งที่ส่งผลให้เด็กมีโอกาสเกิดโรค PTSD ในเด็ก ได้มากขึ้น ได้แก่

  • ความรุนแรงของเหตุการณ์
  • ระยะเวลาที่เด็กอยู่ในเหตุการณ์
  • แจ่มอายุของเด็ก
  • สุขภาพจิตของผู้ปกครอง
  • การขาดการสนับสนุนจากสังคม

หากผู้ปกครองแสดงอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือไม่ให้การสนับสนุน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กเกิดโรค PTSD ได้มากขึ้น

การรักษาและดูแลเด็กที่มีอาการ PTSD

การบำบัดโรค PTSD ในเด็กนั้นสำคัญอย่างยิ่ง โดยแนวทางหลักเกี่ยวข้องกับการให้ความรู้ ให้กำลังใจ และมีวิธีการจิตบำบัดที่เหมาะสม เช่น

  • Trauma-Focused Cognitive Therapy: ให้เด็กพูดคุยถึงเหตุการณ์ในลักษณะที่ปลอดภัย พร้อมให้ทักษะแก่ผู้ปกครองในการสนับสนุน
  • Cognitive-Behavior Therapy (CBT): ช่วยเปลี่ยนแปลงความคิด ปฏิกิริยา และพฤติกรรมที่ลบล้างจิตใจ
  • การดูแลสิ่งแวดล้อม: ให้เด็กได้อยู่ในบรรยากาศที่มั่นคง ปลอดภัย และสนับสนุนให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว

ในบางกรณีอาจมีการใช้ยา เช่น ยาแก้ซึมเศร้ากลุ่ม SSRI แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้กับเด็ก จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

คำแนะนำเมื่อเด็กมีอาการ PTSD

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ควร

  • ให้ความมั่นใจว่าเด็กรู้สึกปลอดภัย
  • รับฟังความรู้สึกของเด็กอย่างเปิดใจ
  • หลีกเลี่ยงการให้พูดซ้ำๆ หรือพูดแบบตำหนิ
  • สนับสนุนให้ทเด็กกลับสู่ชีวิตประจำวันตามปกติ

การเข้าใจและใส่ใจโรค PTSD ในเด็กอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นกุญแจสำคัญทั้งในด้านการป้องกันและการรักษา อย่ามองข้ามอาการเล็กๆ เพราะจิตใจของเด็กต้องการคนเข้าใจอย่างแท้จริง จึงจะผ่านพ้นความเจ็บปวดดังกล่าวได้อย่างมีคุณภาพ

ที่มา – รู้จักและใส่ใจ ‘โรค PTSD’ ในเด็ก