ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“หมอบี” เปิดปากครั้งแรก เผยเงินบริจาคให้ “หลวงพ่ออลงกต” ครบหรือไม่

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เวลาดึก หลังจากที่ “หมอบี” หรือนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ได้ให้คำให้การกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง เขาก็ได้เปิดเผยว่า เรื่องของเงินบริจาคที่จะนำไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยหรือพื้นที่ชายแดน ขอเลื่อนการอภิปรายออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้บัญชีของมูลนิธิถูกปิดตัวชั่วคราว อย่างไรก็ตาม “หมอบี” ยืนยันว่าเงิน สิ่งของ และข้าวสารอาหารแห้งที่ได้บริจาคไปนั้น ไม่มีตกหล่นแน่นอน

“หมอบี” เผยสถานการณ์เงินบริจาคให้ “หลวงพ่ออลงกต”

เมื่อถูกถามถึงประเด็นเรื่องเงินสดที่นำไปมอบกับ หลวงพ่ออลงกต “หมอบี” เปิดเผยว่า ตอนนี้ต้องขอสงวนการให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้ข้อมูลใดๆ กระทบต่อรูปคดี พร้อมทั้งยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยเก็บไว้กับตัว และได้มอบหมายให้ทีมงานนำเงินไปส่งให้หลวงพ่ออย่างครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์แล้ว

ประเด็นการสูญหายของเงินบริจาค 5.4 ล้านบาท

“หมอบี” กล่าวชัดเจนว่า ข้อมูลที่วัดได้ออกมาเปิดเผยว่ามีเงินบริจาคประมาณ 5.4 ล้านบาทหายไปนั้น ไม่เป็นความจริงเลย โดยเฉพาะเงินที่วัดระบุว่าส่งหายไปนั้น หลวงพ่ออลงกต ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับเขาเลย ตอกย้ำว่าไม่มีการเก็บหรือเบี้ยวเงินบริจาคใดๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ เมื่อถูกสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์บางคันของวัดที่หลวงพ่ออลงกตกล่าวอ้างว่ายังอยู่ในความครอบครองของ “หมอบี” เขากล่าวว่ารายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ให้ข้อมูลไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างครบถ้วนแล้ว พร้อมบอกอีกว่า ยินดีให้ตำรวจเข้าตรวจสอบทุกอย่างได้ตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เผย จะขอให้รอจนกว่าเขาจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

  • ยืนยันว่าเงินบริจาคทุกบาทถูกนำไปมอบให้หลวงพ่อครบถ้วน
  • ไม่มีการเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัว
  • เตรียมให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่สอบสวนทุกประเด็น
  • รถคันใดมีข้อสงสัย ยอมให้ตรวจสอบได้เต็มรูปแบบ

“หมอบี” ปิดท้ายด้วยการกล่าวว่า เขามั่นใจในตัวเองว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้ประสานงานนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ และไม่มีเจตนาซ่อนเร้นหรือเบี้ยวเบี้ยวเงินบริจาคแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีประเด็นต่างๆ ที่รอการสอบสวนและการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อไขข้อข้องใจของประชาชนและเพื่อความโปร่งใสขององค์กรการกุศล ซึ่งประชาชนอาจยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการอยู่อีกระยะหนึ่ง

จากกรณีนี้ นับเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะมีเจตนาดีในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ความโปร่งใสและการจัดการอย่างเป็นระบบก็เป็นสิ่งสำคัญมากยิ่ง

ที่มา – “หมอบี” เปิดปากครั้งแรก เผยเงินบริจาคที่ให้ “หลวงพ่ออลงกต” ครบหรือไม่

เปิด ‘จดหมายวันแม่’ จาก ‘ทหารแนวหน้า’ สู้เพราะรักแม่

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพบก – Royal Thai Army” ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความที่กล่าวถึง “จดหมายวันแม่” ที่น่าประทับใจจากทหารแนวหน้า ซึ่งกลายเป็นกระแสฮิตในโลกออนไลน์อย่างมาก

ข้อความในโพสต์ระบุว่า “จดหมายจากนักรบถึงแม่ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #สดุดีทหารกล้า #TruthFromThailand #TeamThailand #กองทัพบก #RTA #RoyalThaiArmy” โดยจดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาระลึกถึงความรักและความกตัญญูของหนุ่มไทยต่อแม่และประเทศชาติอย่างลึกซึ้ง

เปิด ‘จดหมายวันแม่’ จาก ‘ทหารแนวหน้า’ สู้เพราะรักแม่

ในจดหมายได้มีข้อความที่กล่าวว่า “…สวัสดีครับแม่ ใกล้ถึงวันแม่แล้ว ในตอนนี้ ลูกชายของแม่ อยู่แนวหน้า กำลังทำหน้าที่ที่ชายชาติทหารควรทำ โฟนยังจำได้ถึงคำที่แม่บอก ลูกต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้ผมกำลังทำตามคำนั้น โดยปกป้องบ้านเกิดด้วยหัวใจทั้งหมด ทุกหยาดเหงื่อ และรอยขีดข่วนบนร่างกาย คือสิ่งที่ผมยอมแลก เพื่อให้แม่ได้ใช้ชีวิตที่สงบ ไม่ต้องหนีภัยใดๆ ผมสู้ ไม่ใช่เพราะเกลียดใคร แต่เพราะรักแม่ และรักบ้านเรา ประเทศไทย รักและคิดถึงเสมอ…”

ผู้เขียนจดหมายรายนี้คือ ส.ท.อินทัช ตุ้มคำ ซึ่งในข้อความสุดท้ายได้กล่าวไว้ว่า “ไม่ต้องห่วงนะแม่ ลูกชายแม่เป็นนักสู้” เรียกได้ว่าเป็นการสะท้อนความคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ครอบครัว และปวงชนชาวไทย

ความหมายของ ‘จดหมายวันแม่’ ที่ลึกซึ้ง

“จดหมายวันแม่” ที่เผยแพร่ออกมาในช่วงใกล้เทศกาลวันแม่แห่งชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การระลึกถึงพระคุณของแม่ แต่ยังเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงแรงบันดาลใจจากแม่ที่สอนให้ลูก “ต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง” ซึ่งกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ทหารแนวหน้าสามารถสู้ได้ ไม่ใช่เพราะเกลียดชัง แต่เพราะรักแม่ รักบ้านเกิด และต้องการให้ทุกอย่างสงบสุข

  • สื่อสารความรักได้อย่างลึกซึ้งผ่านจดหมาย
  • สะท้อนความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและแม่
  • แรงผลักดันจากความรักมากกว่าความเกลียด

หลังจากที่ภาพและข้อความในจดหมายมีการเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจ ส.ท.อินทัช ตุ้มคำ อย่างต่อเนื่อง โดยต่างชื่นชมในความกตัญญูและหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักต่อครอบครัวและประเทศชาติ

บทความนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนระลึกถึงความสำคัญของแม่ และไม่ว่าใครก็ตามในชีวิต ก็จะต้องมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกอยู่เสมอ เช่นเดียวกับ “แม่” ที่อยู่เบื้องหลัง “นักรบ” ของเรา

ที่มา – เปิด ‘จดหมายวันแม่’ จาก ‘ทหารแนวหน้า’ สู้ไม่ใช่เพราะเกลียด แต่เพราะรักแม่รักประเทศไทย

ก้มดูมือถือ! เทรลเลอร์พุ่งชนรถจอดติดไฟแดง กระบะถูกเหยียบแบนดับ 1 เจ็บ 3

เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่แยกถนนพระอุบาลี อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา รถ เทรลเลอร์พุ่งชนรถจอดติดไฟแดง ซึ่งกลายเป็นหายนะต่อรถยนต์หลายคัน โดยเฉพาะรถกระบะคันหนึ่งที่ถูกรถบรรทุกเหยียบทับจนแบนราวกับแผ่นเหล็ก คนขับเสียชีวิตทันที และมีผู้โดยสารบาดเจ็บ 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นทารกเพียง 6 เดือน

ก้มดูมือถือ! เทรลเลอร์พุ่งชนรถจอดติดไฟแดง กระบะถูกเหยียบแบนดับ 1 เจ็บ 3

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ นายอุเทน อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้ควบคุมรถเทรลเลอร์คันดังกล่าว ซึ่งขณะเกิดเหตุเขากำลัง ก้มดูมือถือ ขณะขับด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ จนพุ่งชนรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณสัญญาณไฟแดง 3 คัน ทำลายความเสียหายอย่างหนัก

ความเสียหายและการช่วยเหลือ

เหตุการณ์ทำให้รถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก ซึ่งมีคนในรถรวม 4 คน เสียชีวิต 1 คน และอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กทารกเพียง 6 เดือน

  • ผู้เสียชีวิต: 1 คน
  • ผู้บาดเจ็บ: 3 คน (หนึ่งในนั้นคือเด็กทารก 6 เดือน)
  • จำนวนรถที่ได้รับความเสียหาย: 4 คัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ท่ามกลางสภาพที่เหลือหวาดเสียวจากความเร็วและความไม่ระมัดระวังของคนขับรถเทรลเลอร์

เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงขณะขับขี่

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งเตือนใจว่า ก้มดูมือถือขณะขับรถ เป็นอันตรายร้ายแรงต่อลูกเรือและผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ แม้จะขับด้วยความเร็วที่ไม่สูง แต่การไม่โฟกัสในการขับอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงได้ในพริบตา

เหตุการณ์ในครั้งนี้ชัดเจนว่าเกิดจากความประมาทของคนขับรถใหญ่ ที่ ก้มดูมือถือขณะขับ โดยไม่มีการเบรกหรือลดความเร็ว จนกระทบกับรถยนต์หลายคันที่จอดรอสัญญาณไฟแดงอย่างหนักแน่น จนทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและความเจ็บปวดต่อครอบครัวอันเกิดจากความเล็กน้อย

เราควรเรียนรู้บทเรียนจากกรณีนี้ ด้วยการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงได้แก่ การโทร การพิมพ์ข้อความ หรือการก้มมองโทรศัพท์ขณะขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะความบอบช้ำที่ตามมาอาจหนักหนาลึกซึ้งเกินประมาณ

ที่มา – ก้มดูมือถือ! เทรลเลอร์พุ่งชนรถจอดติดไฟแดง กระบะถูกเหยียบแบนดับ 1 เจ็บ 3

เอเย่นต์ซุ่มขายยาบ้ากลางป่าละเมาะ ถูกปะฉะดะ-ชะอำจับคาเพิงพัก

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผู้กำกับกองกำกับตำรวจภูธรอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พร้อม พ.ต.ท.บรรจบ สิงห์สรศรี รองผู้กำกับตำรวจภูธรอำเภอชะอำ นำทีมชุดปะฉะดะเดินเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่งได้สำเร็จ โดยสามารถควบคุมตัว นายสวัสดิ์ อายุ 31 ปี ชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และยึดของกลางสำคัญ ได้แก่ ยาบ้าจำนวน 4,407 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 38.69 กรัม และของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการได้ที่บริเวณเตาเผาถ่าน ในป่าละเมาะ หมู่บ้านหุบกะพง ซอย 6 หมู่ที่ 10 ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพบว่า นายสวัสดิ์ เป็น เอเย่นต์ซุ่มขายยาบ้า รายย่อยที่คอยจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ภายหลังจากการขายยา จะหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณเตาเผาถ่านในป่าละเมาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

เอเย่นต์ซุ่มขายยาบ้า

เมื่อเจ้าหน้าที่รุดเข้าจับกุม พบว่า นายสวัสดิ์ พยายามหลบหนีวิ่งหนีออกจากเพิงพัก แต่ไม่สามารถหลีกหนีเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าระวังได้ เมื่อมีการตรวจค้นในตัว พบว่ายาไอซ์ถูกซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพาย ส่วนยาบ้าที่มีจำนวนมากถูกจัดเก็บไว้ในเพิงพัก บริเวณที่เขาอาศัยอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐานในการสอบสวน

ก่อนหน้านี้เคยถูกจับ

จากการสอบสวน นายสวัสดิ์ ยอมรับสารภาพอย่างเต็มใจว่า ยาบ้าและยาไอซ์ที่ถูกยึดมาทั้งหมด เป็นของที่เขาเป็นเจ้าของจริง ๆ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้าน นำยาบ้ามาโยนไว้บริเวณหน้าปากซอย และแจ้งให้นายสวัสดิ์ไปรับมาเก็บไว้ จากนั้นจะมีลูกค้าโทรศัพท์มาติดต่อเพื่อมาซื้อ หรือให้เขาไปส่งยาเสพติดในพื้นที่ต่าง ๆ อีกทั้งยาไอซ์ก็ถูกแบ่งขายให้กับลูกค้าย่อยแยก ย้อนหลังเขายังเคยถูกตำรวจจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อจับกุมผู้หญิงและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้นับเป็นอีกหนึ่งการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยที่มีการจำหน่ายในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งการซุกซ่อนและขายยาในป่า ถือเป็นการแฝงตัวอย่างชัดเจนจึงไม่สามารถหลีกหนีสายตาของเจ้าหน้าที่ได้ การตั้งแนวร่วมระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการป้องกันและปราบปรามยุทธศาสตร์การขายยาเสพติดในพื้นที่ลึก

หากคุณพบการใช้ยาเสพติดหรือมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในชุมชนของคุณ อย่าลังเล แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

ที่มา – ‘เอเย่นต์’ ซุ่มขายยาบ้ากลางป่าละเมาะ เจอ ‘ปะฉะดะ-ชะอำ’ บุกจับคาเพิงพัก

ฉายหนังดัง “นากรักมาก” คลายเครียด ให้ทหารดูฟรี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมเมดี้เรื่อง “นากรักมาก ม๊ากมาก” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทั้งจากเสียงหัวเราะที่หนักหน่วงและการสร้างรายได้ในช่วงสามสัปดาห์แรกสูงถึง 40 ล้านบาท ไม่เพียงแต่ในเชิงธุรกิจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังกลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมความสุขและกำลังใจในสังคม โดยล่าสุดได้มีการจัดกิจกรรม ฉายหนังดัง “นากรักมาก” คลายเครียด ให้ทหารดูฟรี ณ มณฑลทหารบกที่ 25 จังหวัดสุรินทร์

ฉายหนังดัง “นากรักมาก” คลายเครียด ให้ทหารดูฟรี

กิจกรรมนี้ถือเป็นการมอบความสุขแก่เหล่าทหารที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังคลี่คลาย การจัดฉายภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงและคลายความเครียดจึงเป็นแรงสนับสนุนทางจิตใจที่สำคัญยิ่ง บรรยากาศในค่ำคืนนั้นกลายเป็นช่วงเวลาแห่งเสียงหัวเราะ ท่ามกลางการรับประทานของว่างฟรีที่จัดไว้ให้อย่างพิเศษ

ตัวแทนนักแสดงส่งกำลังใจถึงทัพไทย

นอกจากความตั้งใจในการเผยแพร่ความสุขแล้ว “หม่ำ จ๊กมก” ผู้ร่วมแสดงและเป็นโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ยังได้ส่งคลิปวิดีโอให้กำลังใจเหล่าทหาร ที่เสียสละเวลานับวันเพื่อความสงบสุขของประชาชน ความร่วมมือของภาคเอกชนอย่างกลุ่มเพื่อน SVOA และ เอนก มงคล ในการจัดอุปกรณ์ให้กับกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมให้กับความหมายของกิจกรรมที่มุ่งเน้นสร้างความสุข

โดยนายพรชัย ว่องศรีอุดมพร จากบริษัทแบล็ค ดราก้อน เอนเตอร์เทรนเม้นท์ ได้กล่าวว่า

  • เราต้องขอบคุณพี่น้องทหารที่เสียสละเพื่อพวกเรา
  • ต้องการส่งมอบความสุขให้ทหารได้มีเวลาผ่อนคลาย
  • หนังเป็นเครื่องเติมพลังให้ทุกคนได้หัวเราะและหายเครียด

คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากภาพยนตร์อย่าง “นากรักมาก ม๊ากมาก” จะกลายเป็นตัวเชื่อมพลังบวกในสังคมได้ ด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและเรื่องราวที่ทุกคนสามารถเข้าถึง การนำไปฉายให้ผู้ที่เสียสละเพื่อสังคม เช่น เหล่าทหารได้ชมฟรี จึงถือเป็นการสานพลัง “แห่งความสุข” อย่างแท้จริง

ในยุคที่ความเครียดพุ่งสูง การปูพรมเบาสมองให้คนที่ทำงานหนักอย่างทหาร อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ผลลัพธ์กลับมีความหมายอย่างยิ่งใหญ่ อาจเป็นเวลาแค่สองสามชั่วโมง แต่ยังติดยาวในใจของผู้ชม และเป็นแรงผลักให้เราเริ่ม “หัวเราะ” มากขึ้นในทุกสถานการณ์

หากคุณมีโอกาส ลองไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเติมพลังชีวิต เผื่อว่าคุณอาจหัวเราะจนลืมความกังวลไปเลยก็ได้

ที่มา – ฉายหนังดัง “นากรักมาก” คลายเครียด ให้ทหารดูฟรี หลังสถานการณ์คลี่คลาย

“หงส์แดง” ลุ้นคว้า “เกฮี” ซัมเมอร์นี้ ประธานพาเลซยอมขาย

ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ก เกฮี กัปตันทีม คริสตัล พาเลซ ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะจากความเคลื่อนไหวล่าสุดของ สตีฟ แพริช ประธานสโมสร “ปราสาทเรือนแก้ว” ที่ยอมรับว่า อาจจำเป็นต้องปล่อยตัวกองหลังวัย 25 ปี ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

“หงส์แดง” ลุ้นคว้า “เกฮี” ซัมเมอร์นี้ ประธานพาเลซยอมขาย

เกฮี เหลือสัญญากับ คริสตัล พาเลซ อีกเพียงปีเดียว และยังไม่มีท่าทีว่าจะต่อสัญญาใหม่เลย ทำให้โอกาสที่เขาจะย้ายทีมในซัมเมอร์นี้เพิ่มมากขึ้น สตีฟ แพริช เผยว่า เข้าใจดีว่าการเสียตัวนักเตะระดับนี้ไปฟรี ๆ หลังหมดสัญญาถือเป็นความเสียหายอย่างมาก

“เราคงต้องขาย (ถ้าได้รับข้อเสนอที่ดี) นักเตะฝีเท้าระดับนี้ถ้าย้ายออกไปฟรี ๆ มันก็มีปัญหาแล้ว” แพริช กล่าว และยังเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล หรือที่เรียกกันว่า “หงส์แดง” อยู่ในกลุ่มทีมที่ให้ความสนใจอยากได้ตัว เกฮี เข้ามาเสริมทัพในอนาคต

โอกาสเข้าทีมชาติอังกฤษกับบทบาทในอนาคต

ด้วยความสามารถและการเป็นนักเตะที่มีโครตทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ เกฮี ถูกมองว่าเหมาะสมกับแนวทางการเล่นของ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ วัยเพิ่มมากขึ้นและอาจต้องค่อย ๆ ถอยลงในอนาคต ความแข็งแกร่ง การเล่นตำแหน่ง และทักษะในการเป็นผู้นำทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการสืบทอดตำแหน่งกัปตันทีมได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ทางด้านประธาน คริสตัล พาเลซ เผยว่าในช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อเสนอจากหลายทีม แต่สุดท้ายไม่สามารถปิดดีลได้ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือ ทางนักเตะเองก็ต้องมีมุมมองและเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นกัน “เราได้รับข้อเสนออีกรอบในเดือนม.ค. แต่นั่นมันก็ยากเหมือนกัน ตัวนักเตะก็มีมุมมองของตัวเองในเรื่องนั้นด้วย” แพริช กล่าว

  • เกฮี มีสัญญากับ พาเลซ ถึงจบฤดูกาลหน้า
  • ลิเวอร์พูล สนใจคว้าตัว เกฮี เป็นตัวแทน ฟาน ไดค์
  • การต่อสัญญาใหม่ยังไม่มีท่าทีชัดเจน
  • ประธาน พาเลซ ยอมรับอาจต้องขายเพื่อป้องกันการเสียตัวฟรี

ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกไม่มากนักที่จะปิดดีลในช่วงซัมเมอร์นี้ หาก เกฮี ตัดสินใจที่จะย้ายทีม เห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นตัวเต็งทีมที่น่าจับตามองเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในทางด้านความต้องการในตำแหน่งและก็ภาพรวมของทีมที่พร้อมจะดึงดาวเตะรายใหญ่เข้ามาเสริมทัพ

เชื่อว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราจะได้เห็นอนาคตของ มาร์ก เกฮี ว่าจะไปในทิศทางใด และ หงส์แดง จะได้ตัวนักเตะที่กำลังมาแรงในช่วงเวลานี้เข้าร่วมทีมจริงหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ไม่ว่าจะอยู่ทีมใด ความสำเร็จของเขาในทุกระดับไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่แน่ว่าเขาก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของโลกได้เช่นกัน หากเขาเข้าร่วมทีมในระดับท็อปอย่าง ลิเวอร์พูล อย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา – “หงส์แดง” หูผึ่งประธานพาเลซรับอาจต้องขาย “เกฮี” ซัมเมอร์นี้

เบทาโกร เวนเจอร์ส ร่วมพัฒนาโซลูชันลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่

ในยุคที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกต้องเผชิญกับความท้าทายจากโรคระบาดและความต้องการผลิตอย่างยั่งยืน เบทาโกร เวนเจอร์ส ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญผ่านการร่วมลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกอย่าง BiomEdit เพื่อพัฒนาโซลูชันลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่ที่เกิดจากโรคติดเชื้อ

เบทาโกร เвенเจอร์ส ลงทุนร่วมกับ BiomEdit

ภายใต้การนำของนายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่จากบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาสุขภาพสัตว์ในระยะยาว Betagro Ventures ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญใน การระดมทุนรอบ Series B ของ BiomEdit บริษัทชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาที่มีเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของสัตว์

เทคโนโลยีขั้นสูงในผลิตภัณฑ์ BE-101

ปัจจุบัน BiomEdit กำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์ BE-101 ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดพิเศษที่ถูกปรับเปลี่ยนพันธุกรรมเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้ไก่เนื้อตายเฉียบพลัน โดยมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาสุขภาพลำไส้ของสัตว์ และสามารถปรับปรุงอัตราการรอดชีวิตของไก่เนื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่จะเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลก

“การร่วมมือกับบริษัทระดับโลกเช่น Betagro Ventures เป็นหลักฐานของความเชื่อมั่นในศักยภาพและเทคโนโลยีของเรา” กล่าวโดย นายอารอน ชัคท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BiomEdit

นอกจากนี้ BiomEdit ยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มผู้ลงทุนที่มีชื่อเสียงทั้ง Anterra Capital, Nutreco, AgriZeroNZ และ Indiana’s Elevate Ventures เงินทุนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้บริษัทเตรียมความพร้อมในการขอใบอนุญาตและนำ BE-101 ออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุด ทั้งยังเป็นโอกาสในการขยายขอบเขตการทำงานและบูรณาการกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดไทยซึ่งประสบปัญหาการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากโรคในสัตว์ปีกอย่างต่อเนื่อง

  • การลงทุนในเทคโนโลยีชีวภาพช่วยลดความเสี่ยง
  • พัฒนาคุณภาพสุขภาพของไก่เนื้อ
  • รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Betagro ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกให้มีทั้งประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยการมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพสัตว์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ยังเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อนาคตของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ควรสร้างขึ้นจากการลงทุนในนวัตกรรมที่มีคุณค่ามากกว่าต้นทุน การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีจากต่างประเทศกับความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคเอเชีย

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ คุณสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของทั้งสองบริษัท หรือเยี่ยมชมข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ

ที่มา – ‘เบทาโกร เวนเจอร์ส’ ร่วมกับ BiomEdit พัฒนาโซลูชันลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่

ผีแดงยื่นข้อเสนอซื้อบาเลบาแล้ว ไบรท์ตันยังไม่รับ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือที่แฟน ๆ คาทังตั้งฉายาให้เป็น “ผีแดง” ล่าสุดได้เปิดฉากยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อดึงตัว คาร์ลอส บาเลบา กองกลางดาวรุ่งจากทีม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน มาเสริมทัพในแนวรุกกลาง โดยข้อเสนอครั้งนี้ไม่ใช่แค่เงินสดเท่านั้น แต่รวมถึงนักเตะที่ “ผีแดง” จัดเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไบรท์ตัน ชุดขาวกลับไม่ยินยอมรับข้อเสนอในครั้งนี้ และมีรายงานว่าทีมจากเมืองผู้ดีได้ปฏิเสธข้อเสนอของแมนฯยูไนเต็ดอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังคงเปิดโอกาสให้ทุกทีมสามารถเจริญซื้อขายได้ หากเงื่อนไขและราคานั้นเหมาะสม โดยคาดว่าราคาขั้นต่ำในการดึงตัว บาเลบา ออกจากทีมจะอยู่ที่ประมาณ 115 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,060 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับราคาค่าตัวของ มอยเซส ไกเซโด เล่นให้ เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ผีแดงยื่นข้อเสนอซื้อบาเลบาแล้ว ไบรท์ตันยังไม่รับ

รายงานข่าวจากสื่อดังอย่าง “เดอะ สแตนดาร์ด” ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่จะเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกกลาง โดยเล็ง คาร์ลอส บาเลบา เป็นเป้าหมายหลัก เพราะถือว่าเป็นนักเตะที่มีคุณภาพและศักยภาพพร้อมรับมือเวทีระดับโลก

โคลเลียร์ยืนยันข้อเสนอเงินสดบวกนักเตะ

โทบี คอลลีเยอร์ ตัวแทนของนักเตะ เผยว่า ข้อเสนอจากทีมผีแดงมีทั้งเงินสดและนักเตะที่มีศักยภาพ แม้ว่าจะยังไม่ใช่นักเตะที่ใหญ่ระดับท็อปทีม แต่ถือว่ามีมูลค่าและสามารถรองรับข้อตกลงในการย้ายทีมได้

แม้ว่าจะยังมิได้รับการตอบรับจากฝั่งไบรท์ตันในตอนนี้ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงจะเคาะบอร์ดเจรจากับทางสโมสรเพื่อขอจับตาโอกาสให้ได้มากที่สุด เพราะจากสถานการณ์ฐานทัพในปัจจุบัน “ผีแดง” ต้องการปั้มคุณภาพอย่าง บาเลบา เข้ามาเป็นแกนหลักบนแดนกลาง

น่าสนใจว่าหากในท้ายที่สุด บาเลบา ไม่ใช่เป็นของผีแดงจริง ๆ ทางไบรท์ตัน จะหาทางส่งตัวนักเตะออกมารับบทแทนอย่างไร โดยทางสโมสรเตรียมปล่อย ดีเอโก โกเมซ และ มาลิค ยาลกูเย ขึ้นมาเติมเต็มภารกิจแทนในแนวรุกกลาง พร้อมลุยในฤดูกาลใหม่

หากคุณเป็นแฟนบอลผีแดง อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะเป็นไปได้ว่าผีแดงจะปรับยุทธวิธีใหม่ตราบจนสามารถคว้าตัวนักเตะที่ต้องการมาได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ต้องจับตามองในซัมเมอร์นี้

ที่มา – “ผีแดง” เปิดฉากยื่นข้อเสนอเงินสดบวกนักเตะซื้อ “บาเลบา”

ช่วยด้วย! แก๊งวัยรุ่นซิ่งจยย.ปาระเบิดทั่วหมู่บ้าน อาละวาดหนักชาวบ้านเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างจริงจังจากชาวบ้านในหมู่บ้านหินแตก ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีปัญหาใหญ่จากกลุ่ม แก๊งวัยรุ่นซิ่งจยย.ปาระเบิดทั่วหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่อย่างหนัก ตามรายงานพบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งหลายใช้ระเบิดไทยประดิษฐ์ เพื่อปาระเบิดและบิดรถจยย.มาก่อกวน ทั้งช่วงกลางดึกจนกระทั่งชาวบ้านไม่อาจหลับนอนได้มาหลายคืน

ช่วยด้วย! แก๊งวัยรุ่นซิ่งจยย.ปาระเบิดทั่วหมู่บ้าน

จากหลักฐานที่ชาวบ้านให้มา มีทั้งคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถูกถ่ายไว้ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นขี่รถจยย.มาในจำนวนมาก วิ่งผ่านบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว เสียงเบาะรถบิดลั่น ตามด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชาวบ้านบางรายยังได้เก็บสะเก็ดระเบิดหรือชิ้นส่วนระเบิดไทยประดิษฐ์ไว้เป็นด่านหลักฐาน

หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเล่าให้ฟังว่า ทั้งครอบครัวไม่สามารถนอนหลับได้มาเกือบสัปดาห์ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้สร้างเสียงดังจนบ้านแทบสั่น ทั้งยังมีสะเก็ดระเบิดที่เข้าใส่รถจยย.ของตนเองจนทำให้ไฟหน้ารถแตก ตะกร้ารถมีรูจากกระสุนระเบิด ซึ่งอาจมีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้หากไม่ได้รับการจัดการอย่างจริงจัง

อาละวาดหนักชาวบ้านเดือดร้อน

แม้ชาวบ้านจะพยายามแจ้งต่อผู้ปกครองของวัยรุ่นกลุ่มนี้ แต่ก็ไม่ได้รับการรับฟังอย่างเป็นทางการ ยอมรับจากพ่อแม่ของพวกเขาเพียงแค่บอกว่าลูกหลานไม่ได้ออกจากบ้านในเวลานั้น บางรายถูกปฏิเสธอย่างเรียบง่าย ดังนั้นจึงต้องฝากความหวังไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาสอดส่องและลงพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • วัยรุ่นปาระเบิดทั่วหมู่บ้าน
  • เสียงดังลั่นทั้งคืน
  • ทรัพย์สินถูกทำลายจากสะเก็ดระเบิด
  • ความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพของชาวบ้าน

จากสถานการณ์เรื่องนี้ เราเห็นว่าการใช้ระเบิดไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังสามารถก่อให้เกิดอันตรายอย่างหนักต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงได้หากไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง ช่วยกันเฝ้าระวัง และขยายผลเพื่อยุติพฤติกรรมอันตรายเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน

ร่วมช่วยปกป้องสังคมของเราโดยเริ่มจากยึดมั่นในหลักกฎหมาย เสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เยาวชน และขยายอาชีพที่ส่งเสริมพลังบวกในชุมชน เผยแพร่ข้อมูลอย่างถูกต้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสอบถามเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวทุกระดับ ไม่ปล่อยให้วัยรุ่นเผชิญกับอันตรายตั้งแต่ยังเล็ก วันนี้เราจะได้พบสังคมที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวังไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม

ที่มา – ช่วยด้วย! แก๊งวัยรุ่นซิ่งจยย.ปาระเบิดทั่วหมู่บ้าน อาละวาดหนักชาวบ้านเดือดร้อน

ณวัฒน์เคลียร์ดราม่าลั่นกฎใครจะประกวดต้องขายของ

ล่าสุด เรื่องดราม่าเกี่ยวกับการที่นางงามไทยต้องขายของระหว่างเข้าร่วมการประกวด Miss Universe Thailand 2025 ได้กลายเป็นประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะคลิปที่เผยให้เห็นน้ำตาของผู้เข้าประกวดหลายคน เช่น “แตงกวา อภิรตา” มิสยูนิเวิร์สสระแก้ว 2025 และ “นาฟ ฉัฐนันท์” มิสยูนิเวิร์สปัตตานี 2025 ที่หลั่งน้ำตาในระหว่างไลฟ์ขายของ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบการประกวดครั้งนี้มีการกดดันจนเกินไป

ณวัฒน์เคลียร์ดราม่าลั่นกฎใครจะประกวดต้องขายของ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้ออกมาชี้แจงในงานแถลงข่าว “Welcome Ceremony & Press Conference MISS UNIVERSE THAILAND 2025” โดยระบุอย่างชัดเจนว่า.Hidden

ประเด็นความกดดันแก่ผู้เข้าประกวดคืออะไร?

ณวัฒน์ เผยว่า ล่าสุดที่มีผู้เข้าร่วมประกวดบางรายต้องถอนตัว ไม่ได้เกิดจากการต้องขายของโดยตรง แต่เกิดจากการที่ผู้เข้าร่วมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับบรรยากาศการทำงานร่วมกัน และมีสมาธิกับขั้นตอนของเวทีประกวดได้ดี ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของทีมผู้จัดงานในการเปลี่ยนผู้แทนในพื้นที่ที่นั่งลง

แม้จะมีกระแสความเห็นที่ว่าเป็นการข่มขู่หรือกดดันเกินไป แต่ ณวัฒน์ เน้นย้ำว่า การตั้งเป้าหมายในด้านการขายของนั้นเป็นเพียงหนึ่งในงานที่ทีมงานใช้เพื่อ “พุช” ให้นางงามมีทักษะการสื่อสาร การทำงาน และการสร้างรายได้ให้กับพันธมิตรทางการตลาดโดยตรง เพราะจากงบประมาณสนับสนุนและการดำเนินงาน องค์กรฯ ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่างๆ มากมาย

ทำไมถึงต้องมีกิจกรรมขายของในประกวดนางงาม?

การประกอบกิจกรรมขายของระหว่างการประกวดนั้นไม่ใช่การสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นกลไกทางธุรกิจที่จำเป็นอย่างยิ่ง ณวัฒน์ เปิดเผยว่าองค์กรฯได้รับงบประมาณสนับสนุนใกล้เคียงสองร้อยล้านบาท และส่วนใหญ่ก็มาจากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ ดังนั้นการที่ตัวแทนของจังหวัดต่างๆ สามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทพันธมิตรที่มาร่วมเป็นสปอนเซอร์นั้น เป็นเพียงการคืนกำไรกับสิ่งที่ได้รับมาในรูปแบบของ Inventory หรือกิจกรรมอื่นๆ

  • การส่งเสริมคุณค่าทางการตลาดแก่นางงาม
  • การฝึกอบรมทักษะการขายและการสร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์และผู้สนับสนุน

องค์กรก็ต้องอยู่ในกฎตลาด

ณวัฒน์ ย้ำว่าองค์กรจะเลี่ยงไม่ได้จากการขายของ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้สปอนเซอร์ยังคงสนับสนุนต่อ และมั่นใจว่าเงินลงทุนจะได้รับผลตอบแทนกลับมา ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าผู้เข้าประกวดต้องขายของให้ได้โดยเด็ดขาด แต่สิ่งสำคัญคือทักษะในการทำงานและการสื่อสารของผู้เข้าประกวดจะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่สามารถสร้างยอดขายได้ดีจะได้รับรางวัลเพิ่มเติมจากทางคณะกรรมการอีกด้วย เช่น “Best Seller” โดยจะมีเงินรางวัล 100,000 บาท และมีโอกาสเข้าสู่รอบ 18 คนสุดท้ายเพื่อรอดไปสู่การคัดเลือกต่อจากกรรมการเป็นหลัก

ข้อความจาก ณวัฒน์ เน้นความจริงที่ว่า “ใครจะมาสมัครก็ต้องขายของ ถ้าไม่ขายของก็ไปธิดาเงาะลำไย” ซึ่งบ่งบอกถึงความจริงจังของกฎกติกาและวัฒนธรรมที่เน้นผลงานจริง ถ้าใครไม่พร้อมสู้ ก็คงไม่ใช่ที่สำหรับคุณ

สุดท้ายนี้ เรื่องราวดราม่าของนางงามขายของนี้ อาจดูหนักหน่วง แต่ก็สะท้อนความท้าทายในการคว้าตำแหน่งที่ดีที่สุด

ลองคิดดูสิว่า ความฝันของคุณ คุ้มค่าที่จะต้องเสียสละ หรือยัง?

ที่มา – ‘ณวัฒน์’ เคลียร์ดราม่ากดดันนางงามขายของ ลั่นมันคือกฎใครจะมาประกวดต้องทำ!