ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สหรัฐชี้สิทธิมนุษยชนไทยไม่เปลี่ยนแปลง การจับกุม-จำกัดเสรีภาพยังน่าห่วง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2024 เรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก โดยในส่วนของ สหรัฐชี้สิทธิมนุษยชนไทยไม่เปลี่ยนแปลง นั้น ยังคงมีหลายประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะเรื่องการจับกุมและการจำกัดเสรีภาพอย่างเห็นได้ชัด

สหรัฐชี้สิทธิมนุษยชนไทยไม่เปลี่ยนแปลง

รายงานระบุว่า สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยในปี 2023 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาการจับกุมโดยอำเภอใจ ซึ่งขัดต่อขั้นตอนทางกฎหมาย และยังมีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสารอีกด้วย

การจำกัดเสรีภาพและสื่อมวลชน

เอกสารของสหรัฐฯ ระบุว่า มีการเซ็นเซอร์ข้อมูลข่าวสารโดยรัฐบาล ทำให้สื่อมวลชนต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ส่งผลให้การทำงานของผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหวทางสังคมมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่อาจถูกมองว่า “ละเอียดอ่อน”

ในรายงานยังกล่าวด้วยว่า การจำกัดเสรีภาพในการรวมกลุ่มของแรงงานยังคงมีปัญหาอยู่ ด้วยกฎหมายและข้อบังคับที่ทำให้การจัดตั้งสหภาพแรงงานเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้แรงงานในหลายพื้นที่ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้อย่างเต็มที่

สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

รายงานของสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในภาคใต้ของไทย โดยระบุว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ยังคงก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและพลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 93 ราย บาดเจ็บ 272 คน จากการก่อความรุนแรงกว่า 475 ครั้ง ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงกันยายน 2024

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้ก่อเหตุ แต่ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ “Official Impunity” หรือการที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ

แม้ว่าจะมีการลงโทษเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่หน่วยงานของสหรัฐฯ ยังมองว่ายังมีผู้ที่หลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรความมั่นคงและหน่วยงานทางกฎหมายของไทย

รายงานดังกล่าวไม่ได้จัดอยู่ในหมวดเดียวกับ “ทิป รีพอร์ต” (Trafficking in Persons Report) ที่เน้นการประเมินการต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ แต่เป็นรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วไปของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ในการพัฒนาสังคมไทยให้ก้าวหน้าไปข้างหน้า การทบทวนกฎหมายและแนวปฏิบัติที่สื่อถึงเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างเป็นธรรมเป็นสิ่งจำเป็น หากปัญหาการจับกุมโดยอำเภอใจและการเซ็นเซอร์สื่อไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลกระทบอย่างยั่งยืนต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

ที่มา – สหรัฐชี้สิทธิมนุษยชนไทยไม่เปลี่ยนแปลง การจับกุม-จำกัดเสรีภาพยังน่าห่วง

ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท

วันนี้ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.03 น. เป็นเวลาที่หลาย ๆ คนจับตามอง ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับแนวโน้มเมื่อวานนี้ โดยราคาทองคำแท่งในวันนี้เคลื่อนไหวลดลงถึง 150 บาท ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณและทองคำแท่งปรับตัวลดตามไปด้วย

ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท

รายงานที่ได้รับการประกาศในช่วงเปิดตลาดวันนี้ ระบุว่า ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท จากการประกาศราคาซื้อขายทั้งหมด 5 ประกาศในรอบวัน ซึ่งรวมแล้วราคาทองลดลงทั้งสิ้น 50 บาท โดยปัจจุบันทองคำแท่งมีราคาซื้อที่บาทละ 51,250 บาท และราคาขายออกที่บาทละ 51,350 บาท

ทองรูปพรรณและการเปลี่ยนแปลงในตลาด

ส่วนทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นสินค้าที่นิยมซื้อในวงกว้าง ก็มีราคาปรับตัวลดเช่นกัน โดยราคาทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 50,225.08 บาท และขายออกที่บาทละ 52,150 บาท การเคลื่อนไหวของ ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท ส่งผลให้ผู้ซื้อรายย่อยและนักลงทุนต่างพิจารณาแนวทางการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

นอกจากนี้ ราคาทองคำในตลาด Spot ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยวันนี้ราคาทองคำ Spot อยู่ที่ประมาณ 3,339 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายหลังการเปิดเผยข้อมูล CPI (Consumer Price Index) ของสหรัฐอเมริกาที่สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ ทำให้ตลาดเริ่มจับตาดูข้อมูล PPI ที่จะเปิดเผยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อประเมินแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

  • ราคาทองคำแท่งรับซื้อ: 51,250 บาท
  • ราคาทองคำแท่งขายออก: 51,350 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณรับซื้อ: 50,225.08 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณขายออก: 52,150 บาท
  • ราคาทองคำ Spot: 3,339 ดอลลาร์/ออนซ์

การ ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากตลาดโลกและภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมา นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีผลต่อราคาทองคำในตลาดไทยต่อเนื่องในวันถัดไป

ในขณะนี้หลายเหตุการณ์ทั้งในและต่างประเทศกำลังสร้างผลกระทบต่อราคาทองคำ ทำให้การคาดการณ์ราคาในระยะสั้นกลายเป็นเรื่องท้าทาย หากคุณเป็นผู้ลงทุนรายย่อยหรือต้องการซื้อทองคำเพื่อเก็บรักษาทรัพย์สิน การติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจทองคำจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และไม่ควรใช้เงินทั้งหมดในการลงทุนในครั้งเดียว หากคุณมีความสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดทองคำหรือวางแผนการลงทุนในอนาคต การวิเคราะห์กราฟราคา หรือการติดตามข่าวเศรษฐกิจในแต่ละวันจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

หากต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับราคาทองคำในแต่ละวัน ขอแนะนำให้เข้าชมเว็บไซต์ข่าวสารและรายงานตลาดการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และข้อมูลที่ส่งผลต่อการลงทุน

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 13 ส.ค. ลดลง 150 บาท

“ผีแดง” ยื่นคำขาด “อันโตนี” รีบย้ายถ้าไม่อยากโดนดอง

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หรือที่แฟนบอลเรียกกันติดหูว่า “ผีแดง” ได้แสดงจุดยืนชัดเจนต่ออนาคตของ อันโตนี ปีกจอมคึกขี้นของทีม โดยยื่นคำขาดให้ดาวเตะทีมชาติบราซิลตัดสินใจเร็วว่าจะย้ายออกจากทีมอย่างถาวร หรือยอมรับการถูกวางไว้นอกแผนการทำทีมของโค้ชคนใหม่ รูเบน อโมริม

“ผีแดง” ยื่นคำขาด “อันโตนี” รีบย้ายถ้าไม่อยากโดนดอง

อันโตนี ที่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ มาเป็นสมาชิกใหม่ของ “ผีแดง” ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว กลับกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะแม้จะมีพรสวรรค์และความเร็วในการเล่น แต่เขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ รูเบน อโมริม ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งกุนซือใหญ่ของทีม

รายงานจากสื่อดังระบุว่า อันโตนี ชื่นชอบบรรยากาศของการเล่นในสเปนอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวกับ รีล เบติส เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และมีความต้องการอยากจะกลับไปเล่นให้ทีมในถิ่น เบนีโต บียามาริน อีกครั้ง

ข้อเสนอของ “ผีแดง” กับความต้องการของอันโตนี

อย่างไรก็ตาม “ผีแดง” ไม่ต้องการที่จะดูแลค่าเหนื่อยของ อันโตนี ต่อไป การยืมตัวอีกครั้งกับ รีล เบติส ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะ เพราะทีมดังจากเซบีญา ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการซื้อขาด และยอมจ่ายเงินค่าเหนื่อยแบบเต็ม 100%

ดังนั้น “ผีแดง” จึงเลือกที่จะตัดบทเด็ดขาด โดยต้องการขาย อันโตนี อย่างถาวร เพื่อไม่ให้นักเตะต้องถูกดองอยู่กับทีมโดยไม่ได้ลงสนาม ซึ่งจะส่งผลเสียทั้งทางจิตใจและอนาคตการค้าแข้งของเขาในระยะยาว

แม้จะมีประเด็นว่าหากทีมใดสนใจซื้อตัวอันโตนี “ผีแดง” ก็พร้อมนิ่งเงยเพื่อเก็บข้อเสนอที่สมเหตุสมผล เพราะพวกเขาต้องการลดภาระค่าเหนื่อย และพร้อมขอontaตัวในตลาดซัมเมอร์นี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หาก อันโตนี ยังยืนยันที่จะไม่ย้ายออกอย่างถาวร ทีมก็อาจนำเขาออกจาก squads ของทีมแทน จนกว่าจะได้มีข้อเสนอที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องการปรับโครงสร้างทัพให้เหมาะสมกับแนวทางของโค้ชคนใหม่ และลดภาระค่าเหนื่อยที่ไม่จำเป็นจากผู้เล่นที่ไม่ได้ใช้งานเต็มศักยภาพ

หากคุณเป็นแฟนบอลตัวยงของ “ผีแดง” ต้องเชียร์แบบไร้เงื่อนไขแล้วล่ะก็ หนทางของอันโตนียังคงเปิดอยู่ แต่ถ้าคุณชื่นชอบฟุตบอลสไตล์จอมบุกในเส้นทางที่ใหม่กว่านี้ การย้ายทีมอย่างถาวรอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ที่มา – “ผีแดง” ยื่นคำขาด “อันโตนี” รีบย้ายถ้าไม่อยากโดนดอง

“Wizzle” เสิร์ฟ “KILLA” ซิงเกิลใหม่แนว POP/EDM เร้าใจพร้อม MV เผ็ดแซ่บจนต้องร้องกรี๊ด

วงเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต Wizzle จากค่าย BRIQ Entertainment กลับมาอีกครั้งด้วยซิงเกิลใหม่ที่เร้าใจ “KILLA” ซึ่งถือเป็นการผสมผสานระหว่างแนวเพลง POP/EDM ลงตัวอย่างน่าประทับใจ หลังจากที่ปี 2024 พวกเขาสร้างปรากฏการณ์ด้วยซิงเกิล “โอน้อยออก (Truth of Dare)”, “Crush on Me!” และ “อัสคารามุด (Ohm, YaYa)” ความแรงก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะตอนนี้พวกเธอกลับมาทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดอีกครั้งด้วยเพลงใหม่ที่จัดเต็มทั้งเสียง เนื้อหา และมิวสิกวิดีโอที่แซ่บจนต้องจับตา

“Wizzle” เสิร์ฟ “KILLA” ซิงเกิลใหม่แนว POP/EDM เร้าใจพร้อม MV เผ็ดแซ่บจนต้องร้องกรี๊ด

“KILLA” มาพร้อมจังหวะเพลงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนในสไตล์บีทเฮาส์หนักแน่น สร้างสีสันให้กับวงดนตรีไทยในแบบใหม่ นอกจากนี้ยังย้ำอีกครั้งถึงความหลากหลายของ Wizzle ที่ไม่ยึดติดแค่แนวเพลงเดียว แต่กล้าลองผสานเทคโนโลยีและอารมณ์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเพลงถูกออกแบบโดยทีมโปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ระดับแนวหน้าอย่าง MAYOJAMES ที่เคยมีผลงานกับเพลงฮิตมากมายของวงการ เช่น “SORRY – DREAMGALS” และ “HIT ME UP – TIMETHAI” พร้อมด้วยการเขียนเนื้อเพลงจาก GALCHANIE และ Lukpeach (รพีพร ตันตระกูล) ที่ให้มิติของความเซ็กซี่ เท่ห์ และมั่นใจอย่างสมบูรณ์

มิวสิกวิดีโอแซ่บระดับพรีเมียม

นอกจากเพลงที่เหนือระด expectations แล้ว MV “KILLA” ยังจัดเต็มแบบเต็มสูตรด้วยผลงานภาพที่แปลกตาและร้อนแรง การแสดงของ Wizzle 5 คนจะถูกทอแสงด้วยการมีหนุ่มฮอต เติ้ล–มติมันท์ ศรีบุญเรือง มาแสดงบทบาท Paparazzi หนุ่มที่แอบซุ่มถ่ายภาพในกองถ่ายแฟชั่น ในขณะที่ Wizzle กำลังถ่ายภาพปกติ ความตึงเครียดของเนื้อเรื่องเปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ตามลุ้นชะตาของตัวละครอย่างไร และปมปริศนาจะคลายลงอย่างไร ซึ่งใครที่สนใจก็ต้องตามไปชม MV นี้ให้จัดเต็มทั้งอารมณ์ภาพและเนื้อหา

  • แนวเพลง POP/EDM จังหวะแรงกระหึ่ม
  • ควรค่าแก่การร้องท่องจำด้วยเนื้อเพลงที่เข้มข้น
  • ท่าเต้นที่วิจิตรและจังหวะด้านภาพของ MV
  • MAYOJAMES เป็นกุญแจสำคัญของคุณภาพเพลง

ด้วยพลังของ Wizzle ที่น่าทึ่งในครั้งนี้ พวกเธอยังคงยืนเต็มใจในค่ายเพลงทางเลือกใหม่ที่ไม่มีขอบเขต แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าแนวเพลงไหนจะถูกหยิบมาผสมผสาน พวกเธอยังพร้อมẊรับมือได้เสมอ พร้อมกันนี้ยังเป็นการเตือนว่าหน้าที่ของเทคโนโลยีในเพลงไทยคงไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่พยายามจะเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในอนาคตจริงๆ

อย่าลืมติดตามและเพิ่ม “KILLA” ลงในเพลย์ลิสต์ของคุณทันที!

ที่มา – “Wizzle” เสิร์ฟ “KILLA” ซิงเกิลใหม่แนว POP/EDM เร้าใจพร้อม MV เผ็ดแซ่บจนต้องร้องกรี๊ด

ลงทุน USDC และรับผลตอบแทนรายวันกับ RICH Miner

หากคุณกำลังมองหารายได้แบบพาสซีฟจากสินทรัพย์ดิจิทัล เหรียญ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างแข็งแกร่ง อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณร่วมกับแพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์ชั้นนำอย่าง RICH Miner ที่ทำให้กระบวนการสร้างรายได้รายวันง่ายขึ้นกว่าที่เคย

ลงทุน USDC และรับผลตอบแทนรายวันกับ RICH Miner

ไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษหรือความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เพียงแค่คุณมี USDC และต้องการให้เงินของคุณ ‘ทำงาน’ ด้วยตัวเอง ระบบคลาวด์ไมน์ของ RICH Miner ช่วยให้คุณสามารถลงทุนเพียงครั้งเดียว และได้รับรายได้แบบอัตโนมัติทุกวัน โดยไม่ต้องมายุ่งกับการตั้งค่าหรือระบบซับซ้อนใด ๆ

ทำไมควรเลือก USDC ในการขุดบนคลาวด์?

USDC ถือเป็นหนึ่งใน Stablecoin ที่น่าเชื่อถือที่สุดในตลาดในขณะนี้ เนื่องจากมีราคาผูกกับค่าเงินสหรัฐฯ จึงมีความเสี่ยงต่อการผันผวนของราคาต่ำมาก ซึ่งเหมาะอย่างมากกับกลยุทธ์ในการลงทุนระยะยาวและการสร้างรายได้พาสซีฟ ผ่านระบบการขุดบนคลาวด์อย่าง RICH Miner

ข้อดีของ RICH Miner สำหรับนักลงทุนรายย่อย

  • ใช้งานง่าย: ไม่ต้องมีพื้นฐานทางเทคนิคก็สามารถใช้งานได้ทันที
  • ระบบอัตโนมัติ: หลังจากสร้างการลงทุนเสร็จสิ้น ระบบจะขุดและจ่ายผลตอบแทนให้คุณทุกวันโดยอัตโนมัติ
  • โปร่งใส: สามารถตรวจสอบผลตอบแทนและรายได้ได้แบบเรียลไทม์

วิธีเริ่มต้นใช้งานกับ RICH Miner:

  1. ลงทะเบียนบัญชี: เยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ RICH Miner หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และลงทะเบียนเพื่อรับเครดิตฟรี $15 สำหรับสมาชิกใหม่
  2. ฝากเงิน USDC: เลือกแผนการขุดที่เหมาะกับงบประมาณของคุณ เช่น แผนทดลองใช้ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ผลตอบแทน 6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวลาแค่ 2 วัน หรือแผนพรีเมียม 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ต่อวัน 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นต้น
  3. รับผลตอบแทนรายวัน: ระบบจะทำการขุดอัตโนมัติ และนำรายได้เข้าสู่บัญชีของคุณทุกวัน คุณสามารถถอนออกได้ตามต้องการหรือปล่อยไว้เพื่อสะสมผลตอบแทนต่อไป

ในยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น การใช้ USDC ในฐานะเครื่องมือลงทุนพื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม RICH Miner เป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำและตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้แบบมีเสถียรภาพ

อย่าปล่อยให้ USDC ของคุณถูกทิ้งไว้เฉย ๆ ในกระเป๋าเงินอีกต่อไป เริ่มต้นสร้างรายได้ที่มั่นคงวันนี้ ผ่านระบบคลาวด์ไมน์ของ RICH Miner และให้เงินดิจิทัลของคุณเป็นผู้ขับเคลื่อนทรัพย์ให้เติบโตในแบบของคุณ!

เข้าร่วมกับ RICH Miner ได้ที่นี่

ที่มา – ลงทุน USDC และรับผลตอบแทนรายวัน! การขุดบนคลาวด์ของ RICH Miner ช่วยให้รับเงินดิจิทัลรายวันได้อย่างง่ายดาย

เทศกาลอาหารทุเรียนเลิศรส “อาเซียน-จีน” ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง

ในปี 2025 ถือเป็นปีแห่งความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการค้าระหว่างประเทศอาเซียนกับจีน ที่ได้จัดงาน เทศกาลอาหารทุเรียนเลิศรส “อาเซียน-จีน” ครั้งที่ 1 ขึ้นที่กรุงปักกิ่งประเทศจีน ซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

เทศกาลอาหารทุเรียนเลิศรส “อาเซียน-จีน” ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง

นายสื่อ จงจวิ้น เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน และนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงปักกิ่ง (เอซีบี) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการ โดยนายฉัตรชัยได้ให้ความเห็นว่า ผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนสามารถเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนได้อย่างดีเยี่ยม

ในการให้สัมภาษณ์กับ People’s Daily Online นายนายฉัตรชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราอยากให้ประชาชนชาวจีนได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นผ่าน “ผลไม้ไทย” โดยเฉพาะทุเรียนที่ถือเป็นราชาแห่งผลไม้ของเอเซีย” ทำให้งานเทศกาลในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการโปรโมทภาพลักษณ์ของไทย เพราะนอกจากจะแสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาหารไทยแล้ว ยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในวงกว้าง

โอกาสทางการค้าครั้งสำคัญ

ในงานเทศกาลอาหารทุเรียนเลิศรส ได้มีการจัดซุ้มแสดงสินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา ลาว กัมพูชา บรูไน และอินโดนีเซีย รวมถึงบริษัทค้าขายผลิตภัณฑ์จากจีนที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยผลิตภัณฑ์หลักของเทศกาล ได้แก่ ทุเรียนสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนในหลากหลายรูปแบบ เช่น ไอติม ขนมอบ ผลไม้แช่แข็ง และอาหารคาวสไตล์เอเชีย

บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สะท้อนออกมาผ่านเสียงเพลง การแต่งกาย และความหลากหลายของอาหาร นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรระหว่างประเทศในภูมิภาค

ทั้งนี้ ซุ้มของประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนและสื่อมวลชนชาวจีน โดยบรรยากาศภายในซุ้มที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์จากอีสานและภาคใต้ เช่น ทุเรียนหมอนทอง กะทิทุเรียนหั่น และลอดช่องทุเรียน มีความสดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดจีน

นอกจากนี้ การจัดงานในรูปแบบนี้ยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกเป็นมิตร ความเข้าใจ และการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่าย ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในอนาคตหากมีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยในตลาดใหญ่ระดับโลกอย่างจีนอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นคนรักผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน เหตุการณ์ครั้งนี้คือโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งในเชิงของการเรียนรู้วัฒนธรรมและธุรกิจ!

ที่มา – เทศกาลอาหารทุเรียนเลิศรส “อาเซียน-จีน” ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง

อัยการพิเศษเกาหลีใต้จับอดีตสุภาพสตรีเบอร์หนึ่ง ฐานปั่นหุ้น-รับสินบน

อัยการพิเศษในประเทศเกาหลีใต้ได้ออกหมายจับอดีตสุภาพสตรีเบอร์หนึ่ง นางคิม คอน-ฮี ภริยาของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล เนื่องจากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการปั่นหุ้นบริษัทดอยช์ มอเตอร์ส และรับของขวัญหรูหราในระหว่างดำรงตำแหน่ง

อัยการพิเศษเกาหลีใต้จับอดีตสุภาพสตรีเบอร์หนึ่ง ฐานปั่นหุ้น-รับสินบน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า ศาลแขวงกรุงโซลกลางได้อนุมัติคำร้องของอัยการพิเศษในการออกหมายจับ ‘นางคิม คอน-ฮี’ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่มีข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดทุน กฎหมายกองทุนสนับสนุนทางการเมือง และกฎหมายเกี่ยวกับการรับสินบนเพื่อเป็นสื่อกลาง

เบาะแสการกระทำผิดของอดีตสุภาพสตรีฯ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวของศาลเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่นางคิมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยมีข้อกล่าวหาว่าเธอเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นของบริษัทดอยช์ มอเตอร์ส ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างช่วงปีพ.ศ. 2552 ถึง 2565

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่านางคิมได้รับของขวัญมูลค่าสูงขณะดำรงตำแหน่งสุภาพสตรีเบอร์หนึ่ง และกระทำการแทรกแซงกระบวนการเฟ้นหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในขณะที่สามีของเธอยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่

เมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนางคิมทันทีในคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ อัยการมีเหตุผลว่าผู้ต้องหามีความเสี่ยงที่จะทำลายหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความของนางคิมได้ยืนยันว่าลูกความให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนเสมอมา แม้จะมีสุขภาพร่างกายที่บอบบางก็ตาม

ความคืบหน้าทางคดี

คดีนี้เป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองของเกาหลีใต้ เนื่องจากทั้งอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล และอดีตสุภาพสตรีเบอร์หนึ่งถูกดำเนินคดีพร้อมกันเป็นครั้งแรก เมื่อยุนประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 และปัจจุบันอยู่ในเรือนจำ ในขณะที่นางคิมจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำแห่งหนึ่งในเมืองอึยวัง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซล และเป็นสถานที่ต่างหากกับที่สามีของเธอถูกกักขังอยู่

การเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคตอาจช่วยให้ประชาชนเข้าใจปัญหาความโปร่งใสในวงการการเมืองของเกาหลีใต้มากยิ่งขึ้น และสามารถสร้างกระแสความตื่นตัวในประเด็นจริยธรรมทางการเมืองได้อีกครั้ง

หากคุณติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีความสำคัญระดับโลก เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความโปร่งใสของระบบประชาธิปไตยในทุกมิติด้านการเมือง

ที่มา – อัยการพิเศษเกาหลีใต้จับอดีตสุภาพสตรีเบอร์หนึ่ง ฐานปั่นหุ้น-รับสินบน

หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ

ในวันแม่อันแสนอบอุ่น กลับกลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อหนุ่มรายหนึ่งพาคุณแม่ไปเช็กอินที่ชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี พร้อมแชร์ความสุขผ่านโซเชียลมีเดีย แต่กลับเจอเหตุไม่คาดฝันเมื่อถูกคู่อริบุกมายิงใส่แบบไม่ทันตั้งตัว โชคดีที่รอดตายและไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะเชื่อว่า ปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ ที่ตนสวมใส่อยู่ปกป้องไว้ได้ นับเป็นเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ “หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ”

หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ชายหาดจอมเทียน ใกล้โรงแรมเดอะนาว เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบหลังมีรายงานว่าเกิดเหตุยิงกัน ที่เกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวตกใจกันจำนวนมาก พบว่านายปัญญาวิทย์ อายุ 19 ปี ถูกยิงทะลุเสื้อ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากลูกกระสุนไม่เข้ากับร่างกาย

สิ่งที่สะเทือนใจคือ ช่วงเย็นของวันแม่ที่เขานำคุณแม่ไปเที่ยวชายหาด และตั้งใจถ่ายภาพเช็กอินลงในโซเชียล ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเป้าหมายของคู่อริเก่า ตามมาปองร้าย กลายเป็น “หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ” ที่หลายคนต้องตกใจตามไปด้วย

ต้นตอคือปมชู้สาว บานปลายเป็นอาชญากรรม

ภายหลังนายปัญญาวิทย์ให้ข้อมูลว่า เหตุเกิดจากความขัดแย้งในอดีตเมื่อ 2 เดือนก่อน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาวกับเพื่อนของเขา คือ นายธนโชติ อายุ 18 ปี ที่ตอนนั้นเขากล่าวว่าได้คลี่คลายและจบไปแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะย้อนกลับมาตามล่า จนทำให้เกิดเหตุยิงกันในวันแม่

ขณะเกิดเหตุเขาและเพื่อนนั่งเล่นกันที่ชายหาดอย่างไม่ทันตั้งตัว กลุ่มผู้ก่อเหตุมาเจอหน้าจึงชักปืนยิงทันที 2 นัด และเขาต้องวิ่งหนีด้วยชีวิต ท่ามกลางความตกใจของผู้คนรอบข้าง สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ หากรอยยิงทะลุเสื้อแต่ไม่มีบาดแผลทางร่างกายจริง นายปัญญาวิทย์เชื่อว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ ที่ตนใส่ไว้ปกป้องตัว ซึ่งไม่ได้คาดคิดว่าจะมาช่วยชีวิตในวินาทีสุดท้าย แม้พระเครื่องจะหล่นหายไประหว่างวิ่งหนี

เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวน ติดตามตัวคนร้าย

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับกองปราบปรามเมืองพัทยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้กล้องวงจรปิดและคลิปที่พลเมืองดีบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน พบว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ 3-4 คัน ดูการแต่งกายและใบหน้าตรงกับที่บุคคลบาดเจ็บให้ข้อมูล อย่างไรก็ตามยังคงหลบหนีอยู่

  • เหตุเกิดที่ชายหาดจอมเทียนใกล้โรงแรมเดอะนาว พัทยา
  • ผู้เสียหายคือนายปัญญาวิทย์ ถูกยิงทะลุเสื้อแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ
  • ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 3-4 คน ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
  • ต้นเหตุมาจากเรื่องความรักในอดีตเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน
  • เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

ความสงบสุขอันอบอุ่นของวันแม่ในครั้งนี้กลับถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แม้จะถือเป็น “หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ” ที่เร้าใจและมีความศรัทธาเพิ่มเข้ามาด้วย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในสังคมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวัง และอย่าลืมสวดมนต์ขอพรแม่ให้มั่นคงปลอดภัยทุกวัน

ที่มา – หนุ่มเช็กอินพาแม่เที่ยววันแม่ อริบุกยิงไม่ระคายผิว เชื่อปาฏิหาริย์พระเครื่องห้อยคอ

“หงส์แดง” เปิดโต๊ะคุย “พาเลซ” หวังคว้า “เกฮี” เสริมแนวรับ

ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลเรียกกันว่า “หงส์แดง” เริ่มเปิดโต๊ะพูดคุยกับสโมสร คริสตัล พาเลซ สำหรับโอกาสคว้าตัว มาร์ก เกฮี กองหลังกัปตันทีม “ปราสาทเรือนแก้ว” เข้ามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ เกฮี ถือว่าเป็นหนึ่งในแนวรับที่มีคุณภาพของทีมพาเลซ และยังเหลือสัญญากับทีมเพียงอีกหนึ่งปีเท่านั้น

ล่าสุด “สกาย สปอร์ตส์” สื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล มีความเชื่อมั่นว่า มาร์ก เกฮี เองมีความประสงค์ที่จะย้ายมาร่วมทีม แต่สโมสรยังต้องคำนึงถึงค่าตัวที่อาจสูง โดยต้องการจ่ายให้อยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล เพราะหากไม่สามารถปิดดีลได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ อนาคตของเขาก็อาจไปตกเป็นของทีมอื่นแทน

“หงส์แดง” เปิดโต๊ะคุย “พาเลซ” หวังคว้า “เกฮี” เสริมแนวรับ

ทางด้าน คริสตัล พาเลซ ได้มีท่าทีชัดเจนจากคำบอกเล่าของ สตีฟ แพริช ประธานสโมสรว่า หากได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ พวกเขายินดีปล่อยตัว เกฮี เพื่อป้องกันไม่ให้เสียผู้เล่นไปฟรีๆ เมื่อสัญญาหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า โดยรายงานระบุว่า ตัวเลขในใจของ “ดิ อีเกิลส์” อยู่ที่ประมาณ 40 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 1,760 ล้านบาท

เจรจาแยกขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยง

ด้าน ลิเวอร์พูลเองมีแนวทางการเจรจาที่ชัดเจน พวกเขาเลือกที่จะพูดคุยกับทางสโมสร คริสตัล พาเลซ ก่อนเย็นก่อน แล้วจึงทำการเจรจาสัญญาโดยตรงกับตัวนักเตะหลังจากนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความขัดแย้งระหว่างสองสโมสร และยังสามารถควบคุมงบประมาณรวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

  • ลิเวอร์พูลให้ความสำคัญกับค่าตัวและค่าเหนื่อยที่เหมาะสม
  • เกฮีมีสัญญากับพาเลซอีกเพียงปีเดียว
  • พาเลซพร้อมปล่อยตัวหากได้ราคาที่น่าพอใจ
  • การเจรจาแยกเป็นขั้นตอนช่วยลดความเสี่ยง

แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย แต่ฟุตบอลโลกต่างจับตามองข่าวการย้ายทีมของ เกฮี กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแฟนบอล “หงส์แดง” ที่ต่างหวังว่าจะได้เห็นกองหลังรายนี้สวมเสื้อหมายเลข 4 ของทีมในฤดูกาลหน้า

จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากลิเวอร์พูลสามารถคว้าตัว เกฮี มาเสริมทีมได้จริง จะถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แนวรับอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงศักยภาพและการเล่นในระดับทีมชาติของแนวรับรายนี้

ติดตามข่าวฟุตบอลทุกวัน เพื่อไม่พลาดดีลฮอตที่อาจเปลี่ยนแปลงทีมโปรดของคุณในพรีเมียร์ลีกได้! บางทีนักเตะรายนี้อาจกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่เปลี่ยนหน้าทีม “หงส์แดง” จริงๆ ก็ได้

ที่มา – “หงส์แดง” เปิดโต๊ะคุย “พาเลซ” หวังคว้า “เกฮี” เสริมแนวรับ

นักวิ่งกว่า 7 พันคน ร่วมงานตำนาน ’12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน’

ในเช้าวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ได้จัดงาน “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2025” ครบรอบ 30 ปี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของศูนย์ฯ เป็นผู้เปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนกว่า 7,000 คน มาร่วมพากันวิ่งเพื่อถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา

นักวิ่งกว่า 7 พันคน ร่วมงานตำนาน ’12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน’

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น ประทับใจ กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ตามด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ จากนั้นเป็นการปล่อยตัวนักวิ่งในทุกระยะ ได้แก่ 21.1 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 6 กิโลเมตร และระยะ 1.8 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่ต้องการเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล ทั้งยังมีศิลปินจาก GMMTV มาร่วมขบวนเดินวิ่งด้วย โดยในแต่ละรอบการวิ่ง ผู้จัดงานจะบริจาคเงิน 10,000 บาทให้กับ “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ” สภากาชาดไทย อีกด้วย

บรรยากาศงานวิ่ง

นักวิ่งทุกคนที่เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญที่ระลึกออกแบบเฉพาะปี 2025 ในรูปของ พวงมาลัยดอกมะลิและดอกมะลิสด ซึ่งสัญลักษณ์นี้เป็นภาพสะท้อนความรักและความกตัญญูต่อแม่ ส่วนนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดในแต่ละรุ่นยังได้รับถ้วยพระราชทาน เป็นเกียรติสูงสุดในงาน โดยพิเศษในโอกาสนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปีของกิจกรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ งาน 12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน ยังมีบริการใหม่สำหรับนักวิ่งที่ไม่สามารถเข้าร่วมในสถานที่จริง ด้วยการเปิดให้เข้าร่วมผ่าน Virtual Run ที่สามารถสะสมระยะวิ่งได้จากทุกที่ พร้อมยังมีบริการถ่ายภาพอัตโนมัติด้วย Fotobots X Fast Upload ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยอัปโหลดรูปภาพได้ทันที ช่วยให้นักวิ่งแชร์ความประทับใจได้อย่างรวดเร็ว

“นี่คืองานวิ่งเพื่อแม่ที่คนรุ่นต่าง ๆ รักและชื่นชอบที่สุด” นายสุรพลกล่าว พร้อมเสริมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขของนักวิ่ง แต่คือพลังแห่งความรัก ความอบอุ่น และการรวมตัวของครอบครัว งานนี้จึงไม่เพียงเป็นงานวิ่งระดับตำนาน แต่ยังเป็นเวทีแห่งความรักและพระเกียรติอย่างแท้จริง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมเช่นนี้สอดคล้องกับนโยบายของ กทม. ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสุขภาพในพื้นที่สาธารณะ สร้างพื้นที่ให้ครอบครัวได้อยู่กับกัน และส่งเสริมสุขภาพที่ดี”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ นักแสดงที่กลายเป็นนักวิ่งประจำในงานนี้ กล่าวว่า “ปีนี้ท้าทายมากจริง ๆ วิ่ง 21 กม. บอกเลยว่าเหนื่อยแต่คุ้มค่า ได้เริ่มต้นวันดี ๆ พร้อมคุณแม่ ปีหน้าจะavier母親一起跑步! ถือเป็นกิจกรรมสร้างสุขภาพที่ดีและสัมพันธ์ในครอบครัวจริง ๆ”

และสุริยนต์ อรุณวัฒนกูล ก็ให้ความเห็นว่า “หนึ่งในกิจกรรมที่ลุ้นและคาดหวังในทุกปี การจัดงานมีมาตรฐานสูง มีความพร้อมในทุกด้าน ตั้งแต่สถานที่ ไปจนถึงบรรยากาศการให้กำลังใจ การันตีได้ว่า ‘12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน’ เป็นงานวิ่งในตำนานที่ไม่มีวันจางหาย”

งานวิ่งเพื่อแม่อันเป็นเลิศ จัดโดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับกรุงเทพมหานคร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนร่วมแค่ก้าวเดินเล็ก ๆ เพื่อสร้างความหมายใหญ่ ๆ ในชีวิต

หากคุณยังไม่เคยเข้าร่วมงาน “นักวิ่งกว่า 7 พันคน ร่วมงานตำนาน ’12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน” อย่ารอช้า! ลองเริ่มจากปีนี้ แล้วคุณจะพบว่า มันไม่ใช่แค่เส้นทางวิ่ง แต่เป็นเส้นทางแห่งความทรงจำที่คุณไม่มีวันลืม

ที่มา – นักวิ่งกว่า 7 พันคน ร่วมงานตำนาน ’12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน’