ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไฮโซลูกนัท ปฏิเสธบังคับเด็กเอ็นเสพยา จริงหรือ?

จากกรณีที่ตำรวจ กก.ดส. บุกเข้าจับกุม นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” พร้อมของกลาง ทั้งอาวุธปืน ยาเสพติด และเครื่องกระสุน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.คลองตัน ได้ควบคุมตัว “ไฮโซลูกนัท” ไปฝากขังที่ศาลอาญาพระโขนง ในข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืน และ พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ โดยระหว่างที่ถูกถามถึงประเด็นการบังคับเหยื่อให้เสพยา “ไฮโซลูกนัท” กลับตอบด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ และถามกลับว่า “นี่ถามเรื่องอะไรเนี่ย”

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากมีหญิงสาวผู้เสียหายซึ่งเป็น “เด็กเอ็น” เข้าแจ้งความว่าถูก “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายร่างกายและบังคับให้เสพยา โดยก่อนหน้านี้ “ไฮโซลูกนัท” มักจะเรียกเด็กเอ็นมาปาร์ตี้ที่บ้านเป็นประจำ

จากการให้การของผู้เสียหาย พบว่าเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน “ไฮโซลูกนัท” ได้เรียกเด็กเอ็นมา 3 คน และบังคับให้เสพยาก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ โดย “ไฮโซลูกนัท” เองก็ร่วมเสพยาด้วย หนึ่งในเด็กเอ็นได้หลบหนีออกมาแจ้งความ โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการครอบครองอาวุธปืนจำนวนมาก ทำให้ตำรวจขอหมายค้น

ไฮโซลูกนัท ปฏิเสธบังคับเด็กเอ็นเสพยา จริงหรือ?

เนื่องจากการเข้าค้นบ้านที่มีอาวุธปืนจำนวนมาก เป็นเรื่องอันตราย ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยอรินทราช 26 เข้าร่วมในการจับกุม ซึ่งเมื่อเข้าจับกุม “ไฮโซลูกนัท” พบว่ามีอาวุธปืนติดตัวและขึ้นลำกล้องไว้ แต่เมื่อเห็นชุดอรินทราช จึงยอมวางอาวุธแต่โดยดี และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า “ไฮโซลูกนัท” ชื่นชอบการสะสมอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าปืนดังกล่าวเป็นปืนจริงหรือไม่ และมีทะเบียนถูกต้องหรือไม่

ในส่วนของการทำร้ายร่างกายนั้น ตำรวจกำลังติดต่อผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับ “ไฮโซลูกนัท” ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และรวบรวมข้อมูลว่ามีเด็กเอ็นรายใดบ้างที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว 1 ราย

ข้อหาหลักของไฮโซลูกนัทคืออะไร?

ข้อหาหลักในขณะนี้คือ การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเสพยาเสพติด ซึ่งทางตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมในกรณีการทำร้ายร่างกายและการบังคับให้ผู้อื่นเสพยา

  • อาวุธปืน: กำลังตรวจสอบทะเบียนและความถูกต้อง
  • ยาเสพติด: พบสารเสพติดในปัสสาวะ
  • ทำร้ายร่างกาย: อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

คดีของ “ไฮโซลูกนัท” เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องยาเสพติด การทำร้ายร่างกาย และการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทางตำรวจกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากใครเคยตกเป็นเหยื่อของ “ไฮโซลูกนัท” ขอให้รีบเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงผลเสียของการใช้ยาเสพติดและการใช้อำนาจในทางที่ผิด การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นอีกด้วย

ที่มา – ‘ไฮโซลูกนัท’ ตีมึนปัดบังคับ ‘เด็กเอ็น’ เสพยา ก่อนถูกจับห้าวพกปืน เจอ ‘อรินทราช 26’ เลยยอมจำนน

Big Bad Wolf Book Sale 2025 มหกรรมหนังสือลดแรง

ได้เวลานักอ่านช้อปปิ้ง!! กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษ Big Bad Wolf Book Sale 2025 ขนทัพหนังสือ 2 ล้านเล่ม ที่สำคัญคือ ลดสูงสุด 95% ลดอะไรขนาดนั้น แต่แฟนประจำงานนี้คงรู้กันอยู่แล้วว่า ลดจริงๆ

สวัสดีนักอ่านทุกท่าน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับมหกรรมหนังสือที่ทุกคนรอคอย! Big Bad Wolf Book Sale 2025 กลับมาพร้อมหนังสือคุณภาพเยี่ยมมากมายในราคาสุดคุ้ม ลดสูงสุดถึง 95% งานนี้คนรักหนังสือห้ามพลาดเด็ดขาด!

ในวันเปิดงาน คุณ Jacqueline Ng ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังมหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษระดับโลก ที่บินตรงจากมาเลเซียเพื่อร่วมพูดคุย พร้อมพันธมิตร และเหล่าคนดังที่มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจจากหนังสือในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น น้ำหวาน เพจ Happy Mommy Diary คอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการเลี้ยงลูก ที่ส่งต่อแนวคิดการสร้างครอบครัวด้วยพลังบวกผ่านการอ่าน, นุ่น เพจ English After Noonz ที่เชื่อว่าหนังสือคือสะพานเชื่อมภาษา และความคิดของเด็กไทย และเน Perses ผู้หลงใหลในการอ่าน และมองว่าหนังสือคือโลกใบที่สองของจินตนาการ

งาน Big Bad Wolf Book Sale 2025 จัดเต็มหนังสือหลากหลายแนวมากกว่า 2 ล้านเล่ม จากทั่วทุกมุมโลก ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งหนังสือนิทาน, วรรณกรรมเด็ก, นิยาย, ธุรกิจ, พัฒนาตนเอง, หนังสือหายาก, ตำราอาหาร ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักอ่านประเภทไหน ที่นี่มีหนังสือที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

นอกจากหนังสือภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีหนังสือภาษาไทยอีกหลายแสนเล่มจากสำนักพิมพ์ชื่อดังให้เลือกช้อปอย่างจุใจ พบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ที่คุณชื่นชอบ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น

กิจกรรมสนุกๆ:

เวทีคนรักหนังสือ: พูดคุยและรับแรงบันดาลใจจากคนดังมากมาย เช่น แม่น้ำหวาน Happy Mommy Diary, ครูนุ่น English AfterNoonz, คุณเน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์ วง PERSES, คุณลูกปลา BookTok คนดัง และน้องอเล็กซ์ ศิลปินออทิสติก มาร่วมฟังประสบการณ์และเคล็ดลับการอ่านจากบุคคลที่คุณชื่นชอบ

กิจกรรมเพื่อสังคม: เหล่าคนดังและสำนักพิมพ์จะร่วมกันบริจาคหนังสือให้กับห้องสมุดกรุงเทพมหานคร เพื่อแบ่งปันพลังแห่งการอ่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน

โซนกิจกรรมสร้างสรรค์: สนุกกับโซน PlanToys Play & Maker Club, โซน DIY ทำของขวัญ และโซน Jigsawscape สำหรับคนชอบต่อจิ๊กซอว์ กิจกรรมสนุกๆ ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

Big Bad Wolf Book Sale 2025

เตรียมพบกับหนังสือมากมายที่งาน Big Bad Wolf Book Sale 2025 ไม่ว่าจะเป็นหนังสือสำหรับเด็ก หนังสือสำหรับผู้ใหญ่ หนังสือเรียน หนังสือพัฒนาตนเอง หรือแม้กระทั่งหนังสือหายาก ที่นี่ที่เดียวที่คุณจะได้พบกับหนังสือหลากหลายประเภทในราคาที่คุณต้องตกใจ

ทำไมต้องไปงาน Big Bad Wolf Book Sale 2025?

  • หนังสือราคาถูก: ลดสูงสุดถึง 95%
  • หนังสือหลากหลาย: มีหนังสือให้เลือกมากมายกว่า 2 ล้านเล่ม
  • กิจกรรมสนุกๆ: มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายสำหรับทุกเพศทุกวัย
  • โอกาสในการพบปะนักเขียนและคนดัง: ร่วมพูดคุยและรับแรงบันดาลใจจากนักเขียนและคนดังที่คุณชื่นชอบ

Big Bad Wolf Books 2025 วันนี้ – 17 สิงหาคม 2568 อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี เวลา 10.00 – 21.00 น. เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู ลงที่สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี (MT02)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโซเชียลมีเดีย Big Bad Wolf Books Thailand อย่าลืมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ก่อนใคร

สำหรับนักอ่านตัวยง นี่คือโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด Big Bad Wolf Book Sale 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขายหนังสือ แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความรักในการอ่าน การได้สัมผัสหนังสือมากมาย ได้พูดคุยกับนักอ่านคนอื่นๆ และได้ค้นพบหนังสือเล่มใหม่ๆ คือสิ่งที่ทำให้งานนี้พิเศษกว่าที่อื่น

ที่มา – Big Bad Wolf Book Sale 2025

ซงจุงกิ-ชอนอูฮี ใน ‘My Youth’ หวนคืนรักแรก

นับเป็นซีรีส์ใหม่อีกเรื่องที่ดึงความสนใจได้มากเลยทีเดียว กับ “My Youth” ซีรีส์คุณภาพจากช่อง “JTBC” ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง “ซงจุงกิ” และ “ชอนอูฮี” ที่จะมาร่วมกันสร้างเคมีใหม่ ๆ รวมไปถึงยังได้ผู้กำกับ “อีซังยอบ” จากเรื่อง “Yumi’s Cell” และนักเขียนบท “พัคชีฮยอน” จากเรื่อง “Run On” มาร่วมกันสร้างผลงานเรื่องนี้อีกด้วย

โดยล่าสุดก็มีการปล่อยตัวอย่างเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ ได้รับชมกัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชวนให้ใครหลายคนหวนนึกถึงความทรงจำของรักแรกแสนสดใสที่เลือนรางลงเมื่อเวลาผ่านไป พร้อมกับเล่าเรื่องราวของรักแรกใส ๆ ที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้นว่าจะลงเอยอย่างไร

สำหรับซีรีส์เรื่อง “My Youth” จะนำเสนอความโรแมนติก ผ่านเรื่องราวการเดินทางตามหาชิ้นส่วนของตัวเองที่หายไป ด้วยการพบกันอีกครั้งของความรักครั้งแรกที่เคยมอบช่วงเวลาที่เป็นดั่งแสงสว่างในวันมืดมน โดย “ซอนอูแฮ” (รับบทโดย ซงจุงกิ) อดีตนักแสดงเด็กที่ยุคทองได้จบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ผันตัวมาเป็นนักเขียนและนักจัดดอกไม้ เขาใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งบนบาดแผลที่ได้รับ แต่ชีวิตที่เรียบง่ายก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้เจอกับรักแรกอย่าง “ซองเจยอน” (รับบทโดย ชอนอูฮี) หัวหน้าทีมที่มุ่งมั่นและรักในความชัดเจน เธอเข้าไปป่วนชีวิตแสนสงบของ “ซอนอูแฮ” ผู้เป็นรักแรก แต่กลับต้องเผชิญกับความรู้สึกที่เคยลืมเลือนไปอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีนักแสดง “อีจูมยอง” และ “ซอจีฮุน” มาเติมความสนุกให้กับซีรีส์เรื่องนี้อีกด้วย โดย “อีจูมยอง” รับบทเป็น “โมแทริน” นักแสดงที่เคยเป็นดาราเด็ก ผู้มีเสน่ห์สี่มิติสุดซื่อตรง เธอตกหลุมรักเสียงของ “คิมซอกจุน” จากวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียนในสมัยเรียน ส่วน “ซอจีฮุน” รับบทเป็น “คิมซอกจุน” พี่ชายคนใหม่ของ “ซอนอูแฮ”

สำหรับซีรีส์เรื่อง “My Youth” จะออกอากาศตอนแรกในวันที่ 5 กันยายนนี้ ซึ่งจะออกอากาศ 2 ตอนติดต่อกันทุกวันศุกร์ และสามารถรับชมซับไทยถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Viu

ซีรีส์เรื่อง ‘My Youth’ เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดสำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบซีรีส์โรแมนติกอบอุ่นหัวใจ การได้เห็น ซงจุงกิ-ชอนอูฮี กลับมาพบกันในบทบาทความรักครั้งแรก เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

เตรียมพบกับเรื่องราวความรักที่หวนคืนมาใน ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’ ได้ในวันที่ 5 กันยายนนี้ ทาง Viu นะคะ

สรุปแล้ว ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’ เป็นซีรีส์ที่น่าจะทำให้ผู้ชมได้ย้อนกลับไปนึกถึงความทรงจำในวัยเยาว์ และความรู้สึกของรักแรกอีกครั้ง

ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’

เรื่องย่อ ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวความรัก แต่เป็นการเดินทางค้นหาตัวเองและการเติบโตของตัวละคร การได้เห็นนักแสดงมากฝีมืออย่างซงจุงกิและชอนอูฮีมาถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ซับซ้อนและอบอุ่น เป็นสิ่งที่ทำให้ซีรีส์ ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’ น่าติดตามมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ‘ซงจุงกิ-ชอนอูฮี’ จับมือพาความโรแมนซ์หวนคืนสู่รักแรกสุดอบอุ่นในซีรีส์ ‘My Youth’

เก็บอาการ! อินฟลูฯเขมรแบนสินค้าไทย จริงหรือ?

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาท่านหนึ่ง ได้ทำการทดสอบสุดแปลก ด้วยการตีขวดเบียร์เพื่อแสดงออกถึงการ เก็บอาการ! อินฟลูฯเขมรแบนสินค้าไทย งานนี้ทำเอาชาวเน็ตไทยถึงกับต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการกระทำดังกล่าว

เก็บอาการ! อินฟลูฯเขมรแบนสินค้าไทย

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แฟนเพจชื่อดังอย่าง “ดัง พันกร – DK Official” ได้โพสต์ภาพของอินฟลูเอนเซอร์หญิงชาวกัมพูชารายหนึ่ง ซึ่งในภาพนั้น เธอกำลังใช้มือตีขวดเบียร์อย่างแรง จนเศษแก้วแตกกระจายกระเด็นใส่ใบหน้าของเธอเอง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายในโลกออนไลน์ หลายคนสงสัยว่าการกระทำนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

โดยทางเพจ “ดัง พันกร – DK Official” ได้ระบุข้อความว่า “สมคำร่ำลือ อินฟลูเอนเซอร์เขมรแบนสินค้าไทย ด้วยการตีขวดเบียร์ แรงอัดทำเศษกระเด็นใส่ตัวเอง แต่เก็บอาการได้ดี” ข้อความนี้ทำให้หลายคนตีความไปว่า อินฟลูเอนเซอร์ท่านนี้อาจต้องการแสดงออกถึงการต่อต้านสินค้าไทยด้วยวิธีการที่รุนแรง

ทำไมต้องตีขวดเบียร์?

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ ทำไมอินฟลูเอนเซอร์ท่านนี้ถึงเลือกใช้วิธีการ “ตีขวด” เพื่อแสดงออกถึงการ เก็บอาการ! อินฟลูฯเขมรแบนสินค้าไทย การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการล้อเลียน หรือแสดงออกเชิงดูหมิ่นผลิตภัณฑ์ของไทยหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงการสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียกกระแสและความสนใจจากผู้ชมเท่านั้น?

ชาวเน็ตหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา บางส่วนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่สร้างสรรค์ เพราะอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งระหว่างประเทศได้ ในขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการแสดงออก แต่ควรใช้วิจารณญาณในการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่น

เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจกับบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ในการสร้างสรรค์เนื้อหา และความรับผิดชอบต่อสังคมที่ควรมี เพื่อป้องกันการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง

ประเด็นเรื่อง เก็บอาการ! อินฟลูฯเขมรแบนสินค้าไทย นี้ สอนให้เรารู้ว่าการแสดงออกใดๆ ในโลกออนไลน์นั้น สามารถส่งผลกระทบต่อสังคมได้ ดังนั้น การใช้วิจารณญาณในการสื่อสารและการนำเสนอเนื้อหาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

ที่มา – เก็บอาการ! ‘อินฟลูฯเขมร’ แบนสินค้าไทย โชว์ตีขวดเบียร์-เศษแก้วกระเด็นใส่ตัว

อัมพวาฟื้นฟูตลาดน้ำ! จัดงานกินกุ้งแม่น้ำกระตุ้นเศรษฐกิจ

อัมพวาเตรียมความพร้อม! ที่หอประชุมอำเภออัมพวา เทศบาลตำบลอัมพวา จ.สมุทรสงคราม นำโดยนายวิศิษฐ เจียมรัตตัญญู นายกเทศมนตรีอัมพวา ได้จัดการประชุมหารือระหว่างพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในตลาดน้ำอัมพวา เพื่อร่วมกันฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยมีนายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผอ.ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีอัมพวา เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการร้านค้าและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดน้ำอัมพวาและบริเวณใกล้เคียงกว่า 230 คน

ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าผู้ประกอบการร้านค้าและพ่อค้าแม่ค้ายินดีให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูและพัฒนา ตลาดน้ำอัมพวา ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมทั้งเสนอประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ต้องการให้เทศบาล ผู้เกี่ยวข้อง พ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการร่วมกันแก้ไขและพัฒนา ตัวอย่างเช่น ตลาดน้ำอัมพวา มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง แต่ปัจจุบัน “เสน่ห์ของอัมพวา” ที่เคยมีได้จางหายไป เช่น รูปแบบตลาดน้ำที่มีเรือพายมาขายของก็แทบไม่มีแล้ว อาหารท้องถิ่นราคาไม่แพงที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองฝีมือชาวบ้านได้ในราคาย่อมเยาก็เริ่มหายาก เนื่องจากค่าเช่าที่ที่สูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าของคนในพื้นที่ต้องปรับตัวตาม เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นว่าราคาสูงก็ไม่ซื้อ เมื่อคนในพื้นที่อยู่ไม่ได้ นายทุนก็เข้ามาแทนที่ และนำสินค้าทั่วไปมาขายแทนสินค้าท้องถิ่น

สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเสน่ห์ของตลาดน้ำอัมพวาอย่างมากคือการขายสินค้าที่ซ้ำกัน ขาดความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเห็นว่าใครขายอะไรดี ก็ทำตามกัน ทำให้สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของอัมพวาค่อยๆ หายไป เมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วรู้สึกว่าสินค้าและอาหารไม่หลากหลาย หรือมีแต่สินค้าทั่วไป ก็ไม่มีอะไรดึงดูดให้กลับมาอีก หรือไม่เกิดการบอกต่อความประทับใจ ปัจจุบัน ช่องทาง Social Media มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจวางแผนท่องเที่ยวของผู้คนมากขึ้น การบอกเล่าความประทับใจของนักท่องเที่ยวจึงเป็นช่องทางธรรมชาติที่เกิดผลดีอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงอยากให้เทศบาลอัมพวาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความรู้ในเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการค้าขายในตลาดน้ำอัมพวา เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม

ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีอัมพวากล่าวว่า เนื่องจากเทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อค้าแม่ค้าและชาวตลาดน้ำจึงต้องพัฒนาตนเองและยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวาให้กลับมา และเปลี่ยนแพลตฟอร์มเข้าสู่ออนไลน์ ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์และอื่นๆ โดยต้องหาจุดเด่นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เกิดการบอกต่อ ทุกอย่างต้องเริ่มจากเนื้อในของท้องถิ่น โดยชาวชุมชนต้องร่วมมือร่วมใจกัน นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลต่างๆ ขอความร่วมมือให้ช่วยสร้างสีสัน เช่น ช่วงฮาโลวีน วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้ ขอให้พ่อค้าแม่ค้าแต่งตัวเป็นผีต่างๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อสร้างสีสันดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นไฮไลท์แปลกใหม่เพื่อการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ

นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผอ.ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากบอกว่าเอกลักษณ์ของตลาดน้ำอัมพวาหายไป บรรยากาศเดิมๆ ที่เคยมีก็เปลี่ยนไปมาก ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ฟื้นฟูอัมพวากลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีเอกลักษณ์เช่นเดิม สำหรับ ททท. จะมีแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ตนยืนยันว่าอัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีศักยภาพที่ดีอยู่แล้ว และยังเป็นเมืองรองยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศ หากท้องถิ่นพัฒนาและฟื้นฟู การประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องยาก ตนยินดีสนับสนุนเรื่องการโปรโมท แต่ต้องเริ่มจากการหาจุดสนใจที่มาจากความเป็นตัวตนของท้องถิ่นให้กลับคืนมาก่อน

นายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา กล่าวว่า ตลาดน้ำอัมพวามีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ จากที่เคยมาเยี่ยมเยียนก่อนดำรงตำแหน่ง สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือคนค้าขายที่เป็นคนในพื้นที่ค่อยๆ หายไป สังเกตได้จากอาหารพื้นบ้านที่เริ่มหากินยาก ทั้งที่เมื่อก่อนมีขายเรียงราย แต่วันนี้กลายเป็นสินค้าทั่วไป ที่สำคัญร้านอาหารขายของกินเริ่มหายาก ที่มีส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆ ซ้ำๆ กันไม่ค่อยแตกต่าง ดังนั้นร้านค้าผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูเอกลักษณ์ โดยเฉพาะด้านอาหารให้กลับคืนมา

เตรียมจัดงานเทศกาลกินกุ้งแม่น้ำกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ตนมีโครงการจะจัดงานเทศกาลกินกุ้งแม่น้ำเพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ของอาหารที่มาจากวัตถุดิบท้องถิ่นของอัมพวาในเร็วๆ นี้ นี่เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของอัมพวา

อัมพวาเดินหน้าฟื้นฟูตลาดน้ำ เตรียมจัดงานกินกุ้งแม่น้ำ

งานเทศกาลกินกุ้งแม่น้ำถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่นของอัมพวา และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน เตรียมตัวพบกับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่อัมพวาที่จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!

ที่มา – อัมพวาเดินหน้าฟื้นฟูตลาดน้ำ เตรียมจัดงานกินกุ้งแม่น้ำกระตุ้นเศรษฐกิจ-นักท่องเที่ยว

กาฬสินธุ์จัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ

ที่สนามหน้าเทศบาลตำบลร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำกาฬสินธุ์ แข่งขันประชันกลองพื้นบ้านอีสานสู่มหกรรมกลองอาเซียน ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2568 เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเส็งกลอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งเป็นการยกระดับประเพณี และมรดกภูมิปัญญาด้านการเส็งกลองที่ให้อยู่สืบไป และเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

โดยมีนายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายมะณี อุทรักษ์ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์ นางกัญญ์ลภัส มหิพันธุ์ สถิติ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวสุภลักษณ์ บุญเกิด หัวหน้าสำนักงานปภ.กาฬสินธุ์ ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอร่องคำ รองนายกอบจ.กาฬสินธุ์ ผู้นำอปท.ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมงาน

ทั้งนี้กิจกรรมในงานมีการแข่งขันประชันกลองพื้นบ้าน การแข่งขันกลองเส็งหน้าแคบ การแข่งขันกลองเส็งหน้ากว้าง การประกวดคณะกลองยาวโบราณ การประกวดคณะกลองยาวประยุกต์ การจัดขบวนแห่กลองรถบุปผชาติอัตลักษณ์ชุมชน การแสดงมินิไลน์ แอนด์ ซาวด์ ชุด “เชิงชายลายกลองร่องคำกาฬสินธุ์”การจัดซุ้มสาธิตการทำกลอง และเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน และการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอทอป

สำหรับการเส็งกลอง เป็นการแข่งขันกลองชนิดหนึ่ง ซึ่งอำเภอร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ เป็นพื้นที่ของกลองเส็งที่มีเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี และมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เกิดความรัก ความสามัคคีให้กับคนในชุมชนอีกด้วย เนื่องจากการเส็งกลองเป็นการละเล่นแข่งขันด้านพละกำลัง ความอดทน และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา

มหกรรมเส็งกลองร่องคำ

งานมหกรรมเส็งกลองร่องคำกาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาล แต่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดให้โลกได้เห็นถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวอีสาน การสืบสานและส่งเสริมประเพณีอันดีงามเช่นนี้ มีส่วนสำคัญในการสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง

ทำไมต้องไปชมมหกรรมเส็งกลองร่องคำ?

  • สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอีสานแท้ๆ
  • ชมการแข่งขันเส็งกลองร่องคำอันตื่นเต้น
  • สนับสนุนสินค้าโอทอปจากชุมชน
  • ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ประเพณี

นอกจากนี้ การจัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดกาฬสินธุ์ และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย การเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริง จะทำให้คุณได้เห็นถึงความงดงามของวัฒนธรรมอีสาน และความมีน้ำใจของชาวกาฬสินธุ์อย่างแท้จริง

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสความสนุกสนานและความอลังการของมหกรรมเส็งกลองร่องคำกาฬสินธุ์ แล้วคุณจะหลงรักในเสน่ห์ของอีสานอย่างแน่นอน!

ที่มา – กาฬสินธุ์จัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ แข่งขันประชันกลองพื้นบ้านอีสาน

กาฬสินธุ์จัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ

ที่สนามหน้าเทศบาลตำบลร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำกาฬสินธุ์ แข่งขันประชันกลองพื้นบ้านอีสานสู่มหกรรมกลองอาเซียน ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2568 เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเส็งกลองร่องคำ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งเป็นการยกระดับประเพณี และมรดกภูมิปัญญาด้านการเส็งกลองร่องคำที่ให้อยู่สืบไป และเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

โดยมีนายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายมะณี อุทรักษ์ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์ นางกัญญ์ลภัส มหิพันธุ์ สถิติ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวสุภลักษณ์ บุญเกิด หัวหน้าสำนักงานปภ.กาฬสินธุ์ ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอร่องคำ รองนายกอบจ.กาฬสินธุ์ ผู้นำอปท.ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมงาน

ทั้งนี้กิจกรรมในงานมีการแข่งขันประชันกลองพื้นบ้าน การแข่งขันกลองเส็งหน้าแคบ การแข่งขันกลองเส็งหน้ากว้าง การประกวดคณะกลองยาวโบราณ การประกวดคณะกลองยาวประยุกต์ การจัดขบวนแห่กลองรถบุปผชาติอัตลักษณ์ชุมชน การแสดงมินิไลน์ แอนด์ ซาวด์ ชุด “เชิงชายลายกลองร่องคำกาฬสินธุ์”การจัดซุ้มสาธิตการทำกลอง และเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน และการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอทอป

สำหรับการเส็งกลองร่องคำ เป็นการแข่งขันกลองชนิดหนึ่ง ซึ่งอำเภอร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ เป็นพื้นที่ของกลองเส็งที่มีเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี และมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เกิดความรัก ความสามัคคีให้กับคนในชุมชนอีกด้วย เนื่องจากการเส็งกลองเป็นการละเล่นแข่งขันด้านพละกำลัง ความอดทน และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา

มหกรรมเส็งกลองร่องคำ: ประเพณีอีสานที่น่าสนใจ

การจัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับประเพณีอันเก่าแก่และร่วมสนุกไปกับการแข่งขันต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการจำหน่ายสินค้าโอทอปอีกด้วย

ทำไมต้องไปชมมหกรรมเส็งกลองร่องคำ?

  • สัมผัสประเพณีอีสานดั้งเดิม
  • ชมการแข่งขันกลองที่สนุกสนานและตื่นเต้น
  • เลือกซื้อสินค้าโอทอปหลากหลายชนิด
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน

งานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การละเล่น แต่เป็นกิจกรรมที่รวมเอาศิลปะ วัฒนธรรม และความสามัคคีของคนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน การได้ชมงานนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าจดจำ

การจัดงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของจังหวัดกาฬสินธุ์ในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น หากมีโอกาสอย่าลืมแวะไปร่วมงานเพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมอีสานอย่างแท้จริง

ที่มา – กาฬสินธุ์จัดงานมหกรรมเส็งกลองร่องคำ แข่งขันประชันกลองพื้นบ้านอีสาน

กาญจนบุรีจัดโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ที่ท่ามะกา

ณ หอประชุมสุทินศักดิ์ โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม ตำบลท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ฯ และนางอรทัย วงศ์วัชรมงคล นายอำเภอท่ามะกา ให้การต้อนรับและรายงานปัญหาความต้องการในพื้นที่ พร้อมด้วย นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกาญจนบุรี เขต 3 นางสาวกิตติยา จึงรุ่งเจริญกิจ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนอำเภอท่ามะกา เข้าร่วมโครงการฯ

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้พบปะพูดคุยกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ที่มาร่วมโครงการฯ จากนั้นได้มอบทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทั้งมอบน้ำตาลทราย จำนวน 100 กิโลกรัม ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ฯ เพื่อสมทบโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน และมอบพันธุ์ปลา ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อีกทั้งยังมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค(ถุงยังชีพ) แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส จำนวน 200 ชุด หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมหน่วยให้บริการประชาชนของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ที่ได้นำหน่วยบริการเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ การจัดโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการและข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ตลอดจนประชาชน ได้รับทราบนโยบายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการอื่น ๆที่จะขับเคลื่อนสู่พื้นที่ รวมถึงเพื่อให้หน่วยงานราชการได้มารับทราบปัญหา ความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมถึงได้นำข้อมูลมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาจังหวัดฯ ในปีต่อไป

กาญจนบุรีจัดโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 10 มอบถุงยังชีพ-บริการประชาชนถึงพื้นที่ท่ามะกา

จังหวัดกาญจนบุรีได้จัดโครงการดีๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเเละพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของหน่วยงานภาครัฐในการเข้าถึงและแก้ไขปัญหาของประชาชนในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง การลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาจากปากของประชาชน และนำไปสู่การแก้ไขอย่างตรงจุด เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ที่ท่ามะกา

โครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 10 ที่จัดขึ้น ณ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีนี้ ได้นำบริการต่างๆ มาให้ประชาชนในพื้นที่อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการมอบทุนสนับสนุน มอบสิ่งของจำเป็น และการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ การมีส่วนร่วมของผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

  • การมอบทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบท
  • การมอบน้ำตาลทรายให้แก่โรงเรียน
  • การมอบพันธุ์ปลาให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
  • การมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส
  • การให้บริการจากหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ

การจัดโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว การที่ประชาชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการต่างๆ และได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด จะช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

หากท่านใดสนใจเข้าร่วมหรือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี หรือติดตามข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด

ที่มา – กาญจนบุรีจัดโครงการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ครั้งที่ 10 มอบถุงยังชีพ-บริการประชาชนถึงพื้นที่ท่ามะกา

ข่าวฉาวสงฆ์ไม่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมจริงหรือ?

จากกรณีข่าวฉาวของสงฆ์ที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน หลายคนเกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลให้พระพุทธศาสนาเสื่อมลงจริงหรือไม่? เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้จัดงานสัมวาทะเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนปัญหาและต้นเหตุของการสั่นคลอนศรัทธาในพระพุทธศาสนา รวมถึงรวบรวมแนวคิดจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และคณะสงฆ์ เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปพัฒนาเป็นนโยบายหรือข้อเสนอแนะต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง

เวทีสัมวาทะนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน อาทิ พระเมธีวรญาณ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พระสมทบ ปรกฺกโม วัดกลาง จ.สุพรรณบุรี นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ‘ตา สุรางคณา’ วัชรารัศมิ์ สุนทรพนาเวช ศิลปินดารา ตัวแทนอุบาสิกา และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม

พระเมธีวรญาณได้กล่าวถึงประเด็นที่ท้าทายในสังคมปัจจุบัน นั่นคือ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยชี้ให้เห็นว่าศรัทธาเป็นคุณธรรมที่สำคัญ เป็นด่านแรกในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา หากด่านแรกถูกปิดกั้น ก็ยากที่จะเข้าถึงธรรมได้ อย่างไรก็ตาม พระเมธีวรญาณมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นวิกฤต แต่ก็เป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมความมั่นคงและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

ข่าวฉาวสงฆ์ไม่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมจริงหรือ?

พระสมทบ ปรกฺกโม หรือ “พระอาจารย์สมทบ” ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการปริยัติ (การศึกษา) และปฏิบัติ (การลงมือทำ) เพื่อนำไปสู่ปฏิเวธ (การรู้แจ้ง) โดยอธิบายว่าปริยัติคือการเรียนรู้ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งจะต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติ แต่ในปัจจุบันมักพบว่ามีการแยกส่วนกัน คือเรียนปริยัติแต่ไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติโดยไม่ศึกษาปริยัติ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

ข่าวฉาวสงฆ์ไม่ได้ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อม

พระอาจารย์สมทบกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พระสงฆ์บางรูปกระทำผิด ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธศาสนาจะเสื่อม แต่เป็นเพียงความเสื่อมของบุคลากรในพระพุทธศาสนาเท่านั้น พระพุทธศาสนายังคงอยู่และยังคงเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มองเห็นธรรมวินัย ยังคงตอบโจทย์ความสงสัยในชีวิต ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบุคคลจะเข้ามาศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างแท้จริงหรือไม่

ดังนั้น **ข่าวฉาวสงฆ์** ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าพระพุทธศาสนาจะเสื่อมถอย แต่เป็นสัญญาณเตือนให้เราหันกลับมาพิจารณาตนเอง ทบทวนความเข้าใจในหลักธรรม และมุ่งมั่นในการปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้พระพุทธศาสนายังคงเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองและพิจารณาถึงวิธีการที่จะช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป โดยการเริ่มจากตัวเอง ศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่สิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเป็นเกราะป้องกันจากความเข้าใจผิดและการกระทำที่ไม่เหมาะสม

การที่สังคมไทยให้ความสนใจกับข่าวฉาวสงฆ์นั้น แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้คนจำนวนมากที่ห่วงใยและต้องการเห็นพระพุทธศาสนาดำรงอยู่ต่อไป สิ่งที่สำคัญคือเราต้องเปลี่ยนความกังวลและความผิดหวังให้กลายเป็นพลังในการสร้างสรรค์ ส่งเสริมสนับสนุนพระสงฆ์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ และร่วมกันสอดส่องดูแลให้เกิดความโปร่งใสในวงการสงฆ์

ดังนั้น อย่าปล่อยให้ข่าวฉาวสงฆ์ มาบั่นทอนศรัทธา แต่จงใช้เป็นแรงผลักดันให้เราเข้าใกล้พระธรรมมากยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งด้วยหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา

ที่มา – ยันข่าวฉาวสงฆ์ ไม่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อม แนะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสฟื้นศรัทธา

เรือนจำกลางขอนแก่น เปิดศูนย์ทดสอบช่างเชื่อมอาร์กโลหะ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์  เป็นประธานเปิดศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ประจำเขตที่ 4 ภายในเรือนจำ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสพัฒนาทักษะวิชาชีพและได้รับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่เป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงาน  โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายไพรัตน์ ขมินทกูล ผู้ตรวจราชการกรม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการส่งเสริมการฝึกอาชีพและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพผู้ต้องขังให้ทัดเทียมกับแรงงานภายนอก  ซึ่งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานนี้ มีสาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือระดับ 1 และสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคารระดับ 1 เพื่อให้ผู้ต้องขังมีทักษะวิชาชีพที่ได้มาตรฐาน สามารถนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ และลดโอกาสการกลับไปกระทำผิดซ้ำ โดยเรือนจำกลางขอนแก่น ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 ขอนแก่น จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในเรือนจำฝึกวิชาชีพ และการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานสำหรับผู้ต้องขัง 

ส่งเสริมการฝึกอาชีพที่หลากหลาย ทั้งอาชีพอิสระและอาชีพในรูปแบบอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดได้รับการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกับแรงงานฝีมือภายนอก และยังเป็นการส่งเสริมการฝึกวิชาชีพในสาขาวิชาชีพที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมีอาชีพรองรับภายหลังพ้นโทษ สร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพของตนเองและครอบครัว ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมในการคืนคนดีสู่สังคม

นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า  ซึ่งที่เรือนจำกลางขอนแก่น นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่มีศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ในพื้นที่ของเรือนจำและทัณฑสถาน เขต 4 โดยเรือนจำกลางขอนแก่นได้ทำการอบรมไปแล้ว 2 รุ่น มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน ผ่านการทดสอบและรับใบรับรองแบบ มฐ.7 จำนวน 79 คน นอกจากนี้ยังมีเรือนจำและทัณฑสถาน เขต 4 เข้าร่วมโครงการได้แก่ เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำอำเภอพล 

นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมแสดงศักยภาพด้านการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขัง และ การมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขา ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 แก่ผู้แทนผู้ต้องขัง จำนวน 4 ราย การฝึกวิชาชีพภายในเรือนจำ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม การถักโครเชต์ นวดแผนไทย ไพ่ยิปยี ศิลปะ ภาพวาด  การถักมงคลมวย การจัดการศึกษาในเรือนจำ การดูแลสุขภาพจิตภายในเรือนจำ และ โครงการ to be number on เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้มีอาชีพและสามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษต่อไป

เรือนจำกลางขอนแก่น เปิดศูนย์ทดสอบช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ

การเปิดศูนย์ทดสอบช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือในเรือนจำกลางขอนแก่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขัง และเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทำไมต้องฝึกอบรมช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ?

ปัจจุบัน ช่างเชื่อมเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน การฝึกอบรมช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือให้แก่ผู้ต้องขัง จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการมีงานทำหลังพ้นโทษของพวกเขา

  • เป็นการเพิ่มทักษะและความสามารถ
  • เป็นการสร้างโอกาสในการมีงานทำ
  • เป็นการลดโอกาสในการกระทำผิดซ้ำ

การสนับสนุนและส่งเสริมโครงการฝึกอาชีพในเรือนจำจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ต้องขังมีอาชีพติดตัว แต่ยังเป็นการสร้างกำลังแรงงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศอีกด้วย การเปิดศูนย์ทดสอบช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ที่เรือนจำกลางขอนแก่น จึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเรือนจำอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ที่มา – เรือนจำกลางขอนแก่น เปิดศูนย์ทดสอบฯ ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ หวังฝึกสร้างปริญญาวิชาชีพ