ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทช. บุกจับนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (ทช.10) โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 (เหนือคลอง) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐใน จ.กระบี่ ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กอ.รมน., ศรชล., ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และกรมเจ้าท่า ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกาะปู หมู่ 2 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนบุกรุกและถมดินในพื้นที่ป่าชายเลน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการถมดินลงไปในทะเลจริง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 222,164 บาท

เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ในข้อหาก่อสร้างหรือทำลายป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยหลังจากนี้ นายทศพร เอ่งฉ้วน ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 17 จะนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองขนาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า นายทุนที่กระทำการดังกล่าว เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับการเดินเรือ และที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดกล้าเข้าไปตรวจสอบ ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาร้องเรียน เนื่องจากเกรงว่าการบุกรุกถมทะเลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน

การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนและถมทะเลเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง การกระทำของนายทุนที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและความเห็นแก่ตัวที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม

ผลกระทบจากการรุกที่ถมทะเลต่อระบบนิเวศ

  • ทำลายป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ
  • เปลี่ยนแปลงสภาพชายฝั่ง
  • ส่งผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้าน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

การที่ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานภาครัฐมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

อยากให้ทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้แจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเราให้คงอยู่สืบไป

ดังนั้น การ ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และหวังว่าการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจะช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – ทช.สนธิกำลังบุกตรวจสอบนายทุนรุกที่ถมทะเลเกาะปู กว่า 1 ไร่ 3 งาน

น้ำตาชายแดน: คุณตาวัย 89 ถูกบังคับรบ

เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ขณะนี้คือเรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” ที่สะท้อนความหดหู่ใจ เมื่อคุณตาพลทหารชาวกัมพูชาวัย 89 ปี ถูกบังคับให้ไปประจำการบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์ระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงตึงเครียดอยู่

วันที่ 8 สิงหาคม เพจ “Army Military Force” ได้เผยแพร่ภาพที่สะเทือนใจ เป็นภาพของคุณตาในเครื่องแบบทหาร พร้อมข้อความที่อธิบายถึงสถานการณ์อันน่าเวทนาของคุณตา

ใจความสำคัญของโพสต์ดังกล่าวคือการเปิดเผยเรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” เมื่อคุณตาพลทหารชาวกัมพูชาวัย 89 ปี ผู้ซึ่งสายตาฝ้าฟางและร่างกายอ่อนแรง กลับต้องถูกบังคับให้เดินทางไปประจำการยังชายแดนไทย ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจอย่างฮุนเซน

น้ำตาชายแดน: คุณตาวัย 89 ถูกบังคับไปรบ

ภาพดังกล่าวได้จุดประกายความรู้สึกหลากหลายในหมู่ชาวเน็ต ทั้งความสงสาร ความเห็นใจ และความไม่พอใจต่อการกระทำดังกล่าว หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและหลักเกณฑ์ในการเกณฑ์ทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลและปกป้องมากกว่าที่จะถูกส่งไปเผชิญอันตราย

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือเรื่องของสิทธิมนุษยชนและสวัสดิภาพของผู้สูงอายุในกองทัพ หลายคนมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ ออกมาจากทางการกัมพูชา แต่เรื่องราว “น้ำตาชายแดน” นี้ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมไทยและสังคมออนไลน์ให้ความสนใจและถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราหันกลับมาพิจารณาถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของพวกเขา การตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุควรคำนึงถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

ผลกระทบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชน

เรื่องราวของคุณตาวัย 89 ปี สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจมีอยู่ในสังคมบางประเทศ การบังคับให้ผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรงต้องเข้ารับราชการทหารเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและขัดต่อหลักการสากลว่าด้วยการดูแลผู้สูงอายุ

  • การเกณฑ์ทหารควรมีเกณฑ์ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ถูกเกณฑ์
  • รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย
  • สังคมควรตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและร่วมกันต่อต้านการละเมิดสิทธิในทุกรูปแบบ

ความเห็นส่วนตัว: เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีมนุษยธรรมและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ การตัดสินใจใดๆ ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม

เรื่องราวของ “น้ำตาชายแดน” ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวส่วนตัวของคุณตาวัย 89 ปี เท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและค่านิยมที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

ที่มา – “น้ำตาชายแดน” คุณตาพลทหารวัย 89 ถูก “ฮุนเซน”บังคับไปรบชายแดนไทย

สาวประเภทสองทำเสียชื่อพัทยา ขโมยนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ร.ต.อ.กฤษฏา หวานเสร็จ รอง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้จับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา ได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางเป็นแหวนเพชร และตั๋วจำนำสร้อยทอง และยานพาหนะที่ใช้ในคืนวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย อายุ 54 ปี โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเที่ยวดื่มจนเมาหนัก แล้วเผลอหลับอยู่ริมทางช่วงซอยพระตำหนัก 6 เมืองพัทยา แต่เมื่อตื่นมากลับพบว่าทรัพย์สิน ประกอบด้วย ทองคำพร้อมจี้ มูลค่า 400,000 บาท แหวนเพชรมูลค่า 450,000 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาท ได้สูญหายไป

หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสในทันที โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า มีคนร้ายแต่งกายเป็นผู้หญิง สังเกตเห็นผู้เสียหาย เมานั่งอยู่ข้างทาง จึงฉวยโอกาสเข้าไปตีสนิท ก่อนปลดเอาทรัพย์สิน โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัว จนกระทั่งช่วงเช้าผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางการหลบหนี จนทราบว่าผู้ก่อเหตุ พักอยู่ที่ดังกล่าวไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว

กรณี สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา นี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของชายหาด สถานบันเทิงยามค่ำคืน และที่สำคัญคือการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่

สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการสอบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว

การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ต้องร่วมมือกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้พัทยายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทยโดยรวมด้วย นักท่องเที่ยวอาจเกิดความไม่มั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในอนาคต

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว และต้องมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ การสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวนายเอ ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามขบวนการทางกฏหมายต่อไป ซึ่งหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน

เหตุการณ์ สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เราต้องร่วมมือกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้พัทยายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยและน่าท่องเที่ยว

ที่มา – สาวประเภทสองทำเสียชื่อเมืองพัทยา ขโมยของนักท่องเที่ยวเมาสูญเกือบล้าน

สรุปดราม่า หมอบี-หมอปลาย วิกฤตความเชื่อ?

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ข่าวที่สังคมไทยให้ความสนใจคือเรื่องราวของ “2 หมอดูชื่อดังของเมืองไทย” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนแรง ได้แก่ “หมอบีทูตสื่อวิญญาณ” และ “หมอปลายพรายกระซิบ” ทั้งสองท่านกำลังเผชิญกับกระแสดราม่าและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในด้านความ “จริง” ของความสามารถ ไปจนถึงประเด็นด้านการเงิน ทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือและศรัทธา

“หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หรือเจ้าของเพจ “งมงาย สไตล์หมอบี” เป็นที่รู้จักจากการอ้างว่าสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ โดยเน้นการใช้เหตุผลและการเยียวยาจิตใจ อย่างไรก็ตาม หมอบีกำลังเผชิญข้อกล่าวหาที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง

ประเด็นดราม่าของหมอบีเริ่มต้นจากบุคคล 3 ท่านที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ:

  • ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา (นักอาชญาวิทยา-จิตวิทยา): กล่าวหาว่า “สร้างตัวตนด้วยประวัติปลอม” และ “หากินกับความศรัทธา” พร้อมท้าให้ชี้แจงอย่างบริสุทธิ์ใจ
  • เจ อ้าปากค้าง (ยูทูบเบอร์สายลี้ลับ): โพสต์ข้อความระบุว่า “กรรมเริ่มทำงาน! โกงเงิน ฮุบเงินศรัทธา” พร้อมติดแฮชแท็ก #เรื่องจริงนรก
  • รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ (นักวิชาการสายธรรมะ): วิเคราะห์ว่าผู้คน “จิตตก” เพราะคิดว่าโพสต์เหล่านั้นหมายถึงบุคคลที่ตนศรัทธา และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการยึดมั่นในหลักธรรมวินัย

ข้อกล่าวหาที่สำคัญคือเรื่องการเงิน โดยมี “เพจเหยื่อ” ออกมาแฉว่าหมอบีมีการเปิดบัญชีชื่อ “ใจฟ้า อาทรประชานาถ โดย นาย เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” และนำบัญชีนี้ไปผูกกับการรับบริจาคให้กับวัดต่างๆ โดยเฉพาะ วัดพระบาทน้ำพุ

อย่างไรก็ตาม “พุทธ อภิวรรณ” ได้ออกมาโพสต์ยืนยันว่า หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ได้สั่งห้ามหมอบีใช้ชื่อวัดในการเปิดรับบริจาคอย่างเด็ดขาด

ล่าสุด หมอบีได้ชี้แจงสั้นๆ ว่า ขณะนี้เข้ารับการผ่าตัดนิ่ว ไม่ได้แกล้งป่วย และกำลังดำเนินคดีเรื่องทัวร์ญี่ปุ่นตามกฎหมาย

ส่วนเรื่องวัดพระบาทน้ำพุ หมอบียืนยันว่าไม่มีปัญหา จะออกมาชี้แจงทุกประเด็นเมื่อออกจากโรงพยาบาล โดยย้ำว่ามีหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์

สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

ในส่วนของ “หมอปลาย พรายกระซิบ” กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากคำทำนายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

หมอปลายทำนายว่า “น่าจะมีชุดใหญ่ๆ อีก 1-2 วันนี้…คิดว่าเสียเลือดเสียเนื้อโหดกว่าก่อนหน้านี้ จะมีการปะทะชายแดนไทยกัมพูชาที่ใหญ่แบบไฟกระพริบกว่าเดิม”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อ สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

  • พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร: วิจารณ์ว่าคำทำนายนี้ทำให้ประชาชนหวาดกลัว และเตือนว่าหากยังพูดเช่นนี้อีก อาจแนะนำให้แจ้งความในข้อหา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ: กล่าวว่าหมอปลายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ปลาหมอตายเพราะปาก” และวิพากษ์วิจารณ์การระบุวันเวลาที่ชัดเจน
  • ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และ ทนายเกิดผล แก้วเกิด: เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับหมอปลายในข้อหา เผยแพร่ข่าวเท็จจนทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

ล่าสุด หมอปลายเข้าโรงพยาบาลด่วน อาจเป็นเพราะอาการเครียดและไม่สบายใจอย่างหนักจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

ดราม่าของทั้ง “หมอบีทูตสื่อวิญญาณ” และ “หมอปลายพรายกระซิบ” สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความเชื่อในสังคมไทย ซึ่งผู้คนกำลังตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลสาธารณะที่อ้างตนเป็นผู้มีญาณวิเศษ

ประเด็นเรื่องความโปร่งใสทางการเงิน การใช้คำทำนายที่สร้างความตื่นตระหนก และความรับผิดชอบต่อสังคม ล้วนเป็นสิ่งที่ยังคงรอความชัดเจน

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะเชื่อหรือศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลและความเป็นมาให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อที่ผิดๆ

ที่มา – สรุปดราม่า2หมอดูคนดัง ‘หมอบี-หมอปลาย’วิกฤตความเชื่อที่ยังรอคำตอบ

สรา เปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์

จากความสำเร็จในการเป็นนักจัดสวนและครูสอนจัดสวนแถวหน้าของประเทศไทย สู่การเปิดตัวธุรกิจใหม่เขย่าโลกออนไลน์ “คุณสรา–สราวุธ ทูละมาลย์” เจ้าของฉายานักจัดสวนร้อยล้าน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ครบวงจร พร้อมแท็คทีม แม็กกี้–ธนพัฒน์ ผู้กำกับซีรี่ย์มือทอง โปรดิวเซอร์INFLU-x และ โจแอน บุญสูงเนิน นักร้องร้อยเสียง, ดีเจฮอล ช่องHALLHUB TIKTOK ศิลปินเบอร์แรกของ INFLU-x ร่วมมอบความสุขโดยมีเหล่าคนดังมาร่วมให้กำลังใจคับคั่ง อาทิ ม้า–อรนภา, เอื้อง–สาลินี, โจ๊ก–พุทธพงษ์, .แมน–วทัญญู, .ชาญกิตต์ ณ ระนอง ณ ร้าน SARA CAFE

โดย คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน เผยว่า INFLU-x เป็นธุรกิจที่ใช้ความรู้และประสบการณ์กว่า 20 ปี มาพัฒนาต่อยอดสู่อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ครบวงจร INFLU-x หลักๆ เลยก็คือการหารายได้ให้กับอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในทุกแขนง เพราะด้วยความที่เราเองรู้จักกับนักธุรกิจและผู้คนในวงกว้าง เนื่องจากทำธุรกิจและออกสื่อมานานกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง, นักดนตรี, ดีเจ, ศิลปิน, นักเต้น คนดัง ฯลฯ โดยการเซ็นต์สัญญากับ INFLU-x เราพร้อมจะดูแลกันทั้งเรื่องงาน การวางตัว มารยาท ไปจนถึงดูแลเรื่องของการทำบัญชีที่ถูกต้อง และเราจะมีอคาเดมี ไว้ให้ อินฟลูเอนเซอร์ในสังกัด INFLU-x ได้ฝึกฝีมือเพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์และการสอนมารยาทในสังคมชั้นสูง นอกจากนั้นยังเรายังมีสถานที่ไว้ให้อินฟลูเอนเซอร์ในแขนงอื่นๆ ได้มาเช่าสถานที่จัดงานอีเว้นท์ ต่างๆ ในบรรยากาศสวนสวย จุคนได้ 30-40 คน”

สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัว INFLU-x เราจัดที่ SARA CAFÉ ภายในบริเวณตลาดต้นไม้สวัสดิการกองทัพอากาศ เป็นคาเฟ่ภายในสวนที่เหมาะมากๆ สำหรับจัดอีเว้นท์บรรยากาศสุดอบอุ่น วันนี้มีคุณแม็กกี้ ธนพัฒน์ ผู้กำกับซีรี่ย์มือทอง โปรดิวเซอร์ของ INFLU-x, คุณโจแอน บุญสูงเนิน นักร้องร้อยเสียง และ ดีเจฮอล ช่อง HALLHUB TIKTOK ศิลปินคนแรกของค่าย INFLU-x มาร่วมมอบความสุขให้ทุกคนในงาน และต้องขอขอบคุณเหล่าสื่อมวลชน เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่มาให้กำลังใจในวันนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น คุณม้า–อรนภา ที่นำห่อหมกและอาหารแสนอร่อยมาให้เราได้ทานกัน, คุณเอื้อง สาลินี ปันยารชุน, .แมน วทัญญู มุ่งหมาย พิธีกร ดารา นักร้อง วิทยากร, .ชาญกิตต์ ณ ระนอง ผู้บริหาร : อาจารย์ : วิทยากรด้านบุลคลิกภาพและแฟชั่น, คุณโจ๊ก–พุทธพงษ์ เพียรเจริญ (เจ้าของเครื่องเพชร เทพีสงกรานต์ ICONSIAM)”

อินฟลูเอนเซอร์ที่อยากพัฒนาตัวเองให้ปัง ภายใต้การดูแลโดยทีมงานมืออาชีพมากประสบการณ์ นำทีมโดย คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน ผู้คร่ำหวอดในวงการมากกว่า 20 ปี สามารถสอบถามข้อมูลเพื่อสมัครเข้าสังกัด INFLU-x ได้ที่ Facebook : SARAWOOT TOOLAMAN หรือ Line : landscapeman อยากเป็นอินฟลูฯตัวท็อป INFLU-x พร้อมจัดให้!!!

INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ คืออะไร?

INFLU-x ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัท แต่เป็นเหมือนครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนและผลักดันอินฟลูเอนเซอร์ให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ การวางตัว การพัฒนาทักษะ และการดูแลภาพลักษณ์

ทำไมต้อง INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์?

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ: คุณสรา นักจัดสวนร้อยล้าน นำประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการมาสร้าง INFLU-x
  • การดูแลแบบครบวงจร: ตั้งแต่การวางแผนงาน การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการดูแลเรื่องบัญชี
  • โอกาสในการสร้างรายได้: INFLU-x มีเครือข่ายที่กว้างขวาง พร้อมสนับสนุนให้อินฟลูเอนเซอร์สร้างรายได้จากหลากหลายช่องทาง

INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ เหมาะกับใคร?

INFLU-x เหมาะกับทุกคนที่มีความฝันอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์แล้ว INFLU-x พร้อมสนับสนุนให้คุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ

การเปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูเอนเซอร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการอินฟลูเอนเซอร์ของไทย ด้วยความมุ่งมั่นและประสบการณ์ของทีมงาน INFLU-x เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ สู่สังคมได้อย่างแน่นอน

ที่มา – ‘สรา’ นักจัดสวนร้อยล้าน เปิดตัว INFLU-x อคาเดมีปั้นอินฟลูฯ ‘ม้า-อรนภา’ นำทีมเหล่าคนดังร่วมยินดีสุดอบอุ่น

“ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! ลุ้นก่อนลุยซีวีลีก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึกวอลเลย์บอล “ซีวี ลีก 2025” สนามที่ 2 ณ ประเทศเวียดนาม ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้ กลับมีข่าวให้แฟนๆลูกยางต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อนักตบดาวรุ่งอย่าง “ยูฟ่า” ดลพร สินโพธิ์ ประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันในช่วงกลางดึก ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือ และต้องเข้ารับการเย็บแผลโดยด่วน

เหตุการณ์ “ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก สร้างความกังวลใจให้กับทีมงานและแฟนคลับเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันที่เวียดนามที่จะถึงนี้

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ได้ออกมาเปิดเผยถึงอาการของ “ยูฟ่า” ว่า “เมื่อวานนี้ยูฟ่าฝึกซ้อมได้ดีมาก แต่ในช่วงกลางคืนขณะที่กำลังเก็บของ ก็เกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บที่นิ้ว คุณหมอได้ทำการรักษาและเย็บแผลให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรากำลังเช็กอาการอย่างละเอียด อาจจะต้องให้พักประมาณ 2-3 วัน เพื่อรอดูอาการว่าจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน”

“ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! เย็บเรียบร้อย ลุ้นก่อนลุยซีวีลีก

สถานการณ์ล่าสุดอาการบาดเจ็บของ “ยูฟ่า”

ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บของ “ยูฟ่า” จะเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ทีมงานและแฟนคลับต่างก็ส่งกำลังใจให้เธออย่างเต็มที่ หวังว่าเธอจะสามารถพักฟื้นร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และกลับมาลงสนามช่วยทีมชาติไทยในการแข่งขันซีวี ลีก ที่เวียดนามได้ทันเวลา

สำหรับผลกระทบต่อทีมชาติไทยนั้น ยังคงต้องรอดูอาการของ “ยูฟ่า” อย่างใกล้ชิด หากเธอไม่สามารถลงแข่งขันได้ ทีมงานก็จะต้องปรับแผนการเล่นและหาผู้เล่นคนอื่นๆ มาทดแทนในตำแหน่งของเธอ เพื่อให้ทีมยังคงมีความแข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขัน

แน่นอนว่าการขาดหายไปของ “ยูฟ่า” จะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเธอเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถและมีบทบาทสำคัญในทีม แต่ด้วยสปิริตของนักกีฬาและความมุ่งมั่นของทีมชาติไทย เราเชื่อว่าพวกเธอจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้ และสร้างผลงานที่ดีในการแข่งขันซีวี ลีก ที่เวียดนามให้ได้

แฟนๆ ลูกยางชาวไทยทุกคนต่างก็เอาใจช่วยให้ “ยูฟ่า” หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และกลับมาสร้างความสุขให้กับพวกเราในสนามอีกครั้ง อย่าลืมส่งกำลังใจให้เธอและทีมชาติไทยของเราด้วยนะครับ!

ที่มา – “ยูฟ่า” เจ็บนิ้วกลางดึก! เย็บเรียบร้อย ลุ้นพัก 2-3 วัน ก่อนลุยศึกซีวีลีก สนาม 2 ที่เวียดนาม

สพอ.ดำเนินสะดวก ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดำเนินสะดวก (สพอ.ดำเนินสะดวก) ได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดราชบุรี และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จัดกิจกรรมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจน และครัวเรือนเป้าหมายในระบบ TPMAP และ Thai QM เพื่อมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งให้คำแนะนำและวางแผนการพัฒนาเชิงบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทครัวเรือน โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุวิชาติ นวมเพ็ชร นายอำเภอดำเนินสะดวก เป็นผู้นำคณะในการลงพื้นที่ พร้อมด้วย นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก, นางกิตติ์รวี อภิสินรุ่งโรจน์ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอดำเนินสะดวก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอดำเนินสะดวก รวมถึงเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในแต่ละตำบล เข้าร่วมปฏิบัติงานอย่างพร้อมเพรียง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล รวมทั้งหมด 10 ครัวเรือน ได้แก่ ตำบลสี่หมื่น จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลตาหลวง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลขุนพิทักษ์ จำนวน 4 ครัวเรือน ตำบลดอนไผ่ จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลดอนคลัง จำนวน 1 ครัวเรือน ตำบลดอนกรวย จำนวน 1 ครัวเรือน

โดยครัวเรือนเป้าหมายเหล่านี้เป็นครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง มีปัญหาด้านรายได้ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง โดยคณะฯ ได้มอบถุงยังชีพซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับทุกครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ลำบากจนเกินไปในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน

นอกจากจากการมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือแล้ว คณะผู้ปฏิบัติงานยังได้พูดคุยสอบถามข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครัวเรือนอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมข้อมูลและจำแนกความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางครัวเรือนต้องการการสนับสนุนด้านอาชีพ บางครัวเรือนมีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ต้องการบริการด้านสาธารณสุข หรือบางรายขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น พม., รพ.สต., ธกส., และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้เปราะบางในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาชุมชนในระดับตำบลให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของนโยบาย “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่เน้นการพัฒนาเชิงรุกแบบพุ่งเป้า ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูล TPMAP เป็นเครื่องมือในการระบุตัวตนของผู้เดือดร้อนอย่างแม่นยำ การดำเนินงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร เพื่อให้เกิดสังคมไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต

สพอ.ดำเนินสะดวก ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

สพอ.ดำเนินสะดวก ช่วยเหลือใครบ้าง?

การลงพื้นที่ของ สพอ.ดำเนินสะดวก ในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ครัวเรือนเปราะบางที่ประสบปัญหาหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ ที่อยู่อาศัย สุขภาพ หรือการเข้าถึงบริการของภาครัฐที่ไม่ทั่วถึง การช่วยเหลือจาก สพอ.ดำเนินสะดวก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

กิจกรรมของ สพอ.ดำเนินสะดวก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทรอย่างแท้จริง การร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ที่มา – สพอ.ดำเนินสะดวก ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

ชาวบ้านงง! เงินเฟ้อติดลบ ราคาอาหารสำเร็จรูปพุ่ง

หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าทำไม เงินเฟ้อลบ 4 เดือนติด แต่ราคาอาหารสำเร็จรูปกลับพุ่งสวนทาง? เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นที่น่าสนใจและชวนให้ติดตามอย่างใกล้ชิด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนก.ค. 68 เท่ากับ 100.15 ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 67 ซึ่งถือเป็นการลดลง 4 เดือนติดต่อกัน และลดลง 0.27% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. 68 ทำให้ยอดเฉลี่ย 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปี 68 สูงขึ้น 0.21% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน หักอาหารสดและพลังงานออก อยู่ที่ 101.40 สูงขึ้น 0.84% เมื่อเทียบเดือน ก.ค. 67 และเฉลี่ย 7 เดือนสูงขึ้น 0.95%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง มาจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาผักสด ผลไม้สด และของใช้ส่วนบุคคล ประกอบกับ ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้าตามมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

“น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้าลดลงมาก โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ ที่ลดลงมากถึงลิตรละ 6 บาทเมื่อเทียบปีก่อน ขณะเดียวกัน ราคาผักสดและผลไม้สด ที่สนค.ได้จัดเก็บราคา 32 รายการ ก็ลดลงมากถึง 22 รายการ ส่วนที่เหลือราคาไม่เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มขึ้นไม่มาก อย่างไรก็ตาม แม้เงินเฟ้อทั่วไปลดลง แต่ไทยยังไม่เข้าสู่เงินฝืด เพราะสาเหตุของการลดลงมาจากราคาพลัง ราคาอาหารสด ลดลงมากเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ไม่ใช่ลดลงจากกำลังซื้อที่ลดลง”

ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 3 คาดจะลดลง 0.5% ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 แต่ทั้งปี 68 ณ ขณะนี้ ยังคงคาดเดิมไว้เช่นเดิม ที่ขยายตัว 0.0-1.0% เมื่อเทียบกับปี 67 โดยมีค่ากลางที่ 0.5% อย่างไรก็ตาม สิ้นไตรมาสนี้ อาจทบทวนเป้าหมายใหม่อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และราคาสินค้าและบริการบางรายการที่นำมาคำนวณเงินเฟ้อเดือน ก.ค. 68 ลดลง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเดือน ก.ค. 68 ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 20,986 บาท ลดลง 57 บาท จากเดือน มิ.ย. 68 ที่มีค่าใช้จ่าย 21,043 บาท โดยค่าโดยสารสาธารณะ ค่าซื้อยานพาหนะ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ อยู่ที่ 4,661 บาท ลดจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 4,666 บาท ค่าแพทย์ ยา และค่าบริการส่วนบุคคล 1,328 บาท ลดจาก 1,336 บาท

ส่วนเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ สัตว์น้ำ 1,548 บาท ลดจาก 1,561 บาท, ผักและผลไม้ 991 บาท ลดจาก 1,028 บาท แต่ค่าเช่าบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน กลับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 5,171 บาท จาก 5,164 บาท, อาหารสำเร็จรูป 3,511 บาท เพิ่มจาก 3,509 บาท สวนทางราคาอาหารสด โดยเฉพาะผักสดที่ลดลง

เงินเฟ้อลบ 4 เดือนติด แต่ราคาอาหารสำเร็จรูปกลับพุ่งสวนทาง

จากข้อมูลข้างต้น เราจะเห็นว่า แม้ภาพรวมเงินเฟ้อจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายบางส่วนของครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาอาหารสำเร็จรูป ที่สวนกระแสลดลงของราคาอาหารสด ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้น

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลให้ ราคาอาหารสำเร็จรูป ยังคงสูงขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลง:

  1. ต้นทุนการผลิต: แม้ราคาวัตถุดิบบางชนิดจะลดลง แต่ต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ อาจยังคงสูงอยู่
  2. ความต้องการของผู้บริโภค: อาหารสำเร็จรูปยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว
  3. กลยุทธ์ทางการตลาด: ผู้ผลิตอาจใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เช่น การเพิ่มคุณภาพ การปรับปรุงรสชาติ หรือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มราคา

ดังนั้น แม้ว่าเงินเฟ้อจะลดลง แต่ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ ราคาอาหารสำเร็จรูป ยังคงสูงขึ้นสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ

สถานการณ์ เงินเฟ้อลบ 4 เดือนติด แต่ราคาอาหารสำเร็จรูปกลับพุ่งสวนทาง นี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ การทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคาสินค้าและบริการ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา – ชาวบ้านเป็นงง เงินเฟ้อลบ 4 เดือนติด แต่ราคาอาหารสำเร็จรูปกลับพุ่งสวนทาง

นายกฯ กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียดผู้อพยพ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อพยพ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายธีระวัฒน์ ทองใส นายกเทศมนตรีตำบลกันทรารมย์ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้อพยพและพบปะผู้ประสบภัยจากการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา จากพื้นที่ ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค และอาหาร เพื่อเป็นการช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมความบันเทิงร่วมกับผู้ประสบภัย โดยมีกิจกรรมร้องเพลง กิจกรรมฟ้อนรำ และเต้นตามจังหวะเพลง เป็นต้น

นายธีระวัฒน์ กล่าวว่า ศูนย์อพยพวัดกันทรารมย์ในตอนนี้ มีผู้อพยพเหลืออยู่ที่ศูนย์ประมาณกว่า 100 คน ในวันนี้เรามีกิจกรรมคลายเครียด เช่นกิจกรรมร้องเพลง เล่นเกม มีการวาดรูปวาดภาพ ที่สำคัญที่สุดก็มีองค์กรต่างๆเข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะพยาบาล ที่เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต เพราะพี่น้องประชาชนต้องอพยพจากบ้านเกิดภูมิลำเนามาอยู่ตามศูนย์อพยพ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 ซึ่งถือว่านานพอสมควร ทางศูนย์จึงต้องคิดหากิจกรรมบันเทิงใจต่างๆมาทำร่วมกับผู้อพยพ เพื่อให้ให้ผู้อพยพของเรานั้นได้ผ่อนคลายแล้วก็คลายเครียด และอยู่ในศูนย์ได้อย่างมีความสุข ไม่วิตกกังวล

นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา

หลังจากทำกิจกรรมคลายเครียดแล้ว พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกดีขึ้นมาก กินข้าวได้ นอนหลับ พักผ่อนเต็มที่ มีความสุขในระดับหนึ่ง แต่ถามว่าผู้อพยพกังวลไหมก็กังวลอยู่ดีแต่ไม่ก็เป็นไร แต่ถามว่าอยากกลับบ้านไหมก็อยากกลับ แต่เมื่อกลับไปแล้วก็มีปัญหา เพราะต้องถูกไล่กลับมาเหมือนเดิม เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ในส่วนของศูนย์อพยพ ก็คือการดูแลซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ตนก็สร้างความเข้าใจที่ดีต่อผู้อพยพ เราต้องดูแลกันเข้าใจเจ้าหน้าที่ เพราะบางทีทุกสิ่งทุกอย่าง อาจจะไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะแบ่งเวรยามไปทำกับข้าว ทำความสะอาดห้องน้ำ ถือว่าผู้อพยพให้ความร่วมมือดีมาก

ที่สำคัญที่สุดก็คือในศูนย์เรานั้นก็เต็มที่ ที่จะรับพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องกังวลว่ามาถึงที่นี่แล้ว จะไม่ได้รับการดูแลจากพวกเรา เนื่องจากว่าระยะเวลาที่ผ่านมาเราดูแลผู้อพยพจำนวนสูงที่สุดถึง 800 คนแล้ว ตอนนี้แค่ 100-200 คน ถือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาธรรมดามาก และอยากให้พี่น้องประชาชนผู้อพยพอดทนอีกนิด คาดว่าหลังการประชุม GBC สิ้นสุดลง คงได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและทุกคนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย.

นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา
นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา
นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา

นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย ล่าสุด นายกเทศมนตรีตำบลกันทรารมย์ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจและจัดกิจกรรม นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กิจกรรมคลายเครียดช่วยอะไร?

การจัดกิจกรรม นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา นี้ มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเครียดและความกังวลของผู้ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด โดยกิจกรรมต่างๆ เช่น การร้องเพลง การเล่นเกม และการวาดรูป ช่วยให้ผู้ประสบภัยได้ผ่อนคลายและสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นอกจากกิจกรรมสันทนาการแล้ว ยังมีการดูแลด้านสุขภาพจิตจากทีมพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ความรุนแรง

นายกเทศมนตรีตำบลกันทรารมย์ยังกล่าวถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลผู้อพยพ พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้

การ นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยการสร้างความสุขและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือด้านอื่นๆ

ที่มา – นายกทต.กันทรารมย์ จัดกิจกรรมคลายเครียด ให้กำลังใจผู้อพยพเหตุการสู้รบไทย-กัมพูชา

ขายหมดเกลี้ยง! **พันธบัตรออมทรัพย์** เป๋าตัง 5 พันล้าน

วันที่ 6 ส.ค. นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ประสบความสำเร็จในการเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยครั้งนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ลงทุน จองซื้อเต็มวงเงิน 5,000 ล้านบาท รวมแล้วจำหน่ายพันธบัตรได้ทั้งหมด 17 รุ่น วงเงินรวม 100,200 ล้านบาท

ทั้งนี้มีผู้ลงทุนตั้งแต่อายุ 15 – 91 ปี ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 42.37% และต่างจังหวัด 57.63% ครอบคลุมทั่วประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลที่ตอบโจทย์การออมและการลงทุนความเสี่ยงต่ำ รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ลงทุนง่ายผ่านแอปฯเป๋าตัง ซึ่งเป็น Thailand Open Digital Platform ที่คนไทยคุ้นเคย อีกทั้ง มีความสะดวก รวดเร็ว สามารถลงทุนได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงทำรายการซื้อขายในตลาดรองเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที และเช็คยอดได้แบบเรียลไทม์

“ธนาคารขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนพันธบัตรออมทรัพย์ วอลเล็ต สบม. มาอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงิน เพื่อตอบโจทย์การออมและการลงทุนแบบไร้ขีดจำกัด เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย พร้อมส่งเสริมการออมและการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ลงทุนยุคใหม่ในการให้บริการได้อย่างตรงจุด บนช่องทางดิจิทัล พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นทุกวัน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน(SDGs) ทั้งด้านการลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงการลงทุน อย่างทั่วถึง เท่าเทียม โปร่งใส บนมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล และด้านการแก้ปัญหาโลกร้อน จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนในรูปแบบไร้กระดาษ และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”

นอกจากนี้ ธนาคารเปิดให้บริการตลาดรอง สำหรับรับซื้อขายพันธบัตรและหุ้นกู้ ก่อนครบกำหนดเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนปรับพอร์ตตราสารหนี้ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยสามารถตรวจสอบรุ่น ราคารับซื้อ และทำรายการได้ตลอด 7 วัน 24 ช.ม. ผ่านบริการ Money Connect บนแอปฯ Krungthai NEXT สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์และหุ้นกู้ทั่วไป และทำรายการผ่านแอปฯ เป๋าตังสำหรับ พันธบัตรออมทรัพย์ สบม. และหุ้นกู้ดิจิทัล รุ่นวอลเล็ต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.krungthai.com หรือ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111

ขายหมดเกลี้ยง! พันธบัตรออมทรัพย์ บนแอปเป๋าตัง จองซื้อเต็ม 5,000 ล้านบาท

ทำไมพันธบัตรออมทรัพย์บนเป๋าตังถึงขายดี?

  • ความสะดวก: ลงทุนง่ายผ่านแอปพลิเคชันที่คุ้นเคย
  • ผลตอบแทน: รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่ำ
  • ความน่าเชื่อถือ: พันธบัตรรัฐบาล สร้างความมั่นใจ

การที่พันธบัตรออมทรัพย์บนแอปเป๋าตังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการลงทุนที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัยของคนไทย การลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกสบายและรวดเร็ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี หากคุณกำลังมองหาช่องทางการลงทุนที่มั่นคงและผลตอบแทนสม่ำเสมอ ลองพิจารณาพันธบัตรออมทรัพย์เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

อย่ารอช้า! หากมีการเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งต่อไป อย่าพลาดโอกาสในการลงทุนเพื่ออนาคตของคุณ

ที่มา – ขายหมดเกลี้ยง! พันธบัตรออมทรัพย์ บนแอปเป๋าตัง จองซื้อเต็ม 5,000 ล้านบาท